เมื่อสองสัปดาห์ก่อน
“นายท่านขอรับ อวี้เทียนมายืนรอท่านอยู่ที่หน้าประตูเรือน บอกว่าอยากพบท่านขอรับ”
“เฮ้อ...ไปเรียกเขาเข้ามา” เหวินฮ่วนเอนตัวลงพิงพนักเก้าอี้ไม้แล้วนวดขมับตัวเองเบา ๆ
ไม่นานนักชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวเก่า ๆ ก็เดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับตะกร้าสานใบหนึ่ง เขาเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเหวินฮ่วนแล้ววางตะกร้าลงบนโต๊ะกลมเบา ๆ
“ข้าได้ยินมาว่าเหวินจงลูกชายของเ้าชอบทานส้มจากสวนของข้ามากนัก ข้าเลยถือโอกาสนำมาฝากเขาตอนที่มาเยี่ยมเ้าในครั้งนี้”
“ขอบใจเ้ามาก” เหวินฮ่วนเงียบไปพักหนึ่งก่อนกล่าวเสียงต่ำ “สามปีแล้วที่เ้าไม่ได้มาเยี่ยมข้า เหตุใดวันนี้เ้าจึงมาเยี่ยมข้าได้ ทั้งที่ข้าเคยกล่าวขับไล่ไสส่งเ้า”
“เื่ที่เราเคยบาดหมางกันนั้นมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้เ้าจะคิดว่าข้าเป็คนเลวต่ำช้าอยู่ก็ตาม แต่ข้าก็ไม่เคยคิดเป็ศัตรูกับเ้า” อวี้เทียนกล่าวเสียงต่ำพร้อมกับยื่นถุงเงินไปให้คนตรงหน้าด้วยฝ่ามือที่หยาบกร้าน
“เงินหนึ่งพันชั่งที่เ้ากล่าวหาว่าข้าขโมยของเ้าไปข้าได้นำมาคืนเ้าตามจำนวนแล้ว ข้ามัวแต่ทำงานอย่างหนักคอยเก็บสะสมมานานนับสามปีจึงมิได้มาเยี่ยมเ้า ต้องขออภัยจริง ๆ”
เหวินฮ่วนชะงักค้างไปพักใหญ่ มองถุงเงินด้วยดวงตาที่ซาบซึ้ง อดีตสหายคนสนิทผู้นี้ที่เขาเคยกล่าวหาว่าเป็ชายขี้ขโมย บัดนี้อวี้เทียนได้กลับมาอยู่ต่อหน้าเขาพร้อมทั้งคืนเงินมาให้เขาครบจำนวนโดยที่ตัวเองนั้นก็แทบจะไม่มีเงินติดตัว
“ที่ผ่านมาข้าก็คิดว่าข้าทำกับเ้ามากเกินไปจริง ๆ จนถึงขั้นตัดมิตรกับเ้า แต่ถึงกระนั้นข้าก็ยังคงอยากเป็สหายกับเ้าอยู่เช่นเดิม อวี้เทียนเก็บเงินพวกนี้ไว้กับตัวเ้าเถิด เื่ที่มันเคยผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป”
เหวินฮ่วนจิบชาไปอึกหนึ่งแล้วกล่าว “ข้าได้ยินผู้คนต่างร่ำลือกันว่าลูกสาวของเ้างดงามยิ่งนัก ตอนนี้นางอายุเท่าไหร่แล้วรึ”
“ปีนี้อวี้หลินลูกสาวของข้าย่างเข้าสิบแปดปีแล้ว”
“เช่นนั้นถ้าหากเ้าและข้าอยากสานสัมพันธ์กัน เหตุใดเราจึงไม่หมั้นหมายลูกสาวเ้ากับลูกชายข้าเสียล่ะ”
อวี้เทียนเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงันก่อนจะกล่าวออกมา “เป็เื่ที่น่ายินดียิ่งนัก เช่นนั้นทำอย่างที่เ้าว่าเถิด ข้าจะรีบไปบอกข่าวดีกับลูกสาวข้า”
