ดิ่งลึกสองวิญญาณ จบ
| ท่ามกลางความกลัวของแม่และความกังวลของพ่อ ในที่สุดพวกเขาก็ติดต่อกับสำนักหมอผีที่จะแก้ไขปัญหาของฉัน
พ่อ แม่ และฉันออกเดินทางไปที่เขตชานเมืองเพื่อพบกับหมอผีที่พวกเขานัดไว้
แม้จะบอกว่าเป็นสำนักหมอผีแต่เมื่อไปถึง.. ที่นั่นก็เป็นเพียงบ้านสองชั้นที่ชั้นบนทำด้วยไม้เท่านั้น ที่นั่นไม่ได้มีโต๊ะพิธีหรืออะไรที่ดูเหมือนสถานที่ทำพิธีของหมอผีเลย
ชายที่เป็นหมอผีก็เป็นเพียงชายชราที่สวมเพียงกางเกงและผูกผ้าขาวม้าที่เอวโดยไม่ได้สวมเสื้อเท่านั้น เขาดูเหมือนแค่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง |
“อย่างที่บอกอาจารย์ไปนั่นแหละค่ะ พอจะช่วยลูกสาวของหนูได้มั้ยค่ะ”
“ลุงคิดว่าที่หลวงพ่อแนะนำก็เป็นวิธีที่ดีอยู่แล้วนะหนู พวกมนต์คาถาเนี่ยมันเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติ ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมมะ ธรรมชาติเนี่ย สิ่งพวกนี้จะทำอะไรลูกของเอ็งไม่ได้ แต่ถ้าใช้พิธีกรรมคาถาช่วยมันจะทำให้สมดุลของธรรมมะเสีย สิ่งพวกนี้จะเข้ามาจะเข้าถึงลูกของเอ็งได้ แน่ใจเหรอว่าอยากทำแบบนี้”
“ลูกหนูหวาดกลัวนะคะอาจารย์ แกนอนไม่หลับในตอนกลางคืน.. ร้องให้ในตอนเช้า.. ถ้าไม่ทำอะไรเลยฉันก็ไม่รู้ว่าเธอจะใช้ชีวิตยังไง พอจะมีทางที่ทำให้เธอมองไม่เห็นอีกและปลอดภัยมั้ยคะ”
“มันก็พอเป็นไปได้อยู่.. แต่มันอาจจะหนักเกินไปสำหรับเด็กตัวแค่นี้.. นอกจากวิธีนี้.. วิธีอื่นจะทำลายเธอทั้งชีวิตและวิญญาณ”
“มันเป็นวิธีแบบไหนเหรอครับ”
! เป็นครั้งแรกที่คุณพ่ออ้าปากตั้งแต่มาถึงที่นี่ ดูเหมือนว่าคำแนะนำของชายชราที่บอกว่าวิธีของหลวงพ่อนั้นดีอยู่แล้วจะยกระดับความเชื่อใจของคุณพ่อต่อชายชราไปมากโข ทำไมฉันถึงรู้นะเหรอ.. แน่นอนว่าคุณพ่อบอกฉันหลังจากนั้น |
“วิธีนี้ก็คือให้เธอมองเห็นตัวตนของผู้คน..ผีก็คือคนที่ตายแล้ว.. ดังนั้นผีก็สะท้อนผู้คน.. เด็กมองเห็นภาพสะท้อนผู้คนก็คือผี.. ที่ต้องทำคือให้เธอมองภาพเห็นภาพสะท้อนของผี..”
