ส่งสุขลดพลังปราณในการตั้งรับลง แม้9ตะวันจะขับพิษออกได้ แต่ไม่ทั้งหมด การเดินพลังปราณติดขัดจากการหายใจ จึงเปลี่ยนแปลงเป็การตั้งรับโดยใช้กระบวนท่าเพลงดาบหาจังหวะโจมตี พญาเสือดำที่ดูเสียเปรียบเมื่อครู่ ด้วยวิชาปราณ เปลี่ยนการจู่เป็อาวุธแส้เหล็กดำ ปลายลูกดอกตะปูแหลม ทุกครั้งที่โบกสบัดฟาดใส่ ก่อเกิดแรงโจมตีมหาศาล การควบคุมแส้เหล็ก เป็ได้ได้ดั่งใจนึกกว่าพลังปราณ แส้ฟาดตวัดรัดคมดาบพร้มดึงกระชาก เสียงอาวุธเสียดสีกัน แสบแก้วหู แต่ยังกระชากดาบจากมือส่งสุขไม่ได้
ส่งสุขตั้งรับด้วยดาบ ที่ตีขึ้นพิเศษ ด้วยดาบ 2 เล่ม ทำให้สันดาบที่ปะกบคู่กัน เป็ดาบ 2 คม ขนาดใหญ่สีทองและสีเงิน ส่วนสันดาบที่อยู่เหนือโก่งดาบ เป็รูกลม เล็กๆ 3รูเรียงกันตามแนวยาว ทุกครั้งที่รับการโจมตี รูกลม1ใน3รูปก็เกิดแสงเรืองสีทอง เปล่งประกายจางๆ เพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่รับการโจมตี แสงค่อยๆเพิ่มพื้นที่จนครบ 3 วง ส่งสุขเห็นแสงที่เปล่งประกายครบ 3วงก็ เริ่มเปลี่ยนกระบวนท่าเป็การรุกกลับ
แส้เหล็กหมุนวน ปราณผสานเวทย์อัญเชิญสัตว์อสูร ก่อเกิดรูปร่างเป็เสือดำขนาดั์ ยืนโก่งตัวข้างพญาเสือ ไอดำพวยพุ่ง เตรียมพุงตะปบส่งสุข 4 ตัว กระจายตัวล้อมส่งสุข เป็ 4 ทิศ แส้ถูกสวัดจากเบื้องบนตำแหน่งเล็งที่หัวส่งสุข ปราณพิกฟ้าไว้ดิน ก่อเกิดที่ฝ่ามือซ้าย ตั้งรับปลายแส้เหล็กแรงกระแทกเสียงดังสนั่น จนตัวส่งสุขก้มโน้มตัวตามแรงกระแทก
เหมือนเป็การให้สัญญาณกับสัตว์อสูงเสือดพั์ทั้ง4 พุ่งกระโจนใส่ส่งสุข กางกรงเล็บสีดำสนิท ดาบในมือส่งสุข ทีสะสมแรงโจมตี จนวงพลังครบ 3 ดวง ได้สำแดงเดชของมันอย่างน่าตกตะลึง ส่งสุขวาดดาบด้วยความเร็วสูง เป็วงกลมรอบตัว ก่อเกิดปราณพลังเป็รัศมีคมดาบวิเศษ ผ่าสัตว์อสูรทั้ง 4 พร้อมกัน
ร่างสัตว์อสูรที่เกิดจากเวทย์และปรารณ ะเิกลางอากาศพื้นดินแห้งแข็งเปิดเป็หลุมลึกตามแรงะเิ ลึกไม่ต่ำกว่า 2 เมตร รัศมีใหญ่กว่าตัวสัตว์อสูรประมาณ 2 เท่า ปราณดาบยังไม่สิ้นสุด ยังคงพุ่งลอยไปยัง พญาเสือดำ และศัตรูอีก 2 ที่ยืนดูอยู่ พลังศูงส่งเทียบเท่า ปราณดาบ 7 อัศจรรย์ ขั้นที่5 ผ่าพายุ 2คนที่ยืงสังเกตุการณ์ หลบปราณดาบ ได้ทันท่วงที แต่พญาเสือดำ อยากพิสูจน์ พลังดาบ จึงรวบรวมแส้เหล็กม้วนเป็ตั้งรับแรงอัดกระแทกจนตัวเคลื่อนตามแรงดาบ แม้พยายามฝืนต้านไม่ให้ตัวขยับ จนส่วนขาจมลงพื้นไปทั้งแข้งขา
