“น้องรอง เหตุใดเ้าจึงปล่อยเขาไปเล่า”เฉียวซงไม่เข้าใจสิ่งที่น้องสาวทำเลยสักนิด เหตุใดจึงไม่จับเขาไว้
“หากจับได้แล้วจะทำเช่นใดหรือ เขาก็เป็คนในหมู่บ้านเฉียว ไม่ว่าจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหนหลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านออกหน้าก็คงอยากจะทำให้เื่ใหญ่กลายเป็เื่เล็กเื่เล็กก็ทำให้หายไป” หากพวกเขากัดไม่ปล่อย ก็ไม่จำเป็ต้องลงโทษแม้ความโกรธหมดไป แต่ก็ทำให้ผู้คนขุ่นเคืองใจด้วย น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลองต่างคนต่างอยู่เช่นนี้ก็ดีแล้ว ทุกคนจะได้อยู่อย่างสงบสุข
แม้ผู้ใหญ่บ้านจะเป็คนที่เข้าใจเหตุผลแต่เขาก็หยุดปากคนในหมู่บ้านเฉียวไม่ได้ พวกเขาต่างเป็ญาติพี่น้องกันเขาจึงลำบากใจพอสมควร
“แต่จะปล่อยเขาไปสบายๆ เช่นนี้ไม่ได้นะ” เฉียวซงคิดดูแล้วยังคงรู้สึกไม่สบายใจ
“ปล่อยเขาไปสบายๆ ที่ไหนกัน หลังจากนี้เขาจะได้รับผลกรรมเอง”ผงคันของนางจะทำให้คันนานสิบวันถึงครึ่งเดือนการลงโทษนี้คือการทำให้เขาจดจำว่าพวกนางไม่ใช่ผู้ที่จะถูกกลั่นแกล้งได้ง่ายๆยิ่งไปกว่านั้นยังเอ่ยปากร้องทุกข์ไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ
“รีบไปดูเสียว่าในบ้านถูกขโมยไปหรือไม่”เงินจำนวนมากเ่าั้ได้มาจากการทำงานหนักของพวกเขา ไม่อาจให้ขโมยไปเช่นนี้ได้
“อ๋อ เ้าค่ะ ข้าจะไปดู”พวกพี่ใหญ่ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ซ่อนของมีค่าแท้จริงแล้วอยู่ที่ใดดังนั้นจึงต้องแสร้งทำเป็หาไปก่อน
“น้องสามไม่ต้องซ่อนตัวแล้วรีบออกมาเถอะ”
เฉียวซีเข้าไปในห้องนอนเพื่อดูว่าเงินถูกขโมยไปหรือไม่เฉียวซงหยิบถังและตะกร้าจับปลาที่ทิ้งไว้หน้าประตูเข้ามาแล้วเก็บเข้าที่จากนั้นจึงไปดูประตูรั้วที่พังไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ทำอะไร ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำ
เดิมทีการได้หอบข้าวหอบของเต็มไม้เต็มมือกลับมาบ้านทำให้อารมณ์ดีมากทีเดียวแต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเื่เช่นนี้ อารมณ์ของทั้งสามคนจึงพังทลายเฉียวซียังดีกว่าพวกเฉียวซงมาก นางเตรียมใจไว้ั้แ่แรกแล้วเพียงคิดไม่ถึงว่าจะต้องพบเร็วถึงเพียงนี้
เฉียวซงกับเฉียวไป่ไม่ได้เตรียมใจไว้ล่วงหน้าเมื่อพบกับเื่เช่นนี้อย่างกะทันหัน ความรู้สึกของพวกเขาจึงดิ่งลงเหวโดยเฉพาะเฉียวไป่ เข้าเด็กที่สุด เคยได้ยินเื่ขโมย แต่ไม่เคยพบมาก่อนเื่นี้จึงกระทบกระเทือนเขามากที่สุด
“น้องรองเป็อย่างไรบ้าง ยังอยู่ไหม” เฉียวซงไม่กล้าคิดแม้แต่น้อยหากไม่อยู่แล้ว พวกเขา...
