1
เพื่อนใหม่ (ยัยเฉิ่ม)
ห้องเรียน
ฉันเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องเรียนที่มีป้ายขึ้นว่า ม.6/12 ตามที่ครูประจำสายชั้นบอก หลังจากที่เดินมาตามที่ผู้ชายคนนั้นบอกทางให้ ฉันก็เข้าไปหาครูประจำสายชั้นทันที ก่อนที่ครูจะบอกห้องเรียนพร้อมกับชั้นเรียนเพื่อไม่ให้ฉันเสียเวลาเดินหาั้แ่ชั้น 2 ถึงชั้น 4
“นี่! ยัยเฉิ่ม”
ทันทีที่ขาฉันก้าวเข้ามาภายในห้องเรียน เสียงแหลม ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งในห้องก็ดังขึ้นดึงสายตาให้ฉันหันไปมองทันที ทำให้ฉันต้องหยุดยืนมองพวกเธอสักพัก
เฮ้อ จริง ๆ ก็พอจะรู้แหละนะว่าต่อให้จะอยู่โรงเรียนไหนหรือที่ไหน ๆ ก็ต้องมีคนประเภทแบบนี้อยู่ แต่พอมาเจอแล้วรู้สึกเอือมจังแฮะ พวกนี้ดูก็รู้แล้วว่าเป็พวกที่ชอบก่อเื่ให้คนอื่นเดือดร้อน ว่าแล้วก็นึกถึงเื่ที่โรงเรียนก่อนหน้านี้
ชิ! ถ้าไม่ติดว่าเฮียไกด์ทำเื่ลาออกให้ฉันก่อนนะ ยัยพวกนั้นโดนดีแน่!!
“อะ....อะไรเหรอ” ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่ายัยเฉิ่มถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะหันไปมองคนที่เรียกเธออย่างระแวง
เฮ้อ ยัยนี่ก็อีกคน =_= ดูก็รู้ว่าเป็เป้าหมายหลักของยัยพวกนี้ ยัยพวกชอบก่อเื่นี่จะไปหาเื่ใครได้นอกจากคนที่มีท่าทางไม่ค่อยสู้คนอย่างยัยเฉิ่มนั่น
“เธอนะ มีน้ำเปล่าไหม?”
“มะ...มีจ้ะ” ยัยเฉิ่มขยับแว่นตานิดหน่อย ก่อนจะหันไปหยิบขวดน้ำในกระเป๋าของตัวเองขึ้นมายื่นให้ผู้หญิงคนนั้น แล้วหันกลับไปนั่งตามเดิม
ยัยนี่ซื่อจังเลยแฮะ คนถามอะไรก็บอกหมดเลยหรือยังไง =_= แถมยังหยิบยื่นให้เขาอีกแหนะ!!
“ขอบใจ” ผู้หญิงคนนั้นรับขวดน้ำมาแล้วเปิดฝาขวดออก ก่อนจะ....
ซ่า!!
“น้ำเย็นสดชื่นดีนะ โฮะๆๆๆ!!”
ผู้หญิงคนนั้นเทน้ำลาดใส่หัวยัยเฉิ่มทั้งขวด ก่อนจะหันไปพูดกับกลุ่มของตัวเองแล้วพร้อมใจกันหัวเราะเยาะยัยเฉิ่มที่นั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ
“.....!!” ยัยเฉิ่มนั่งเงียบ แต่มือทั้งสองข้างกลับกำหมัดแน่น
หืมมม ดูท่ายัยนี่จะ EQ ดีใช้ได้เลยทีเดียว เพราะตอนนี้เธอกำลังควบคุมอารมณ์ตัวเองอยู่จนตัวสั่นไปหมด ให้ฉันเดานะ เธอคงคิดว่า ‘ถ้าตอบโต้ไปคงไม่มีอะไรดีแน่ ๆ อาจจะโดนแกล้งหนักกว่าเดิมจากที่เป็อยู่ก็ได้ สู้เงียบไว้จะดีกว่า’ ต้องคิดแบบนี้อยู่แหง ๆ
หึหึ ยัยนี่ก็ฉลาดใช้ได้แฮะ ประเมินสถานการณ์แล้วคิดถึงผลกระทบ ว่าการที่ตัวเองต่อต้านกับไม่ต่อต้านผลรับจะแตกต่างกันยังไง แล้วเลือกทางที่ตัวเองจะไม่เดือดร้อนมากที่สุด เลยได้ผลสรุปว่าไม่ควรต่อต้านเพื่อให้ตัวเองเดือดร้อน.....
ดี ๆ ฉลาดเลือกดี ^^ ฉันชอบ
ยัยเฉิ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้เงียบๆ หลังจากที่พวกนั้นเดินกลับไปนั่งที่ตัวเองแล้ว เธอเดินผ่านฉันที่ยืนดูอยู่ไปหลังห้องเรียน ก่อนจะหยิบไม้ถูพื้นออกมาเช็ดน้ำที่หกเปื้อนพื้นอยู่ แล้วเอาไม้ถูพื้นมาเก็บไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ตัวเองตามเดิม ทำเหมือนเมื่อกี้ตัวเองแค่ทำน้ำหกไป
เฮ้อ ยัยพวกนี้ก็เหลือเกินจริง ๆ ว่างมากนักหรือยังไงกัน!
