“ได้ๆ ตามเ้าว่า ยัยหนูแล้วยังมีอะไรอีกหรือไม่” ท่านตาถามออกมาเมื่อเห็นว่าข้ายัง้าพูดอะไรบางอย่างอีก
“เื่อาหารรบกวนเถ้าแก่จัดการมาเลยนะเ้าคะ ส่วนเื่เงินข้าขอให้ท่านคิดรวมกับค่าสร้างบ้านเลยเ้าค่ะ”
“ได้ๆ” เถ้าแก่รีบรับปากในทันที ก็ไม่ดีหรือไร ในแต่ละวัน ลูกน้องของเขาและชาวบ้านบางคนยังมิได้ทานอาหารกันด้วยซ้ำไป
“งั้นข้าก็ไม่มีอะไรแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณเถ้าแก่มากเลยเ้าค่ะ”
“แล้วเ้าเล่า ตาแก่เป่ยมีอะไรอีกหรือไม่”
“ไม่มีแล้วล่ะ งั้นข้าขอตัวก่อน ต้องซื้อของเข้าบ้านอีก เดี๋ยวช้ากว่านี้ ยัยแก่ที่บ้านข้าจะด่าเข้าให้ ฮ่าๆ ” ท่านตาเมื่อเห็นว่าอันใดที่สมควรพูด ก็พูดไปหมดแล้ว จึงขอตัวลาออกไปทำสิ่งที่สมควรทำต่อ
“ได้ๆ งั้นข้าไปส่ง”
หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว จึงออกจากร้านเถ้าแก่มุ่งตรงไปตลาดเพื่อซื้อข้าวสารและของต่างๆ เข้าบ้าน ส่วนทำไมข้าไม่ทำอาหารเองเลี้ยงคนงานนะหรอ หึ ข้ายังไม่อยากให้ท่านแม่กับท่านยายต้องเหนื่อยเกินไป อยากใช้เงินแก้ปัญหาแบบคนรวยดูบ้าง อิอิ
ถึงแม้ข้าจะต้องประหยัดเงินก็เถอะ หลอกกก จริงๆ แล้ว การให้เงินไปเลยง่ายกว่า น่าจะพอๆ กับการซื้อของมาทำกับข้าวนั้นแหละ เลยอยากให้ท่านแม่กับท่านยายคอยดูแลควบคุมคนงานไปด้วยดีกว่า จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป
เมื่อทำธุระเื่การติดต่อสร้างบ้านจบ ครอบครัวเป่ย นำโดยเป่ยจิน เด็กน้อยตัวแสบก็เดินนำเข้าไปที่ถนนที่มีตลาดและร้านค้าที่พวกเขายังไม่เคยมาเหยียบ ยกเว้นท่านตา
ชาวบ้านที่นี่ แต่งกายด้วยชุดธรรมดา ส่วนมากจะเป็เนื้อผ้าที่ไม่ได้หยาบแต่ก็ไม่ได้ดีเกินไป เน้นสีไปทางสีทึบ สีดำ สีเทา น่าจะเพราะสะดวกต่อการทำงานต่างๆ แถมเวลาสกปรกก็ดูไม่ออก
เข้ามาร้านแรกสุดก็จะเริ่มเป็ร้านอาหารเล็กๆ พวกแผงลอยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ ร้านซาลาเปา ร้านผลไม้เคลือบน้ำตาลหรือถังหู่ลู่ ที่ข้าเคยอ่านจากนิยาย สายไหม หรือแม้กระทั่งร้านน้ำตาลปั้นเป็รูปสัตว์ต่างๆ
ท่านพ่อกับท่านตาเดินจูงมือข้าไปคนละข้าง แต่เพียงครู้่เดียวเท่านั้น กลิ่นหอมๆ ที่ลอยมาจากร้านซาลาเปาที่ข้าเดินผ่านมาเมื่อครู่ ลอยมาเตะจมูกข้าอย่างจัง ทำเอาร่างกายไม่รักดี ส่งเสียงประท้วงจนน่าอายออกมา