“นั่นหมายความว่ายังไงครับ”
“ก็ง่ายๆแหละหนุ่ม.. ก็ให้เธอดูและเห็นผู้คนจริงๆ มันเหมือนกับเมื่อรู้ความจริงผู้คนก็จะมองทะลุคำโกหก.. เมื่อมองเห็นผู้คนจริงๆแม้เพียงชั่วครู่ เด็กคนนี้ก็จะมองไม่เห็นผีที่เป็นแค่ภาพสะท้อนอีก”
“แล้วมันแย่กับเธอยังไงเหรอครับ”
“ผู้คนนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าที่เอ็งคิดนะไอ้หนุ่ม.. ถ้าเอ็งกับยัยหนูเมียเอ็งเชื่อว่าตัวเองดีพอ.. สิ่งที่เธอเห็นก็จะมีเพียงลุงเท่านั้นที่ดูน่าหวาดกลัวสำหรับเธอ.. ตอนนั้นพวกเอ็งสามารถปลอบโยนเธอได้และเธอจะสามารถรับมันได้แบบไม่มีปัญหาอะไรเลย คิดเอาเองเถอะว่าเอ็งต้องการแบบไหน”
| คุณพ่อหันไปมองที่คุณแม่เหมือนพวกเขาตกลงกันในใจเพื่อตัดสินวิธีจัดการชีวิตของฉัน หลังจากนั้นชายชราก็เริ่มสวดคาถา ในตอนแรกมือของชายชราเอื้อมมาปิดตาฉัน หลังจากนั้นเมื่อท่องบ่นไปได้สักพัก สิ่งที่ฉันเห็นในปัจจุบันมันก็เริ่มขึ้น เมื่อมือของชายชราเปิดออก ฉันไม่แน่ใจว่าฉันเห็นอะไรในตอนนั้น
ร่างที่ดูน่ากลัวจ้องเขม็งมาที่ฉัน ฉันกระเสือกกระสนในสภาพนั่งพยายามดันตัวเองถอยไปด้านหลังในขณะที่พ่อและแม่ที่รออยู่ด้านหลังพยายามโอบกอดฉัน…. ฉันหันไปหาพวกเขา.. ร่างที่น่าหวาดกลัวอีกสองร่างล็อคฉันไว้ด้วยอ้อมแขน… ฉันร้องไห้.. น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลท่วมใบหน้า นั่นคือภาพสุดท้ายที่ฉันจำได้ก่อนที่ความมืดจะฉายผ่านความทรงจำ |
“ฮือ… แง.. แม่”
| หกโมงสิบเอ็ดนาทีของเช้าวันถัดไป
รุ่งเช้าที่ฉันตื่นขึ้น ร้องไห้โดยคิดว่านั่นคือฝันร้ายของค่ำคืนที่น่าหวาดกลัว ทั้งคุณพ่อและคุณแม่รีบเข้ามาปลอบโยนฉันในตอนเช้าจนฉันสงบลง ดูเหมือนวันนี้เป็นวันหยุดของคุณพ่อหรือไม่ก็คุณพ่อลางานในวันนั้น พวกเราครอบครัวรวมตัวกันไปเที่ยวตลอดทั้งวัน.. หนึ่งในวันที่มีความสุข.. ความทรงจำที่แสนงดงามในวัยเด็ก จนกระทั่งตกเย็น.. ฝันร้ายของฉันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ฉันร้องไห้.. หวาดกลัว.. ฉันเห็นบางอย่าง.. ทั้งตัวของมันเกือบดำสนิท.. นัยตาสีแดงที่มีน้ำตาสีเขียวเรืองๆไหลออกมากมาอยู่ตลอดเวลา… ปากที่ฉีกไปถึงหู..พวกมันอยู่รอบตัวฉันเต็มไปหมด แม้ในตอนนั้นพวกเราจะอยู่นอกบ้านฉันก็กรีดร้องสุดเสียง.. ในตอนนั้นพ่อแม่ฉันดูเหมือนพวกลักพาตัวเด็กจากการที่ฉันกรีดร้องจนสลบไป.. แน่นอนจนเช้าวันถัดไป |
“ผมว่าคราวนี้ลองแบบนี้น่าจะดีกว่า.. เราลองแบบอื่นมาแล้วและเธอดูแย่ลงด้วยซ้ำ.. ถ้าเราลองเปลี่ยนอะไรๆมันอาจจะดีขึ้น”
“เอาแบบที่คุณว่าก็ได้ค่ะ”
| ฉันได้ยินเสียงบางอย่างดังเข้ามาในตอนเช้าดูเหมือนว่าพ่อแม่กำลังตกลงกันว่าจะแก้ปัญหานี้ที่ไหน… ชัดเจนกว่านั้นแบบไหน…แบบไสยศาสตร์หรือแบบสมัยใหม่
คราวนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาตกลงว่าจะพาฉันไปพบกับจิตแพทย์.. พวกเราเดินทางไปที่คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น.. คุณพ่อและคุณแม่เล่าทุกอย่างให้คุณหมอฟังเมื่อเราไปถึง.. และครั้งนี้คือครั้งแรกที่เราพบกัน |
