สตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า

    บทที่ 53 ขอบคุณ

    หยางลี่เจินหันกลับไปอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอชะงัก ใบหน้าที่คล้ายกับตัวเธอเอง แต่ดูอ่อนโยนและงดงามกว่าเล็กน้อย หญิงสาวในชุดสีขาวที่เธอจำได้จากภาพสะท้อนในกระจก


    “ซูเหมยหลิน…” หยางลี่เจินเอ่ยชื่ออย่างตกใจ ซูเหมยหลินยิ้มบางๆ แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย “ข้าคือซูเหมยหลิน เจ้าของร่างที่เจ้าอาศัยอยู่มาตลอดเวลา”


    หยางลี่เจินนิ่งงัน ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว “ข้าขอโทษ… ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาอยู่ในร่างของเจ้า”


    ซูเหมยหลินส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ต้องขอโทษ ข้ารู้ว่าเจ้ามาที่นี่โดยไม่ได้ตั้งใจ… แต่ข้าต้องขอบคุณเจ้ามาก”


    “ขอบคุณ?” หยางลี่เจินถามอย่างงุนงง


    ซูเหมยหลินพยักหน้า น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความซาบซึ้ง “ทั้งชีวิตของข้า มีเพียงท่านแม่ที่รักข้าอย่างแท้จริง ข้าถูกบังคับให้แต่งงาน ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการค้า ข้าไม่เคยมีความสุขเลย… แม้กระทั่งในวาระสุดท้ายของข้า”


    หยางลี่เจินมองเธอด้วยสายตาเห็นใจ “เจ้า… ต้องเจอเรื่องที่เจ็บปวดมาก”


    “แต่ข้าได้เฝ้ามองเจ้าอยู่ตลอดเวลา” ซูเหมยหลินกล่าวต่อ “เจ้ารักและดูแลแม่ของข้า รักนางเหมือนแม่แท้ๆ ของเจ้าเอง และเจ้าล้างแค้นแทนข้า นั่นคือสิ่งที่ข้าไม่เคยทำได้ ข้าขอบคุณเจ้าจริงๆ”


    น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของหยางลี่เจิน “ข้าทำไปเพราะข้ารู้สึกเหมือนแม่ของเจ้าเป็นแม่ของข้า… ข้าทำเพราะมันถูกต้อง”


    ซูเหมยหลินยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น “แต่ตอนนี้เจ้าตายแล้ว เจ้าควรกลับไปยังที่ที่เจ้าจากมาเถอะ โลกที่เป็นของเจ้า”


    หยางลี่เจินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ “ข้ายังกลับไปไม่ได้… เหวินเจาเหยียนยังรอข้าอยู่ ข้าไม่สามารถทิ้งเขาไว้ได้”


    ซูเหมยหลินมองเธอด้วยสายตาที่แฝงความเป็นห่วง “ถ้าเจ้าเลือกที่จะอยู่ เจ้าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปยังโลกเดิมของเจ้าอีกแล้วนะ เจ้าแน่ใจหรือ?”


    คำถามนั้นทำให้หัวใจของหยางลี่เจินสั่นไหว เธอหลับตาลง ลมหายใจลึกและหนักหน่วง ภาพของเหวินเจาเหยียนที่กุมมือเธอไว้ตอนที่เธออ่อนแรงที่สุด และคำพูดที่เขาสัญญาว่าจะปกป้องเธอปรากฏขึ้นในความคิด


    “ข้าไม่สามารถปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวได้” เธอกล่าวอย่างหนักแน่น “เขาทำทุกอย่างเพื่อข้า ข้าจะอยู่เพื่อเขา”


    ซูเหมยหลินพยักหน้าเบาๆ แม้ในแววตาจะมีความเศร้า แต่เธอก็ยิ้มออกมา “ถ้านั่นคือสิ่งที่เจ้าตัดสินใจ ข้าจะไม่ขัด แต่จงจำไว้ว่า เมื่อเจ้าตื่นขึ้นมา เจ้าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปยังโลกเดิมอีกเลย” หยางลี่เจินสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพยักหน้า “ข้ายอมรับ” ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเธอ และภาพของซูเหมยหลินค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมกับเสียงกระซิบสุดท้าย


    “ข้าขอให้เจ้ามีความสุข…” จากนั้นทุกอย่างก็มืดลง หยางลี่เจินรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่พาเธอกลับสู่โลกใบเดิม… หรืออาจจะเป็นโลกใบใหม่สำหรับเธอ


    หลังจากสูญเสียหยางลี่เจิน เหวินเจาเหยียนแทบไม่เหลือความอ่อนโยนในหัวใจ เขาจมอยู่กับความเจ็บปวดและความโกรธแค้น การตายของนางไม่ได้เป็นเพียงความสูญเสียส่วนตัว แต่ยังเป็นการประกาศสงครามที่ศัตรูได้จุดขึ้น


    “เตรียมกำลังคน ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกมันลอยนวล” เขาสั่งเสียงเข้ม สายตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว


    “นายท่าน ท่านเพิ่งกลับจากการเดินทาง และยังไม่ได้พักเลย…” องครักษ์คนสนิทกล่าวอย่างกังวล


