“เรื่องนั้นไม่สำคัญหากท่านจะทำเช่นนี้เพียงเพื่อแสดงความรับผิดชอบเหตุการณ์ในวันนั้นข้าก็ไม่ต้องการ” ซูจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังนางไม่พอใจนักที่ทั้งเยี่ยนจิ้นหลิงและซิ่นเฉิงต่างเอาแต่พูดเรื่องความรับผิดชอบราวกับนางเป็นเพียงภาระที่พวกเขาต้องจัดการ
พอได้ฟังองครักหนุ่มก็ยิ้มที่มุมปาก รู้สึกหวานล้ำในใจที่แท้ซูจิ้งก็คิดมากถึงเพียงนี้ เช่นนั้นเขาก็ควรพูดกับนางอย่างตรงไปตรงมา
“หากข้าไม่ชอบเจ้าก็คงไม่อยากรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น”
“ท่านหมายความว่าอย่างไรนะเจ้าคะ” ซูจิ้งมองหน้าเขาอย่างตกตะลึง
“หมายความว่า ซิ่นเฉิงชอบจิ้งเอ๋อร์ ขอโอกาสให้ข้าได้พิสูจน์ความจริงใจสักครั้งเถิดนะ”เขาดึงร่างบอบบางเข้ามาในอ้อมกอดแล้วโน้มศีรษะลงแตะจุมพิตบนไรผมหอมกรุ่น
“ท่านองครักษ์ซิ่น...”เสียงนางเบาจนหายไป หัวใจเต้นระส่ำไม่อาจควบคุม ยามนี้บุรุษผู้ชิงจูบแรกจากนางไปกำลังอ้อนวอนขอความรักกับตนเองอยู่
“รับปากเถิด”
“คือว่า...ข้า...” ซูจิ้งอึกอัก
“จิ้งเอ๋อร์...ได้โปรด” องครักษ์หนุ่มเว้าวอนมือเชยคางงสาวน้อยขึ้นเขาสบนัยน์ตาหวานของสตรีตรงหน้าด้วยประกายที่เต็มไปด้วยความวาดหวัง
“กะ...ก็ได้เจ้าค่ะ”ซูจิ้งตอบออกไปราวกับคนละเมอ นางไม่สามารถต้านทานสายตานั้นได้อีกต่อไป
ซิ่นเฉิงโน้มศีรษะลงมาช้าๆจนหน้าผากของพวกเขาชนกัน ทั้งสองสบนัยน์ตากันเนิ่นนานลมหายใจอุ่นรดดวงหน้าของแต่ละฝ่าย ชายหนุ่มค่อยๆ เลื่อนฝ่ามือข้างหนึ่งขึ้นรั้งท้ายทอยของนางเอาไว้อีกมือหนึ่งโอบกระชับให้เรือนกายหอมเข้าแนบชิดจนในที่สุดริมฝีปากบางก็ครอบครองกลีบปากสีกุหลาบอย่างสมบูรณ์เขาบรรจงจุมพิตอย่างทะนุถนอม ไม่ดุดันรุนแรงเท่าตอนที่อยู่ในสวนตะวันออกของวังหลวง
ซูจิ้งเหมือนถูกสูบวิญญาณออกไปสัมผัสครานี้ของชายหนุ่มช่างวาบหวามยิ่งนัก ลิ้นร้อนค่อยๆล่อหลอกหยอกเย้าให้นางเผยอริมฝีปากรับ ลิ้นนางเกี่ยวกระหวัดรับรสบุรุษช้าๆสร้างกระแสรัญจวนยิ่งกว่าครั้งก่อน
ครั้นเห็นว่าตนเองจูบจนนางหายใจแทบไม่ทันซิ่นเฉิงจึงค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย เขาต้องการจะหยุดเวลาไว้เหลือเกิน
‘นี่หรือคือความรู้สึกยามรักชอบสตรีสักคน’
ครานี้ซิ่นเฉิงพอจะเข้าใจผู้เป็นนายแล้ว เพราะเหตุนี้นี่เองท่านอ๋องจึงได้ยอมเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อให้ได้อยู่กับหวางเฟย
“ซูจิ้ง ข้าสัญญาว่าจะดีต่อเจ้า”องครักษ์หนุ่มกระซิบคำมั่น นัยน์ตาสีดำดุจราตรีจ้องจดจ้องนางอย่างแน่วแน่“ข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับสตรีใดมาก่อน เจ้าทำให้ข้านึกอยากมีใครสักคนเคียงข้างกาย”
“บุรุษก็ปากหวานเช่นนี้ทั้งนั้นแต่ความจริงเป็นเช่นไร กว่าสตรีอย่างเราจะล่วงรู้ก็ชอกช้ำใจไปเสียแล้ว”นางกล่าวดัก
“ข้าไม่ใช่บุรุษเช่นที่เจ้าหวาดกลัว”ซิ่นเฉิงกระซิบพลางกระชับอ้อมแขนขึ้นเพื่อให้นางมั่นใจ
“ขอให้จริงดังว่า มิเช่นนั้นข้าจะขอให้ท่านอ๋องสับท่านแล้วโยนลงบ่อไปซะเลย”