“นี่ ยัยเฉิ่ม” ฉันเดินเข้าไปยืนข้าง ๆ โต๊ะเรียนของเธอ ก่อนจะเรียกให้เธอหันมา
ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ที่จริงฉันก็ไม่อยากเรียกยัยนี่ว่ายัยเฉิ่มหรอก แต่ยัยนี่เฉิ่มจริง ๆ อย่างที่ยัยพวกนั้นเรียกนั่นแหละ ก็ดูการแต่งตัวเธอสิ! กระโปรงยาวจนจะลากไปกับพื้นอยู่แล้ว เสื้อก็ตัวใหญ่เกินไซส์ตัวเอง ถักเปียสองข้างเป็พจมานบ้านทรายทอง ใส่แว่นตาหนาเตอะยิ่งกว่าเอาปูนมาโบก ไม่เรียกว่าเฉิ่ม ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้วล่ะนะ ไม่คิดเลยว่าสมัยนี้ยังมีผู้หญิงที่แต่งตัวเหมือนนางเอกนิยายสมัยเก่าอยู่ =_= .....หรือยัยนี่จะหลงยุคมา??
“อ๊ะ! อะ...อะไรเหรอคะ?” ยัยเฉิ่มสะดุ้งเพราะเสียงของฉัน ก่อนจะหันหน้ามาทันทีอย่างใ
ยัยเฉิ่มมองหน้าฉันอย่างเหม่อลอย จนฉันต้องขมวดคิ้วเข้าหากันหน่อยๆ ยัยนี่จะอ่านออกง่ายเกินไปแล้ว =_= สีหน้าท่าทางนี่เก็บ ๆ ไว้บ้างสิ คนอื่นรู้กันหมดพอดีว่าตัวเองคิดอะไรอยู่!
“ข้าง ๆ เธอ มีใครนั่งหรือเปล่า?” ฉันว่าพลางชี้ไปที่ว่างข้าง ๆ เธอ ที่อยู่ติดหน้าต่างด้านใน เพราะเท่าที่ฉันกวาดตาดูเหมือนที่ตรงนี้จะว่างแค่ที่เดียวที่มีอยู่ในห้องนี้
“อ๊ะ! มะ...ไม่มีค่ะ ทำไมเหรอคะ?” ยัยเฉิ่มสะดุ้งโหยงหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะรีบส่ายหน้าทันทีอย่างรีบร้อน ก่อนจะขยับแว่นตาขึ้นแล้วเอียงคอถามฉันอย่างสงสัย
ท่าทางยัยนี่น่ารักดีนะ ถ้าไม่ติดที่ว่าแว่นตาอันใหญ่ั์ของเธอที่กินพื้นที่ไปครึ่งหน้านั่น ทำให้การทำท่าทางแบบเมื่อกี้ของเธอกลายเป็......ยัยเอ๋อ ไปแทน เฮ้อ
“หลบหน่อยสิ ฉันจะเข้าไปนั่ง” ฉันว่าพลางใช้สายตาบอกว่าฉันจะเข้าไปด้านใน จนเธอต้องรีบหลีกทางให้ฉันเข้าไปนั่งทันที
“เอ่อ...ทะ...ทำไมเธอมานั่งข้างฉันเหรอ?” ยัยเฉิ่มเริ่มถามฉันหลังจากที่ภายในห้องเริ่มเสียงดัง เพราะต่างคนต่างจับกลุ่มกันเมาส์แหลกลาญ เพราะไม่ได้เจอกันมานานหลายวัน
“ก็มันไม่มีที่นั่งแล้วหนิ” ฉันตอบยัยเฉิ่มพลางใช้สายตากวาดไปรอบ ๆ ห้องเรียนที่ตอนนี้ไม่มีที่ว่างเลยสักที่เดียว
“อ่า...นะ..นั่นสินะ” ยัยเฉิ่มว่าพลาง หน้าขึ้นสีหน่อย ๆ คงอายเพราะดันถามอะไรโง่ ๆ ออกมาล่ะมั้ง
หลังจากนั้นไม่นานครูประจำชั้นก็เข้ามาเริ่มคาบโฮมรูม ฉันกับยัยเฉิ่มเลยไม่ได้คุยอะไรกันอีกจนพักกลางวัน
เมื่อตอนชั่วโมงโฮมรูมก่อนหน้านี้ คุณครูบอกนักเรียนทุกคนในห้องก่อนจะออกไปว่า หลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้วให้นักเรียนระดับชั้นม.6 ทุกคนไปรวมกันที่หอประชุม อืมมม รู้สึกว่าทางโรงเรียนเขาเรียกให้ไปรวมเพื่อทำอะไรสักอย่างอะนะ หลังจากนั้นฉันไม่ค่อยฟังเท่าไหร่ รู้แค่ว่าเขานัดรวมกันที่หอประชุมนั่นแหละ เพราะงั้นหลังจากที่ฉันจัดการกินข้าวเสร็จแล้วฉันก็เลยมุ่งหน้าตรงไปหอประชุมทันที เพราะนี่ก็ช้ากว่าเวลาที่ทางโรงเรียนนัดมาร่วม 10 นาทีแล้ว
หอประชุม
