นวลแพรก้มหน้าก้มตาทำงานเพลิน กระทั่งเห็นชายผ้าสีขาวแว๊บขึ้นที่หางตา จึงเงยขึ้นมอง ใบหน้าคมเข้มทว่าเกลี้ยงเกลาพร้อมด้วยรอยยิ้มสดใสส่งมาที่เธอ
“ขยันทำงานจังเลยนะครับพี่แพร” ณัฐวุฒิทักทาย
ณัฐวุฒิ หรือ โก้ คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณ พชร ซึ่งเป็เ้านายของเธอ คุณสมบัติไม่มากไม่มาย เรียนเก่ง หน้าตาดี มีฐานะ ก็แค่ครบสูตรผู้ชายในฝัน ปัจจุบันเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังปีสุดท้าย พอจบระดับปริญญาตรีก็มีโครงการเรียนต่อต่างประเทศทันที นวลแพรล่ะอิจฉาในความสมบูรณ์แบบนี่จริง ๆ อายุห่างกันแค่ 2 ปีณัฐวุฒิกลับเปล่งประกายความฉลาดล้ำวัยเดียวกันและล้ำหน้าเธอโขเชียวละดูได้จากการที่ชายหนุ่มมักจะมาช่วยงานบิดาที่บริษัทเป็ประจำ แต่สิ่งเ่าั้ไม่ทำให้นวลแพรชื่นชมเท่ากับความอ่อนน้อมถ่อมตัวและอัธยาศัยที่น่ารักเป็กันเองโดยไม่แบ่งแยกชนชั้นนั่นเลยต่างหาก
“คุณโก้มานานรึยังคะ”
นวลแพรทักทายแต่สายตากลับสะดุดมองคนที่ยืนเยื้องไปด้านหลังด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ สาวน้อยหน้าตาสะสวยอยู่ในชุดนักศึกษาทันสมัย เสื้อคับดับเบิ้ลเอสแบบเหมาะเจาะพอดีตัว กระโปรงสั้นเลยเข่าอวดขาเรียวสวย ซึ่งเ้าตัวกำลังมองมาที่เธออย่างสนใจเช่นกัน
“เพิ่งมาถึงครับ เอ่อ พี่แพรนี่เจนแฟนผมครับ เจนนี่พี่แพรนะ”
ชายหนุ่มแนะนำง่าย ๆ เมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นแบบไม่มีหมกเหม็ดนั่น นวลแพรยิ้มให้อีกฝ่ายที่ยกมือไหว้นอบน้อม หญิงสาวจึงยกมือรับไหว้
“พี่แพรดูหน้าเด็กจังเลยนะคะนึกว่ารุ่นเดียวกันเสียอีก”
คนถูกชมว่าหน้าเด็กยิ้มแก้มแทบแตกกับคำชมเอาใจ
“น้องเจนก็น่ารักค่ะเหมาะสมกับคุณโก้” คุณโก้ของเธอยิ้มเขิน ๆ ก่อนเสไปถามเื่อื่น
“คุณพ่ออยู่รึเปล่าครับ”
ที่จริงเขาจะเดินเข้าไปหาที่ห้องเลยยังได้ใกล้แค่นี้เองไม่เห็นจะต้องถาม นวลแพรมองอย่างรู้ทันว่าชายหนุ่ม้าจะอวดแฟนสาวกับตน
“แหมคุณโก้มาช้าไปนิดค่ะ คุณพชรเพิ่งออกไปเมื่อกี้นี่เอง”
ณัฐวุฒิได้ยินอย่างนั้นเขาจึงหันไปคุยกับเจนจิรา
“ไว้โอกาสหน้าเราค่อยมาใหม่นะเจน”
อีกฝ่ายตอบรับพร้อมกับยิ้มหวานไม่ว่ากระไร
“งั้นผมกลับเลยนะครับพี่แพรเพราะจะไปทำธุระต่อ” เขาหันมาบอกเธอ
ธุระต่อจะไปสวีทกันละสิ นวลแพรทำหน้ารู้ทัน
“เชิญเถอะค่ะ”
“เจนกลับนะคะพี่แพร” สาวน้อยบอกเธออย่างมีไมตรีพร้อมยกมือไหว้อีกรอบ
“ค่ะ”
