ย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 103 โดดน้ำฆ่าตัวตาย

    ตอนที่ 103 โดดน้ำฆ่าตัวตาย

            "ลำบากเด็กคนนี้ต้องเอาของกินมาให้พวกเราอีกแล้ว" คุณย่าลู่เอ่ยพลางปาดน้ำตา

            ผู้คนในชุมชนถวนเจี๋ยมีนิสัยไม่เลว พวกเขามาอยู่ที่นี่ได้หลายวันแล้ว แต่กลับไม่เคยถูกใครปาใบผักเน่าใส่เลยสักครั้ง แม้ว่าคนส่วนใหญ่ ตอนที่เห็นพวกเขาจะเมินเฉยไม่สนใจ หรือบางครั้งก็ถึงขนาดเดินเลี่ยงให้ห่างออกไปโดยไม่รู้ตัวก็ตาม แต่สำหรับคนสองคนที่โดนดูถูกเหยียดหยาม หลายปีมานี้ถูกปาใบผักเน่าใส่ ปาหินใส่ หรือแม้แต่ถูกถ่มน้ำลายรดด่าใส่มาแล้ว การที่ไม่มีใครสนใจนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าขอบคุณมาก

            ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่มาถึงชุมชนถวนเจี๋ย หานชีเยวี่ยก็แอบนำของกินอร่อยๆ มาให้พวกเขาตลอด ไม่เพียงแต่จะได้กินอิ่มเท่านั้น ยังได้กินแป้งสาลีและข้าวขาวที่มีประโยชน์ทุกวัน ถึงขนาดได้กินไข่ไก่และเนื้อสัตว์ ทำให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

            "เด็กคนนี้จิตใจดีมีเมตตา ถึงแม้ว่าจะเป็นลู่จิ่งหมิงที่ฝากให้หล่อนช่วยดูแลพวกเรา แต่ฉันคิดว่าเด็กคนนี้ต้องแอบควักเงินส่วนตัวซื้อของมาให้พวกเราเพิ่มแน่ๆ "

            คุณปู่ลู่มองไปที่อาหารชั้นดีและไข่ไก่จำนวนมาก ก็ยิ่งมั่นใจว่าหานชีเยวี่ยต้องควักกระเป๋าตัวเองซื้อของพวกนี้มาเพิ่มให้แน่นอน ถึงแม้ว่าชีวิตของลู่จิ่งหมิงจะสุขสบาย และพอจะหาของดีๆ มาได้บ้าง แต่เขาก็ไม่น่าจะหาคูปองมากมายขนาดนี้ให้เด็กสาวคนหนึ่งได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงของอย่างอื่น แค่คูปองไข่ไก่ จิ่งหมิงก็หามาไม่ได้หรอก

            "ถ้าพวกเราได้เจอจิ่งหมิงครั้งหน้า ต้องบอกเขาให้ดีๆ แล้ว การที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยอมเสี่ยงอันตรายนำของมาให้พวกเรานั้นก็ถือเป็นน้ำใจมากล้นแล้ว พวกเราไม่ควรให้เธอต้องเสียเงินเพิ่มอีก"

            คุณปู่ลู่พยักหน้า "พวกเราเป็นหนี้บุญคุณเธอมหาศาล ถ้าหากในอนาคต... หากสถานการณ์ดีขึ้น พวกเราต้องตอบแทนบุญคุณนี้ให้ได้"

            ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ ก็คิดถึงสหายเก่าที่ยังคงลำบากทำงานอยู่ที่ไร่นา อารมณ์ของคุณปู่ลู่พลันแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด อีกไม่นานก็จะถึงฤดูหนาวแล้ว หากสหายเก่าของเขายังอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เกรงว่าคงยากที่จะผ่านพ้นไปได้

            "ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกของตาเฒ่าเถียนเป็นอย่างไรบ้าง พวกเราอยู่อย่างสุขสบาย แต่พวกเขากลับ..."