“เอ่อ...” เสียงยัยเฉิ่มดังขึ้นจากทางด้านข้างฉัน ก่อนที่ฉันจะหันไปหาเธอที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ
“มีอะไร” ฉันว่าพลางมองเธอที่นั่งคุกเข่าทำหน้าลำบากใจสุด ๆ
เฮ้ออ ยัยนี่อ่านง่ายสุดๆ เลยไป =_=
“เธอไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าฉันจะ...ขอนั่งข้าง ๆ ” ยัยเฉิ่มพูดพลางก้มหน้าก้มตาลงเหมือนไม่อยากให้ฉันเห็นหน้า
“ก็ไม่นิ” ฉันตอบก่อนจะหันไปมองดูรอบ ๆ หอประชุมโดยไม่สนใจสีหน้าดีใจสุด ๆ ของยัยเฉิ่มก่อนที่เธอจะทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ ฉัน ยัยนี่ถ้าเป็หมาตอนนี้หางเธอคงกระดิกใหญ่เลยแหง ๆ -_- อะไรจะดีใจขนาดนั้น
ตอนนี้นักเรียนระดับชั้น ม.6 ทุกห้องเริ่มทยอยกันเข้ามาภายในหอประชุมแล้ว ไม่เกิน 30 นาที หอประชุมก็เต็มไปด้วยนักเรียนระดับชั้นม.6 ทั้ง 12 ห้องทั้งหญิงและชาย
“เงียบ ๆ หน่อยจ้ะ นักเรียน!” ครูหัวหน้าระดับชั้นม.6 พูดใส่ไมค์เสียงดังลั่นจนทุกคนต้องรีบยกมือขึ้นปิดหู ทำให้หอประชุมเงียบลงทันที
“เนื่องจากวันนี้เป็วันเปิดเทอมวันแรก....บลาๆๆ”
หลังจากนั้นครูก็พล่ามยาวเหยียดชนิดที่ว่าฉันสามารถนั่งสัปหงกได้เลยทีเดียว
“หาว = [] =” ฉันปิดปากหาวทันที หลังจากที่นั่งสัปหงกมานับสิบรอบ เพราะสุนทรพจน์ของครูหัวหน้าระดับมันยาวเกินกว่าที่ฉันจะทนนั่งฟังได้ ถ้าตอนนี้เป็การ์ตูนมันจะเป็แบบตัวหนังสือวิ่งผ่านหูซ้ายออกหูขวานั่นแหละ น่าเบื่อชะมัด
“เป็อะไรเหรอ?” ยัยเฉิ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉัน หันมาถามทันทีทั้ง ๆ ที่เห็นอยู่ว่าฉันง่วงมากแค่ไหน
“ง่วงอะ เมื่อไหร่ครูจะพูดจบเนี่ย” ฉันว่าพลางขยี้หัวตัวเองเล่น อย่างเบื่อ ๆ แล้วมองครูที่ยังคงถือไมค์พูดไปเรื่อยโดยไม่มีท่าทีจะหยุดพูดสักนิด ครูไม่ได้สังเกตเหรอคะว่าตอนนี้เด็กนักเรียนคนอื่น ๆ ก็ฟุบหลับกันแทบจะหมดทั้งหอประชุมอยู่แล้วเนี่ย
“อีกเดี๋ยวก็คงจบแล้วล่ะมั้ง ^^” ยัยเฉิ่มว่าพลางยิ้มให้ฉันบาง ๆ
เอ๊ะ! ฉันว่ายัยนี่ยิ้มแล้วดูดีขึ้นนะ ....หรือว่าฉันคิดไปเอง???
“เอ้อหนิ! ยัยเฉิ่ม!” ฉันเรียกเธอขึ้นทันที เพื่อจะถามว่าครูแกพูดอะไรไปบ้าง เพราะดูท่ายัยนี่จะเป็อีกคนจากเด็กนักเรียน 400 กว่าคนในที่นี้ ที่ตั้งใจฟังสิ่งที่ครูหัวหน้าระดับพูดมาร่วม 2 ชั่วโมง
“ขอร้อง อย่าเรียกฉันอย่างนั้นได้ไหม T^T” ยัยเฉิ่มว่าขึ้นพลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ใส่ฉัน
“...แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ”
เออแฮะ! ฉันลืมไปเลยว่ายังไม่ได้ถามชื่อเธอ เอาแต่เรียกยัยนี่ว่ายัยเฉิ่มในใจมาตลอดเลยนินะ
“ฉันชื่อ ชะเอม แต่เรียก เอม เฉย ๆ ก็ได้^O^” ยัยเฉิ่มตอบฉันอย่างร่าเริง สีหน้าต่างจากก่อนหน้านี้ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ลิบลับ
“อ้อ อาฮะ” ฉันว่าพลางพยักหน้ารับรู้
“^^” ยัยเฉิ่มยิ้มหน้าแป้นจนปากแทบจะฉีกถึงหู ก่อนที่ฉันจะเรียกเธออีกรอบ
“ยัยเฉิ่ม!”