ส่งสุขพูดชื่นชม ว่า แส้นั่นต้องเป็อาวุธวิเศษเส้นหนึ่งแน่ ส่วนแกก็มีร่างที่แข็งแกร่ง ขนาดต้านปราณดาบ จาก “ดาบคลั่งแค้น” ระดับ 3 โกรธของข้าได้ “ดาบคลั่งแค้น” เป็ดาบที่ตีขึ้นใหม่จากการหลอมดาบ 2 เล่มเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็ดาบที่ อารัทธ์-หัสยา ใช้เหล็กวิเศษร่วมกันตีดาบให้ลูกศิษย์คนละเล่ม เป็ดาบประจำตัว
“ดาบคลั่งแค้น” เป็ดาบที่เล่มหนึ่งเป็ส่งสุขที่เป็ดาบสีเงินวาบวับ ส่วนดาบสีทองเป็ของศิษย์พี่ที่ทรยศอาจารย์ทั้ง 2 ที่ส่งสุขชิงกลับมาตอนประลองและได้ตัดแขน เมื่อได้ดาบมา 2 เล่มจึงหลอมดาบทั้ง 2 เล่มเป็เล่มเดียว เสริมความวิเศษ ด้วยตัวดาบทีมีรูวงกลมที่เรียกว่าวงโกรธที่สามารถสะสมแรงโจมตี จากศัตร์เป็พลังที่ตัวดาบ ใช้โจมตีโต้ตอบสวนกลับได้ อาวุธสุดแสนวิเศษนี้ ได้สังหารมนุษย์-เหล่ามอนสเตอร์และเผ่าลูกผสมมามากมาย
ส่งสุขสะบัดดาบ ก่อเกิดปราณครอบคลุมคมดาบ สร้างความสยองแก่ศัตรู แส้ของพญาเสือเสือดำ ถูกม้วนกลับรัดที่แขนข้างถนัด เตรียมเปิดการโจมตี ขั้นต่อไป ลมหมุนสีดำ ก่อเกิด รอบตัวพญาเสือดำ ตั้งท่าเตรียมลักษณะพร้อมทะยาน ลมหมุนก่อเกิดที่ฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง จากนั้นดีดตัวเข้าหาส่งสุข ส่งสุขจับตามองทุกท่าทางการเคลื่อนไหวของศัตรูอยู่ตลอด
พลังลมหมุนที่รวมพลังไว้ จากเท้า ไหลเวียนสู่หมัดพญาเสือเสือดำ จู่โจมระยะไกล โดยไม่เคลื่อนตัว เป็พลังลมหมุน สีดำขนาดั์ 5 สาย ที่พัดพาเอาเศษหินพุ่งใส่ ส่งสุข เสียงปะทะของเศษหินดังสนั่น จนพื้นดินที่ยืนะเื เมื่อฝุ่นหายตลบ มองเห็นร่างส่งสุข ที่ยืนในมือยังคงถือดาบ รอบตัวเปล่งปราณสีแดงเพลิง เหมือนดวงอาทิตย์ เผาสลายพายุหินจนหมด ร่างกายแม้ไร้าแจากเศษหิน แต่ดูเหนื่อยล้า ซึ่งผลมาจากพิษาของกงเล็บ าาแวมไพร์ ส่งสุขใช้ดาบพยุงตัว ที่ยืนเซไปมา