ทันใดนั้น เหวินฮ่วนก็หัวเราะร่าออกมาเสียงดัง “ฮ่า ๆ โบราณเขาว่ากันว่าหากแต่งกันได้เร็ววันยิ่งดี เช่นนั้นงานแต่งงานของลูกเ้าและลูกข้าจะจัดขึ้นในอีกสองสัปดาห์”
❉:‧ .。.:*・❀.。‧:❉:‧ .。.:*・❀.。‧:❉:
“ว่าอย่างไรนะท่านพ่อ!! ข้าและเหวินจงจะต้องแต่งงานกันงั้นรึ!” หญิงสาวร้องเสียงดังลั่นด้วยความใ
“อวี้หลิน เ้าโตเป็สาวพร้อมที่จะออกเรือนแล้ว”
“ท...ท่านพ่อ แต่ว่าข้า...ข้า...” อวี้หลินกล่าวอย่างกระอึกกระอักพร้อมกับดวงตาที่เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า
“งานแต่งนี้ก็เพื่อตัวเ้าและครอบครัวเรา นับวันพ่อก็ยิ่งแก่แทบไม่มีแรงจะทำงานแล้ว ส่วนพี่ชายของเ้าก็ป่วยหนัก ทั้งนี้ ก็เพื่อสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างสกุลเราและสกุลเหวินไว้” อวี้เทียนกล่าวเสียงดัง
“แค่ก ๆ ท่านพ่อ หากนางไม่อยากแต่งกับคนที่นางไม่ได้รัก ท่านก็อย่าไปบังคับนางเลย” อวี้ิเดินลงมาจากบันไดอย่างช้า ๆ พร้อมกับเสี่ยวหยางที่ช่วยพยุงเขาเดิน
“ท่านพ่อ นางมีคนรักอยู่แล้ว”
“อวี้ิ เ้าว่าอย่างไรนะ!” อวี้เทียนร้องถามเสียงดังด้วยความใ
“ท่านพ่อได้โปรด ข้ามีคนรักจริง ๆ อย่างที่ท่านพี่อวี้ิกล่าว เขาเป็บัณฑิตที่อยู่ห่างจากบ้านเราไม่ไกลนัก และข้ากับเขาให้คำสัญญากันว่าจะแต่งงานกัน”
“อวี้หลิน แล้วเ้าจะให้พ่อทำเยี่ยงไร! เ้าจะให้พ่อเป็คนไม่มีสัจจะงั้นรึ!” อวี้เทียนกล่าวเสียงดังก่อนที่ขาทั้งสองข้างของเขาจะเริ่มอ่อนแรง ทั้งรู้สึกหน้ามืดจวนจะเป็ลม เมื่อเห็นเช่นนั้นอวี้หลินจึงรีบไปพยุงตัวอวี้เทียนมานั่งที่เก้าอี้
อวี้ิกล่าวเสียงเบา “ท่านพ่อ เื่ของความรักท่านไม่สามารถบังคับผู้ใดได้ แค่ก ๆ...หากการแต่งงานกับสกุลเหวินนั้นเพื่อครอบครัวของเราและเพื่อเป็การรักษาคำพูดของท่านพ่อ ตัวข้านั้นก็ยินดีที่จะปลอมเป็นางเพื่อไปแต่งงานแทนขอรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอวี้เทียนก็ใจกระตุกทันใด “อวี้ิ นี่เ้ากล่าวอะไรออกมา หากเ้าถูกจับได้จะทำเยี่ยงไร!”
“ท่านพ่อ ข้าทนเห็นน้องสาวตัวเองต้องเ็ปใจไม่ได้จริง ๆ...” อวี้ิพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
อวี้เทียนนั่งเงียบพร้อมกุมขมับไปสักพักหนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น “พ่อนั้นก็ไม่อยากจะบังคับอวี้หลินหรอก และพ่อก็ไม่อยากเสียสัจจะกับเหวินฮ่วน ถ้าเช่นนั้นแค่เข้าพิธีเสร็จก็คงพอ เมื่อเ้ามีโอกาสจงหาทางหนีออกมา พ่อจะส่งสัญญาณเป็เสียงนกให้เ้าแอบหนีมากับพ่อ แล้วเราจะออกเดินทางไปยังทิศตะวันออกกันในคืนนั้น”
“ขอรับ...”