//โครกคร้ากกก// เสียงท้องร้องดังขึ้นมาทันที น่าอับอายชะมัด
“อ่ะ จินเออร์เ้าหิวแล้วหรือหลานตา” ท่านตาถามออกมาเมื่อได้ยินเสียงท้องของข้าร้องออกมา
“แหะ ๆ หลานหิวเ้าค่ะ แต่ไม่มาก” หลานหิวมากเ้าค่ะ หิวแบบกินไก่ไม่อิ่ม ไก่หนึ่งตัวก็ไม่อิ่ม ไก่สองตัวก็มิอิ่ม แต่นั้นก็เป็ความคิดในสมองของข้าเพียงเท่านั้น
“ไม่มากงั้นหรือ แต่พ่อว่าท้องเ้าร้องดังมากนะลูก ฮ่าๆ” ซานหลงที่ได้ยินเสียงท้องของบุตรสาวดังมาก จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวออกมา
“ท่านพ่อ ท่านมู่ลี่ข้าหรือ หึยยย” อืม แปลกๆ มูลี่แหละ อืมๆ มูลี่ เนี่ยย ใครว่าท่านพ่อข้าไม่ทันคน ท่านพ่อข้านะ พัฒนาแล้วนะ หึ
“ฮ่าๆ ไม่เป็ไรหลานตา ไปๆ อยากกินอะไรบอกตาได้เลย” ท่านตาที่อดจะเอ็นดูหลานสาวของตนเองไม่ไหว จึงเอ่ยออกมา
“งั้นข้าว่าเราหาอะไรองท้องกันก่อนหรือไม่ขอรับท่านพ่อ น่าจะใกล้ยามอู่ (เวลา 11.00-12.59 น.) แล้ว จินเออร์น่าจะหิวแล้วจริงๆ” ซานหลงเอ่ยเสนอออกมา
“ได้ๆ ว่าแต่หลานอยากกินอะไรล่ะ” ท่านตาหันไปถามจินเออร์ด้วยความเอาใจใส่ ไม่ว่าหลาน้าจะทานอันใด ตนเองก็พร้อมจะไปทานด้วยกัน
“ซาลาเปาเ้าค่ะ ข้าอยากทานซาลาเปา” ข้านะเห็นมาหลายร้านเชียวละ กลิ่นหอมๆ ควันขาวๆ ที่ลอยออกมาจากซึ่งซาลาเปานั้น อดใจไม่ไหววเลยย
“ได้ ให้เ้าสิบลูก ไม่แบ่งใครเลย” คุ้นนะท่านตา ท่านจะแบ่งมรดกซาลาเปารึไง
“ท่านตาาาาาาาาา ท่านก็มู่ลี่ข้า เจ็บกระดองใจ คนไม่หิวไม่เข้าใจหรอก อืออ หลานงอนแล้วเ้าค่ะ” อืออ พูดแล้วก็อาย ถึงข้าจะแค่ ห้าถึงหกขวบ แต่ข้าก็อายเป็หนา
“ท่านป้าเ้าขา มีซาลาเปาไส้อะไรบ้างเ้าคะ” หลังจากเดินเลือกร้านซาลาเปาไปได้สองถึงสามร้าน ข้าก็มาหยุดตรงร้านนี้
“ก็มีไส้หมู ขายลูกล่ะสามอีแปะ ไส้ผักรวมหนึ่งอีแปะ นังหนูเ้าจะรับอะไรบ้างล่ะ”
“งั้นข้าเอาไส้หมูสิบลูก ไส้ผักรวมอีกสิบลูกเ้าค่ะ” เยอะหรอ ไม่เยอะหรอก แต่ท่านป้า ท่านจะมองหน้าข้าแบบนั้นทำไมกัน ข้าซื้อเผื่อคนอื่นๆ ต่างหากเ้าค่ะ
“ได้ๆ ข้าห่อให้” ป้าขายซาลาเปาที่มัวแต่มองเด็กน้อยอย่างจินเออร์ที่แก้มเป็ก้อนๆ ขาวๆ เพลินๆไปหน่อย รีบตอบรับคำออกมาอย่างรวดเร็ว