แส้เหล็กดำถูกฟาดสะบัดอีกครั้ง เข้ารัดดาบที่ส่งสุขใช้พยุงตัวจากนั้นก็ดึงกระชาก หวังให้ส่งสุขล้ม แต่ผลกลับเป็ตรงกันข้าม ส่งสุขใช้พลังปราณพลิกฟ้าไว้ดิน ดึงกระชากทั้งแส้และเ้าของแส้ ลอยเข้าหาส่งสุข พญาเสือดำลอยตามแรงแต่เปลี่ยนท่าเป็ใช้แส้ม้วนกลับเข้าที่แขนเหมือนเดิม กลางอากาศ กระบวนท่า กรงเล็บพายุดำก่อเกิดอีกครั้ง การรวบรวมพลังทำได้รวดเร็วชั่วพริบตาอย่างง่ายดาย บ่งบอกถึงระดับฝีมือที่คู่ควรเป็นักรบประกายแสงกาปา หมัดที่เต็มเปี่ยมด้วยวาุยุดำ ได้ซัดออก แตกต่างจากเดิม ที่ได้ถูกรวบรวมเป็พลังสายเดียว ที่รุนแรงขนาดถล่มูเาได้
ส่งสุข หมุนตัว ม้วนร่าง พุ่งต้านรับด้วยดาบ ใช้แรงสะสมจากการตั้งรับจนสะสมพลังไว้ที่ดาบครบ 3 โกรธ ผสานกับปราาณดาบขั้น ผ่าพายุ เป็ท่าที่รวมพลังทั้ง 2สายได้ด้วยปราณพลิกฟ้าไว้ดิน พายุสีดำสุดรุนแรง ถูกผ่าออกเป็ 2 สายแยกออกจากกันด้วยพลังจากดาบคลั่งแค้น แรงเสียดสี จนเกิดประกายไฟ เหมือนเหล็กกล้าที่ถูกตีหลอม กระเด็นกระจายไปทั่ว
พลังหมัดถูกสลาย จนเห็นแต่ดาบคลั่งแค้น ที่ตอนนี้ ถูกฉาบด้วยความร้อน จากแรงเสียดี จนเป็สีแดงเพลิงด้วยความร้อน ส่งสุขะโหมุนตัวฟาดด้วยเพลงดาบของหัสยา ด้วยกระบวนท่าเทพธิดาโปรยดอกไม้ที่หัสยาคิดค้นบัญญัติขึ้นเอง แต่เดิมเป็กระบวนเน้นความสวยงาม แต่เมื่อส่งสุขใช้เป็กระบวนท่าที่ดุดันโเี้รุนแรง พญาเสือดำยกแขนที่มีแส้เหล็กม้วนรัดป้องกัน ตามสัญชาตญาณ
ดาบที่วิเศษผสานกับปราณดาบสุดคมและรุนแรง ผ่าแขนที่ยกป้องกันขาดออกจากกัน เศษแส้หล่นตกพื้น เสียงดังสนั่น บกบอกถึงความหนักของแส้เหล็ก แต่แรงดาบยังคงไม่หมดสิ้น ดาบได้ผ่าร่างที่สวมเกราะกำแพงเทวะแม้พลังของของเกาะก่อเกิดต่อต้านคมดาบ จนเกิดประกายไฟที่คมดาบ แต่ไม่อาจต้านได้ เกราะถูกผ่ากรีดจากไหล่จนถึงส่วนท้อง แต่พญาดำทั้งที่แขนขาด แต่ะโออกเพื่อให้พ้นคมดาบได้ทัน ร่างจึงไม่โดนผ่า 2 ท่อน พลังดาบที่ยังเหลือฟาดลงที่พื้น จนแยกออกหลายเมตร ส่งสุขไม่ปล่อยโอกาสหมุนตันอีกครั้งใช้กระบวนท่าเทพธิดาโปรยดอกไม้ แต่เปลี่ยนจากการฟาดเป็การแทงดาบออกไป คมดาบ แทงเข้าทะลุลำคอพญาเสือดำพลังปราณจากการแทง หลงเหลือทะลุหักต้นไม้ที่ไกลออกไปอีก 10 ต้น มือของพญาเสือดำ ที่ตอนนี้ล้วงที่กระเป๋กางเกงของตัวเอง สะบัดออกตามแรงดาบที่แทงเข้า เผยให้เห็นของที่มีลักษณะเหลวสีม่วงถูกบีบจนเลอะ ดาบถูกกระชากออกพร้อมฟัดซ้ำที่ลำคอพญาเสือดำจรขาดกระเด็น เืสีแดงเข้มจนเกือบดำ ไหลทะลักกระจายไปทั่ว เพียง 3กระบวนท่าก็สังหารประกายแสงกาปาได้แล้ว
