เปลวเพลิงสีแดงผสมดำยังคงลุกโชนอย่างเงียบเชียบและน่าสะพรึงกลัวอยู่บนใบดาบใหญ่สีดำในมือของโซร่า
ทั่วทั้งจัตุรัสกลางเมืองฮาร์เรนจมลงสู่ความเงียบงันในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยหรือไอออกมาเบา ๆ ความร้อนไอระอุจากเตาหลอมที่ล่มสลายก่อนหน้านี้ยังคงม้วนตัวอยู่ในอากาศ ทว่าความอบอ้าวกลับเทียบไม่ได้เลยกับ ความเย็นเยียบแห่งจิตคุกคาม ที่แผ่ออกจากร่างของช่างตีเหล็กผมแดง
ดวงตาสีแดงเพลิงฉานคู่นั้นไม่ได้กวาดมองขุนนางบนอัฒจันทร์ ไม่ได้มองทหารรักษาการณ์นับร้อยนาย หากแต่จับจ้องและกักขังร่างของอาเดล อัลดริช ไว้เพียงคนเดียว
"...ลงมาซะ หรือเ้าจะให้ข้าต้องขึ้นไปลากคอเ้าลงมาเอง"
น้ำเสียงของโซร่าราบเรียบ ไร้ซึ่งความกระแทกกระทั้นหรือความเกรี้ยวกราด
ทว่าแรงกดดันที่แฝงอยู่ในคำสั้น ๆ นั้น กลับหนักอึ้งเสียจนขุนนางบนอัฒจันทร์และผู้ชมรอบสนามรู้สึกเหมือนมีผาหินขนาดมหึมากดทับอยู่บนบ่าจนแทบจะหายใจไม่ออก
อาเดลยืนตัวสั่นระริกอยู่บนอัฒจันทร์ VIP ริมฝีปากที่เคยเหยียดหยามคนอื่นบัดนี้ซีดขาวไร้สีเื มือขวาที่กุมด้ามดาบสิงโตทองคำของอิกเนียสสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เขากัดฟันแน่นจนเส้นเืบนขมับปูดโปน พยายามสู้กับความหวาดกลัวระดับพันธุกรรมที่กำลังสั่งให้เขาร้องไห้และวิ่งหนี
"ข...ข้า...ข้าไม่จำเป็ต้องฟังคำสั่งของเ้าสามัญชนขยะอย่างเ้า!" อาเดลเค้นเสียงขู่แข่งกับความกลัว
โซร่าไม่ได้เอ่ยปากตอบคำโต้เถียงอันไร้ค่านั้น...
ชายหนุ่มผมแดงเพียงแค่หมุนข้อมือเบาๆ ยกคมดาบใหญ่สีดำขึ้นระดับอก
ฟูมมมมมมมมมมมมมมม!!
เปลวเพลิงสีแดงเข้มผสมเงาทมิฬปะทุะเิออกจากคมดาบเป็วงคลื่นขนาดใหญ่! มันพุ่งแหวกอากาศแผ่ขยายออกไปรอบทิศทางด้วยความเร็วอันน่าใ ผืนหินแกรนิตรอบลานประลองสั่นะเืสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนที่ กำแพงเพลิงสีแดงดำความสูงกว่า 30 เมตร จะปะทุแทรกตัวขึ้นจากพื้นดินรอบขอบสังเวียนเป็วงกลมสมบูรณ์แบบ!
เสาเพลิงตัดทะยานขึ้นสู่อากาศ พุ่งสูงทอดเงาร่างอันน่าพรั่นพรึงล้อมรอบพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้ดุจกรงขังั!
เสียงแตกตื่นและเสียงร้องะโด้วยความตื่นตระหนกดังระงมขึ้นทันที!
"กำแพงไฟ!"
"ทางออกถูกปิดล้อมหมดแล้ว!"
"ถอยเร็ว! มันร้อนจะเผาเกราะเหล็กละลายอยู่แล้ว!"
