ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบของหญิงสาวในชุดกี่เพ้ารัดรูปสีแดงสดกำลังวิ่งอย่างกระหืดกระหอบลัดเลอะเข้าไปในโกดังเก็บสินค้าในยามค่ำคืน
รอบด้านมืดครึมวังเวงเพราะแสงจันทร์ถูกซ่อนใต้เมฆหมอกจนความหนาวเย็นซึมผ่านิัราวกับถูกเข็มนับล้านทิ่มแทงให้สั่นสะท้าน
แต่ที่น่าหวั่นเกรงกว่านั้นคือท่าทางที่ดูกระวนกระวายใจของเธอ ความหวาดกลัวที่เผยออกมาจากสีหน้าโทรมเหงื่อซึ่งแลดูซีดเผือดเสมือนคนที่ขาดเืไหลเวียนหล่อเลี้ยง
ข้อเท้าของเธอบวมแดงเสียจนอากัปกิริยาคล้ายคนขาเป๋ อันเนื่องมาจากรองเท้าส้นสูงปลายแหลมห้านิ้วที่เธอสวมอยู่เป็เวลานาน
ไม่รู้ว่าเธอออกตัววิ่งมาไกลแค่ไหนแล้ว รู้เพียงว่าเรียวแรงที่มีเหลืออยู่ตอนนี้กำลังค่อย ๆ หมดไปทีละนิด เพราะอาการเสียเืจากของมีคมที่กรีดเป็รอยแผลลึกบนข้อมือขวา
ร่างบอบบางหยุดรวบรวมลมหายใจ
เธอหนีอย่างเอาเป็เอาตายมาจนถึงใจกลางโกดัง ซึ่งรอบด้านเต็มไปด้วยชั้นวางที่สูงท่วมศีรษะ ในแต่ละชั้นมีสุรานำเข้าทั้งในและต่างประเทศหลากหลายชนิด รูปทรงหรูหราบรรจุอยู่ในกล่องสินค้าที่ดูมีราคา วางเรียงรายเป็แถวยาวจนสุดลูกหูลูกตา
ท่ามกลางบรรยากาศที่คล้ายกับอยู่ในฉากหนังสยองขวัญ แสงสว่างจากหลอดไฟสีเหลืองนวลก็พลันกระพริบถี่เป็จังหวะ สตรีเอวบางที่ยังคงมีอาการหอบหายใจจนตัวโยนตัดสินใจวิ่งต่ออีกครั้ง
ทว่าด้วยความไม่ระวังเท้าเล็ก ๆ เ้ากรรมก็ไปสะดุดเข้ากับกองไม้สี่เหลี่ยมที่วางขวางทางเดิน
ผลัก! โอ๊ย!
ร่างผอมเพรียวลื่นไถลไปบนพื้นปูนที่เปียกชื้นและเย็นเชียบ ฝ่ามือเรียวเล็กที่พยายามพยุงตัวครูดไปกับพื้นจนถลอกจนมีเืไหลซึมออกมา
ทว่าไม่มีเวลาให้เธอได้ร้องไห้เสียใจ
“แกหนีไม่รอดหรอก” เสียงเล็กแหลมเอ่ยขึ้นจากด้านหลังเธออย่างเืเย็น
ใบหน้าพริ้มเพราที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเกาะพราวอยู่บนหน้าผากหันกลับไปมอง
“ไม่ อย่า อย่าฆ่าฉันเลย” ริมฝีปากเล็กสั่นระริก เธอพยายามร้องขอชีวิตไปด้วยเสียงลมหายใจที่ติดขัด ร่างกายเขียวช้ำสั่นเทาถดตัวถอยหนี ดวงตากลมเปิดกว้างราวกับว่ามัจจุราชที่ปรากฏตรงหน้านี้คือคำพิพากษาที่เธอไม่อาจหลีกหนีพ้น
ผลัก!
สิ้นเสียงจากไม้หน้าสามที่ฟาดเข้าข้างขมับ ใบหน้าของหญิงสาวสะบัดเอียงไปด้านข้าง ก่อนที่ร่างจะนอนราบไปกับพื้น
ฆาตกรลงมือได้โเี้อย่างไม่มีลังเล แม้ว่าหญิงสาวจะยกมือกราบกรานอ้อนวอน
โลหิตอุ่นสีแดงฉานฉาบลงบนผิวหน้าด้านซ้าย ดวงตาพร่าเลือน สองหูอื้ออึงแต่ก็ยังคงได้ยินเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำคล้ายว่ามันกำลังเยอะเย้ยให้กับโชคชะตาที่เธอกำลังพบเจอ
ไม่เพียงแค่นี้
ยังมีบุรุษอีกผู้หนึ่งที่มีชะตากรรมเลวร้ายไม่ต่างกัน ร่างซูบผอมของคนผู้นั้นกำลังถูกขนย้ายด้วยชายผู้หนึ่งที่กึ่งดึงกึ่งลาก ก่อนจะพาร่างอันแข็งทื่อนั้นทิ้งไว้ข้าง ๆ กันกับเธอ
ปลายนิ้วมือเรียวเอื้อมไปไขว้คว้าร่างที่ไร้ซึ่งการตอบสนอง ชุดสูทสีดำสนิทถูกเธอดึงให้เปิดขึ้นจนมันเผยให้เห็นร่องรอยของเหลวสีแดงแห้งเกราะกรังไปทั่วเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน ิัเย็นชืด ใบหน้าซีดเสียจนเขียวคล้ำ ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังจำเขาได้ดี
“เทียนหยู”
บุรุษผู้นี้คือสามีเธอ
“รีบจุดไฟเผาที่นี่ซะ”
สิ้นคำสั่งของหญิงสาว ชายชุดดำก็จัดการลาดน้ำมันเชื้อเพลิงไปตามจุดต่าง ๆ ทั้งพื้น ทั้งผนังและชั้นวางสินค้า เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมันและกลิ่นฉุนจนแสบโพรงจมูก ก่อนจะตามมาด้วยเสียงจุดไฟ
พรึบ!
ไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เขม่าควันลอยคละคลุ้งในอากาศ หญิงสาวผู้น่าสงสารกรีดร้องแต่ไร้สุ่มเสียง มีแต่เพียงหยดน้ำตาที่หลั่งไหลเป็สายน้ำ อันเป็ภาพที่น่าเวทนายิ่ง
ความหนาวเย็นจากฝนฟ้าถูกแทนที่ด้วยเปลวไฟที่ร้อนระอุ กระทั่งรอบตัวกลายเป็ทะเลเพลิง
“เซียวซินอี้ ต้องโทษที่แกแส่หาเื่เอง” เสียงเล็กแหลมของสตรีกล่าวขึ้นอย่างเืเย็น
ภาพสุดท้ายที่เธอได้เห็นคือข้อมือของชายปริศนา รอยแผลเป็ครึ่งวงกลมเด่นชัดในความทรงจำ ก่อนที่ความพร่ามัวจะกลืนกินร่างกายและสมองจมดิ่งลงสู่ห้วงความมืดมิดไปตลอดกาล
‘ติดตามตอนต่อไป’
เซียวซิงอีละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ นั่นคือเนื้อหาบรรทัดของนิยายรักยุค 80’ s ซึ่งหลังจากที่อัพเดทตอนล่าสุดได้เพียงไม่นาน เธอก็ใช้เวลาอ่านมันจนจบไม่ถึงหนึ่งนาที
“จุดจบของนางร้ายเหรอ นางร้ายจะตายไปทั้งแบบนี้ได้ยังไง มันค้างคายังไงก็ไม่รู้แหะ เหมือนมีปมบางอย่างที่ยังแก้ไม่จบ แล้วแบบนี้มันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน”
เธอบ่นพึมพำออกมาด้วยอารมณ์ผิดหวังโดยไม่ได้ใส่ใจต่อสายตานับสิบคู่จากผู้คนรอบข้าง ที่กำลังสงสัยว่าเธอนั้นทำไมถึงนั่งพูดอยู่คนเดียว
เซียวซิงอีคือนักอ่านตัวยงที่เข้าขั้นอินจัด แม้จะมีอุปสรรคในการยืนทรงตัวบนรถไฟฟ้าสายประจำก็ไม่ได้ทำให้เธอหยุดอ่านนิยายได้
มันก็เป็เพราะชีวิตบนโลกปัจจุบันที่เร่งรีบมันน่าเบื่อเกินไป การใช้เวลาอยู่ในโลกจินตนาการคือสิ่งที่ทำให้เธอมีแรงขับเคลื่อนของความสุขในทุก ๆ วัน
ทว่าวันนี้กลับมีบางอย่างที่มันต่างออกไป
เอี๊ยด...คลึก!
รถไฟฟ้าที่ควรจะเคลื่อนที่ได้ตามปกติ เกิดเสียงคลืดคราดของการเสียดสีระหว่างวัตถุที่คาดว่าจะเป็โลหะขนาดใหญ่ จู่ ๆ ตู้โดยสารของรถไฟก็เกิดอาการโคลงเคลงคล้ายกับเรือที่กำลังแล่นไปบนคลื่นขนาดั์ ผู้คนที่แออัดกันอยู่ด้านในต่างไหลลงมากองรวมกันอยู่ฝั่งเดียว
เซียวซิงอีถูกผู้คนเบียดเสียจนใบหน้าแนบชิดเข้ากับบานกระจก ซึ่งเมื่อมองออกไปก็เห็นภาพภายนอกในลักษณะห้อยหัว จากเดิมที่เคยเป็ภาพของท้องฟ้ายามเมื่อรถไฟวิ่งขนาดกับพื้นโลก ทว่าตอนนี้เธอกลับเห็นพื้นคอนกรีตจากความสูงราวกับอยู่บนตึกแปดชั้น
เธอและผู้โดยสานคนอื่น ๆ กำลังอยู่ในลักษณะห้อยต่องแต่ง แม้จะมีกล่องโบกี้ของรถไฟฟ้าโอบอุ้มไว้แต่สภาพของมันก็ดูิ่เหม่เจียนจะตกมิตกแหล่
กระทั่งสิ่งที่คิดก็เกิดขึ้นจริง
------------
สวัสดีค่ะ ไรท์หลินรายงานตัว เปิดเื่มาน้องนางเอกของไทร์ก็มัวเมาไปกับการอ่านนิยายจนนั่งรถไฟฟ้าตกรางกันเลยทีเดียว
ฝากนักอ่านโปรดเมตตาไรท์ตัวเล็กตัวน้อย ช่วยไรท์กดใจ ❤️ คนละหนึ่งคลิก กดเข้าชั้น ???? คนละหนึ่งแหมาะ หน่อยนะคะ ???? เพื่อเป็การเปิดการมองเห็น
ใครกดขอให้โชคดีสมหวัง เงินเข้ากระเป๋ารัว ๆ ค่ะ (ใช้ไสยศาสตร์เข้าสู้ คิก คิก)