“เพียง 3กระบวนท่าก็สังหารประกายแสงกาปาได้แล้ว พญาเสือดำเกือบใช้มอนสเตอร์เทพโอสถรักษาตัวเองได้ทันแล้ว แต่ดาบนั้นช่างเร็วเหลือเกิน ข้ามองทันแค่ตอนปลายคมดาบก่อนถึงลำคอ 10 เซ็นต์เท่านั้นเอง” หนึ่งในประกายแสงกาปาผู้ถืออาวุธประหลาด พูดเอ่ยขึ้น
จากการต่อสู้อย่างหนักหน่วง สังหารศัตรูที่เป็ยอดนักรบ ได้ถึง3 รวมถึงอาการาเ็จากพิษร้าย ส่งสุขทรุดร่างลงนั่งบนพื้นดินทันที พื้นดินที่เคยแห้งแล้งแตกระแหง ตอนนี้กลับเริ่มดูชุ่มชื้น ซึ่งเกิดจากพลังเถ้าฝุ่นของมารศิลา ที่เป็มอนสเอร์ที่มีพลังธรรมชาติ ธาตุดิน กระจายไปทั่ว อันเป็พลังมหัศจรรย์สายธรรมชาติมหาศาล ที่ยังหลงเหลือ ทิ้งไว้ให้เกิดประโยชน์กับโลกนี้
ทรนง มารไร้ปฐี เดินมายืนเบื้องหน้าส่งสุข ที่กำลังนั่งพัก เหงื่อออกสีเขียวม่วง ทั่วตัว ซึมออกแม้แต่กลางศีรษะ บ่งบอกถึงอาการที่กำลังใช้พลังปราณ ขับพิษออก ทรนงวิเคาราะห์ "ประกายแสงกาปาที่เหลือทั้ง2คน เตรียมตัวพร้อมกัน อีกคนผู้มีร่างเหมือนจิ้งจก หากว่าไม่สวมเกราะคงเห็นเครื่องในจากหนังที่ใสและบาง หางกวัดแกว่ง มือถืออาวุธทั้ง2 ข้าง หากประกบรวมกันก็น่าจะกลายเป็กรรไกรั์คมกริบ วาววับมีสายคล้ายเชือกผูกที่ด้ามทั้ง 2ข้าง "
"ส่วนอีกคนถืออาวุธประหลาดเป็วงแหวนเหล็กใหญ่ั์ กว่าร่างผู้ถือวงแหวนั์ มีสันด้านในที่ถือจับได้ทั้งวงรอบ ตรงข้ามกับส่วนคมด้านนอกที่คมกริบสันด้านในเหมือนด้ามจับหุ้มหนัง แขนทั้ง 2 ข้าง พันล้อมด้วยโซ่ขนาดเล็ก ติดห่วงตะขอหากคลายออกน่าจะยาวพอสมควรคงไว้ใช้สำหรับการโจมตีระยะไกล"
ดาบที่ทรนงจะใช้ในการการต่อสู้ครั้งนี้ คือดาบของศรันย์ที่สลับกับดาบมารทมิฬไร้พ่าย ดาบเล่มนี้มีด้ามพันด้วยหนังจับกระชับมือ ทั้งคมดาบดาบและสันดาบมีสีแดงด้วยสนิมยังไม่ได้รับการการลับคมใหม่เลย ทรนง ควงดาบกวัดแกร่งไปมาก่อเกิดรัศมีคมดาบดาบดูน่ากลัว เพื่อข่มขวัญ2 ประกายแสง วงแหวยั์ ถูกหมุนควงด้วยท่อนแขน ก่อเกิดเพลิงรอบคมวงแหวนภายนอก