            เมื่อคิดถึงสหายเก่าที่ยังคงทำงานอยู่ที่ไร่นาอันห่างไกล ความรู้สึกเศร้าหมองก็เข้าครอบงำจิตใจคุณปู่ลู่ แม้แต่ความยินดีที่เพิ่งได้รับอาหารชั้นดีก็พลอยจางหายไปด้วย

            "หรือว่า พวกเราจะประหยัดอาหารการกินสักหน่อย คิดหาวิธีส่งของไปให้พวกเขาบ้างดีไหม? ”

            คุณยายลู่จะไม่รู้ความรู้สึกที่มีอยู่เต็มอกของสามีเธอกับตาเฒ่าเถียนนานขนาดนี้ได้อย่างไร? หากมีแรงกำลังที่พอจะช่วยได้แต่ไม่ช่วย เกรงว่าคุณปู่คงไม่สามารถปล่อยวางเรื่องนี้ได้ตลอดชีวิต

            คุณปู่ลู่ส่ายหน้า "ส่งไปไม่ได้หรอก เว้นแต่จะมีคนยอมช่วยพวกเรา"

            คุณยายลู่ก็เงียบเสียงลงเช่นกัน ใช่แล้ว จะมีใครยอมช่วยเหลือพวกเขาล่ะ? ด้วยสถานะแบบพวกเขา คนอื่นๆ มีแต่จะพยายามหลีกเลี่ยงให้ถึงที่สุด แล้วจะมีใครยอมช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไร? 

            ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังดำดิ่งกับความเงียบไร้เสียงอยู่นั้น หานชีเยวี่ยก็ได้เดินทางกลับไปถึงชุมชนของเธอแล้ว

            วันนี้เธอใช้เวลาขึ้นเขาไม่นานนัก พอเห็นว่ายังมีเวลาเหลืออยู่ หานชีเยวี่ยจึงไม่ได้ตรงกลับบ้านทันที แต่เดินไปตามทางเล็กๆ อีกเส้นหนึ่ง ตรงไปยังริมแม่น้ำ

            ชุมชนถวนเจี๋ยตั้งอยู่ติดภูเขาและแม่น้ำ ด้านหลังหมู่บ้านก็มีแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ หลายปีก่อน เคยมีคนจมน้ำเสียชีวิตในแม่น้ำสายนี้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สมาชิกในชุมชนก็จะคอยดูแลลูกหลานของตัวเอง ไม่ให้ไปเล่นที่ริมแม่น้ำนั่น และถึงแม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนจะไม่ค่อยดีนัก แต่ก็แทบจะไม่มีใครไปจับปลาในแม่น้ำเลย

            หานชีเยวี่ยตั้งใจจะไปสำรวจริมแม่น้ำดู หากเจอทำเลที่เหมาะสม ก็จะวางลอบดักปลาสักสองสามอันไว้ เพื่อหาปลามายกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัว

            ทว่าน่าเสียดายนักที่วันนี้ตอนที่หานชีเยวี่ยออกจากบ้านมา เธอไม่ได้ดูฤกษ์ดูยาม สวรรค์กำหนดให้วันนี้เธอจะจับปลาไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว

            เธอเพิ่งจะเดินมาถึงริมแม่น้ำ ก็เห็นจากที่ไกลๆ ว่ามีคนๆ หนึ่งกำลังวิ่งตรงไปทางริมแม่น้ำ หานชีเยวี่ยแปลกใจนัก เวลาเพิ่งจะเช้าตรู่แบบนี้ ทำไมถึงมีคนมาที่ริมแม่น้ำแล้วล่ะ? หรือว่าจะมีคนคิดเหมือนเธอ ตั้งใจจะมาจับปลาในแม่น้ำ?