คลื่นความร้อนมหาศาลแผ่ออกไปปะทะอัฒจันทร์ จนผู้ชมแถวหน้าต้องพาหอบร่างถอยร่นขึ้น้าอย่างวุ่นวาย ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ เปลวไฟนั้นกลับไม่ได้ลุกลามออกไปเผาผลาญไม้หรือผ้าใบของอัฒจันทร์แม้แต่น้อย มันหยุดนิ่ง ยืนหยัดระงับอยู่ตรงขอบสังเวียนอย่างแม่นยำ ราวกับมีขอบเขตพลังงานที่มองไม่เห็นกักขังมันไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
โซร่าหมุนดาบใหญ่กลับลงข้างกาย ปลายดาบจรดพื้นหินจนแตกร้าวเป็ทางยาว
"...ไม่มีใครหนีออกไปได้" เขาเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงเรียบนิ่งชวนให้ขนหัวลุก "...จนกว่าการต่อสู้นี้จะจบลง"
อาเดลหน้าซีดเผือด ั์ตาสั่นระริกขณะจ้องมองกำแพงเพลิงที่ปิดทางรอดทั้งหมด "จ...เ้า... คิดจะทำอะไรกันแน่!"
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของโซร่า... มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความเดือดดาลหรือโกรธแค้น แต่เป็รอยยิ้มที่ราบเรียบ นิ่งงัน และเ็าถึงขั้วหัวใจ
"ข้าเพียงแค่อยากรู้..." โซร่าจ้องมองดวงตาของเหยื่อตรงหน้า "...บุตรชายผู้สูงศักดิ์ที่ชอบใช้อำนาจไล่รังแก ข่มเหงผู้อ่อนแอ ยามเมื่อต้องกลายเป็ฝ่ายถูกล่าบ้าง... จะดิ้นรนเอาชีวิตรอดได้นานเพียงใด"
คำพูดประโยคเดียว ทำเอาผู้คนนับหมื่นบนอัฒจันทร์รู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งแผ่นหลังโดยไม่รู้ตัว!
แม้แต่ อิกเนียส วัลคาร์ ช่างตีเหล็กหลวง ยังต้องหลับตาลงช้า ๆ ด้วยความสะท้อนใจ
"ข้าไม่ใช่มดแมลงให้เ้ามารังเกียจนะ!!"
อาเดลแผดเสียงกรีดร้องด้วยความอัปยศ! เขารวบรวมความอับอายและความโกรธทั้งหมด สกัดกั้นความกลัว แล้วสั่งการให้มานาในร่างไหลเวียน ชักดาบสิงโตทองคำออกจากฝัก!
"เข้ามาเลย ข้าจะแสดงให้ผู้คนได้เห็นว่าข้าแข็งแกร่งเพียงใด และใครจะกล้ามาต่อกรกับข้า!"
ฟุ่บ!
ร่างของอาเดลพุ่งเข้าหาโซร่าด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ร่างกายของขุนนางหนุ่มจะทำได้! ดาบสิงโตทองคำตวัดฟันฉับเป็ชุดอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง คมดาบตัดผ่านอากาศเกิดเสียงกระหึ่มอันเฉียบคม!
ฉัวะ!
ฉับ!
เคร้ง!
ทุกกระบวนท่าที่แสดงออกมา ทั้งท่วงท่าการฟันเฉียง การแทงตรง และการหมุนตัวฟันย้อน ล้วนแม่นยำและงดงาม สมกับที่ได้รับการฝึกฝนจากยอดอาจารย์ดาบประจำตระกูลอัลดริชมาั้แ่วัยเยาว์ ผู้ชมบางส่วนบนอัฒจันทร์ถึงกับหลุดปากร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
"เร็วมาก!"
"สมแล้วที่เป็วิชาดาบชั้นสูงของตระกูลขุนนาง!"
ทว่า... ภาพที่เกิดขึ้นบนสังเวียนกลับทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง!
โซร่าไม่ได้ยกดาบใหญ่สีดำขึ้นรับการโจมตีเลยแม้แต่ครั้งเดียว... เขาทำเพียงแค่ก้าวเท้าหลบอย่างแช่มช้า
เอียงกายหนึ่งก้าว... คมดาบสิงโตถากผ่านอากาศไปเพียงหนึ่งนิ้ว
เบี่ยงไหล่สองก้าว... คมดาบพุ่งผ่านท่อนแขนไปอย่างไร้ผล
ถอยหลังครึ่งก้าว... ปลายดาบสิงโตส่องประกายผ่านหน้าอกไปโดยไม่กระทบแม้แต่เส้นใยเสื้อผ้า!
ไม่ว่าอาเดลจะเร่งความเร็วฟัน แทง หมุนตัว หรือะโใช้ทักษะใด ๆ ปลายดาบอันงดงามของเขากลับไม่อาจััแม้แต่ชายเสื้อสีดำของช่างตีเหล็กผมแดงได้เลยแม้แต่เสี้ยวไมครอน!
