เจียวอวี๋พยักหน้าตอบมารดา หลังพูดคุยกับเหลียนซื่อ เจียวอวี๋เดินมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือของบิดา อาฟู่และอาเฟยเดินตามด้านหลังไม่เร็วไม่ช้า เมื่อจื่อถงอนุญาตให้นางเข้ามา เจียวอวี๋เร่งสาวเท้าเข้าไปหาจื่อถงที่มือกำลังจับพู่กันเขียนบนหนังสือราชการ
“ท่านพ่อ ข้าได้ยินจากท่านแม่ว่าท่านพ่อต้องเดินทางไกล”
เจียวอวี๋คว้าแขนบิดาเข้ามากอด บิดาที่นางเคารพรักยิ่งกว่าสิ่งใด บิดาที่คอยปกป้องคุ้มครองทะนุถนอมนางมาั้แ่เกิด จื่อถงคุ้นชินกับการออดอ้อนของบุตรสาว ปากพลันหัวเราะออกมาเบาๆ เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของบุตรสาวด้วยความเอ็นดู เจียวอวี๋เป็บุตรสาวที่เขารักยิ่งดั่งไข่มุกในอุ้งมือ นาง้าสิ่งใดเขาเพียรหามาให้นางได้ทั้งสิ้น
“ใช่ พ่อมีภาระหน้าที่ที่ต้องทำตามพระราชโองการของฮ่องเต้ เ้าอยู่ทางนี้ก็ดูแลท่านย่ากับท่านแม่ให้ดี พ่อจะได้คลายกังวล หากมีเื่ด่วนใดให้ม้าเร็วส่งจดหมายมาก็พอ”
“เ้าค่ะ ท่านพ่อ้าสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่ สมุนไพรกับยาล่ะเ้าคะ ข้าจะได้ตระเตรียมให้ หากไม่เพียงพอข้าจะไปขอเพิ่มจากโรงหมอ”
“เอาเท่าที่จำเป็ก็เพียงพอแล้ว”
น้ำตาของหญิงสาวพลันรื้นขึ้นมา อดคิดถึงเวลาข้างหน้าที่ในจวนปราศจากบิดา
“ท่านพ่อเดินทางครั้งนี้ท่านต้องดูแลสุขภาพให้ดีนะเ้าคะ หากท่านพ่อเจ็บป่วยขึ้นมาข้ากับท่านแม่ต้องปวดใจมากเป็แน่”
“ได้ พ่อจะดูแลตนเองให้ดี เ้าอย่าได้เป็ห่วงนักเลย โตเป็สาวแล้ว ร้องไห้เหมือนเด็กไม่ได้แล้วนะ” เจียวอวี๋ฟังบิดาพูดเสร็จ ก็สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ นางเอ่ยปากรับคำด้วยท่าทางหนักแน่น ให้ท่านพ่อคลายกังวลใจเื่ในจวน
“ท่านพ่อ ข้าได้ยินมาว่าอีกห้าวันข้างหน้า ฮ่องเต้จะจัดพิธีล่าสัตว์บูชาเทพเ้าในป่าใกล้เขาลั่วซาน ท่านพ่อจะไปหรือไม่เ้าคะ” เจียวอวี๋ถามขึ้นด้วยสีหน้าใคร่รู้แกมคาดหวังอยู่ลึกๆ
“พ่อมีตำแหน่งเป็ขุนนางขั้นสองในราชสำนัก ต้องไปเป็ประจำทุกปีอยู่แล้ว เ้าถามทำไมรึ” จื่อถงเงยหน้ามองบุตรสาว
“ข้าไปด้วยได้หรือไม่เ้าคะ” ความตั้งใจเดิมของนางนั้นคืออยากไปเสาะหาต้นไม้ใบหญ้าที่อาจเป็สมุนไพรหายาก เนื่องจากพื้นที่ป่าบนเขาลั่วซานอุดมไปด้วยพืชพรรณสมุนไพรแปลกใหม่หลายชนิด แต่ด้วยเป็อาณาเขตพื้นที่ของราชวงศ์ จึงปิดล้อมรั้วตลอดทั้งปี ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปโดยพลการ จื่อถงครุ่นคิดสักครู่จึงเอ่ยตอบบุตรสาว
“ได้ เ้าก็ติดตามพ่อไป ส่วนกระโจมที่พักพ่อจะให้องครักษ์จัดเพิ่มให้เ้า” จื่อถงตรึกตรองว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้า เขาไม่อาจใช้เวลาร่วมกับบุตรสาวได้ เมื่อเขากลับมาเซิ่งโจวอีกครั้ง บุตรสาวคงโตเป็สาวแล้ว โอกาสที่จะใช้เวลากับนางนั้นน้อยลงไปทุกที
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพ่อดีที่สุดเลย”