“จริงๆเรื่องทั้งหมดมีคำอธิบายนะครับ.. เด็กวัยนี้นั้นจะเรียนรู้ไปพร้อมกับจินตนาการสิ่งต่างๆไปพร้อมกันโดยให้ออกมาในรูปลักษณ์ของเพื่อนในจินตนาการ.. ยิ่งพัฒนาการด้านความคิดวิเคราะห์ของเด็กสูงขึ้นมากเท่าไหร่ จินตนาการของเด็กก็จะพรั่งพรูออกมามากขึ้นเท่านั้น”
“ถ้าสมมติว่าเรื่องที่เธอเห็นครั้งแรกมันบังเอิญจริงๆ มันเกิดจากผักเขียวและไอศกรีมสตรอวเบอร์รี่ แล้วที่เธอเห็นทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากไปพบหมอผีล่ะคะ.. “
“สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตระหนักและเข้าใจ.. เด็กนั้นได้ยินและเข้าใจสิ่งที่พวกเราพูดอยู่เสมอๆ และสิ่งที่เธอได้รับมาหากเธอไม่เข้าใจมันมากพอเธอจะเปลี่ยนทั้งหมดเป็นจินตนาการที่เธอสามารถเห็นและจับต้องได้ การที่คุณพูดทุกอย่างตรงหน้าเด็กๆและคิดว่าพวกเขาจะไม่รู้เรื่องและไม่เก็บไว้ในความทรงจำเป็นสิ่งที่ผิดพลาด ที่ปฏิกิริยาของเธอเป็นไปตามความคาดหมายของพวกคุณหลังทำพิธีกับหมอผีเพราะลึกๆแล้วเธอยังเป็นเด็กและเชื่อว่าที่คุณพูดนั้นถูกต้อง.. เธอจึงสร้างจินตนาการที่สอดคล้องกับสิ่งที่พวกคุณบอกขึ้นมา…หากพิจารณาดูสิ่งที่เธอเห็นส่วนใหญ่ล้วนสอดคล้องกับสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดทั้งนั้น.. ลองดูนี่”
| คุณหมอหยุดพูดและเริ่มคุ้ยบางอย่างมาและมอบมันให้กับฉัน.. ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงตาสีฟ้าผมสีดำในชุดเดรสสีขาว.. |
“เด็กผู้หญิงคนนี้เธออยู่ที่นี่มานาน เธออยู่คนเดียวและเธอก็เข้มแข็งมากๆ จากนี้ไปเด็กคนนี้จะคอยปกป้องหนูจากทุกอย่างไม่ว่าสิ่งนั้นจะน่ากลัวขนาดไหน… ให้เธอเป็นเพื่อนของหนูได้มั้ยจ๊ะ..”
“ได้ค่ะ”
“คราวนี้เรามาลองดูกัน”
| ครอบครัวของเรากลับบ้านหลังจากนั้นด้วยคำปรึกษาของจิตแพทย์เพียงเล็กน้อย.. ฉันไม่รู้ว่าหมอพูดอะไรกับพ่อแม่หลังจากนั้น มารู้ในภายหลังว่าหมอบอกว่าเธอไม่มีอยู่จริง.. แม้ว่าสำหรับฉันเธอจะจริงมากๆก็ตาม และตกเย็นฉันก็เห็นอีกครั้งนั่นเป็นครั้งแรกที่เธอช่วยฉัน.. เป็นครั้งแรกที่ฉันถูกมองว่าเป็นคนสองบุคลิก |
‘ทำไมเธอถึงเชื่อมั่นขนาดนั้นว่าฉันมีจริง’
“หลักๆคงเพราะผู้คนส่วนใหญ่ดูเหมือนๆกันในมุมมองของฉัน.. แต่ฉันดันเห็นบางคนที่แตกต่างไปจริงๆ.. คนแรกคือพี่ลายเมฆลักษณะของเขานั้นน่ากลัวมากๆ น่ากลัวกว่าคนทั่วไป.. เขามีรูโหว่ใหญ่สีแดงที่ช่องท้อง.. แผลสดที่คอ.. ตาซ้ายที่ปิดและมีเลือดไหลออกมา.. นอกจากนี้ตรงหน้าอกของเขายังถูกแหวกออกเผยให้เห็นหัวใจที่ยังเต้นอยู่.. รอยยิ้มมุมปากเล็กๆบนใบหน้าทำให้เขาน่าขนลุก
คนที่สองคือพี่เคี้ยว.. แม้จะดูคล้ายๆคนทั่วไปแต่เธอมีลักษณะที่ค่อนข้างเหมือนคนธรรมดามากกว่าที่จะดูน่ากลัวและเธอยังบอกว่าจะปกป้องฉัน
และคนสุดท้าย.. โอ้.. เขามาพอดี.. เขาดูไม่มีพิษมีภัยอะไรเลยแม้หลังจากที่เขาดูเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม… ลักษณะที่แตกต่างพวกนี้เตือนฉันถึงตัวตนของพวกเขา.. ฉันเข้าถึงตัวตนของแต่ละคนได้เพียงแค่มอง.. บางทีคุณตาหมอผีอาจจะพูดถูก.. และคุณหมอหรือหลวงพ่อหรือพ่อแม่ฉันเองก็อาจจะไม่ผิด.. ฉันแค่เชื่อสิ่งที่ฉันเห็น.. เพราะมันทำให้เธอยังมีตัวตนอยู่ข้างๆฉัน”
“น้ำรอนานมั้ย… พี่ว่าพี่มาไม่สายนะ”
“มะ.. ไม่ค่ะ.. หนูแค่อยากมานั่งรับบรรยากาศ.. ก็.. ก็เลยมารอเร็วเกินไป”