"เป็ไปไม่ได้! เป็ไปไม่ได้!!" อาเดลแผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง เหยียบพื้นจนหินแตกร้าว พยายามเร่งดาบให้เร็วขึ้นอีกเท่าตัว!
"น่าผิดหวังชะมัด นี่น่ะหรือความแข็งแกร่งกูลขุนนางที่เ้าภูมิใจนักหนา?"
"หุบปาก!!"
โซร่ายังคงก้าวเท้าหลบอย่างสบาย ๆ ราวกับกำลังเดินทอดน่องอยู่ในสวนหลังบ้าน เขารู้อย่างแจ่มแจ้งว่าคมดาบจะพุ่งมาจากทิศทางใด ก่อนที่อาเดลจะทันได้ขยับกล้ามเนื้อเสียอีก!
บนอัฒจันทร์ชั้นล่าง...
เอเลน่ายืนกุมมือแน่นจนข้อแต้มขาว ั์ตาสีน้ำตาลจับจ้องไปยังสังเวียนอย่างไม่ยอมคลาดสายตา "...พี่โซร่า..."
เรย์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "...พี่เอเลน่า... พี่โซร่าไม่ได้กำลังสู้กับเขาเลยใช่มั้ยครับ?"
สเตลร่าที่ยืนอิงเสาไม้ฉายรอยยิ้มซุกซนและลึกล้ำ พยักหน้าเบา ๆ พลางเอ่ยขึ้น "ใช่แล้วจ้ะเด็ก ๆ... เขาไม่ได้กำลังต่อสู้ แต่เขากำลัง 'อ่าน' ทุกโครงสร้าง การเคลื่อนไหว และจิตใจของมนุษย์คนนั้นทั้งหมดต่างหาก"
ท่ามกลางสังเวียนที่ถูกล้อมด้วยกำแพงไฟ...โซร่าเอียงศีรษะหลบคมดาบแทงตรงของอาเดลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ครั้งที่สิบเจ็ด..."
อาเดลชะงักกึก ร่างกายเกร็งค้างด้วยความสับสน "...อ...อะไรนะ?!"
"เ้าชอบเริ่มกระบวนท่าจากการยกไหล่ขวาขึ้นสองเิเ..." โซร่าเอ่ยสั้น ๆ ขณะก้าวถอยหลบดาบฟันเฉียงอีกเล่ม "...แล้วจากนั้นจะเปลี่ยนทิศทางเป็ฟันเฉียงลงทางซ้าย...ทุกครั้ง"
อาเดลเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงลุ่มลึก! โซร่าไม่ได้แค่หลบได้... แต่ชายหนุ่มผมแดงกำลัง นับและวิเคราะห์รูปแบบการโจมตี ทั้งหมดของเขาประดุจตำราเรียน!
"ครั้งที่ยี่สิบเอ็ด..." โซร่าเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงว่างเปล่า "...เ้าจะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรวบรวมลมหายใจ ก่อนจะใช้ท่าแทงตรงระดับอก"
"อ๊ากกกกกก!"
อาเดลกัดฟันแน่นจนเืซึมขอบปาก ด้วยความอับอายและ้าลบคำปรามาส เขาตัดสินใจฝืนกระบวนท่า พุ่งตัวเข้าแทงตรงใส่โซร่าอย่างรวดเร็ว!
ทว่า ก่อนที่ปลายดาบสิงโตจะทันได้เอื้อมถึงตัว...
โซร่าเพียงแค่เบี่ยงกายครึ่งก้าว ยื่นสันดาบใหญ่สีดำในมือขวาขึ้นมา...แล้วแตะลงบนข้อมือขวาของอาเดลเบา ๆ ด้วยจังหวะที่สมบูรณ์แบบ!
พลั่ก!
แรงะเืเบา ๆ แต่กลับเข้าปะทะกับจุดประสาทข้อมืออย่างแม่นยำ! ดาบสิงโตทองคำในมือของอาเดลสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเกือบจะหลุดร่วงออกจากมือ!
ผู้ชมทั้งสนามนับหมื่นชีวิตต่างอ้าปากค้าง!
โซร่าไม่ได้ใช้พละกำลังอันมหาศาลบดขยี้... แต่นั่นคือการใช้จังหวะ สายตา และประสบการณ์การต่อสู้อันสมบูรณ์แบบที่เหนือชั้นกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายร้อยเท่า!
โซร่ามองดูอาเดลที่กำลังกุมข้อมือสั่นระริก ก่อนจะหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
"...หมดลูกเล่นแล้วหรือ?"