เจียวอวี๋ใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางไม่คิดว่าท่านพ่อจะตอบตกลง ตอนแรกนางยังรู้สึกลังเลที่จะเอ่ยถาม เกรงว่าท่านพ่อจะตำหนิว่านางเอาแต่สนใจเที่ยวเล่น จื่อถงมองใบหน้าบุตรสาวที่กำลังยิ้มดีใจจนดวงตาหยีเล็กลง ใบหน้าคล้ายตนเองถึงเจ็ดแปดส่วน
“เจียวเจียว พ่อไม่สามารถอยู่ร่วมพิธีจีหลี่ [1] อวยพรให้เ้าได้ แต่พ่อได้เชิญฮูหยินผู้เฒ่าิ ฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่งมาเป็ประธานพิธีในงานของเ้า”
เจียวอวี๋นึกถึงฮูหยินผู้เฒ่าิ นางเคยพบฮูหยินผู้เฒ่าท่านนี้มาก่อนครั้งหนึ่งตอนไปร่วมงานเลี้ยงในวัง ฮูหยินผู้เฒ่าิท่านนี้เป็ภรรยาเอกของท่านแม่ทัพอุดรเซี่ยิเฉิน นางได้รับพระราชทานตำแหน่งฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่งหลังจากท่านแม่ทัพอุดรชนะศึกกับเผ่าเร่รอนจากแดนเหนือ และที่สำคัญฮูหยินผู้เฒ่าิเป็มารดาของฮองเฮาในราชวงค์หลี่ และยังเป็ท่านยายขององค์รัชทายาทปัจจุบันด้วย
“ข้าซาบซึ้งใจเป็อย่างมากที่ท่านพ่อเป็ธุระจัดการให้เ้าค่ะ แต่ถึงอย่างไรในใจข้าผู้อื่นก็มิอาจเทียบท่านพ่อได้” เจียวอวี๋รู้สึกเสียใจที่บิดามิอาจอยู่ร่วมงานสำคัญของนางได้ ทำให้ใบหน้าที่สดใสเมื่อครู่พลันหงอยเหงาขึ้นทันตา
“เ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล มีขุนนางตั้งมากมาย เชื้อเชิญฮูหยินผู้เฒ่าิไปเป็ประธานพิธีปักปิ่นของบุตรสาวพวกเขา ฮูหยินผู้เฒ่าิล้วนปฏิเสธไปทั้งสิ้น สกุลจื่อเราถือว่าได้รับเกียรติอย่างมากที่ฮูหยินผู้เฒ่าิยอมมาเป็ประธานในพิธีให้”
“เ้าค่ะ ข้าเชื่อฟังท่านพ่อทุกอย่าง”
เจียวอวี๋ซบลงบนตักบิดา ความเศร้าสร้อยเข้าเกาะกุมใจ ตักที่อบอุ่นปลอดภัยนี้ นางจะไม่ได้นอนซบไปอีกหนึ่งปี
หลังจากเจียวอวี๋ลากลับห้องของตน จื่อถงจึงก้าวเดินออกจากห้องหนังสือมุ่งไปยังเรือนไฉ่หง ฮูหยินผู้เฒ่าจื่อกำลังหลับตากึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่บนตั่งคนงาม โดยมีสาวใช้สองคนปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง สาวใช้คนหนึ่งกำลังนวดขาและน่อง อีกคนหนึ่งกำลังพัดวีเบาๆ จื่อถงเปิดประตูก้าวเข้าไปในห้อง ฮูหยินผู้เฒ่าจื่อลืมตาขึ้นยกมือให้สาวใช้ทั้งสองออกไป
“ท่านแม่ กินข้าวเย็นแล้วหรือขอรับ” จื่อถงเอ่ยถามพลางรินชาที่อุ่นกำลังดียื่นให้มารดา
“อืม เ้ามีเื่อันใดถึงมาดึกดื่นปานนี้” ฮูหยินผู้เฒ่าจื่อนั่งจิบชา ั์ตาเหลือบมองบุตรชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
“ข้ามาบอกท่านแม่ว่า ข้าต้องออกเดินทางไกลไปปฏิบัติงานราชการตามพระราชโองการของฮ่องเต้”
“ไปนานเพียงใด” ฮูหยินผู้เฒ่าจื่อถามจื่อถงพลางวางจอกชาไว้บนโต๊ะข้างตั่ง
“หกเดือนถึงหนึ่งปีขอรับ เมื่อข้าไปแล้วเหลียนซื่อกับเจียวอวี๋จะดูแลจวนและท่านแม่เองขอรับ”
“ฮึ! ดูแลแม่อะไรกัน ิ่เอ๋อร์ก็ไปเป็ทหาร เจียวเจียวทุกวันนี้ก็ล้วนขลุกอยู่แต่ในโรงหมอ ส่วนเหลียนซื่อก็ต้องดูแลจวน เมื่อเ้าไปแล้วนางก็ต้องมีงานเพิ่มขึ้น ไหนเลยจะมีเวลาดูแลข้า” ฮูหยินผู้เฒ่าจื่อใบหน้าบึ้งตึงมองค้อนบุตรชาย กล่าววาจาตัดพ้อประชดประชัน