“พี่ใหญ่ ยังอยู่ครบเ้าค่ะ ห้องของข้ายังไม่ถูกบุกรุกเข้ามา”เสียงของเฉียวซีดังออกมาจากในห้อง
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ตอนนี้ดึกมากแล้วทุกคนรีบพักผ่อนเถอะ”เมื่อพูดกับเฉียวซีแล้ว เฉียวซงจึงกลับไปที่ห้องของพวกเขา
“พี่ใหญ่… เขา… เขายังจะมา… จะมาอีกไหม” เฉียวไป่นึกถึงเื่นั้นตอนนี้ทั้งร่างของเขายังคงสั่นสะท้าน หากเขาก้าวไปข้างหน้าคนผู้นั้นก็สามารถจัดการกับเขาได้ด้วยนิ้วมือเพียงนิ้วเดียวและไม่มีช่องว่างให้เขาตอบโต้เลย
“ถ้าหลังจากนี้ น่าจะไม่มาแล้ว…” เื่นี้เขาเองก็ไม่สามารถรับประกันได้ครั้งนี้เขาขโมยอะไรไปไม่ได้ ไม่แน่ว่าครั้งหน้าเขาอาจจะกลับมาอีกสำหรับเขาบ้านนี้สามารถเข้ามาได้อย่างง่ายดาย รั้วรอบๆ ก็ไม่อาจขวางไว้ได้เลยดูเหมือนว่าจะต้องทำกำแพงล้อมขึ้นและกำแพงรั้วจะต้องสูงขึ้นอีกสักเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ขโมยเข้ามาอีกในครั้งต่อไป
“เื่ของคนอื่นข้ารับประกันไม่ได้หรอกมีแต่เราต้องเปลี่ยนแปลงส่วนของตัวเอง ต้องใช้อิฐสีฟ้า[1]ก่อกำแพงล้อมรอบไว้”
“ก่อกำแพงอิฐต้องใช้เงินมากเท่าใดเล่า พวกเรามีพอหรือ” เฉียวไป่กังวล
“พรุ่งนี้จะลองปรึกษาพี่รองของเ้าดู น่าจะไม่มีปัญหาอะไร”สองสามวันมานี้หาเงินเพิ่มได้เกือบ 10ตำลึง หากบวกกับเงินที่หาได้เมื่อคราวก่อน น่าจะพอก่อกำแพงอิฐ
“อืม”
“นอนเถอะ พรุ่งนี้เช้าจวี้เซียนโหลวจะมารับผักกับปลา”
“ขอรับ พี่ใหญ่” สองพี่น้องถอดเสื้อนอก รองเท้า ถุงเท้า แล้วเข้านอน
เฉียวซีกลับเข้าห้องแล้วแต่นางไม่ได้นอนทันทีรอจนกระทั่งพวกพี่ชายคนโตห้องข้างๆ หลับไปแล้ว นางจึงเดินออกจากบ้านไปอย่างเงียบๆ และหายไปท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน
เฉียวซื่อคิดไม่ถึงว่าวันนี้จะไม่ราบรื่น เขาทำเช่นนี้มาหลายปียังไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง
เดิมทีคิดว่าเป็เพียงเด็กที่ยังไม่โตไม่กี่คน น่าจะสำเร็จได้ง่ายที่สุดแต่กลับยากกว่าที่คิด ดึกเพียงนี้ผีสามตนนี้กลับยังไม่นอน ออกไปทำอะไรกันนึกไม่ถึงเลยว่าจะกลับมาที่จุดนั้น เหตุใดเขาจึงซวยถึงเพียงนี้ ไม่ได้ของกลับมาซ้ำยังถูกตีอีก ไม่รู้ว่าโดนใครตี ทุกครั้งที่ตียังตีโดนตำแหน่งที่เจ็บที่สุดคิดจะตีเขาให้ตายไปจริงๆ กระมัง เจ็บมากจนเขาอดไม่ได้ต้องะโออกมาแต่โชคดีที่เป็เวลาเที่ยงคืน ทั้งยังห่างไกลจากตรงนี้มากไม่อย่างนั้นเขาคงจะหนีไปไหนไม่ได้