น้ำเสียงนั้นนิ่งสงบ ไร้ร่องรอยการโอ้อวด ทว่ามันกลับทำให้อาเดลตัวสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับเขากำลังถูกสัตว์ประหลาดโบราณในคราบมนุษย์จ้องมองดูความพยายามอันไร้ค่าของมดปลวกอยู่จริง ๆ
เวลาผ่านพ้นไปอีกครู่ใหญ่...
เสียงโลหะปะทะและเสียงคมดาบตัดผ่านอากาศยังคงดังขึ้นเป็ระยะบนสังเวียน
เคร้ง!
เคร้ง!
เคร้ง!
ทว่า รูปแบบของการต่อสู้กลับทารุณจิตใจของผู้มองมากขึ้นเรื่อย ๆ... ทุกครั้งที่อาเดลทุ่มเทกำลังพุ่งเข้าโจมตี โซร่าจะทำเพียงแค่หลบหลีก และตอบโต้กลับด้วยการใช้ปลายดาบหรือสันดาบแตะเบา ๆ เพียงครั้งเดียว
แต่การตอบโต้เพียงครั้งเดียวนั้น...กลับส่งผลให้อาเดลเสียหลักและได้รับาแเสมอ!
ฉัวะ!
เสื้อคลุมผ้าไหมราคาแพงของอาเดลถูกความร้อนและคมดาบเฉือนขาดเป็ริ้ว ๆ
ฉับ!
แขนเสื้อและชุดเกราะเบาถูกปลดออกจากร่างกาย
ฉัวะ!
าแตื้น ๆ เล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนิัของอาเดลทีละเส้น สองเส้น สามเส้น... โลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าจนแดงฉานไปทั่วร่าง
ลมหายใจของขุนนางหนุ่มเริ่มหอบกระชั้น ร่างกายสั่นเทิ้ม ขาทั้งสองข้างทรุดอ่อนแรงลงทุกขณะ... ตรงกันข้ามกับชายหนุ่มผมแดงที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่ ณ ตำแหน่งเดิม ชายเสื้อไม่แม้แต่จะเปรอะฝุ่น และไม่มีหยาดเหงื่อหยดลงบนใบหน้าแม้แต่หยดเดียว
โซร่าจ้องมองคู่ต่อสู้ที่กำลังโรยแรงลงเรื่อย ๆ ด้วยสายตาที่ประเมินสภาพสินค้า
"จังหวะเริ่มช้าลง..."
"แขนซ้ายเริ่มทิ้งน้ำหนักเพราะหมดแรง..."
"การหายใจติดขัดเสียจังหวะ...ระดับทานาเริ่มแปรผันไม่คงที่"
"สายตาเริ่มพร่ามัวมองการเคลื่อนไหวไม่ทัน..."
ทุกลูกคำพูดของโซร่า ดุจดังค้อนเหล็กั์ที่ทุบทำลายจิตใจและศักดิ์ศรีของอาเดลลงทีละชิ้น ๆ!
ต่อหน้าสายตาของบิดาผู้เป็ไวเคานต์...
ต่อหน้ามารดาและเหล่าญาติมิตร...
ต่อหน้าคณะกรรมการ สมาคมการค้า และชาวเมืองฮาร์เรนนับหมื่นชีวิต...
บุตรชายคนเดียวแห่งตระกูลอัลดริชผู้ยิ่งใหญ่ กำลังถูกช่างตีเหล็กสามัญชนสั่งสอนและเปิดโปงให้ทุกคนเห็นอย่างหมดเปลือก... ว่าแท้จริงแล้ว เขาเป็เพียงแค่เด็กน้อยผู้ไร้ฝีมือและอ่อนแอเพียงใด!
ตึง...
ขาทั้งสองข้างของอาเดลทรุดลงคุกเข่ากับพื้นหินแกรนิตโดยไม่รู้ตัว มือขวาที่ถือดาบสิงโตสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนแทบจะไม่มีแรงกำด้ามดาบไว้อีกต่อไป
ทั่วทั้งจัตุรัสฮาร์เรนจมลงสู่ความเงียบสนิท...
ไม่มีเสียงเชียร์จากกลุ่มขุนนาง...
ไม่มีเสียงโห่ฮาจากชาวบ้าน...
ไม่มีเสียงหัวเราะใด ๆ หลุดออกมา...
เหลือเพียงแค่เสียงลมหายใจอันหอบหนักและทรมานของชายผู้เคยเชื่อว่าตนเองอยู่เหนือทุกคนบนโลกใบนี้
โซร่ายังคงยืนสงบนิ่ง ั์ตาสีแดงเพลิงจับจ้องดูเหยื่อที่กำลังสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปช้าๆ ทั้งศักดิ์ศรี พละกำลัง และความมั่นใจ
ช่างตีเหล็กหนุ่มค่อย ๆ ยกดาบใหญ่สีดำขึ้นประชิดอกอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่แฝงไว้ด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่
"...ลุกขึ้นมา"
"..."
"ข้ายังไม่อนุญาตให้เ้า...ยอมแพ้สักหน่อย"
ฟูมมมมมมมมมม!!
ทันทีที่คำประกาศิตนั้นสิ้นสุดลง เปลวไฟสีแดงดำของกำแพงเพลิงรอบสังเวียนก็พลันปะทุพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง! ท่ามกลางความเงียบงันของผู้คนทั้งเมืองที่ต่างตระหนักแจ้งแล้วว่า... การต่อสู้ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็เพียงแค่การดวลดาบของคนสองคนอีกต่อไป
หากแต่เป็การ พิพากษาอันทรงอำนาจแห่งั ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในเมืองแห่งนี้ สามารถขัดขวางหรือหลีกหนีได้อีกต่อไป
"ข้าสั่งให้เจ้ทาลุกขึ้นมาอย่างไรล่ะ อาเดล อัลดริช" โซร่าเอ่ยย้ำ น้ำเสียงสงบนิ่งทว่าเย็นะเืไปถึงขั้วหัวใจ
อาเดลที่คุกเข่าจมกองเือยู่บนพื้นหินแกรนิตเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ใบหน้าคมคายบวมช้ำเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิต เหงื่อ และน้ำตา ั์ตาที่เคยเต็มไปด้วยความยโสถือดี บัดนี้สลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวและความสิ้นหวังอันลึกล้ำ
"ฮึก... ฮือ..." อาเดลสะอื้นออกมาอย่างหมดสภาพ ขุนนางหนุ่มใช้มือทั้งสองข้างยันพื้นหินเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นยืน ร่างกายสั่นคลอนดุจต้นไม้ใกล้ล้ม
ปั๊กกก!!!
โซร่าเดินเข้าไปใช้เท้าถีบเข้าไปที่กลางอกของอาเดลอย่างเต็มแรง ก่อนที่โซร่าจะใช้เท้าเหยียบกดไปที่หน้าอกของเขาเอาไว้ พร้อมกับมองเหยียดอาเดลอย่างดูถูกและสมเพช
"หึ สุดท้ายเ้ามันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกแมลงชั้นต่ำที่เก่งแต่อวดเบ่งไปทั่ว"
"ทำไม..." อาเดลเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก "ทำไมแกถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้...แกเป็ใครกันแน่..."
โซร่าจ้องมองร่างที่สั่นเทานั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับเอ่ยสอนด้วยตรรกะแห่งความจริง
"เ้าสร้างเกียรติยศขึ้นมาจากชื่อตระกูล... เ้าสร้างความเกรงขามขึ้นมาจากอำนาจของบิดา... และเ้าสร้างความภาคภูมิใจขึ้นมาจากอาวุธที่ผู้อื่นเป็คนหลอมสร้างขึ้น..." โซร่ากดเท้าหนักขึ้น จนอาเดลกระอักเืออกมา
"แต่เมื่อข้าปอกเปลือกสิ่งเ่าั้ออกจากตัวเ้า... เ้าก็ไม่เหลืออะไรเลยนอกจากความขี้ขลาดและอ่อนแอ"
"อ๊ากกกกกก!"
อาเดลแผดเสียงร้องอย่างคลั่งไคล้! ความอับอายที่ถูกบดขยี้ต่อหน้าชาวเมือง ทำให้เขารวบรวมแรงกายเฮือกสุดท้าย
ทว่า...
เปรี้ยง!!!
โซร่าเพียงแค่เบี่ยงตัวเล็กน้อย แล้วใช้เท้าเตะอัดเข้าไปที่หน้าของอาเดลอย่างเต็มแรงไม่มีกั๊ก จนตัวของเขาหมุนระนาบปลิวไปกับพื้นกอดจะไปหยุดอยู่ใกล้ๆกำแพงไฟ ส่วนโซร่าก็เดินไปเหยียบดาบสิงโตที่ตกอยู่บนพื้นจนแตก
ดาบสิงโตทองคำอันงดงาม ผลงานระดับตำนานของอิกเนียส วัลคาร์... พลันแตกร้าวและหักสะบั้นออกเป็สองท่อนต่อหน้าต่อตาผู้คนนับหมื่น! เศษโลหะสีทองร่วงลงกระทบพื้นหินส่งเสียงกังวานดุจดิ่งลงสู่ความตาย!