ภายในห้องไม้สี่เหลี่ยมแคบ ๆ อวี้ินั่งบนเตียงพร้อมกับไอออกมาอย่างหนัก ดวงตาที่พร่ามัวของเขาก็พลันเห็นชายหนุ่มสวมชุดแปลกประหลาดคนหนึ่งกำลังยืนกุมขมับแน่นอยู่ใกล้กับโต๊ะกลางห้อง อวี้ิพยายามเพ่งตามองร่างของชายหนุ่ม สักพักประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยอวี้หลิน
อวี้หลินก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องแล้วนั่งลงบนเตียงข้างอวี้ิ “ท่านพี่ ท่านอย่าฝืนตัวเองเพื่อข้าเลย หากท่านพี่ทำเช่นนั้นจะลำบากท่านมิใช่หรือ” อวี้หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ข้าก็ทนเห็นน้องสาวตัวเองฝืนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักไม่ได้เช่นกัน แค่ก ๆ” ทันใดนั้น อวี้ิก็ยกมือขึ้นปิดปากพร้อมกับไอออกมาเป็เืสีแดงคล้ำจนอวี้หลินเบิกตากว้างด้วยความใ นางรีบนำผ้ามาเช็ดเืที่มือและริมฝีปากของอวี้ิโดยเร็ว
“อวี้หลิน ดูเอาเถิด นับวันอาการป่วยของข้าก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ ข้าไอออกมาจนเป็โลหิต บางคราก็รู้สึกปวดหัวจนแทบจะทนไม่ไหวทั้งข้าวปลาข้าก็กินไม่ลง หลายปีที่ผ่านมาข้าไม่เคยช่วยพ่อหรือเ้าทำมาหากินเลยสักครั้ง ได้แต่นอนซมอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ หากอีกไม่กี่วันนี้ข้าต้องจากโลกนี้ไป ก็ขอให้ข้าได้ทำประโยชน์เพื่อเ้าและครอบครัวก่อนสักครั้ง”
“ท่านพี่...ท่านอย่าได้กล่าวเป็ลางเช่นนั้น” ดวงตาของอวี้หลินเริ่ิมร้อนผ่าว
“ในคืนวันพรุ่งนี้เ้าจงให้คนรักของเ้าพาเ้าหนีไปที่อื่นเสีย และเ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้า ข้าสัญญาว่าจะทำให้สำเร็จ”
“ขอบคุณท่านพี่ ข้าจักไม่ลืมบุญคุณท่าน ฮึก...” ทันใดนั้น น้ำตาของอวี้หลินก็หลั่งรินไหลลงมาเป็สาย นางแนบใบหน้าซบลงที่อกของอวี้ิเบา ๆ
อวี้ิยกมือขึ้นมาลูบผมของนางด้วยความเอ็นดู
ในวันแต่งงาน ก่อนที่เกี้ยวเ้าสาวจะมาถึง
“คุณชาย ข้าแต่งหน้าให้ท่านเสร็จแล้วเ้าค่ะ ท่านดูงดงามยิ่งนัก” เสี่ยวหยางพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
“เสี่ยวหยาง ข้าบอกเ้าแล้วมิใช่หรือว่าให้เ้าเรียกข้าว่าคุณหนู หากเ้าหลงเรียกข้าว่าคุณชายอยู่เช่นนี้ละก็ คงถูกคนอื่นจับได้ก่อนพอดี”
“เ้าค่ะคุณหนูอวี้หลิน”
ทันใดนั้น เสียงเครื่องดนตรีบรรเลงพลันดังขึ้นอยู่หน้าเรือนหลังเก่า อวี้ิค่อย ๆ หรี่ตาคมงามลงแล้วกล่าวเสียงแหบพร่าพร้อมกับไอออกมา “เสี่ยวหยาง เ้าไปดูข้างนอกหน่อยว่าเกี้ยวเ้าสาวมาแล้วใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะ” เสี่ยวหยางขานรับแล้วเปิดประตูออกจากห้องไป
อวี้ินั่งมองตัวเองในกระจกไปได้สักพักหนึ่งก็ไอออกมาอย่างแรง ทั้งรู้สึกแน่นที่หน้าอกจนหายใจไม่ออก
“ไม่...ข้าจะตายตอนนี้ไม่ได้...ข้าต้องทำตามสัญญา...ให้ได้เสียก่อน”
อวี้ิเดินไปที่เตียงอย่างทุลักทุเลแล้วพยายามควานหาตลับยาที่ตนมักวางไว้ข้างหมอนเผื่อกินยามฉุกเฉิน
ทันใดนั้น ร่างกายของอวี้ิก็ฟุบลงบนเตียง เขาพยายามเคลื่อนมือสั่นเทาไปที่ตลับยา “อีกนิดเดียว...เท่านั้น” ไม่นานนักมือทั้งสองข้างของอวี้ิก็พลันอ่อนแรงแนบลงบนเตียง
อวี้ิที่นอนนิ่งหายใจรวยรินอยู่นั้น ดวงตาพร่าเลือนของเขาก็พลันเห็นแสงสว่างพร้อมกับชายร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยกำลังวิ่งยื่นฝ่ามือมาทางเขา อวี้ิค่อย ๆ เคลื่อนมือสั่นเทาไปคว้าภาพนั้นไว้ก่อนจะหลับตาที่หนักอึ้งลง