อ่า มันชินซะแล้วอ่ะนะ โทษที -..-
“T^T” ยัยเฉิ่มถึงกับหุบยิ้มแล้วกลับมาทำหน้าจะร้องไห้หนักกว่าเก่าใส่ฉันทันที
“แล้วครูเขาพูดอะไรบ้างล่ะ พอดีฉันไม่ได้สนใจจะฟังนะ” ฉันถามเธอ โดยหลีกเลี่ยงที่จะไม่สนใจหน้าตาเศร้าสร้อยเสียใจของเธอที่ฉันไม่เรียกชื่อเธอ แต่เรียกยัยเฉิ่มแทน
“เห!!” ยัยเฉิ่มถึงกลับอุทานทำตาโตใส่ฉันทันที
ทำไมล่ะ? ท่าทางฉันมันดูเหมือนตั้งใจฟังนักรึไง นั่งสัปหงกอยู่เนี่ย!!
“=_=”
“จริง ๆ ครูอธิบายเื่กิจกรรมที่จะจัดภายใน 2 สัปดาห์นี้นะว่าจะมีอะไร ต้องทำอะไรยังไงบ้าง จริง ๆ ส่วนใหญ่รายละเอียดพวกนั้นเด็กคนเก่าๆ ก็รู้ดีกันอยู่แล้วเพราะมันจัดทุกปี และเพราะมีกิจกรรมเลยจะไม่มีการเรียนการสอน เพราะม.6 ทุกห้องจะต้องจัดกิจกรรม ตอนนี้คุณครูเขาเลยกำลังอธิบาย....เอ่อ น่าจะอะนะ แล้วคุณครูจะให้ส่งตัวแทนของแต่ล่ะห้องไปจับฉลากหน้าเวที ว่าห้องแต่ละห้องจะได้ทำกิจกรรมหัวข้ออะไรน่ะ” ยัยเฉิ่มอธิบายคร่าว ๆ ที่มีแต่เนื้อ ไม่มีน้ำแบบที่คุณครูหัวหน้าระดับกำลังพูดอยู่ให้ฉันฟัง
อ๋อ เข้าใจและ ที่แท้ก็มีกิจกรรมให้ทำนี่เอง แล้วครูจะพูดอะไรยาวเหยียดขนาดนี้ละเนี่ย!!
“อืมมม แล้ว....พวกนักเรียนชายที่นั่งอยู่บนโซฟานั่นล่ะ พวกนั้นทำไมได้นั่งโซฟา?”
ได้รับสิทธิพิเศษรึไงกัน? พวกนั้นได้นั่งโซฟาแต่พวกเราดันได้นั่งพื้น ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย - - “
“อ๋อ พวกนั้นเขาเป็คณะกรรมการนักเรียนกับผู้คุมกฎน่ะ” ยัยเฉิ่มที่มองตามนิ้วที่ฉันชี้ไป ตอบฉันทันทีที่เห็น
“อ๋อ”
ที่แท้ก็พวกมีเส้น น่าอิจฉาแฮะ อยากนั่งตรงนั้นมั้ง ดูท่าจะไฮโซดี -..-
“หล่อใช่ไหมล่ะ” ยัยเฉิ่มว่าพลางทำสายตากรุ้มกริ่มใส่ฉัน ทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ
“ใคร?”