“นี่เงินเ้าค่ะท่านป้า ขอบพระคุณนะเ้าคะ” ข้ารีบแบมือออกไปให้เห็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายแก่ท่านป้า
“ท่านตา ท่านพ่อเ้าขา ข้าซื้อเผื่อพวกท่านด้วย แล้วก็ซื้อไปฝากท่านยายท่านแม่ด้วยนะเ้าคะ อิอิ”
“ดีๆ มื้อเย็นจะได้มีของกินเพิ่ม”
หลังจากกินอิ่ม ท่านพ่อก็นำข้าไปซื้อข้าวสารห้าจิน แป้งสิบจิน เมล็ดธัญพืชหลายชนิด รวมๆ แล้วก็หลายจินทีเดียว จากนั้นก็เดินไปร้านขายเนื้อสัตว์ เพื่อซื้อเนื้อหมูและกระดูกหมู รวมถึงผักสด อีกหลายจิน จนตอนนี้ ข้าเริ่มรู้สึกว่า มันมากจนถือไม่ได้แล้ว
“ท่านตาเ้าขา ข้าว่าเราซื้อเกวียนกันดีหรือไม่ ตอนนี้ของเราเริ่มเยอะขึ้นแล้ว ข้าเมื่อยแล้วเ้าคะ”
“ข้าเห็นด้วยกับจินเออร์นะขอรับท่านพ่อ อีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว จะยิ่งเดินทางลำบากขึ้นไปอีก หากบ้านเราเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็ต้องใช้เกวียนขึ้นมาจริงๆ จะได้ไม่ต้องรอเวลาในการหาเื่ยืมเกวียนคนอื่นขอรับ อีกอย่างตอนนี้เราก็พอจะมีเงินทองแล้ว” ซานหลงเอ่ยออกมาอย่างมีเหตุผล
“ได้สิ ข้าไม่ว่าอะไรเ้าหรอก เงินนี่พวกเ้าก็หามา อีกอย่างทุกสิ่งที่เ้าทำ ก็เพื่อครอบครัวของพวกเรา เ้าสามารถตัดสินใจได้เลยอาซาน” ท่านตาเอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจและดีใจในตัวบุตรเขย
“ท่านตาตกลงใช่มั้ยเ้าคะ งั้นเราไปกันเลยหรือไม่”
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทั้งหมดจึงเดินไปยังร้านค้าสัตว์ เพื่อเลือกซื้อสัตว์ที่จะใช้ในการเดินทาง รวมทั้งซื้อเกวียนอีกด้วย
“สวัสดีขอรับนายท่าน วันนี้รับอะไรดีขอรับ” หลงจู๊คนหนึ่ง รีบเดินเข้ามาหาทันที เมื่อเห็นว่ามีลูกค้าเข้ามา
“ข้าอยากได้วัวสักหนึ่งคู่พร้อมเกวียน” เป่ยตงหลินเอ่ยออกไป
หลงจู๊ที่ได้ยินดังนั้น จึงยิ้มออกมาเบาๆ เพราะ่นี้คนน้อยนัก ทำให้รายได้ของทางร้านมิค่อยดี กลุ่มลูกค้าด้านหน้าของหลงจู๊จึงเป็เื่ราวที่น่ายินดี
“ได้ขอรับ ทางเรามีแนะนำ เทียมเกวียนจะอยู่ที่ราคาห้าสิบตำลึงเงิน ส่วนวัวที่ลากเกวียนนั้น อยู่ที่คู่ละสองตำลึงทองขอรับ และหากท่าน้าเลือกเอง ทางเรามีทั้งวัว ม้า และลา ขอรับ เชิญด้านในได้เลยขอรับ”
