จดหมายฉบับนี้เป็ของ ‘อาปู้’ ซึ่งเป็ลูกน้องที่มีความสามารถของเขาได้ทิ้งเอาไว้ ในนี้เขียนสารภาพไว้อย่างชัดเจน นั่นคือเื่ราวการทรยศหักหลังคุณชายรอง บิดามารดาของเขาจากไปก่อนแล้ว เขาและน้องสาวจึงต้องใช้ชีวิตกันอย่างอดๆ อยากๆ ต่อมาหัวหน้าชิวเฟิงได้มาพบเข้า จึงจัดให้เขามาทำงานที่หน่วยข่าวกรอง มีข้าวให้เขากิน ทำให้พวกเขาสองพี่น้องสามารถผ่านวันคืนที่ไม่ต้องกังวลเื่ปากท้องและที่พักอาศัยอีกต่อไป ในใจของเขารู้สึกขอบคุณคุณชายรองเ้านายท่านนี้เป็อย่างมาก
ทว่า ก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน เพราะหน้าตาที่งดงามของน้องสาว จึงถูกไท่จื่อองค์ปัจจุบันบังคับรับเข้ามาเป็อนุ หลังจากที่เขารู้ก็ไม่กล้าบอกพี่ชิวเฟิง ดังนั้นตนจึงแอบลอบเข้าไปในวังของไท่จื่อเพื่อจะไปช่วยน้องสาว ไม่คิดว่ายังไม่ทันได้เจอน้องก็ถูกองครักษ์จับได้แล้ว
ตอนที่เขาคิดว่าครั้งนี้ตนคงหนีไม่พ้นแน่นอน จู่ๆ ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ได้ปรากฏตัว บอกว่าหากเขาช่วยจัดการเื่บางอย่างจนสำเร็จ ก็จะปล่อยน้องสาวและตัวเขาไป เมื่อได้ฟังที่ชายผู้นั้นบอกเื่ที่้าให้ทำ เขาจึงได้เข้าใจทุกอย่าง
ที่แท้แล้วคนของวังไท่จื่อรู้มาก่อนแล้วว่าเขาเป็คนของคุณชายรอง จึงตั้งใจพาน้องสาวเข้าวังไท่จื่อเพื่อล่อเขามา เขาไม่ทราบเช่นกันว่าถูกค้นพบั้แ่เมื่อใด
พวกเขาเอาชีวิตของน้องสาวมาข่มขู่ ให้ทำตัวเป็สายแฝงตัวเข้าไปแล้วล่อคุณชายรองออกมาที่ป่าไผ่นั้น แล้วยังให้เขาบอกฐานที่มั่นทั้งหมดอีก! เขาจึงรู้ว่าที่แท้แล้วกลุ่มขององค์ไท่จื่อแม้จะสะกดรอยตามเขา แต่ท่าทางจะยังไม่รู้ฐานที่มั่นของคุณชายรอง! ดังนั้นจึงรับมือด้วยการไม่ยี่หระต่อความตายใดๆ ทั้งสิ้น ฝั่งตรงข้ามคงดูออกว่าเขามีการตัดสินใจที่แน่วแน่ ยอมให้ความดีและความชั่วพังพินาศลงพร้อมๆ กัน จึงไม่ได้บังคับและตั้งคำถามต่อ บอกเพียงแค่ว่าหากทำเื่นี้สำเร็จเมื่อไหร่ก็จะปล่อยตัวน้องสาวของเขาให้เป็อิสระ ดังนั้นเขาจึงตอบตกลง
หลังจากที่เขาจัดการสำเร็จแล้ว ่เวลาต่อมาก็ถูกนักฆ่าไล่ล่า เขาจึงรู้ว่าเขากำลังทำการค้ากับปีศาจ ความรู้สึกเสียใจประดังประเดเข้ามาในเวลาต่อมา ไม่รู้ว่ามีผีใดมาสิงดลใจ แต่เขาไม่ยอมตายเช่นนี้แน่! อาศัยความรู้สึกไม่ยินยอมในจิตใจ ในที่สุดก็กำจัดนักฆ่าเ่าั้ได้หลายคน
ต่อมาเขาได้ยินข่าวว่า น้องสาวของเขาได้ฆ่าตัวตายด้วยการโดดลงบ่อไปแล้ว ตีให้ตายเขาก็ไม่เชื่อว่าน้องสาวจะคิดเช่นนั้น! เขารู้ว่าหนึ่งในกลุ่มไท่จื่อต้องเป็คนลงมืออย่างแน่นอน หากเขาไปร้องขอความยุติธรรมให้กับน้องสาว แน่นอนว่าต้องกลับไปหาคุณชายรอง เพื่อยอมรับผิดและแสดงความรู้สึกผิดบาปนี้ด้วยความตาย!
