หญิงวัยกลางคนร่างกายซูบผอมกำลังนั่งกอดรูปของสามีเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความโศกเศร้าใบหน้าซีดเซียวที่บ่งบอกถึงการอดหลับอดนอนมาหลายวันเพราะต้องจัดการเื่งานศพของชายที่เป็ที่รักมาจากไปอย่างกะทันหันการตายของสามียังคงเป็ปริศนาสำหรับเธอ ถึงแม้ว่าตำรวจจะสรุปว่าเป็การฆ่าตัวตาย
แต่ทว่า...
เธอไม่มีทางเชื่อไม่เชื่อเด็ดขาดว่าสามีของเธอจะมีเื่ทุกข์ใจจนถึงกับต้องฆ่าตัวตาย มือผอมบางลูบภาพถ่ายของสามีด้วยความคิดถึงสุดหัวใจตอนนี้ในอกของเธอมันบีบรัดรุนแรงจนแทบจะะเิ
ไม่นานเธอทนความเ็ปต่อไปไม่ไหว นั่งคุกเข่าร่ำไห้ปานจะขาดใจ
“แม่ครับ พ่อไม่ได้อยู่กับเราแล้วใช่มั้ยครับ”เสียงของเด็กชายตัวน้อย ผิวออกแนวขาวเหลือง นั่งคุกเข่าข้างมารดาพลางเอ่ยคำถามที่ทำให้เธอยิ่งร้องไห้หนักมากยิ่งขึ้นเธอค่อย ๆ วางรูปสามีลงอย่างแ่เบาพร้อมกับหันมากอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน
“ใช่จ้ะลูก พ่อเขาไปอยู่บน์แล้ว ฮึก...ฮือ”มารดาตอบเด็กชายพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้
“แม่อย่าร้องเลยนะครับ ผมจะดูแลแม่เอง”ใบหน้าหล่อคมคายั้แ่อายุยังน้อย คิ้วดกเรียงตัวกันเป็แนว ดวงตาเรียวเข้ม ั์ตาสีดำสนิทมีแววเศร้าสร้อยแต่พยายามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาเพราะไม่อยากให้มารดาเป็ห่วง
เด็กชายตัวน้อยดึงตัวเองออกจากมารดาพูดปลอบใจพลางยกมือเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนแววตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักมองลูกน้อยของเธอที่มีบุคลิกนิ่งเกินอายุ เด็กชายไม่ร้องไห้หลังจากรู้ว่าบิดาที่เคารพรักเสียชีวิตคงมีเพียงแต่แววตาไร้เดียงสาเท่านั้นที่หม่นแสงลงแสดงออกถึงความเศร้า
“แม่เชื่อจ้ะลูก แต่ก่อนอื่นเราต้องเก็บของย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไปอยู่ที่คฤหาสน์อาร์มาโต้นะลูก”
“เราอยู่บ้านของพ่อต่อไม่ได้เหรอครับ”
เด็กชายไม่อยากจากที่นี่ไป เพราะบ้านหลังนี้มีแต่ความทรงจำดีๆ ของเขาและพ่อ เด็กน้อยสงสัยไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านของคนแปลกหน้าด้วย
“ไว้ลูกโตกว่านี้หน่อย ลูกจะเข้าใจ”
“แต่ผมไม่อยากไปอยู่ที่นั่น” เด็กชายบอกอย่างดื้อดึง
“ลูกต้องไป” หญิงสาวพูดขึ้นเสียงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวจนเด็กชายสะดุ้งจากนั้นท่าทีก็เริ่มอ่อนลงมาเหมือนเดิม
“ลูกฟังแม่นะ ลูกต้องมีชีวิต มีอนาคตที่ดีถ้าวันหนึ่งแม่ไม่อยู่แล้ว ลูกต้องเป็คนที่เก่งกว่าใคร”
“แม่จะไปไหนเหรอครับ” คำถามของเด็กชายทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกน้อยสบายใจ
“แม่ไม่ได้ไปไหน แม่อยู่ข้าง ๆ ลูกเสมอ”หญิงสาวลูบใบหน้าหล่อเหลาของเด็กน้อยที่มีความคล้ายคลึงสามีผู้ล่วงลับอย่างอ่อนโยนแววตามีแต่ความคิดถึงและโหยหา เธออยากให้ลูกชายของเธอมีอนาคตที่ดี
“จงเข้มแข็ง อย่าไว้ใจใครง่าย ๆ” มารดาสอนเด็กชายด้วยสีหน้าและแววตาที่จริงจังจนเด็กน้อยที่เหมือนรับรู้สัญญาณบางอย่างจากมารดา“อย่าแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ไม่เช่นนั้นเขาจะใช้ประโยชน์จากความรู้สึกของลูกได้”หญิงสาวพูดพลางจ้องั์ตาของลูกชายอันเป็ที่รัก เธอััถึงอารมณ์ลูกน้อยผ่านแววตาคู่นั้นได้ทันทีเธอเริ่มกังวลความปลอดภัยของลูกตนเอง ก่อนจะนึกอะไรออก
“แต่... ถ้าลูกกลัวว่าคนอื่นจะดูออก แม่มีวิธี”
“ยังไงเหรอครับ” เด็กน้อยเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
มารดาก้มหยิบของชิ้นหนึ่งในกระเป๋าออกมาวางไว้บนมือเล็กๆของลูกชาย
“ลูกเอาแว่นตานี่ไปสวม อย่างน้อยยังมีเลนส์ใสของแว่นกั้นกลางลูกจะได้ไม่ต้องมองหน้าคนพวกนั้นตรงๆ ทีนี้จะไม่มีใครสามารถมองความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของลูกได้”หญิงสาวหยิบแว่นกรอบบางที่ไม่ใช่แว่นสายตา แต่เป็เพียงแว่นกรองแสงธรรมดา นำมาสวมใส่ให้บุตรชายเธอจึงคิดไอเดียนี้ขึ้นมาเพราะเธอไม่รู้จะกล่อมลูกน้อยของเธออย่างไรให้ไปอยู่คฤหาสน์นั้น
“ลูกต้องไม่เป็อะไร ไปอยู่ที่นั่นเพื่ออนาคตของลูก”
“ครับแม่ ผมจะเข้มแข็งเพื่อแม่”
“จงเป็ใหญ่ด้วยตัวเอง นั่นคือความหมายของชื่อลูกที่พ่อกับแม่ตั้งให้นะเราทั้งสองจะอยู่ในใจลูกเสมอนะ…”
“...อิศรา ลูกแม่”