“ผู้หญิงของข้า...ช่างโหดร้ายเสียจริง”องครักษ์หนุ่มกลั้วหัวเราะ สาวน้อยยังช่างเจรจาเวลานางพูดประชดประชันก็แลดูน่ารักมาก
“ท่านก็ควรกลัวเอาไว้จะได้ไม่กล้าออกนอกลู่นอกทาง”
“ซิ่นเฉิงกลัวแล้วขอรับ” องครักษ์หนุ่มหยอกเย้าสตรีตัวน้อยแล้วก้มลงจุมพิตบนพวงแก้มสีชมพูระเรื่อของนางอีกทีหนึ่งผิวพรรณของซูจิ้งจัดว่างามมากเนียนนุ่มและหอมหวานไม่แพ้นางกำนัลชั้นหนึ่งในวังหลวงมือของนางไม่ได้สากด้านเช่นสาวใช้ทั่วไป แสดงว่าจวนไคกั๋วกงดูแลนางเป็นอย่างดี
พอเข้าใจกันแล้วซิ่นเฉิงก็ยังไม่ยอมปล่อยซูจิ้งออกจากอ้อมกอดง่ายๆเขาประทับจุมพิตลงตรงใบหูของดรุณีน้อยแล้วขบเบาๆ ร่างบางสั่นสะท้าน เขาได้ยินเสียงหัวใจของนางเต้นถี่จึงรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าตน
“จิ้งเอ๋อร์...”ชายหนุ่มกระซิบเรียกชื่อนางเบาๆ แล้วครอบครองกลีบปากสีชมพูอีกครั้งหนึ่ง
ซิ่นเฉิงลิ้มรสจุมพิตอันแสนหวานมิรู้เบื่อซูจิ้งจิตใจล่องลอยยอมให้เขาทำตามใจ จนในที่สุดนางก็เรียนรู้ที่จะจูบตอบบุรุษ
ทั้งสองจุมพิตกันอย่างดูดดื่มซูจิ้งลืมสิ้นซึ่งคำเตือนของเยี่ยนจิ้นหลิง
เรือนคุณชายรอง จวนไคกั๋วกง
เพล้ง! เสียงจอกหยกแตกกระจาย
หลังจากเยี่ยนจิ้นหลิงสะดุ้งตื่นก็ระบายโทสะที่มีทันที
ยามนี้กุนซือหนุ่มอยู่ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้านิ่วคิ้วขมวด แทบไม่มีเค้ารางของหนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งนัยน์ตาหงส์สาดประกายวาวโรจน์ กลิ่นอายสังหารแผ่ลามไปทั่วร่างเขากัดปากตนเองจนห้อเลือด รู้สึกหงุดหงิดยิ่งนักที่ใครบางคนไม่รักษาสัญญาส่วนอีกคนหนึ่งก็ไม่กลัวตาย
‘บัดซบ! นิมิตรนั้นชัดเจนยิ่งกว่าเก่าแทบไม่เลือนรางอีกต่อไปแล้ว ทำไมคนน่าตายพวกนี้ชอบขัดคำสั่งของข้านักไม่คิดทำตามสัญญา หรือคำขู่พวกนั้นไม่น่ากลัวพอจะให้จดจำฝังเข้าไปในหัว ไม่ได้ ข้าจะต้องหาทางเอาซูจิ้งคืนมา’
แม้ต้องแต่งงานกับสาวใช้เขาก็พร้อมที่จะทำ และใช่ว่าชาติกำเนิดที่แท้จริงของซูจิ้งจะต่ำต้อยเสียเมื่อไหร่ เป็นเพราะบิดาไม่อยากให้เขารับผิดชอบเรื่องทั้งหมดด้วยการรับนางเป็นภรรยาจึงจงใจให้บุตรสาวอดีตกุนซือประจำตระกูลอยู่ในจวนด้วยฐานะสาวใช้ของเยี่ยนเยว่ฉีแต่ปัญหาใหญ่ก็คือบิดาสั่งเอาไว้อย่างเด็ดขาดว่าต่อแต่นี้ทุกอย่างซูจิ้งต้องเป็นคนตัดสินใจเขาไม่มีอำนาจจะไปบังคับนางได้ดั่งที่ผ่านมาอีกแล้ว
ยิ่งคิดก็ยิ่งเดือดดาลโทสะของจิ้งจอกหนุ่มแห่งแคว้นพุ่งถึงขีดสุดยามนี้เขาอยากจะบุกเข้าจวนฉินอ๋องไปฆ่าซิ่นเฉิงให้หมดเรื่องหมดราวติดอยู่ที่องครักษ์น่าตายผู้นั้นเป็นคนของมู่เลี่ยงหรง หากตนบุกเข้าไปจัดการคนมีหวังได้โดนประหารทั้งตระกูลข้อหากบฏ
บุรุษผมเงินลุกขึ้นเดินไปมาราวกับหนูติดจั่นจิตใจย่ำแย่ อันตัวเขาก็ผ่านศึกแคว้นเป่ยมามากมายสุดจะนับยังไม่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้ประหม่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้
‘ข้าต้องหาทางอื่นแล้ว’