แต่คนโตก็ถูกเขาทุบตีไปมากเช่นกัน คิดเช่นนี้เขาจึงรู้สึกค่อยๆ สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้เขาเ็ปมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมกำลังจะเริ่มขึ้นขณะที่กำลังเดินอยู่ เขาเริ่มรู้สึกว่าร่างกายของเขามีความผิดปกติบางอย่างคันตรงนี้ คันตรงนั้น และหลังจากนั้นไม่นานร่างกายก็เริ่มคันไปทั่วตัวเดี๋ยวเกาตรงนี้ เดี๋ยวเกาตรงนั้น เขาบิดร่างกายไปมาราวกับกำลังเต้นรำอยู่
เขาไม่กล้าส่งเสียงดังเพราะกลัวจะปลุกให้คนที่หลับใหลอยู่ตื่นนี่ไม่ใช่การป่าวประกาศว่าเขาได้ทำเื่ดีมาสักหน่อย
หลังจากที่เฉียวซีออกมาจากบ้าน นางก็ตามเฉียวซื่อทันอย่างรวดเร็วตามเขาไปที่บ้านของเขา หากเ้าไม่ได้้าขโมยของ แต่้าเงินของครอบครัวนางเช่นนั้นนางก็จะ ล้างแค้นในแบบที่เขาทำ ทำให้บ้านของเขาโดยเหมือนบ้านของตนอย่างไรเสียก็ไม่มีคนรู้ว่าใครเป็คนทำ
ไม่รู้ว่าเฉียวซื่อผู้นี้มีอะไรอยู่ในใจหรือเปล่า เมื่อกลับถึงบ้านแม้จะคันไปทั่วร่างอย่างยากจะทานทน แต่เขาก็อดทนไว้แล้ววิ่งไปตรวจสอบกระปุกเงินของตนเอง เฉียวซีรีบหลบในที่มืดคิดไม่ถึงเลยว่าขโมยคนนี้จะมีเงินมากถึงเพียงนั้นซ่อนเงินไว้มากมายถึงร้อยกว่าตำลึงเชียว ไม่เลวๆ เงินเหล่านี้ประเดี๋ยวก็จะกลายเป็ของนางแล้ว
หลังจากนับเงินแล้ว เฉียวซื่อก็วางกระปุกเงินกลับเข้าที่เดิมแล้วเกาหัวและแก้มของเขาต่อไปก่อนที่จะนอนลงบนเตียงเฉียวซีเอายาแก้คันสำหรับรักษาผงคันออกมาจากแหวนเก็บของ แล้วผสมเข้ากับยานอนหลับก่อนจะโปรยยาไปในอากาศ ไม่นานเฉียวซื่อก็หยุดขยับและหลับไป
เฉียวซีจึงเดินย่องเข้าไปหยิบโถเงินออกมาแล้วรวบรวมเงินทั้งหมดไว้ในแหวนเก็บของ ส่วนเงินย่อยที่ไม่ได้มีค่ามากมายเ่าั้นางได้เหลือไว้ให้เขาใช้ชีวิต เพราะนางก็ไม่ได้้าจะฆ่าแกงเขาเสียทีเดียว
ก่อนจากไป นางยังใช้ผงคันอีกประเภทกับเขาเล็กน้อยผงคันชนิดนี้จะทำให้คันทุก 2ชั่วยาม ทุกครั้งที่คันจะกินเวลาประมาณดื่มชาถ้วยเล็กหนึ่งถ้วย และจะเป็เช่นนี้ไป1 เดือนอาการจึงจะหายไปเอง ดังนั้นในระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากนั้น เฉียวซื่อใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ยามจะไปหาหมอจึงพบว่าเงินหายไปอย่างปริศนาทำให้เขาอกสั่นขวันแขวน หรือว่าจะเจอผีหลอกเข้าแล้วไม่เช่นนั้นเงินจะหายไปอย่างลึกลับได้อย่างไร
