บทที่ 7
ขณะที่ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องโถงกลาง ประตูห้องทำงานของพ่อก็เปิดออกและปิดลง ลาร่าเอี่ยวตัวไปมอง และแล้วก็หยุดยืนรออยู่ตามมารยาท เมื่อเห็นว่าเป็นแรนส์ แมคเควด"กำลังจะกลับหรือคะ คุณแมคเควด? " เธอเอ่ยถามขณะที่จับตามองดูร่างสูงๆ เดินเข้ามาใกล้ รู้สึกหวั่นไหวเยือกเย็นขึ้นมา"ครับ ไม่อยากให้การต้อนรับผมต้องยืดเยื้อเกินไป" ตอบอย่างสุภาพด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ"ฉันรู้ค่ะว่าพ่อสนุกมากที่ได้คุยกับคุณเรื่องงานหนังสือแต่คุณคงเบื่อแย่เลย" ลาร่าตอบเรียบๆ แต่ก็ด้วยกิริยาดีดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นชำเลืองปราดไปทางบันไดซึ่งเหมือนจะเป็นจุดหมายปลายทางของเธอแต่แรก"นี่คุณจะขึ้นไปนอนละหรือครับ? ""ฉันกำลังจะขึ้นไปอ่านหนังสือบนห้องน่ะค่ะ" เธอตอบเเข็งๆ ไม่แน่ใจว่าทำไมเขาถึงได้ถาม รอยยิ้มอย่างเห็นขันฉาบอยู่บนริมฝีปากของแรนส์คล้ายเขาจะเห็นสัญญาณ "ห้ามผ่าน" ปรากฏขึ้นในดวงตาคู่สีเขียวเข้มของเธอ"ถ้ายังงั้นผมก็ยินดีที่จะได้ถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณสำหรับอาหารค่ำที่แสนอร่อยวันนี้เสียเลย" เขาบอก"เราสิคะที่ต้องเป็นฝ่ายขอบใจที่คุณเอานกมา" ถ้อยคำสนทนาตามมรรยาทเริ่มจะสั่นไหวประสาทของลาร่า เธออยากจะให้เขากล่าวคำอำลาแล้วไปๆ เสียทีมากกว่า"ผมจะออกไปทางประตูลานบ้านได้ไหมครับ? " เขาเอี้ยวตัวไปมองประตูทางออกด้านตรงข้ามสุดห้องโถง "รู้สึกว่าถ้าเดินออกทางนี้จะกลับบ้านไกลกว่า""คุณเดินมาหรือคะนี่" เรียวคิ้วบางๆ เลิกขึ้นราวพิศวงเพราะระยะทางจากเรือนใหญ่ไปถึงเรือนหลังเล็กซึ่งต้องเดินผ่านป่าสนนั้นเกือบจะหนึ่งไมล์"ครับ" ดวงตาของเขาพราวขึ้นเมื่อเห็นแววแปลกใจจากเธอ "ผมชอบเดินรับอากาศบริสุทธิ์ เท่ากับเป็นการออกกำลังไปในตัว"ลาร่าเลือกที่จะไม่ต่อความยาวสาวความยืด แม้มันจะเหมาะแก่การใช้ยานพาหนะที่ทันสมัยมากกว่าใครที่คิดจะเดินแม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ เธอจึงหมุนตัวกลับ"ประตูใส่กุญแจไว้ค่ะ ฉันจะไปเอาลูกกุญแจมาไขให้" เธอบอก"ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณลำบากเลย""ไม่ลำบากอะไรหรอกค่ะ" เธอตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นห้องเก็บของตรงห้องโถงนั้นซ่อนอยู่ใต้บันได ลาร่าปลดสายยูผลักบานประตูออกเอื้อมไปหยิบพวงกุญแจที่แขวนอยู่ตรงมุมห้องเธอเกิดความลังเลใจขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนที่จะเอื้อมไปหยิบผ้าคลุมไหล่สีดำที่แขวนอยู่กับตะขอ อากาศในยามค่ำคืนออกจะเย็นอยู่ แม้จะเป็นเดือนกุมภาพันธ์แล้วก็ตาม เธอใช้ผ้าผืนนั้นคลุมลงบนเรือนผมสีแดงอมทองก่อนที่จะหลบไปรอบไหล่ทันเห็นประกายแห่งความพึงพอใจปรากฎอยู่บนใบหน้าของแรนส์แมคเควดศีรษะของเธอเชิดขึ้นอย่างสง่า