            แต่ความคิดนี้ก็เกิดขึ้นเพียงชั่ววูบ จากนั้นหานชีเยวี่ยก็เห็นท่าทางการเดินโซเซของคนๆ นั้น จู่ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ คนๆ นี้ไม่ได้มาริมแม่น้ำเพื่อจับปลา แต่ตั้งใจจะฆ่าตัวตายต่างหาก

            เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ หานชีเยวี่ยก็รีบวิ่งไปทางที่คนๆ นั้นกำลังวิ่งลงน้ำทันที

            แต่ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองค่อนข้างไกล ต่อให้หานชีเยวี่ยจะใช้แรงที่มีอยู่ทั้งหมดวิ่งอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายเธอก็ได้เพียงมองดูคนๆ นั้นกระโดดลงไปในแม่น้ำโดยที่ไม่สามารถห้ามปรามได้เลย

            ท้องฟ้าเริ่มสาง ริมแม่น้ำก็เป็นสถานที่ที่เงียบเหงาที่สุด รอบด้านปราศจากเงาคน หานชีเยวี่ยได้แต่ถอดเสื้อนอกของตัวเองออกแล้วโยนทิ้งไปข้างทางขณะที่วิ่งอยู่ เมื่อเธอวิ่งมาถึงริมแม่น้ำจุดที่คนๆ นั้นกระโดดลงไป หานชีเยวี่ยก็ไม่ลังเลที่จะกระโดดตามลงไปในแม่น้ำเพื่อช่วยชีวิตทันที

            ไม่ว่าอีกฝ่ายจะกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลใดก็ตาม สุดท้ายแล้วก็เป็นชีวิตคนชีวิตหนึ่ง หานชีเยวี่ยที่เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมมิอาจหักใจเห็นคนถูกแม่น้ำกลืนหายไปต่อหน้าต่อตาตัวเองแบบนี้แน่นอน

            ในเสี้ยววินาทีที่กระโดดลงไปในน้ำ หานชีเยวี่ยก็รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกของสายน้ำที่โอบล้อมรอบตัวเธอ มันเย็นจนเกือบทำให้เธอเป็นตะคริว

            ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงแล้ว น้ำในแม่น้ำจึงเย็นเฉียบจนปวดไปถึงกระดูก ทั้งหานชีเยวี่ยก็ไม่ทันเตรียมตัวมาก่อน แต่เธอกลับไม่สนใจสภาพร่างกายของตัวเอง และมองหาคนที่กระโดดลงไปจากบนผิวน้ำ

            โชคดีที่คนที่กระโดดลงไปยังคอยดำผุดดำว่าย ประเดี๋ยวลอยประเดี๋ยวจม ทำให้ยังพอจะมองเห็นตัวคนได้บ้าง

            หานชีเยวี่ยจึงรีบว่ายน้ำไปทางคนๆ นั้นทันที โชคดีที่บ้านหานมีลูกชายหลายคน ตอนเด็กๆ เจ้าพวกลิงทโมนก็มักจะพาน้องสาวคนเดียวของพวกเขาลงไปเล่นน้ำในแม่น้ำบ่อยๆ หานชีเยวี่ยจึงว่ายน้ำเป็น

            เพียงไม่นาน หานชีเยวี่ยก็ว่ายน้ำไปถึงตัวคนที่พยายามฆ่าตัวตายได้สำเร็จ

            คนๆ นั้นหลับตาอยู่ในน้ำ แต่หานชีเยวี่ยกลับสัมผัสได้ว่าเธอกำลังพยายามว่ายน้ำไปยังกลางแม่น้ำ แสดงว่าเธอตั้งใจที่จะตายจริงๆ หานชีเยวี่ยดึงตัวเธอขึ้นมาเล็กน้อย และได้เห็นใบหน้าของคนๆ นั้นเข้าพอดี ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นแม่ม่ายจ้าวนี่เอง