“ก็พวกคณะกรรมการนักเรียนกับผู้คุมกฎไง” ยัยเฉิ่มตอบ ฉันเลยต้องหันหน้ากลับไปมองพวกนั้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อดูว่าหน้าตาพวกนั้นหล่ออย่างที่ยัยเฉิ่มว่าไหม
“คงงั้นมั้ง” ฉันตอบหลังจากที่พิจารณาใบหน้าของผู้ชายทั้ง 6 คนแล้ว ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมา
ฉันว่ามันก็งั้น ๆ นะ สำหรับฉันมันเฉย ๆ คงเพราะฉันเห็นคนหล่อ ๆ จนชินตาล่ะมั้ง ก็ทั้งเฮียแกรม เฮียไกด์ เฮียกั๊ก ก็หล่อ ๆ ทั้งนั้น เห็นกันมาั้แ่เด็ก ๆ แถมเพื่อนของเฮีย ๆ แต่ละคนก็ไม่ได้หน้าตาขี้ ๆ หล่ออย่างกับดารา เพื่อนผู้หญิงก็สวย ๆ น่ารัก ๆ กันทั้งนั้น จะว่าไปพวกเฮียนี่ก็เข้าใจคบเพื่อนนะ แต่ละคนหน้าตาดีกันทั้งนั้น
“หืมมมม แต่ว่าสาว ๆ ในโรงเรียนนี้เทหัวใจให้พวกเขาหมดเลยนะ โดยเฉพาะผู้คุมกฎกับประธานกรรมการนักเรียนนะ เขาว่าได้อันดับหนึ่งเลยนะ โรงเรียนอื่นก็รู้จัก ได้ยินว่ามีคนเอารูปพวกเขาไปลงเพจรวมผู้ชายหน้าตาดีด้วยนะ! แล้วก็นะ.....” ยัยเฉิ่มว่าพลางทำหน้าภาคภูมิใจสุดขีด แล้วเริ่มต้นสาธยายเื่ราวดันโดดเด่นและดีเด่ของพวกนั้น
เอ่อ....ฉันว่าเธอเริ่มจะพูดมากแล้วล่ะนะ แต่ก็ช่างมันเถอะ ยังไงมันก็ดีกว่าฟังสุนทรพจน์ครูหัวหน้าระดับที่ดูท่าจะไม่มีวันจบนั่นแหละนะ
“อืม” ฉันตอบรับพลางพยักหน้าแบบขอไปทีราวกับฟังที่เธอพูด เพราะเริ่มจะรำคาญยัยเฉิ่มขึ้นมาตงิดๆ แต่ก็ไม่อยากขัดเธอสักเท่าไหร่
“ห้อง 6/12 ส่งตัวแทนออกมาจับฉลากด้วยจ้ะ” ครูหัวหน้าระดับประกาศผ่านไมค์ทำให้ทุกห้องมองมาที่ห้องฉันทันทีอย่างพร้อมเพรียง
อ่าว แล้วทำไมไม่มีใครออกไปล่ะเนี่ย ห้องอื่นเขาออกไปกันหมดแล้วนะ พวกนี้นั่งทำอะไรกันอยู่?
“......” ทุกคนในห้องไม่มีใครกล้าลุกเลยสักคนเดียว มีแต่นั่งเงียบมองหน้ากัน แล้วเกี่ยงกันทางสายตา
“ยัยเฉิ่มออกไปสิ” ฉันหันมาสะกิดแขนยัยเฉิ่มทันที เพราะถ้ายังช้าอยู่แบบนี้เดี๋ยวก็โดนด่ากันพอดี
“มะ...ไม่ได้หรอก! ถ้าเกิดฉันออกไป เพื่อน ๆ จะไม่พอใจ” ยัยเฉิ่มว่าพลางรีบยกมือปฏิเสธแล้วส่ายหัวแรง ๆ ทันที
แล้วมันอะไรล่ะนั่นที่ว่าลุกออกไป แล้วเพื่อน ๆ จะไม่พอใจนะ! มันเกี่ยวอะไร
“เธอน่ะ! เด็กใหม่ออกไปเลย” ยัยเสียงแหลมๆ ที่แกล้งยัยเฉิ่มเมื่อตอนเช้าพูดขึ้น ทำให้เพื่อนในห้องหันมามองหน้าฉันทันทีพร้อมสายตาที่อ้อนวอนสุดฤทธิ์
กดดันกันทางอ้อมชัดๆ
“แล้วทำไมต้องเป็ฉันล่ะ?”
ทำไมไม่เอาเด็กเก่าออกไปล่ะ เอาเด็กใหม่อย่างฉันออกไปเดี๋ยวไปทำขายหน้าหรอก
“ก็เธอหน้าตาดีสุดแล้วหนิ” เพื่อนผู้หญิงในห้องพูดขึ้น
“แล้วทำไมต้องเป็คนหน้าตาดีล่ะ”
หน้าฉันมันหน้าตาดีตรงไหน ออกจะ - - “เอ่อ.... มันก็....อธิบายไม่ถูกแฮะ
“ดูนู้นสิ!” เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งบอกให้ฉันหันไปดูพวกที่ยืนอยู่บนเวทีเพื่อรอจับฉลาก
อ๋อ ที่แท้ก็มีแต่คนหน้าตาดีๆ ออกไปจับ กลัวว่าถ้าออกไปแล้วจะเป็จุดด่างพร้อยว่างั้นเถอะ