"ด... ดาบหักแล้ว..." อิกเนียสที่ยืนดูอยู่นอกกำแพงไฟอุทานออกมาเสียงสั่นพร่า ั์ตาสีเทาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "...ศาสตราของข้าถูกทำลายลงอย่างง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ..."
อาเดลมองด้ามดาบหักในมือตัวเองด้วยสายตาที่ว่างเปล่า... สติสัมปชัญญะและศักดิ์ศรีทั้งหมดของเขาพังทลายลงโดยสมบูรณ์ในวินาทีนั้น!
ตึง!
อาเดลพยายาม คลานถอยหลังหนีโซร่าอย่างหมดสภาพและน่าอดสู!
"อย่า...อย่าฆ่าข้า!" อาเดลกราบไหว้ละล่ำละลัก น้ำตาและน้ำมูกไหลเปรอะเต็มหน้า "ข้ายอมแพ้แล้ว! ข้าขอโทษ! ข้าจะไม่ยุ่งกับร้านของเ้าหรือสองพี่น้องนั่นอีกแล้ว! ได้โปรด... เอาเงินไหม?! เอาที่ดินไหม?! พ่อข้ามีให้ทุกอย่าง! ได้โปรดเมตตาปล่อยข้าไปเถอะ!"
คำอ้อนวอนอันน่าสมเพชของบุตรชายผู้ปกครองเมือง ดังสะท้อนไปทั่วจัตุรัสฮาร์เรน...ชาวบ้านและขุนนางบนอัฒจันทร์ต่างมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออก ความยิ่งใหญ่ของตระกูลอัลดริชล่มสลายลงในพริบตาเดียว
โซร่าก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าร่างที่กำลังคลานหนี ปลายดาบใหญ่สีดำชี้ลงตรงใจกลางท้องน้อยของอาเดล
"การมอบความตาย... มันง่ายเกินไปสำหรับเ้า อาเดล" โซร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
"เ้าใช้พลังและอำนาจคุกคามผู้อื่น... ดังนั้น ข้าจะยึดสิ่งนั้นไปจากเ้าตลอดกาล"
ฉึก!!
"อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนที่สุดในชีวิตของอาเดลดังแผดเผาไปทั่วสนาม!
ปลายดาบใหญ่สีดำถูกปักลงไปตรงจุดศูนย์รวมมานาในท้องน้อยของอาเดลอย่างแม่นยำ! เปลวเพลิงสีแดงดำซึมผ่านใบดาบ พุ่งเข้าทำลายเส้นทางการไหลเวียนเวทมนตร์และแกนมานาภายในร่างของขุนนางหนุ่มจนแตกสลายออกเป็ชิ้น ๆ!
เปรี๊ยะ... ตูม!
โลหิตสีดำไหลทะลักออกมาจากปากและดวงตาของอาเดล... การทำลายแกนมานาอย่างสมบูรณ์แบบด้วยเพลิงั หมายความว่าอาเดล อัลดริช จะกลายเป็ คนพิการไร้เวทมนตร์ ไปตลอดชีวิต! เขาจะไม่สามารถฝึกฝนวิชาดาบ ใช้เวทมนตร์ หรือทรงกายได้อย่างแข็งแรงอีกต่อไป!
โซร่าดึงดาบใหญ่สีดำออกจากร่างของอาเดล แล้วหมุนตัวหันหลังกลับโดยไม่ปรายสายตามองร่างที่นอนสั่นชักเกร็งอยู่บนพื้นอีกเลย
ฟูมมมมมมมมมมม...
เพียงแค่โซร่าสะบัดมือขวาเบาๆ กำแพงเพลิงสีแดงดำความสูงสามสิบเมตรที่เคยปิดล้อมสนามประลอง พลันม้วนตัวหมุนวนสลายกลายเป็ไอร้อนพุ่งกลับเข้าสู่ร่างของชายหนุ่มผมแดงจนหมดสิ้นในเสี้ยววินาที!
บรรยากาศรอบข้างกลับคืนสู่ความงียบสงบอีกครั้ง... ทิ้งไว้เพียงลานประลองที่พังทลาย แท่นหินแกรนิตที่ละลาย และร่างของอาเดลที่นอนหมดสติจมกองเือยู่กลางลาน
โซร่าก้าวเท้าเดินช้า ๆ ไปตามทางเดินกลางจัตุรัสฮาร์เรน...