            หานชีเยวี่ยไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย

            หลังจากเกิดเรื่องใหญ่แบบนั้นขึ้น แม่ม่ายจ้าวย่อมต้องเผชิญกับคำนินทามากมาย การที่เธอฆ่าตัวตายก็นับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ บางครั้ง การตายอาจจะง่ายกว่าการมีชีวิตอยู่ และสำหรับแม่ม่ายจ้าว บางทีก็อาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่หานชีเยวี่ยก็ยังคงจับแขนของแม่ม่ายจ้าวไว้ พยายามพาเธอขึ้นมาจากน้ำ

            หานชีเยวี่ยมีแรงเยอะ เพียงแต่ว่า แม่ม่ายจ้าวตั้งใจที่จะตายจริงๆ อย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ได้คิดจะให้หานชีเยวี่ยช่วยเธอขึ้นไปเลยแม้แต่น้อย

            หานชีเยวี่ยว่ายน้ำเป็น แต่ก็แค่ว่ายน้ำเป็นเท่านั้น การจับคนที่ตั้งใจจะตายอยู่ในน้ำ ทำให้เธอหมดแรงอย่างรวดเร็ว

            "พวกเรากลับไปกันเถอะ บนโลกนี้ไม่มีภูเขาไหนที่เราจะข้ามผ่านไปไม่ได้หรอก ไม่ว่าอุปสรรคอะไร ขอให้อดทนอีกหน่อย ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง" หานชีเยวี่ยได้แต่ปลอบใจคนที่ดื้อรั้นอยากจะว่ายน้ำไปกลางแม่น้ำ

            "เธอปล่อยให้ฉันตายไปเถอะ ฉันรู้ว่าเธอเป็นเด็กดี แต่ฉันไม่ใช่คนดีหรอก ฉันสมควรตาย!" แม่ม่ายจ้าวพูดด้วยสีหน้าสิ้นหวัง

            ใบหน้าของเธอเปียกปอนไปด้วยหยดน้ำ แต่หานชีเยวี่ยก็ยังมองเห็นหยาดน้ำตาของเธอได้ชัดเจน หานชีเยวี่ยรู้สึกสะเทือนใจกับน้ำตาเหล่านั้น นั่นคือความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดแล้ว! ตอนนี้แม่ม่ายจ้าวเหลือตัวคนเดียว เธอไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ทั้งสามีทั้งสองคนก็ตายหมด ลูกสาวเพียงคนเดียวก็ไม่รู้ว่าหายไปอยู่ที่ไหน

            ยังถูกคนอื่นจับได้ว่ามีความสัมพันธ์กับหลี่โก่วเชิ่ง ไม่แน่ว่าต่อไป เธอคงถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงสำส่อน ถูกคนนับพันชี้หน้าด่าทอ

            ไม่แปลกที่แม่ม่ายจ้าวจะรู้สึกสิ้นหวัง

            สำหรับคนที่สิ้นหวังแล้ว ความตายอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด

            แม่ม่ายจ้าวคนนี้ เป็นคนที่ไม่ค่อยสุงสิงกับคนอื่นในชุมชนเท่าไหร่ แต่หานชีเยวี่ยก็พอจะรู้จักเธออยู่บ้าง เธอเป็นผู้หญิงที่ขยันขันแข็ง ทำงานหนักมาตลอด หลายปีมานี้ นอกจากความสัมพันธ์กับครอบครัวของสามีคนก่อนที่ไม่ค่อยดีนัก เธอก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนส่วนใหญ่ในชุมชน นิสัยอ่อนโยนเมตตา มักจะไม่พูดอะไรมาก เพียงแค่ยิ้มบางๆ เท่านั้น

            แต่คนในครอบครัวมักจะพูดว่า ถึงแม้ว่าแม่ม่ายจ้าวจะยิ้มให้ แต่ในดวงตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความทุกข์

            เมื่อก่อน หานชีเยวี่ยไม่เข้าใจ แต่หานชีเยวี่ยที่ได้กลับมาเกิดใหม่ กลับสามารถเข้าใจความสิ้นหวังและความทุกข์ในดวงตาของแม่ม่ายจ้าวได้


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592