“ไปเลย” ยัยเฉิ่มพูดไม่พอ ยังดันฉันให้ลุกขึ้นอีก ฉันเลยจำใจต้องลุกขึ้นถ้าไม่ลุกสิ มีหวังโดนรุมประชาทัณฑ์แหงๆ
พอฉันลุกขึ้น ภายในหอประชุมที่เสียงดังมากๆ เมื่อกี้ก็เงียบกริบ ฉันเดินตรงไปที่บันไดทางขึ้นเวทีที่มีครูยืนกวักมือเรียกอยู่ แต่ทางนั้นต้องเดินผ่านโซฟาที่มีพวกคณะกรรมการกับผู้คุมกฎนั่งอยู่ ภายในหอประชุมยังคงความเงียบได้คงเส้นคงวา และก่อนที่ฉันจะเดินผ่านพวกคณะกรรมการนักเรียนกับผู้คุมกฎก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งฉันคิดว่าเธอคงจะจงใจเอามือมาวางขวางทางฉัน ทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันจะต้องเดินผ่าน ฉันไม่ค่อยใส่ใจอะไรมากนัก ประกอบกับที่ฉันเป็พวกไม่มีมารยาทกับรุ่นเดียวกันอยู่แล้ว ฉันเลยก้าวข้ามมือผู้หญิงคนนั้นไปข้างหนึ่งส่วนเท้าอีกข้างก็เหยียบลงบนมืองามๆ ของผู้หญิงคนนั้นแบบเต็มๆ
“กรี๊ดดด!” ผู้หญิงคนนั้นกรีดร้องขึ้นมาทันที ก่อนจะส่งสายตาจิกๆ กัดๆ ใส่ฉันเต็มที่
“โทษที” ฉันหันไปพูดขอโทษแบบห้วนๆ แล้วเดินตรงไปที่บันไดเวทีทันที
ฉันเดินขึ้นไปจับฉลากแล้วเดินกลับมาที่แถวห้องตัวเองพร้อมๆ กับกระดาษที่อยู่ในมือ ครูบอกว่าให้เดินกลับมาบอกเพื่อนๆ ในห้องว่าได้ทำกิจกรรมอะไรกันบ้าง ห้องฉันได้กิจกรรม คือ ทำร้านไอศกรีมกับร้านขายน้ำแข็งไสฉันจัดการบอกเพื่อนๆ ในห้องเสร็จก็เดินกลับมานั่งที่เดิม
“นี่ ๆ” ยัยเฉิ่มสะกิดฉันทันทีที่ฉันนั่ง
“อะไร” ฉันหันไปทำหน้าตายใส่ยัยเฉิ่ม
“รู้ไหมตอนเธอเดินผ่านพวกคณะกรรมการนะ พวกนั้นมองเธอไม่วางตาเลยนะ น่าเสียดายที่ผู้คุมกฎมองเธอแค่แวบเดียวก็หันกลับไป”
ก็แหงล่ะ ฉันเหยียบมือยัยผู้หญิงคนนั้นหนิ เสียงยัยนั้นกรี๊ดมันเบาๆ ซะที่ไหนล่ะ
“อือ”
“ว่าแต่...เธอชื่ออะไรเหรอ พอดีฉันลืมถามนะ”
“กิ๊ก”
“อ่า..”
“นี่! ห้องเราไม่มีหัวหน้าห้องกันรึไง”
“หือ? เอ่อ...ไม่มีหรอก ไม่มีใครอยากรับตำแหน่งนี้นะ”
“อือ”
ถ้ามีป่านนี้ฉันคงไม่ได้ออกไปจับฉลากบ้าบออะไรนั้นหรอก
ห้องเรียน
แปะ แปะ
หลังจากที่แยกย้ายกันออกมาจากหอประชุม แล้วกลับมาที่ห้องเรียน ก็มียัยแว่นคนหนึ่งยืนตบมือเสียงดังอยู่หน้าชั้นเรียน
“ทุกคนฟังทางนี้นะ” คนอื่นๆ ที่กำลังคุยกันเื่กิจกรรมที่ต้องเตรียมงานให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์หันไปมองหน้ายัยแว่นที่ยืนตบมือทันที
“ฉันว่า...เราได้หัวหน้าห้องแล้วล่ะ” ยัยแว่นนั้นพูดพลางมองมาที่ฉันอย่างมีเลศนัย ส่งผลให้ทุกคนมองตามสายตายัยแว่นนั้นมาที่ฉันทันที
“ฉันก็ว่างั้นนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้น
“ใช่ๆ” และตามกันมาอีกหลายเสียง
“เอาเป็ว่าเธอเป็หัวหน้าก็แล้วกันนะเด็กใหม่^^” ยัยแว่นนั้นพูดพลางยิ้มให้ฉันรู้อะไรไหม นั้นคือรอยยิ้มของปีศาจชัดๆ บ้ารึเปล่า! ให้ฉันเป็หัวหน้าห้องเนี่ยนะ
“ตะ.....”
“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะพวกเราเลือกเธอแล้ว” ยัยเฉิ่มเสริมทัพ
โอ๊ยยย ยัยบ้า! จะมาเสริมทำไมกันเล่า!