ตามที่ชิวเฟิงทราบ จดหมายฉบับนี้มีเด็กคนหนึ่งนำมามอบให้กับเขา เขาจึงถามเด็กคนนั้นว่าคนที่ฝากจดหมายมาให้หน้าตาเป็เช่นไร เด็กน้อยบอกเพียงว่าเป็ขอทานผู้หนึ่งเอาลูกอมมาให้เขา ถือว่าเป็ค่าวิ่ง จากนั้นชิวเฟิงจึงไปตามหาขอทานผู้นั้นตามสถานที่ที่เด็กคนนั้นบอกเล่า แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของขอทานในสถานที่ดังกล่าว
ยามได้เห็นลายมือบนจดหมายฉบับนี้ ชิวเฟิงแน่ใจทันทีว่าขอทานผู้นั้นคืออาปู้ปลอมตัวมา ในเมื่อนี่เป็หนทางที่อาปู้เลือก เขาจึงไม่อาจขัดขวางได้ หากอาปู้กลับมาจริง คาดว่าหน่วยข่าวกรองก็ไม่สามารถปล่อยคนทรยศหักหลังผู้เป็นายไว้ได้เช่นกัน
เื่ของสายที่แฝงตัวมาก็จบลงไปแล้ว
จูเก๋อเฉินเดาไว้แล้วว่าเื่นี้อาจจะเป็แผนกับดักของไท่จื่อ ดังนั้นจึงไม่ได้ประหลาดใจเท่าใดนัก เื่ราวครั้งนี้ถือเป็บทเรียนที่ดีมาก ดูเหมือนว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนภายในครั้งใหม่ ดูแล้วเื่ที่เขาต้องทำยังมีอีกมากทีเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้น อู่เย่ว์เข้ามาในห้องของคุณชายรองเพื่อดูว่าเขาตื่นแล้วหรือยัง ไม่คิดว่าจะเห็นคุณชายรองนั่งอยู่บนเก้าอี้รอนางอยู่ก่อนแล้ว อู่เย่ว์จึงกล่าวด้วยความกังวลว่า “คุณชายรอง เหตุใดไม่เรียกคนให้มาช่วยล่ะเ้าคะ”
คุณชายรองตอบกลับว่า “ไม่ใช่เื่ร้ายแรง เ้าไปเรียกชิวเฟิงมาพบข้าที”
เมื่ออู่เย่ว์ได้ฟังก็ไม่กล้าพูดมาก จึงรีบออกไปเรียกชิวเฟิง ผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อ เงาดำเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในห้อง คนนั้นก็คือชิวเฟิง เมื่อเห็นว่าสีหน้าของคุณชายรองดีขึ้นมากกว่าครึ่ง จึงกล่าวอย่างดีใจว่า “คุณชายรอง ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว ช่างดีเสียจริง!”
คุณชายรองไม่มีเวลามาฟังเขาพูดไร้สาระ จึงกล่าวต่อไปว่า “วันนั้นพวกเ้าหาข้าเจอได้อย่างไร”
ชิวเฟิงกล่าวว่า “ตอนแรกเจอดาบหยกขององค์ชายรองตกอยู่ข้างๆ ก้อนหิน ต่อมาก็เจอหยกขององค์ชายรองตกอยู่บนพื้น อีกทั้งไม่ไกลจากหยกมีถนนล้อมรอบ ข้าจึงคิดว่าคุณชายรองคงถูกคนช่วยไปแล้ว จึงะโข้ามกำแพงไปพบเศษเสื้อผ้าที่แม้ว่าจะย้อมไปด้วยเื แต่เห็นเพียงครั้งแรกก็รู้ว่านั่นคือเสื้อผ้าของคุณชายรอง ข้าจึงยิ่งแน่ใจว่าตนคาดเดาถูก หลังจากนั้นชิวเฟิงและลั่วเยี่ยได้แอบเข้าไปในห้อง เจอคุณชายรองกำลังยืนอยู่พอดี พวกข้ารู้สึกโล่งใจมากจริงๆ ขอรับ”
คุณชายรองกล่าวต่อว่า “ชิวเฟิง ไปตรวจสอบผู้ที่ช่วยข้าไว้ และให้อู่เย่ว์แจ้งจูเก๋อเฉินให้มาพบข้าด้วย”
ชิวเฟิงเมื่อรับคำสั่งก็หายตัวไปอย่างรวดเร็วดุจยามที่มา
คุณชายรองแม้จะกำลังนึกสงสัยว่าคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้เป็ทวยเทพมาจากแห่งใดกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องขบคิดอีกเื่หนึ่ง ก็คือคนที่หลอกล่อให้เขาเข้าไปในป่าไผ่ผู้นั้น แท้จริงแล้วเป็จูเก๋อเฉินหรือไม่ เหตุที่เขาสงสัยเพราะว่าเขากับจูเก๋อเฉินรู้จักกันมาเกือบสิบปีแล้ว เป็ไปไม่ได้เด็ดขาดที่จะทำเื่เช่นนั้น แน่นอนว่าต้องเป็ผู้อื่น
ในเวลานั้นมีบุคคลในชุดเทาปรากฏกายขึ้นที่ประตูอย่างรีบเร่ง คนผู้นั้นก็คือจูเก๋อเฉิน! ชั่วพริบตาที่ได้พบคุณชายรอง ในแววตาก็เปี่ยมไปด้วยความยินดี แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเขา จูเก๋อเฉินก็ต้องรีบปรับท่าทางให้จริงจังขึ้นมาทันที
จูเก๋อเฉินกล่าวก่อนว่า “คุณชายรอง ครั้งนี้พวกเราถูกไท่จื่อวางแผนเล่นงานขอรับ”
คุณชายรองเมื่อได้ฟังก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา เหมือนว่าเขาจะคาดเดาได้ถูกต้อง ถ้าหากถามว่าในแคว้นเอ้าอวี่มีใครที่เกลียดเขามากที่สุด ก็คงไม่พ้นไท่จื่อกับอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายแล้ว!
อาจจะเป็เพราะเพิ่งตื่นขึ้นมา คุณชายรองจึงรู้สึกว่าในห้องค่อนข้างอบอ้าว เขากล่าวออกไปว่า “จูเก๋อ พวกเราไปคุยกันด้านนอกเถอะ”
จูเก๋อเฉินรีบตรงไปด้านหน้า ประคองร่างของคุณชายรองที่ยังอ่อนแรงเดินออกจากห้องไป
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/59dde8270fb69cad137491bc0e18e922