    “ไม่ต้องพูด ข้าไม่อาจเสียเวลาอีกต่อไป” เหวินเจาเหยียนตอบอย่างเฉียบขาด


    ขบวนของเหวินเจาเหยียนมุ่งหน้าไปยังฐานของศัตรู เขาวางแผนอย่างรอบคอบและลงมือด้วยความไร้ความปรานี การต่อสู้เกิดขึ้นอย่างดุเดือด ศัตรูที่ครั้งหนึ่งเคยมั่นใจในอำนาจของตนเอง ตอนนี้กลับต้องเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นที่ไม่มีวันดับของเขา


    “เจ้ากล้าทำลายสิ่งที่ข้ารักที่สุด เจ้าจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!” เขาตะโกนลั่น พร้อมฟาดดาบในมือ


    การต่อสู้กินเวลานานหลายชั่วโมง แต่ด้วยความชำนาญและความเด็ดเดี่ยวของเขา ศัตรูทุกคนถูกล้มลงทีละคน เหลือเพียงหัวหน้าศัตรูที่นั่งอยู่ในมุมห้อง ใบหน้าซีดเผือด


    “ข้า…ข้าขอโทษ! ข้าไม่ได้ตั้งใจ…”


    “คำขอโทษของเจ้าไม่มีความหมาย” เหวินเจาเหยียนกล่าวเสียงเย็น ดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ “ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าการสูญเสียคนที่รักมันเจ็บปวดเพียงใด”


    เสียงดาบสุดท้ายที่เหวินเจาเหยียนฟันลงทำให้ทุกอย่างเงียบลง ศัตรูที่เคยสร้างความเจ็บปวดให้กับเขา ถูกล้างผลาญจนสิ้น หลังจากจัดการศัตรูทุกคนเสร็จสิ้น เหวินเจาเหยียนไม่ได้รู้สึกโล่งใจ ความว่างเปล่ายังคงเกาะกินหัวใจของเขา


    หลายวันต่อมา เขาเตรียมพิธีนำศพของหยางลี่เจินไปยังทุ่งดอกไม้ที่เขาเลือกไว้เป็นสถานที่พักผ่อนนิรันดร์ของนาง ทุ่งดอกไม้ที่งดงามที่สุด ล้อมรอบด้วยภูเขาและลำธารใส


    ขบวนเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ทุกคนที่มาร่วมส่งหยางลี่เจินต่างแสดงความเคารพและความอาลัย เหวินเจาเหยียนเดินอยู่ข้างโลงศพ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง


    เมื่อมาถึงที่หมาย โลงศพถูกยกวางไว้เหนือหลุมศพ ดอกไม้สีขาวถูกโรยรอบๆ บริเวณ เสียงลมพัดเอื่อยทำให้กลีบดอกไม้ปลิวไปทั่ว


    “เจ้าจะได้พักในที่ที่สงบที่สุด” เหวินเจาเหยียนพูดเสียงเบา สายตามองโลงศพของหยางลี่เจินด้วยความรักและอาลัยแต่ในขณะที่ทุกคนกำลังเฝ้าดูพิธี บางสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นโลงศพที่วางอยู่กลับเริ่มขยับ เสียงเบาๆ ดังขึ้นจากภายใน ทุกคนที่อยู่รอบๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ


    “เกิดอะไรขึ้น?” บ่าวคนหนึ่งกระซิบเบาๆ ก่อนที่ใครจะทำอะไรต่อ ฝาโลงศพก็เปิดออก ร่างของหยางลี่เจินค่อยๆ ลุกขึ้น ดวงตาของนางลืมขึ้นช้าๆ ใบหน้ายังคงซีดเซียว แต่ดวงตากลับเปล่งประกาย


    “ลี่เจิน…” เหวินเจาเหยียนพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เสียงร้องตกใจดังขึ้นจากคนรอบข้าง หลายคนวิ่งหนีออกไปทันที บางคนล้มลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว หยางลี่เจินหันไปมองรอบๆ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสับสน ก่อนจะสบตากับเหวินเจาเหยียน


    “ท่าน…” นางพึมพำ น้ำเสียงแผ่วเบา


    เหวินเจาเหยียนไม่รอช้า เขารีบเข้าไปประคองนางไว้ในอ้อมแขน แม้ความตกใจยังคงอยู่ แต่ความโล่งใจและความยินดีกลับท่วมท้นในใจของเขา


    “เจ้ากลับมา… เจ้ากลับมาจริงๆ” เขาพูดเสียงสั่น น้ำตาที่ไม่เคยมีใครเห็นไหลลงอาบแก้ม


    หยางลี่เจินพยายามยิ้ม แม้ร่างกายจะยังอ่อนแรง “ข้ารู้ว่าท่านรอข้า…”


    บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความเศร้าหมองกลับกลายเป็นความตกตะลึงและปิติ เหวินเจาเหยียนไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เขากอดนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่านางจะหายไปอีกครั้ง


    “ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าจากข้าไปอีก” เขาพูดเบาๆ แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง…


    คล้ายกับเรื่องสตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า ที่คุณอ่าน