ฉันเลยจำใจต้องยอมเป็หัวหน้าห้อง เพราะถ้าปฏิเสธก็โดนเพื่อนในห้องยำเละสิ ยัยแว่นสละที่หน้าชั้นเรียนเมื่อกี้ให้กับฉันก่อนที่ตัวเองจะกลับไปนั่งที่เดิมปล่อยให้ฉันยืนทำหน้าเซ็งใส่เพื่อนในห้องที่กำลังนั่งรอฟังอยู่ว่าฉันจะพูดอะไร
“เอาเลยหัวหน้า สั่งมาเลยว่าพวกเรามีหน้าที่ทำอะไรในกิจกรรม” เสียงพวกเพื่อนผู้ชายดังขึ้น ก่อนจะเงียบหายไป
“เฮ้อ~บอกไว้ก่อนนะ ถ้าให้ฉันเป็หัวหน้าห้องละก็...อย่าหาว่าฉันโหดล่ะ” ฉันถอนหายใจก่อนจะพูดแล้วเดินไปที่กระดาน
“คร้าบ/คร้า” เพื่อนๆ ในห้องตอบรับอย่างพร้อมเพรียง นั่นยิ่งทำให้ฉันต้องลอบถอนหายใจอีกรอบ
จะรอดไหมเนี่ยฉัน
“ก่อนอื่น ฉันชื่อ กิ๊ก จะมีบางคนที่คงจะรู้จักชื่อฉันไปแล้ว..” ฉันเว้นวรรคแล้วมองหน้ายัยเฉิ่มก่อนจะพูดต่อ “การเตรียมงานในกิจกรรมต้องเริ่มภายในวันพรุ่งนี้เป็อย่างช้าก่อนอื่นฉันจะแบ่งออกเป็สองกลุ่ม กลุ่ม A รับผิดชอบร้านไอศกรีม กลุ่ม B รับผิดชอบร้านน้ำแข็งไส ใครจะอยู่กลุ่มไหนเขียนชื่อลงในกระดาษด้วยนะ แผ่นหนึ่งร้านไอศกรีม อีกแผ่นหนึ่งร้านน้ำแข็งไส อะนี่ รีบตัดสินใจแล้วเขียนด้วย พวกเราต้องทำเวลาหน่อย ฉันให้เวลา 10 นาทีต้องเสร็จ เราจะแบ่งออกเป็กลุ่ม A และกลุ่ม B กลุ่มละเท่า ๆ กัน อย่ามาร้องโอดโอยล่ะ ถ้าอยู่ ๆ ชื่อของคนใดคนหนึ่งไปอยู่ในรายชื่อร้านที่ตัวเองไม่ได้สมัครใจ จัดการทีนะ” ฉันยื่นกระดาษ A4 สองแผ่นที่เขียนหัวกระดาษไว้ว่าร้านไอศกรีมกับร้านน้ำแข็งไสให้เพื่อนที่นั่งแถวๆ นั้น
10 นาทีผ่านไป
รายชื่อในทั้งสองกระดาษเท่ากันเป๊ะ โดยที่ฉันไม่ต้องจัดใหม่หลังจากนั้นฉันก็อธิบายรายละเอียดพร้อมกับให้เสนอว่าจะจัดตกแต่งกันยังไงให้ร้านออกมาหน้านั่งมากที่สุดสถานที่คือห้องที่ครูเตรียมไว้ให้ห้องเรามีสองห้องอยู่ห่างกันแค่สองห้องกั้น ฉันจัดการเขียนรายชื่ออุปกรณ์ของตกแต่งส่งให้พวกผู้ชายไปซื้อมาส่วนเื่ชุดฉันจัดการรบกวนทางบ้านนิดหน่อยส่วนเมนู และรายละเอียดอื่น ๆ ยกให้พวกผู้หญิงจัดการ
ตลอด่บ่ายหมดไปกับการเตรียมงาน การวางแผนโครงสร้างการตกแต่งและทำความสะอาด กว่าจะกลับก็ปาเข้าไป 5-6โมงเย็น วันพรุ่งนี้ต้องมาเริ่มตกแต่งห้องที่จะใช้ทำเป็ร้านกันอีกเหนื่อยจริง ๆ เลยวันนี้
“หัวหน้าพวกเรากลับก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน” พวกผู้ชายที่ช่วยจัดโต๊ะกับยกของพากันะโบอกฉันแล้วโบกมือลา
“อืม” ฉันรับคำก่อนจะโบกมือกลับ แล้วหันไปเก็บของใส่กระเป๋าต่อ
ฉันเก็บของใส่กระเป๋าเสร็จก็เดินออกจากห้องทันที แต่พอฉันเดินใกล้จะถึงบันไดก็ได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะดังมาจากห้องหนึ่งที่อยู่อีกด้านของบันได ฉันเลยตัดสินใจเดินไปดูเพราะว่าห้องตรงนั้นเป็ห้องที่ห้องฉันจะใช้ทำเป็ร้านขายน้ำแข็งไส
ฉับ ฉับ
“ฉันว่าทรงนี้เข้ากับยัยเฉิ่มนี่ดีนะ แต่งตัวเฉิ่ม ๆ ทรงผมก็ต้องเฉิ่ม ๆ โฮะ ๆๆๆ!!!”