อัศวินรักษาการณ์นับร้อยนายที่เคยยืนคุ้มกัน ต่างพากันก้าวถอยหลังแหวกทางให้อย่างรวดเร็วด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน ไม่มีอัศวินคนไหนกล้ายกอาวุธขึ้นขวาง ไม่มีขุนนางคนไหนกล้าออกคำสั่งอีกต่อไป ไวเคานต์เอริกและเลดี้วิกตอเรียได้แต่นั่งตะลึงลานหมดสภาพอยู่บนอัฒจันทร์ VIP
ขณะที่โซร่ากำลังจะก้าวพ้นขอบจัตุรัส...
"นายช่างโซร่า..."
เสียงอันสั่นเทาของ อิกเนียส วัลคาร์ ดังขึ้น ชายชราเดินก้าวออกมาจากขอบสนาม จ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพบูชาและซาบซึ้งในศาสตร์แห่งการตีเหล็ก
"การประลองในวันนี้... ข้าพ่ายแพ้ต่อเ้าอย่างสมบูรณ์แบบ" อิกเนียสก้มหัวลงต่ำ "ศาสตร์และอาวุธของเ้า... มันคืองานศิลปะแห่งผู้สร้างที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว"
โซร่าหยุดก้าวเท้าลงเล็กน้อย... แต่ไม่ได้หันกลับมามอง
"เ้าทำได้ดีแล้ว อิกเนียส..." โซร่าเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย "ดาบของเ้ามีจิติญญา... เพียงแต่เ้าใช้มันมอบให้แก่คนที่ไม่คู่ควรเท่านั้น"
คำพูดนั้นทำให้อิกเนียสน้ำตาซึม ชายชราโค้งคำนับให้อดีตราชันัจากใจจริง
โซร่าก้าวเท้าเดินต่อไป โดยมีสเตลร่า เอเลน่า และเรย์ เดินตามหลังมาด้วยความภาคภูมิใจและความเคารพยำเกรง ชาวเมืองฮาร์เรนนับหมื่นต่างพากันก้มหัวและแหวกทางให้ชายหนุ่มผมแดงเดินผ่านไปอย่างนอบน้อม
ชัยชนะในวันนี้... ไม่ใช่เพียงแค่การชนะการแข่งขันประลองอาวุธธรรมดา
หากแต่เป็การประกาศก้องให้ทั้งอาณาจักรได้รู้... ว่า สัจจะของร้าน Flame Nest และ โทสะแห่งัเพลิงา คือสิ่งอันศักดิ์สิทธิ์และน่าสะพรึงกลัว ที่ไม่มีอำนาจ ขุนนาง หรือกฎเกณฑ์ใด ๆ ของมนุษย์ จะสามารถบดขยี้หรือท้าทายได้อีกต่อไป
.
.
.
.
ขณะที่ทั้งจัตุรัสฮาร์เรนยังคงตกอยู่ในความเงียบงัน... ร่างของอาเดลนอนหมดสติจมกองโลหิตอยู่กลางลานประลองที่พังทลาย ไร้ซึ่งรังสีอำนาจหรือมานาใด ๆ หลอนหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้คนนับหมื่น สเตลร่าก้าวเท้าออกมากระทบผืนหินจากฝูงชนอย่างผ่อนคลายและสง่างาม เรือนผมสีเงินทอดแสงสู้แดดยามสาย ในมือเรียวสวยของนางถือแฟ้มเอกสารปกหนังหนาแน่นและลูกแก้วบันทึกความทรงจำเวทมนตร์ เม็ดโตที่เปล่งแสงประกายสีส้มจาง ๆ
นางแย้มรอยยิ้มบาง ๆ อันแฝงไว้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมเลอค่า ก่อนจะมองตรงไปยังอัฒจันทร์ VIP
"ก่อนที่คณะกรรมการจะประกาศผู้ชนะการประลองศาสตราวุธในวันนี้..." เสียงอันนุ่มนวลทว่าทรงพลังของสเตลร่าดังก้องผ่านเวทมนตร์ขยายเสียง "...ข้ามีเื่น่าสนใจบางอย่างที่อยากให้ชาวเมืองฮาร์เรนและท่านช่างตีเหล็กหลวงได้ปฏิเสธไม่ได้เสียก่อน"
ชิ้ง!