เสียงกุญแจกระทบกันดังกรุ๋งกริ๋งอยู่ในมือ"มีอะไรผิดปรกติไปหรือคะ คุณแมคเควด? " น้ำเสียงที่ถามเยือกเย็นปานน้ำแข็ง"ไม่มีอะไรหรอกครับ เห็นคุณแต่งอย่างนี้แล้วทำให้นึกถึงเจ้าหญิงในปราสาทน่ะ" เขายึดร่างขึ้นเล็กน้อย เอี้ยวตัวไปทางด้านประตู "เราจะไปกันหรือยังล่ะครับ? "ลาร่ารวบชายกระโปรงขึ้น เดินนำเขาออกไปตามทางเดินในห้องโถงตรงไปยังประตูด้านที่เปิดออกสู่ลานบ้านด้านหลังบ้านหลังนี้ก่อสร้างขึ้นแบบทรงสเปน ลักษณะเหมือนอักษร "ยู" ตัวใหญ่ มีลานบ้านขนาดเล็กอยู่รอบทั้ง 3 ด้านส่วนด้านที่ 4 นั้นเป็นกำแพงอิฐ เป็นประกันในสิทธิส่วนบุคคล ทางเข้าอีกทางเดียวนอกจากประตูบ้านด้านหน้าแล้ว คือประตูเหล็กตัดมั่นคงแข็งแรงซึ่งอยู่ตรงประตูทางโค้งของกำแพงที่ต้องใส่กุญแจล็อกไว้ตลอดเวลาตรงสนามหน้าบ้านนั้นมีพุ่มไม้ใบหญ้า กับสวนไม้ดอกเล็ก นอกจากทิวสนที่ยืนต้นให้ร่มเงาแก่พื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม กับต้นแม็กโนเลียอีก 2 ต้น ส่วนสนามด้านข้างและด้านหลังกลับมีไม้ดอกไม้มากมาย ซึ่งอีกไม่นานก็จะแตกช่อบานไสวอากาศจะเย็นชื่นแสนสบายท่ามกลางบรรยากาศแห่งสีสันเมื่อมีแสงอาทิตย์แห่งฤดูร้อนจรัสจ้าอยู่เหนือศีรษะในยามค่ำคืนเช่นนี้ เมื่อปราศจากแสงจากโคมไฟตรงสนามด้วยแล้ว บริเวณนี้ค่อนข้างจะมืดอยู่ แสงจันทร์ซีดๆ ส่องกระทบลายน้ำพุตรงกลางลาน ลาร่ำไม่ใคร่ชอบบรรยากาศรอบตัวนัก เพราะดูราวกับมันจะปิดกั้นตัวเองไว้จากโลกภายนอกเธอมีความสุขกับการที่จะใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง มิใช่มีแรนส์แมคเควดอยู่เคียงข้างในบรรยากาศเช่นนี้"คุณมีบ้านสวยมากครับ คุณนายคอซแรนส์" เขาเอ่ยก่อนราวจะชวนคุยขณะที่เดินทอดน่องไปช้าๆ"ขอบคุณค่ะ" ลาร่าถูกมรรยาทบังคับไว้ให้สะกดกลั้นความปรารถนาที่จะเร่งให้เขาเดินเร็วขึ้น และต้องพลอยเดินทอดน่องตามไปด้วย"รู้สึกว่ามันมีไม่มากนะครับ สำหรับลูกสาวที่แต่งงานแล้วจะไม่ต้องแยกบ้านออก"เธอหันมามองเขา แววในดวงตาบอกความระแวดระวังอยู่หรือว่าเธอจะจับสำเนียงเยาะหยันที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดประโยคนั้นได้? เงาสลัวๆ อำพรางสีหน้าของเขาไว้จึงทำให้เธอไม่ใคร่แน่ใจนัก"บ้านใหญ่ออกอย่างนี้ ทั้งเทรเวอร์กับฉันก็เลยไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องหาที่อยู่ใหม่น่ะค่ะ" ลาร่าพบว่าตัวเองกำลังปกป้องการตัดสินใจครั้งนี้อยู่ "แล้วพ่อก็ไม่อยากจะอยู่ในบ้านหลังนี้ตามลำพังด้วย""ผมไม่ค่อยเคยเห็นคู่แต่งงานใหม่คู่ไหนที่จะตัดสินใจได้ดีอย่างนี้นะครับ"แม้เธอจะไม่เห็นสีหน้าของเขา แต่ลาร่าก็รู้ว่าเขากำลังจับตามองดูเธออยู่อย่างพิจารณา ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก ราวถูกส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์"ฉันคิดว่าคุณเข้าใจผิดแล้วละค่ะ คุณแมคเควดแต่งงานทุกคู่ย่อมจะต้องหาที่อยู่ด้วยกันทั้งนั้นและเราก็เลือกที่นี่"ทั้งคู่เดินใกล้น้ำพุตรงกลางสวนเข้ามาทุกที แสงจันทร์สาดลงบนไหล่กว้างของเขา และอาบผิวสีครีมของเธอด้วยแสงเงินยวง ผ้าคลุมสีดำเน้นกรอบหน้ารูปไข่ให้เด่นชัดขึ้น เรือนร่างของเธอสูงระหง ศีรษะเชิดสง่า"ผมคิดว่าคุณพ่อของคุณคงดีใจมากที่คุณเลือกวิธีนี้"เขาพูดเรื่อยๆ ไม่มีสำเนียงถามไถ่เช่นในตอนแรก "เมื่อตอนที่ผมมาใหม่ๆ ยังสงสัยเลยว่าทำไมผู้ชายที่ยังไม่แก่อย่างคุณพ่อของคุณ ถึงได้ต้องการจ้างคนดูแลไร่ด้วย เพราะดูท่าแล้วท่านน่าจะทำได้ด้วยตัวเองด้วยซ้ำ แต่พอมาถึงตอนนี้ เมื่อรู้ว่าท่านตั้งใจจะเขียนหนังสือ ผมก็เลยเข้าใจในเหตุผล"รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกจุดประกายขึ้นบนริมฝีปากของลาร่าอย่างไม่รู้ตัว"พ่อฉันน่ะท่านวางตัวเป็นสุภาพบุรุษเจ้าของไร่ปศุสัตว์แล้วก็เลยใช้เวลาที่เหลือสนองความต้องการของตัวเองที่อยากจะเขียนหนังสือไปด้วย""แต่มันก็ต้องใช้ความพยายามและเป็นงานหนักมากทีเดียวที่จะสร้างไร่ปศุสัตว์แห่งนี้จากเดิมซึ่งมีเนื้อที่ไม่กี่ร้อยไร่ ให้กลายเป็นจำนวนพันๆ ไร่อย่างนี้" แรนส์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบๆ"พ่ออาจจะเป็นนักกินอุดมคติที่ออกจะโรแมนติกอยู่สักหน่อย" ลาร่าตอบด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก "แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าท่านหมดความมานะหรอกนะคะ พ่อสามารถจะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้เป็นผลสำเร็จเสมอ มีความสุขอยู่กับการที่ได้เป็นเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จ ซึ่งก็ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึงขั้นนี้ พอทำสำเร็จแล้ว ก็หันไปหางานอื่นทำต่อเรื่อยๆ ""แต่ผมกลับมีความรู้สึกว่าคุณไม่ใช่นักอุดมคติที่มีอารมณ์โรแมนติกเลยนี่ครับ คุณนายคอชแรนส์" คำพูดประโยคนั้นแฝงสำเนียงขบขันไว้อย่างเห็นได้ชัด"ฉันเป็นคนชอบความจริงค่ะ...คุณแมคเควด" เธอตอบ "ฉันไม่ใช่คนประเภทที่จะทุ่มตัวลงไปในอะไรทั้งนั้น ไม่แม้แต่..." ไม่แม้แต่ในหน้าที่ของภรรยา...ลาร่าเกือบจะพลังปากพูดออกไปแล้ว แต่ชะงักคำพูดไว้ได้ทัน และเปลี่ยนถ้อยคำตรงท้ายประโยคเสีย "แม้แต่การเป็นเจ้าหญิงในปราสาทก็เถอะ" เธอใช้คำที่กล่าวถึงตอนแรก " "ฉันชอบที่จะใช้ชีวิตให้มันผ่านไปแต่ละวันมากกว่าที่จะไปขันสู้กับความมักใหญ่ใฝ่สูง""แล้วคุณไม่เบื่อหรือครับ อย่างที่คุณพูดว่าชอบทำหน้าที่แม่บ้าน ทำให้บ้านมีความสุขอยู่เสมอ ไม่ว่าสามีจะกลับมาเวลาไหน? "ดวงตาสีเขียวขาบคู่นั้นชำเลืองปราดขึ้นมองใบหน้าของเขาและทันเห็นแววเยาะตรงมุมปาก และให้รู้สึกชิงขังในความยโสโอหังของผู้ชายคนนี้มากกว่าทุกครั้งที่เคยเป็นมา"ชีวิตฉันพรั่งพร้อมดีค่ะ" เธอตอบโต้คำถามของเขาเพียงสั้นๆ รู้อยู่แก่ใจว่าทั้งเขาและเธอต่างก็มีความไม่ชอบหน้าเท่าเทียมกันอยู่