เขาเคยรู้สึกสงสัยสามพี่น้องตระกูลเฉียวแต่เมื่อคิดก็รู้สึกว่าเป็ไปไม่ได้อย่างไรเสียคืนวันนั้นพวกเขาก็ไม่รู้ว่าใครเป็คนบุกขึ้นบ้านของพวกเขากันแน่ในที่สุดก็ทิ้งความคิดนี้ไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าเป็ฝีมือของหนึ่งในพี่น้องเฉียวนั่นเอง
ต่อมาเนื่องจากอาการป่วยนี้ จึงไม่กลับไปที่หมู่บ้านเฉียวอีกนาน
มาอย่างไรก็กลับไปอย่างนั้นทั้งหมู่บ้านเฉียวไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้นเกิดเื่อะไรขึ้นจะเข้าไปขโมยของผู้อื่นกลับถูกเอาคืนแค่เพียงนึกถึงเื่นี้ก็รู้สึกสนุกเป็อย่างยิ่ง
เมื่อเฉียวซีกลับไปถึงบ้าน นางก็ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและถอดเสื้อคลุมออกก่อนจะเข้าไปในผ้านวม
ทันทีที่หลับ นางก็นอนหลับไปจนตะวันฉายแสงเหนือยอดไผ่ เป็เฉียวไป่ที่มาเรียกนางนางจึงตื่นจากฝัน
“น้องสาม นี่กี่ยามแล้ว” เฉียวซีสะลึมสะลือ แล้วออกแรงขยี้ตาเหตุใดจึงไม่เหมือนยามเหม่าสองเค่อเลยเล่า (การนับเวลาแบบจีนโบราณประมาณตีห้าครึ่ง)
“พี่รอง ยามนี้เป็ยามซื่อ (ประมาณ 9:00-10:59) แล้ว” เฉียวไป่ยืนตอบอยู่หน้าประตู
“อะไรนะ ยามซื่อแล้วหรือ เหตุใดพวกเ้าไม่ปลุกข้าเล่า” ใกล้เที่ยงแล้วมิน่านางจึงเห็นแสงแดดส่องสว่างอยู่ข้างนอก เมื่อคืนหลังจากกลับมาก็ไม่รู้สึกตัวนอนหลับสนิทถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
“พี่ใหญ่บอกว่า่นี้ท่านเหนื่อยเกินไปแล้ว จึงไม่ให้ข้ามาปลุกท่านให้ท่านได้นอนเยอะๆ สักหน่อย นี่คือเงินค่าปลา 45 ตัว แตงกวา 60 ชั่ง และเห็ดเยื่อไผ่ 5 ชั่งของเช้านี้” โดยพื้นฐานแล้วพวกเขาจะทำเงินได้ประมาณ 1 ตำลึงในทุกๆ 3 วัน นับวันยิ่งมีเงินสะสมเยอะขึ้นเรื่อยๆดีใจมากที่ได้เห็น นี่คือสิ่งที่ไม่กล้าคิดถึงมาก่อน พี่สาวน่าทึ่งมาก
“อืม จ้ะ เดี๋ยวจะดูว่าในบ้านมีอะไรที่จำเป็ต้องซื้อเพิ่มบ้างไว้ถึงเวลานั้นจะไปซื้อในเมืองอีกสักเที่ยว” หลังจากเก็บเงินเสร็จเฉียวซีจึงแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องไป
“ตื่นแล้วหรือน้องรอง ในหม้อยังเหลือโจ๊กอยู่เล็กน้อย กินสักหน่อยไหม”เฉียวซงล้างซัวจาอยู่ในลานบ้าน
“พี่ใหญ่ ท่านไปเก็บซัวจามาั้แ่เมื่อไรกัน” ไม่ใช่หมดไปแล้วหรือเหตุใดจึงมีเยอะถึงเพียงนั้น
“เมื่อวานตอนบ่ายยามที่พวกเ้าหลับกลางวัน ข้าไม่ได้นอนแต่ขึ้นเขาไปเก็บมา”เมื่อวานมีคนจับปลาเยอะถึงเพียงนั้น เขารู้สึกอึดอัด และนอนไม่หลับ จึงไปในูเา