ความอ่อนน้อมของแฟนสาวณัฐวุฒิทำให้นวลแพรรู้สึกเอ็นดูและถูกชะตาขึ้นมากแม้แวบแรกจะมีความรู้สึกแปลกไปบ้าง เธอก็ไม่เข้าใจทำไมมันถึงรู้สึกอย่างนั้นได้ หญิงสาวมองตามหลังทั้งคู่จนลับตา แอบถอนใจหนึ่งเฮือก แหมมาเร็วเครมเร็วซะจริง มองยังไม่หายเบื่อเลย คนนี้ท่าทางจะเป็คนที่ชายหนุ่มจริงจังด้วย ขนาดกล้าพามาเปิดตัวกับผู้เป็พ่อแสดงว่าไม่ธรรมดา
“ใครน่ะแพร แฟนคุณโก้เหรอ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นเป็การส่งสัญญาณว่าคงได้มีเื่ เม้าส์ อีกเป็แน่นวลแพรกรอกตาวนไปมาอยู่รอบ คิดอยู่ว่าจะเริ่มต้นยังไงดีที่คนถูกกล่าวถึงจะเสียหายน้อยที่สุด
บริษัทที่นวลแพรทำงานอยู่ถือเป็บริษัทขนาดกลางเอียงไปทางเล็ก เช่าพื้นที่ตึกสำนักงานชั้นที่ 12 ตึกเดียวกันนี้จะมีหลากหลายบริษัทมาเช่าตามชั้นต่าง ๆ เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจสำคัญกลางใจเมืองเลยที่เดียว ฉะนั้นมันจึงกอปรไปด้วย “มนุษย์ออฟฟิศ” ยั๊วเยี๊ยะไปหมดที่สำคัญเข้างานเลิกงานเวลาเดียวกันเป๊ะราวกับนัดหมาย ่เย็นจึงไม่ต้องพูดถึงให้มากความเกี่ยวกับจราจร ติดแทบจะหลับคารถได้ นวลแพรเลยเลือกที่จะทำงานต่ออีกสักชั่วโมงกะให้คนบางตากว่านี้อีกสักนิดถึงค่อยกลับ
ระหว่างที่หญิงสาวกำลังเล่นอินเตอร์เน็ตเพลิน ๆ รอเวลากลับบ้านโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานดังขึ้น หญิงสาวยกขึ้นรับกรอกเสียงหวาน ทันทีแต่เสียงที่ตอบกลับมาชวนขนลุกพิลึก
“สวัสดีครับคุณนวลแพร ยังทำงานอยู่เหรอครับเมื่อไรจะกลับบ้าน”
นวลแพรขมวดคิ้ว
ใครกัน? ทักทายเหมือนรู้จักมักจี่กันมาสักสิบชาติ ฟังจากน้ำเสียงไม่น่าจะใช่คนในบริษัทแต่ทำไมรู้สึกคุ้นเคยชอบกลเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน มันติดอยู่นิดเดียวจึงถามไปทันที
“ใครคะ”
แต่ประโยคที่ตอบกลับมาทำให้เธออึ้งไปหลายต่อหลายวินาที
“แหมที่รักแค่นี้ลืมกันซะแล้วน่าเสียใจจัง”
กล้าเรียกที่รัก ใครหว่า หรือว่า เฮ้ยนี่มัน!!!!!
ตายละ! นวลแพรตาโตหากใครมาเห็นหน้าเธอตอนนี้เข้าคงคิดว่ามีใครสักคนโทรมาแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายว่าที่ห้องถูกไฟไหม้เป็แน่ แต่ดูจากอาการเหมือนมันจะแย่กว่านั้นมาก นายทรงธรรมโผล่มาจากไหน?แล้วรู้เบอร์โทรที่ทำงานเธอได้ไง?
แต่ที่ไม่ชอบใจก็ตรงบังอาจมาเรียกเธอว่าที่รักเหมือนสนิทสนมกันมาหลายภพชาตินี่แหละ ให้อภัยไม่ได้เด็ดขาด!