หลงจู๊พูดพร้อมกับเดินนำไปด้านใน
“ท่านตาเ้าขา หลานอยากเดินดูด้วยได้หรือไม่”
“ได้สิจินเออร์”
ข้าเดินดูสัตว์ในคอกสักพัก ยังไม่เจอสัตว์ชนิดใดที่ถูกใจข้าเลย แต่เมื่อเดินไปสุดทางก็ได้เจอกับ ม้าคู่หนึ่ง โดยที่ตัวนึงเป็สีขาวและอีกตัวข้างกันเป็สีดำ มันดูสง่าและน่าเกรงขามมาก แต่ทำไมไม่มีใครซื้อพวกมันไปกันนะ
“ขออภัยเ้าค่ะพี่ชาย ทำไมม้าคู่นี้ ถึงยังไม่สามารถขายออกไปได้หรือเ้าคะ”
“อ่อ ขอรับคุณหนู ม้าสองตัวนี้ เพิ่งจับมาได้จากในป่าขอรับ มีพ่อค้าเร่นำมาขาย มันพยศมาก ยังไม่มีนักปราบสัตว์คนใดปราบพยศมันได้ลง จึงไม่สามารถขายได้ในตอนนี้ขอรับ”
“แต่ข้าถูกใจม้าคู่นี้มากเลยเ้าค่ะท่านตา” ข้าหันไปอ้อนท่านตาทันที ไหงจากวัวกลายเป็ม้าได้ละนี่
“แต่ว่าจินเออร์เ้าก็ได้ยินแล้วไม่ใช่หรือ”
“เอ่อ เพียงแต่ว่าหากท่านสามารถปราบมันได้ละก็ ข้าก็ยินดีขายมันนะขอรับ”
“หึยยย ละข้าจะทำยังไงได้เล่า พูดก็ไม่รู้เื่ รู้งี้ข้าเอาจินหลงมาด้วยก็ดี เผื่ออยู่ป่าเดียวกันจะคุยกันรู้เื่”
เรียกว่าเอ่ยถึงเสือในป่า เสือก็มาทันที
“นี่ เ้าเด็กอัปลักษณ์”
“ห๊ะ ใครเรียกข้าว่าอัปลักษณ์ อีกแล้ว” เป่ยจินสะดุ้งและพึมพำออกมาเบาๆ
“ข้าเอง”….
“ข้าไหน” เป่ยจินถามออกไป
ปรากฏว่าเสียงที่ส่งออกมานั้นคือเสียงของ…
“ก็ม้าสองตัวตรงหน้าเ้าไงล่ะ”
“ห๊าาา เ้าพูดได้หรือ”
“ข้าไม่ได้พูด ข้าส่งพลังจิตคุยกับเ้าต่างหากยัยเด็กทึ่ม”
“ใครทึ่ม พวกเ้านะสิทึ่ม หึ”
“ได้ๆ พวกข้าทึ่ม เ้าซื้อพวกข้าสิ”
“ซื้อยังไงล่ะ ข้าปราบม้าไม่เป็”
“….. เ้าจะปราบพวกข้าทำไม พวกข้ายอมไปกับเ้าไม่ดีหรือไง”
“เอ๋…ไปยังไง” เป่ยจินที่ยังคิดมิได้ ยังเอ่ยออกมาแบบเหม่อลอย
“เ้าก็แค่ให้คนดูแลปล่อยพวกข้า แล้วถ้าพวกข้ายอมเดินตามเ้ากลับออกไปก็แปลว่าสำเร็จไง”
“ห๊าาาา ง่ายๆ แบบนี้อีกแล้วหรอ”
“แล้วจะทำให้ยากทำไม มีแค่เ้าที่ฟังพวกข้าได้ ไปอยู่กับเ้าก็ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรือไง”
“อืมมม มีเหตุผล แต่ข้าว่ามันตะหงิดๆ นะ”
“ไม่หรอก ไปๆ เ้าไปตกลงกับพวกมนุษย์ ข้าอยากออกไปแล้วคุณหนูน้อย”
“ท่านตา ท่านพ่อเ้าขา ท่านเชื่อมั่นในตัวลูกหรือไม่” เชอะ เห็นแก่ที่เรียกข้าว่าคุณหนูหรอกนะ