“พวกข้าไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย เหตุใดจึงไม่มีเสียงเลยสักนิดเล่า”เฉียวซีเอ่ยถามต่อ
“ครั้งหน้าสังเกตดูดีๆ สิ เ้าไปกินข้าวเช้าเสีย”
“พี่ใหญ่ข้ากำลังคุยเื่ธุรกิจกับท่านอยู่ อย่าได้พูดจาบ่ายเบี่ยงนะ”
“ข้ารู้แล้ว”
“พี่รอง กินนี่” เฉียวไป่ยกโจ๊กถ้วยเล็กมายื่นให้นาง
“...” เฉียวซีใช้ช้อนตักทีละนิดๆ ไม่นานก็มองเห็นก้นถ้วย
“น้องรอง ข้าอยากปรึกษาอะไรเ้าสักเื่” เฉียวซงหยุดงานในมือของเขาและมองไปที่เฉียวซี ก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง
“อะไรหรือ” เป็เื่จริงจังถึงเพียงนั้นเชียวหรือ นี่ทำให้นางรู้สึกกังวล
“ข้าคิดว่าพวกเราจะก่อกำแพงรอบบ้านไว้ดีไหมข้าหวังว่าเื่อย่างเมื่อคืนนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก”เมื่อนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาก็รู้สึกขนพองสยองเกล้าหากไม่มีชาวบ้านมาก่อกวน พวกเขาก็คงไม่ไปจับปลาตอนกลางคืนแต่ก็โชคดีที่ไปจับปลาตอนกลางคืน พวกเขาจึงไม่ได้กำลังหลับฝัน หากกำลังหลับอยู่แล้วถูกฆ่าให้ตาย ก็คงไม่มีใครรู้ตัว
“ก่อกำแพงหรือ โอ๊ย เหตุใดข้าจึงคิดไม่ถึงเลยเล่า ใช่แล้ว ควรจะก่อกำแพงขึ้นและต้องก่อให้สูงสักหน่อย ต้องไม่ให้ขโมยเ่าั้เข้ามาได้ง่ายๆ”นางคิดออกเพียงโปรยยาพิษไว้รอบๆ รั้ว แต่กลับคิดไม่ถึงเื่การก่อกำแพง จริงๆ เลย…โอ๊ย...
“เช่นนั้นหมายความว่าเ้าก็เห็นด้วยเช่นกันสินะ”
“เห็นด้วยแน่นอน ที่ดินตรงนี้พอหรือไม่ หากไม่พอเราจะซื้อที่ดินตรงนั้นด้วยถือโอกาสนี้ก่อกำแพงให้ใหญ่สักหน่อย อีกสักหน่อยให้หาเงินได้มากกว่านี้เราก็สร้างบ้านใหม่ด้วย สร้างแบบซานจิ้น[2]ไปเลยพี่ใหญ่ว่าอย่างไร” หลังจากนี้จะต้องสร้างบ้านใหม่แน่นอนเพราะบ้านหลังนี้มีห้องไม่พอแล้ว ฤดูหนาวยังไม่อบอุ่นสักเท่าไรยามสร้างต้องมีตี้หลง[3]เช่นนี้ก็ไม่ต้องกลัวหนาวแล้ว
ทั้งสามคนคนละห้อง ยังต้องมีห้องหนังสือ ห้องพักแขกต้องมี 2 ห้อง หลังจากนี้ต้องมีคนมาแน่นอนจำเป็ต้องมีห้องมากเพียงพอ
[1]อิฐสีฟ้า (青砖) เป็อิฐสีเทา ใช้ในงานสถาปัตยกรรมจีนโบราณ
[2]ซานจิ้น (三进) เป็บ้านแบบจีนโบราณซึ่งสร้างตัวบ้านและกำแพงรอบลานบ้านโดยจัดเป็รูปแบบตัวอักษร目
[3]ตี้หลง (地龙) องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมมีลักษณะคล้ายท่อที่ฝังไว้ใต้ดิน ทำให้บ้านอุ่น