“ใครที่รัก ฉันน่ะอายุเยอะกว่านายอีกนะ”
คู่สนทนาหัวเราะชอบใจกับการแบ่งอายุวรรณะ
“ถึงจะมากกว่าอย่างหรูสุดก็ไม่เกิน 3 ปีหรอกน่า”
ปลายสายกำลังชมว่าเธอหน้าเด็กแน่เลย นวลแพรอดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ก็คนมันหน้าเด็กอะเนอะ
“โทรมาทำไม”
หญิงสาวตั้งสติถามกลับเสียงห้วน อย่างไม่เคยถามใครแบบนี้มาก่อน เธอคิดแค่ว่าคนนิสัยไม่ดีชอบตีท้ายครัวชาวบ้าน ิ่เหม่ต่อกรอบประเพณีอันดีงาม ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องดีมีมารยาทด้วย
“คิดถึง”
เขาตอบสั้น ๆ ง่ายๆ ด้วยน้ำเสียงที่ชวน กรี๊ด แต่เป็กรี๊ดที่เกิดจากประสาทถูกใช้งานอย่างหนักของคนฟัง
“นายทรงธรรมมันจะมากเกินไปแล้วนะ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นนายเข้าใจไว้ด้วยรู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่มั่งสิ ที่สำคัญเราไม่รู้จักกัน”
พูดจบก็กระแทกโทรศัพท์ใส่ (โดยลืมคำว่ามารยาทไปได้เลย) อย่างสะใจแกมหนักใจนิด ๆ เฮ้อ
หลังจากคืนวิปโยคคืนนั้น
ทรงธรรมก็หายไปหลายวันจนนวลแพรเกือบมั่นใจว่าชาตินี้คงไม่เจอกันอีกแล้ว แต่กระนั้นก็ยังทิ้งร่องรอยความหวาดผวาไว้ให้ เพราะั้แ่เจอเหตุการณ์ระทึกนั่นก่อนนอนนวลแพรจะต้องตรวจตราลงกลอนประตูระเบียงให้แ่าทุกวัน ต่อให้ร้อนอบอ้าวแค่ไหนก็ไม่คิดจะยืนรับลมอีกเป็อันขาด อีกเื่ก็คือเริ่มเบื่อหน่ายห้องน้องแพรคนสวยที่แฟนมาบ่อยมาถี่มาได้เกือบทุกวันมาทีก็ทะเลาะกันเสียงดัง ดังซะจนเพื่อนข้างห้องอย่างเธอจะประสาทรับประทานเสียให้ได้ แต่ได้ข่าวมาว่ากล้องวงจรปิดทุกตัวก็ดันเสียใน่เวลานั้น มันช่างบัญเอิญเสียนี่กระไร แล้วก็น่าหวาดหวั่นไปพร้อมกัน ถ้าเกิดอะไรร้ายแรงขึ้น จบแน่
แล้วตานี่จะโผล่มาทำไมอีก!
นวลแพรหมดอารมณ์ทำงานพอดี จึงเก็บข้าวของกลับ ลงลิฟท์มาชั้นล่างวางแผนในใจไว้ว่าจะไปหาอะไรหวาน ๆ กินให้อารมณ์ดี เดินออกมาจากตัวตึกได้ไม่กี่ก้าวกลับได้ยินเสียงเหมือนคนเรียกชื่อ หญิงสาวหันไปมอง เห็นร่างสูงยืนเต๊ะท่าพิงผนังมือยัดในกระเป๋ากางเกงราวกับตัวนายแบบที่หลุดออกมาจากปกนิตยสาร ซึ่งก็เหมือนด้วยนะ ทำเอาหญิงสาวไม่สาวแถวนั้นมองอย่างสนใจ นวลแพรแบะปากเล็กน้อยอย่างขัดใจ เชอะ มาทำเก๊กอยู่ได้ แต่อีตาทรงธรรมอะไรนี่มันหล่อน่าเกลียดจริง ๆ ขนาดอยู่ในชุดนักศึกษา แถมเป็การชุดนักศึกษาที่ไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย
นวลแพรมองจิกั้แ่หัวจรดเท้า อีกฝ่ายกลับเดินมายืนทำหน้าหล่อเลิกคิ้วใส่
“นายมีธุระอะไร”
เธอถามเสียงเรียบเกือบห้วนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่มันพุ่งจากการสนทนาก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลนักเมื่อทรงธรรมเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
เขายิ้มที่เธออุตส่าห์จำชื่อเขาได้ ถึงเสียงแว้ดไปหน่อยก็ตาม
“ผมมารับไปเลี้ยงข้าว”
หญิงสาวมองงง ๆ เขาพูดยังกับว่าการมารับไปกินข้าวระหว่างคนสองคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เป็เื่ปกติมากถึงมากที่สุด
“เลี้ยงทำไม”
“ก็ขอบคุณที่คุณนวลแพร เอ ไม่ดี ๆ เดี๋ยวหาว่าไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่เรียกคุณพี่ดีกว่าก็เลี้ยงที่คุณพี่ช่วยผมไว้ไง”
คนที่ได้รับเกียรติให้เป็คุณพี่กลืนน้ำลายหนืดลงคอเหมือนลมจะจับเสียให้ได้ มันน่าจะสิ้นเวรสิ้นกรรมไปั้แ่คืนนั้นแล้ว
“ไม่จำเป็ เอ้ย ไม่เป็ไร ฉันไม่ถือว่าเป็บุญคุณ”
“แต่ผมถือ” ทรงธรรมสวนกลับทันที
“ก็ช่างนายสิแต่ฉันไม่มีเวลาไปด้วยหรอกนะ”
นวลแพรพูดจบประโยคทำท่าว่าจะเดินหนีไปอีกทางแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆ คนอายุน้อยกว่าแต่ตัวโตกว่ามาก คว้าข้อมือไว้อย่างถือวิสาสะ (มากๆ ด้วย)
“ผมรู้ว่าคุณพี่มีเวลา อย่าปฏิเสธ”
หญิงสาวมองมือตาค้างด้วยความไม่พอใจแกมใ
“นาย นาย”
ขณะที่ทรงธรรมเองก็ใพฤติกรรมตัวเองเหมือนกัน ไม่น่ามือไวใจเร็วเกินไปเดี๋ยวไก่ เอ้ย หญิงสาวจะตื่นใไปเสียก่อน เขาจึงปล่อยมือ ยกมือยอมแพ้
“โอเค ๆ ผมขอโทษลืมตัวไปหน่อย วันนี้ไม่ว่างก็ไม่เป็ไรเดี๋ยวพรุ่งนี้มาใหม่ มาจนกว่าคุณพี่จะยอมให้ผมเลี้ยงขอบคุณดีไหม งั้นวันนี้ขอตัวไปนะครับคุณพี่ที่รัก”
ทรงธรรมจิกตาให้หนึ่งครั้งก่อนจะเดินตัวปลิวไป นวลแพรได้แต่มองตามอย่างไม่เข้าใจ คนบ้าอะไรนึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป ประหลาด!
ทรงธรรมมาดักรอตอนเลิกงานทุกวันตามคำที่เขาประกาศิตตราบใดที่เธอไม่ยอมไปทานข้าวกับเขาเสียที นวลแพรรู้สึกอายที่เขาเดินเข้ามาทักท่ามกลางสายตาคนที่มองมาอย่างสนใจ ยกเว้นวันไหนที่เธอเดินมากับกลุ่มนิรมล ซึ่งเป็กลุ่มใหญ่ เขาจะมองมาเฉย ๆ ยืนเต๊ะท่าเป็นายแบบ หากเธอบังเอิญสบตาเข้า คิ้วเข้มก็ยักให้อย่างล้อเลียน จะแจ้งความจับก็ทำได้ไม่ถนัดนัก เนื่องจากว่าอีกฝ่ายยังไม่ทำอะไรเป็การลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว ทั้งเธอเองก็เห็นว่าเขาไม่ได้มีพิษสงอะไรนอกจากนักศึกษาจอมเฮี้ยวที่วัน ๆ ทำแต่เื่ไร้สาระ