“แต่มันอันตรายนะจินเออร์ ลูกไม่ควรเสี่ยง”
“นั้นสิ ตาก็คิดเช่นเดียวกัน ตาไม่อนุญาตหรอกนะ”
“ท่านตาดูพวกมันสิเ้าคะ มันเหงาแค่ไหน กับการโดนกักขัง” ข้าพูดอ้อนออกไปพร้อมกับมองไปยังเ้าม้าสองตัวนั้น ที่ตอนนี้กำลังแสดงละครร่วมกับข้าไปด้วย
“เห๊ออออ เ้านี่นะ เช่นนั้นก็ได้แต่พ่อจะอุ้มเ้าไว้นะ”
“ตกลงเ้าค่ะท่านพ่อ งั้นท่านหลงจู๊เ้าคะ รบกวนเปิดคอกม้าด้วยเ้าค่ะ หากว่าพวกมัน ยอมเดินตามข้าออกมาเงียบๆ ไม่โวยวายหรือพยศ ท่านตกลงขายให้ข้าใช่หรือไม่”
“ได้ ข้าตกลง แต่ข้าคิดราคาตามเดิมนะคุณหนูน้อย”
“ได้เ้าค่ะ”
เมื่อท่านผู้ดูแลปล่อยพวกมันออกมา พวกมันก็เดินตามข้าออกมาแต่โดยดี ไม่มีอาการยศใดๆ แสดงให้คนอื่นเห็น สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนเป็อย่างมาก ข้าจึงหันไปขยิบตาให้กับท่านตาและท่านพ่อ ทีหนึ่ง
หลังจากนั้นเมื่อตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วที่ราคา ทั้งสิ้นห้าตำลึงทอง เนื่องจากเกวียนก็ราคา ห้าสิบตำลึงเงินไปแล้ว เมื่อต้องปรับให้เข้ากับขนาดของม้าทั้งสองตัว และราคาของพวกมันแล้ว จึงรวมเป็ ห้าตำลงทอง ห้าสิบตำลึงเงิน ท่านพ่อจึงกลายเป็คนขับเกวียนชั่วคราว
เมื่อได้เกวียนแล้ว จึงขนของมาไว้บนเกวียนจากนั้น จึงพาข้าไปซื้อผ้าหลายๆ พับ และชุดสำเร็จ มาให้ท่านแม่ท่านยาย และทุกคน นอกนจากนี้ข้ายังเสนอให้ไปซื้ออุปกรณ์เครื่องครัวเพิ่มอีกด้วย เข้าตลาดทั้งที ก็ต้องจัดเต็มไปเลย
ถือว่าวันนี้ข้าคุ้มมากๆ ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งเกวียนพร้อมม้าสวยๆ สองตัว อีกทั้งยังได้ของกินและของฝากไปฝากท่านแม่กับท่านยาย นับว่าสรรค์ยังไม่ทอดทิ้งข้าจริงๆ
หึ ลองทอดทิ้งสิ ข้าตายไปรอบนี้ จะไปถามให้รู้กันไปเลย ว่าทำไมส่งข้ามาแล้วลำบากขนาดนี้
หลังจากนั้นเมื่อได้ของครบแล้ว ท่านพ่อก็ขับเกวียนที่มีข้าและท่านปู่นั่งอยู่พร้อมด้วยของมากมาย บ้านของเรา ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างออกมามุ่งดูกันทั่ว คงสงสัยเกวียนของผู้ใด ถึงได้ขับไปท้ายหมู่บ้านขนาดนั้น ระหว่างนั้น ข้าจึงจุดประกายไฟเล็กๆ ให้ท่านตาฟังก่อนจะถึงบ้าน
“ท่านตาเ้าขา ทำไมเราไม่ซื้อที่ดินรอบบ้านเพิ่มละเ้าคะ”
“……….”