ชายผู้ใช้วงแหวนเหล็กเป็อาวุธ ร่างกายสูงใหญ่ สง่างาม ผมสีทองยาว กลางหน้าผากมีรอบปานสีน้ำเงินยาวกว่า 10 เซ็นต์ ปลายใบหูเล็กแหลม ดูจากรูปลักษณ์คาดเดาตามมนุษย์น่าจะประมาณ 30กว่าปี ซึ่งอายุจริงน่าจะมากกว่านั้นมากนัก เป็ลักษณะของเผ่าลูกผสมระหว่างเอลฟ์และมนุษย์ สวมเกราะกำแพงเทวะ ทับเสื้อสีทองชมพูผ้าคลุมสีขาวมุกเป็มันวาว ป้องกันเวทย์ได้หลายรูปแบบ ปลอกแขนเหล็ก บุด้วยผ้านุ่ม รองเท้าหนังหัวหุ้มเหล็กบุผ้านุ่ม สวมแหวนทองล้อมเพชรแสดงถึงราชวงศ์แห่งอาณาจักรกาปา บอกถึงฐานะสูงส่งและความสำคัญของชายคนนี้
ชายอีกผู้หนึ่ง เป็เผ่าผสมมอนสเตอร์สายพันธ์สัตว์เลื้อยคลาน รูปร่างสูงใหญ่ แต่ดูว่องไว สวมเกราะกำแพงเทวะเข้ารูปปลอกแขนและรองเท้า อุปกรณ์หุ้มป้องกันหน้าแข้งและข้อเท้า ดูแตกต่างและพิเศษกว่าคนอื่นกระชับและคล่องตัวลักษณะน่าจะเป็งองครักษ์ของชายหนุ่ม ดาบที่เหมือนกรรไกร ถูกกวัดแกว่งทั้ง 2มือว่องไวขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าไม่เกรงกลัวต่อ มารทมิฬไร้ปฐี การกวัดแกว่งก่อเกิดปราณดาบ ล้อมรอบตัวก่อนจะเมื่อรวบรวมจนมากพอในระดับหนึ่ง ก็ฟาดออกเป็ปราณคมดาบจู่โจมใส่ทรนงหลายสิบคมดาบ
ส่งสุขไม่อยากเป็ภาระในการต่อสู้จึงแอบหลบไปพักฟื้นนอกรัศมีการต่อสู้ ทรนงจึงใช้เพลงดาบได้อย่างไม่ต้องกังวลทั้งยังสามารถแอบช่วยเหลือได้ภายหลัง
ทรนงใช้ปราณดาบฟาดสวนกลับจนคมดาบหลายสิบแตกกระจายเสมอกัน พื้นดินโดยรอบพังพินาศจากแรงปะทะ
ดาบสีแดงสนิม แดงเปล่งด้วยปราณดาบของทรนง ชี้ไปยังคู่ต่อสู้ พร้อมเอ่ยขึ้น ขอทำความรู้จักคู่ต่อสู้
ลูกครึ่งมอนสเตอร์กล่าวยินดีที่คู่ต่อสู้ให้เกียรติ เพราะรู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังขอทรนงมานานมากแล้ว ว่าเป็ยอดนักดาบที่แท้จริง ต่างจากหลายคนที่ตนเคยสังหารมารับไม่ถ้วน
ข้าคือฉายา เทพกรรไกรคู่ นาม ศรีสุข ใช้อาวุธเป็ดาบคู่ 2มือ เสริมด้วยอุปกรณ์เพิ่มระยะโจมตี ฐานะข้าคือ1 ในประกายแสงกาปาวันนี้มีหน้าที่ สนับสนุน และเป็องครักษ์ให้แก่ท่านรัชทายาทแห่งอาณาจักรกาปา"เ้าชายกิเลนเพลิง "ที่จะเข้ายึดหมู่บ้านแห่งเหล็กภายในวันนี้ ข้าฝึกดาบมาั้แ่จำความได้ นับถือชูเกียติ 1ใน 3 ผู้ไร้พ่าย แม้จะเป็ศัตรู คู่อาฆาต ต่างเผ่าพันธุ์ วันนี้ดีใจมากที่ได้เจอ มารไร้ปฐี