กระทั่งวันนี้ นวลแพรนึกเห็นใจ (ปนรำคาญ) ในความอดทนของอีกฝ่าย ที่มารอได้ทุกวี่ทุกวันเพียงเพราะ้าตอบแทน คงเห็นศักดิ์ศรีเป็เื่ใหญ่ถึงได้รักษาเท่าชีวิตขนาดนี้ ที่สำคัญเขาก็เว้นระยะไม่ได้คุกคามจนอึดอัด เหตุผลต่อมา เ้าตัวหน้าตาดีมากด้วยนั่นเอง
นอกจากโลกจะใจดีกับคนรวยแล้ว รองลงมาก็คนหน้าตาดีนี่ละ
หญิงสาวลงมาจากอาคารเกือบจะคนท้าย ๆ ด้วยตั้งใจปล่อยให้ทุกคนกลับบ้านไปก่อน นวลแพรเหลียวซ้ายแลขวาหาชายหนุ่มตามความเคยชินแต่ที่ที่เขาเคยยืนมันว่างเปล่า หญิงสาวเดินวนไปมาเกือบห้านาที จึงตัดสินใจกลับด้วยคิดว่าอีกฝ่ายคงรอไม่ไหวหรือไม่ก็กลับไปแล้ว แต่พอก้าวได้ไม่กี่ก้าวร่างสูงโดดเด่น ก็ก้าวมาขวางทาง
โผล่มาเร็วยังกะผี
“อะไรของนายมาขวางทางฉันทำไม” ทรงธรรมเลิกคิ้วก่อนยิ้มโปรยเสน่ห์
“เมื่อกี้คุณพี่มองหาผมไม่ใช่เหรอ”
นวลแพรเชิ่ดหน้า
“ใครบอกฉันเดินหาเพื่อน” หญิงสาวไปได้น้ำขุ่น ๆ จนอีกฝ่ายต้องหัวเราะด้วยความขบขันแกมเอ็นดู
“เพื่อนคุณพี่น่ะผมจำได้เกือบทุกคนแล้ว เหลือแค่ชื่อเท่านั้นแหละที่ยังไม่รู้จัก ไว้วันหลังแสดงตัวดีกว่า”
นวลแพรเหมือนโดนเหยียบหาง เธอห้ามเขาเสียงหลงทันควัน
“อย่าทำบ้า ๆ นะ”
ชายหนุ่มหัวเราะ
“งั้นก็ไปทานข้าวกับผมซะทีสิ ใจร้ายให้เฝ้าอยู่ได้”
น้ำเสียงออดอ้อนเจืออยู่ในทีทำให้คนที่วันนี้ตั้งใจจะไปกับเขากอดอกพยักหน้า
“ก็ได้ถ้าฉันไปกับนายสัญญาได้ไหมว่าจะไม่มายืนเฝ้าแบบนี้อีก”
แค่นั้นคนหน้าหล่อเกินใคร ก็ยิ้มกว้างจนคนมองต้องเสไปด้านอื่น นึกค้อนในใจ จะยิ้มอะไรนักหนายิ่งหน้าตาดีอยู่ด้วย
“สัญญาครับผม งั้นเชิญคุณพี่ทางนี้คร้าบ”
เขาผายมือให้ล้อเลียนกลาย ๆ มันดูน่ารักมากกว่าน่าโกรธน่ะสิ
“คุณพี่ คุณพี่”
เสียงทุ้มนุ่มกระซิบใกล้หู นวลแพรขยับเปลือกตาสลึมสลือ ค่อยลืมตาแต่ใบหน้าที่ก้มลงมาเกือบชิดทำให้เธอหลับตาลงไปใหม่ หน้าอย่างนี้เป็อีตาทรงธรรมแน่นอน แต่ทำไมชะเง้ออยู่ใกล้ขนาดนี้
ทรงธรรม!เอ๊ะ..ทำไมเธอนอนอยู่บนเตียงแล้วทำไมตานี่มานอนข้าง ๆ ทำไม ทำไม
หญิงสาวถามตัวเองอื้ออึงในใจ แล้วค่อยเอามือลูบคลำสำรวจเสื้อผ้าตัวเองอย่างรวดเร็ว อยู่ครบ เฮ้อ!โล่งอก เสียงหัวเราะเบาๆ จากคนที่จับตามองตลอดเวลาทำให้นวลแพรผลักอกคนตัวโตอย่างแรงทั้งที่ยังหลับตา ก่อนจะลุกนั่งรวดเร็ว แล้วลืมตาจ้องเขาเขม็ง