“งั้นข้าจะเพิ่มบ่าวและสาวใช้ให้ท่านแม่ ดีหรือไม่ขอรับ”
“ข้าไม่้าสาวใช้เพิ่ม ที่ข้า้าเพิ่มคือลูกสะใภ้และหลานเต็มเรือน เ้าไม่เห็นจวนรองเ้ากรมพิธีการตรงตรอกถนนตะวันออกรึ เขามีสามภรรยาแปดอนุ ไม่นับสาวใช้ห้องข้างและเมียบ่าวอีก ลูกหลานวิ่งเล่นเต็มลานเรือน ฮูหยินผู้เฒ่าของรองเ้ากรมพิธีการใบหน้าล้วนประดับไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข หาได้เหงาหงอยเหมือนยายแก่อย่างข้าไม่”
ฮูหยินผู้เฒ่าจื่อค่อนแคะบุตรชายเพียงคนเดียวของนาง เมื่อก่อนตอนนางยังเป็จื่อฮูหยิน นายท่านผู้เฒ่าจื่อมีอนุภรรยาเพียงคนเดียว นางตั้งครรภ์ั้แ่เดือนแรกที่เข้าจวน แต่โชคร้ายเสียชีวิตระหว่างคลอดพร้อมบุตรชาย ส่วนสาวใช้ห้องข้างอีกสามคนกลับไม่มีใครตั้งครรภ์เลย ภายหลังนายท่านผู้เฒ่าจื่อเสียชีวิต ฮูหยินผู้เฒ่าเลยมอบเงินและทรัพย์สินบางส่วนให้สาวใช้ห้องข้างเ่าั้กลับบ้านเกิดไป
“ท่านแม่ ข้าได้เคยพูดคุยเื่นี้กับท่านแม่ไปแล้ว หวังว่าท่านแม่จะเข้าใจข้าด้วยขอรับ”
“แล้วไฉนเ้าไม่เข้าใจข้า ข้าตายไปก็คงตายตาไม่หลับ ความปรารถนาหนึ่งเดียวของยายเฒ่าอย่างข้า บุตรชายคนเดียวก็ไม่สามารถทำให้บรรลุได้”
ใบหน้าที่มีริ้วรอยแก่ชราของฮูหยินผู้เฒ่าจื่อแสดงความโศกเศร้าน้อยใจขึ้นมาฉับพลัน จื่อถงได้เพียงแต่ถอนหายใจในใจเบาๆ ยิ่งมารดาอายุเยอะขึ้นความเอาแต่ใจกลับมากกว่าเจียวอวี๋หลานสาวเสียอีก
“ได้! เช่นนั้นข้าจะทำตามความปรารถนาของท่านแม่” จื่อถงกล่าวโอนอ่อนให้มารดาจนเสียมิได้ เมื่อได้ยินบุตรชายจะเพิ่มอนุเข้าจวนใบหน้าของนางก็เผยรอยยิ้มดีใจขึ้นมาทันที
“แต่…” จื่อถงยื่นข้อแม้ให้มารดาฟัง รอยยิ้มบนใบหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจื่อหุบลงทันที
“แต่อันใดอีกเล่า!” ‘เื่มากเสียจริง’ ฮูหยินผู้เฒ่าจื่อรำพึงในใจ
“ท่านแม่ต้องนำภาพเหมือนของพวกนางมาให้ข้าดูก่อน หากข้าพึงใจข้าจะไปพบนางเอง แต่หากไม่มีคนใดที่ข้าสนใจ ท่านแม่จะไม่เอ่ยถึงเื่นี้อีกได้หรือไม่ขอรับ”
“ได้” ฮูหยินผู้เฒ่าจื่อยิ้มเ้าเล่ห์ในใจ จะมีใครรู้ใจบุตรชายนางได้เท่านางอีก นางจะจ้างช่างวาดภาพสักสิบคน วาดหญิงงามทั่วจงหยวน จะคอยดูว่าไม่มีหญิงใดในจงหยวนเลยหรือที่ไม่ถูกใจบุตรชาย นางรู้ว่าบุตรชายชอบสตรีรูปโฉมแบบใด ก็ให้ช่างวาดแต่งนู่นเติมนี่ในภาพ เผื่อหากโชคดีบุตรชายพึงใจ จะได้เตรียมรับสะใภ้คนใหม่เข้าจวน ความปรารถนาของนางก็จะเป็จริง
กระนั้นการมาแจ้งมารดาเื่ออกเดินทางไกลไฉนกลับกลายเป็รับอนุไปเสียแล้ว จื่อถงได้เพียงแต่ส่ายศีรษะไปมาทอดถอนในใจ
เชิงอรรถ^พิธีปักปิ่น (笄礼 jī lǐ) เป็นหนึ่งในพิธีกรรมสำคัญของหญิงสาวในจีนโบราณ ใช้แสดงว่า หญิงผู้นั้นได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ หรือ บรรลุนิติภาวะแล้ว และโดยปกติจะมีขึ้นเมื่อหญิงสาวมีอายุ ประมาณ 15 ปี