“......” ฉันยืนดูพวกนั้นตัดผมยัยเฉิ่มอยู่เงียบๆ พร้อมกับเอามือถือขึ้นมาถ่ายไว้
พวกนั้นไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าฉันยืนดูอยู่ข้างหลัง คงมีแต่ยัยเฉิ่มคนเดียวที่นั่งหันหน้ามาทางประตูแล้วเห็นฉันยืนดูอยู่
“.....” ยัยพวกนั้นยังสนุกสนานกับการตัดผมยัยเฉิ่มให้ดูไม่ได้มากที่สุด
ตอนนี้ยัยเฉิ่มดูไม่จืดเลยจริง ๆ น้ำตาไหลอาบสองแก้ม มือกำหมัดแน่นอย่างควบคุมอารมณ์ เพราะรู้ว่าโวยวายไปก็ยิ่งโดนหนักกว่าเก่า
“สนุกมากไหม” ฉันตัดสินใจพูดขึ้นหนังจากที่ยื่นดูอยู่นานพอสมควร พลางยืนพิงขอบประตู
“....” พวกนั้นหยุดหัวเราะทันทีที่ได้ยินเสียงฉัน
“หืมมม” ฉันเลิกคิ้วถาม หน้าตาบ่งบอกว่าฉันเอาจริง
“หัวหน้า พะ....พวกเรา...เอ่อ...มีธุระขอตัวนะ” หนึ่งในพวกนั้นพูดก่อนจะรีบเดินหนีฉัน
“เดี๋ยว!” ฉันะโขึ้น ทำให้พวกนั้นหยุดชะงักทันที
“พรุ่งนี้มีงานแสดงดนตรีที่หอประชุม พวกเธอห้ามไปดูเด็ดขาดต้องทำงานต่อถ้าเกิดขัดคำสั่งฉันจะเอาเื่นี้ไปบอกครู” ฉันชูโทรศัพท์ที่ถ่ายวิดีโอกับอัดเสียงไว้ขึ้นมาให้พวกนั้นดู
“ขะ...เข้าใจแล้ว” พวกนั้นรับปากทันที ก่อนจะรีบเดินหนีออกไป
“หยุดร้องไห้แล้วตามฉันมา” ฉันมองหน้ายัยเฉิ่มก่อนจะพูดแล้วเดินนำออกมา ยัยเฉิ่มเลยรีบปาดน้ำตาแล้ววิ่งตามฉันออกมาทันที
ฉันยืนรอเฮียไกด์ไม่ถึง 10 นาที รถเฮียไกด์ก็ขับเข้ามาภายในโรงเรียน
“ไง วันนี้ไม่ได้ไปมีเื่อะไรกับใครใช่ไหม?” เฮียไกด์ะโลงจากรถแล้วตรงมากอดคอฉันอย่างที่ชอบทำ
“มี” ฉันตอบห้วนๆ พลางดันตัวเฮียไกด์ออก
“เื่อะไร” เฮียไกด์ขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย
“นู้น” ฉันว่าพลางชี้ให้เฮียดูสภาพยัยเฉิ่ม ที่ตอนนี้หน้าแดงแจ๋ เพราะอายที่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้
“อ๋อ”
“วันนี้เฮียมีธุระที่ไหนรึเปล่า” ฉันถามเฮียทันทีหลังจากที่ไปลากยัยเฉิ่มมาขึ้นรถแล้ว
“ก็....หน้าจะไม่มีนะ ไอ้พวกบ้านั้นดันแยกย้ายสลายตัวกันไปหาแฟนมันหมด” เฮียไกด์ตอบพลางทำหน้าเซ็งทั้งๆ ที่ยังมองถนนอยู่
“เฮียก็รีบหาแฟนสิ” ฉันรีบแซวทันที
จะว่าไงดีล่ะ พี่ชายทั้งสามหน่อของฉันยังโสดสนิทกันทั้งสามคนเลย ทั้งๆ ที่ออกจะหน้าตาดี แต่ดันไม่มีแฟน เห้อ น่าสงสารจริงๆ
"หาอยู่ว้อยย! แต่มันยังไม่เจอคนที่ใช่เนี่ยสิ"เฮียไกด์ว่าพลางทำหน้าเซ็งอีกรอบ
"อืม เดี๋ยวกิ๊กจะกลับไปเอารถที่บ้านนะ พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมารับมาส่งด้วยจะเอารถมา"ฉันพูดพลางมองออกไปนอกหน้าต่างรถ
“อะไรอะ ทำไมไม่ให้เฮียมารับมาส่งล่ะ กิ๊กจะทิ้งเฮียเหมือนพวกนั้นใช่ไหมล่ะ” เฮียไกด์ทำเสียงง่องแง่งใส่ฉันทันที
“งี่เง่า” ฉันหันมาทำหน้าเซ็งใส่เฮียไกด์ ก่อนจะหันกลับไปมองนอกหน้าต่างรถเหมือนเดิม
ไม่นานเฮียไกด์ก็ขับรถมาถึงบ้าน ฉันรีบลากยัยเฉิ่มลงจากรถเฮียไกด์ทันที ก่อนจะลากยัยเฉิ่มไปขึ้นรถของฉันที่จอดอยู่ในโรงรถ
“อย่ากลับดึกล่ะกิ๊ก” เฮียไกด์ะโบอกฉัน ก่อนที่ฉันจะพยักหน้ารับแล้วเปิดประตูขึ้นรถ