พูดพลาง มือสะบัดดาบพุ่งเข้าหาทรนง ด้วยความเร็วสูง ทรงนงปัดดาบที่ผูกผ้ายืดหยุ่นที่ด้ามดาบ เสริมความยาวดาบของศรีสุข เทพกรรไกรคู่ ฟาดดาบติดผ้ายืดเหมืนแส้ แต่เป็กระบวนท่าดาบ อย่างทรงพลัง ทรนงพิจารณากระบวนท่า วิธีบังคับดาบคล้ายเคล็ดวิชาสำนัก 5 ดาบ ที่มีการควบคุมการใช้ดาบ ได้หลากหลายวีธี สามารถใช้ดาบทั้ง 5 เล่มได้พร้อมกันในคนเดียว ดาบปัดป้องอย่างรวดเร็ว ประกายไฟดาบกระทบแลบ แปลบปลาบ พื้นที่รอบบริเวณ แยกแตกด้วยปราณดาบที่กระทบกัน
ทรนงรุกด้วยกระบวนท่าดาบมารสายฟ้าทมิฬ ศรีสุข เทพกรรไกรคู่ ดึงดาบกลับมาถือเพื่อรับการโจมตีได้ทัน แม้จะถอยหลังตามแรงดาบทรนงเองก็ดีดตัวถอยกลับเช่นกัน แต่ที่ตัวมีกรรไกรเล็กๆที่แยกเป็2ชิ้นเหมือนดาบที่ศรีสุข เทพกรรไกรคู่ ใช้ ปักตามร่างกาย แขนและขา เืซึมออกจากาแ
เป็อาวุธลับที่รวดเร็วมาก ปาออกมาระหว่างที่ดึงดาบกลับมาเพื่อป้องกันการโจมตีอย่างแม่นยำ ทรนงเห็นเพียงแว่บเดียวที่พุ่งเข้ามาที่ดวงตาทั้ง2 ข้างและหน้าผาก จึงใช้ปราณปัดป้องได้ไม่ถูกจุดสำคัญ แต่ไม่สามารถป้องกันชิ้นส่วนที่เหลือได้ แม้ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ทำให้การเคลื่อนไหวคล่องตัวน้อยลง จึงดีดตัวมาตั้งหลักและต้องประเมินคู่ต่อสู้ใหม่ น้อยครั้งที่จะเจอศัตรูที่มีความเร็วขนาดนี้ กรรไกรเล็กๆ แม้แผลไม่ลึก แต่รู็สึกได้ว่ามีพิษเคลือบอยู่ด้วย แผลเริ่มชา เคลือนไหวไม่สะดวก สร้างความเสียเปรียบแก่ทรนง เพราะกระบวนดาบ7ดาบมารทมิฬไร้พ่าย เป็การผสานความเร้ซและลมปราณ เมื่อความเร็วใช้ได้ไม่เต็มที่ กระบวนท่าก็จะรุนแรงสมบูรณ์ที่สุด
วงแหวนแหล็กที่หมุนถูกขว้างใส่ทรนงหมุนใส่ด้วยความเร็วสูงพร้อมเพลิงไฟ รุนแรงตามการหมุนทรนงต้านรับได้อย่างทันถ่วงที แม้ความเร็วในการเคลื่อนไหวจะลดลง แต่ก็เพียงพอต่อการป้องกัน แรงกระแทกจากอาวุธประหลาดทให้กระเด็นเพื่อลดแรงโจมตี ส่งสุขปล่อยให้รุมทรนง 2ต่อ1 ไม่ได้ ปราณดาบ สลักเพชร 3 สายพุ่งใส่ เ้าชายกิเลนเพลิง