สเตลร่าชูลูกแก้วเวทมนตร์ขึ้นเหนือศีรษะ พลังงานเวทถูกกระตุ้นส่งผลให้ภาพมายาขนาดมหึมาถูกฉายขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือจัตุรัสกลางเมือง!
ภาพที่ปรากฏ... คือการสนทนาในห้องประชุมลับภายในคฤหาสน์อัลดริชกลางดึก! ภาพของไวเคานต์เอริก เลดี้วิกตอเรีย อาเดล หัวหน้าสมาคมการค้า และกรรมการบางส่วนกำลังนั่งล้อมโต๊ะวางแผนกันอย่างชัดเจน!
"...สั่งแบนร้าน Flame Nest ห้ามร้านค้าแร่ส่งวัตถุดิบให้พวกมันเด็ดขาด..."
"...เปลี่ยนกติกาให้ใช้แร่กากเดนที่สมาคมจัดเตรียมไว้..."
"...ถ้ามันฝืนหาแร่มาได้ ให้สั่งทหารค้นตัวและตัดสิทธิ์มันฐานโกงทันที..."
"...และถึงมันจะตีดาบออกมาได้ดีกว่า คณะกรรมการทุกคนก็ต้องยกคะแนนให้ท่านอิกเนียส!"
เสียงสนทนาอันเปิดเผยและเลวร้ายดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งเมืองฮาร์เรน!
"นะ...นั่นมัน!" ประธานกรรมการถึงกับขาอ่อนทรุดลงกับพื้น
พ่อค้า นักผจญภัย และชาวเมืองนับหมื่นชีวิตที่ได้รับรู้ความจริง ต่างพากันโกรธแค้นจนหน้าดำหน้าแดง!
"เลวทราม! พวกขุนนางเลวทราม!"
"ใช้กลโกงข่มเหงสามัญชน!"
"สมาคมการค้าและกรรมการพวกนี้หลอกลวงพวกเรา!"
"ไร้เกียรติยศสิ้นดี! ตระกูลอัลดริชออกไปจากเมืองฮาร์เรนซะ!"
เสียงโห่ฮาและก้อนหินถูกขว้างปาเข้าใส่อัฒจันทร์ VIP อย่างคลั่งไคล้! คณะกรรมการหลายคนหน้าซีดเผือด ตัวสั่นระริก สมาคมช่างตีเหล็กแห่งส่วนกลางประกาศปลดกรรมการที่ร่วมขบวนการทั้งหมดทันทีกลางสนามประลอง!
ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และบารมีที่สืบทอดมานับร้อยปีของตระกูลอัลดริช... พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดีภายในวันเดียว!
ไวเคานต์เอริก อัลดริช ทรุดตัวลงนั่งหมดสภาพอยู่บนเก้าอี้กักขฬะ ั์ตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งอำนาจตอบโต้ใด ๆ อีกต่อไป
ส่วนอิกเนียส วัลคาร์ ทำเพียงแค่หลับตาลงช้า ๆ ถอนหายใจยาวด้วยความสมเพชและเศร้าสลด
"...พวกเ้าทำลายเกียรติยศและศักดิ์ศรีของช่างตีเหล็ก..." อิกเนียสพึมพำกับตัวเอง "...ด้วยมือและเล่ห์เหลี่ยมของพวกเ้าเอง"
หลังเหตุการณ์โกลาหลสงบลง คณะกรรมการที่เหลือและผู้พิพากษาเมืองรีบก้าวเข้ามาหาโซร่าด้วยความยำเกรง ร้อนรนเชิญชวนให้เขารับตำแหน่งผู้ชนะการประลองอย่างเป็ทางการ พร้อมมอบถาดทองคำบรรจุเงินรางวัลและดาบสิงโตมรดกประจำกองทัพให้แก่เขา
ทว่า... โซร่ากลับไม่แม้แต่จะปรายสายตามองสิ่งของเ่าั้
เขายก ดาบใหญ่สีดำ ผลงานจากเกล็ดและแก่นมานาัที่อยู่ในมือขึ้นมาพิเคราะห์นิ่ง ๆ
ดวงตาสีแดงเพลิงจ้องมองใบดาบสีดำที่ไหลเวียนไปด้วยเส้นสายเพลิงนรก พลังทำลายล้างที่สามารถผ่าตัดูเาและแผดเผาเมืองทั้งเมืองยังคงสะท้อนออกมาจากตัวโลหะ
โซร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดังก้องไปทั่วสังเวียน
"ศาสตราวุธชิ้นนี้...ถูกหลอมขึ้นมาเพียงเพื่อพิสูจน์บางสิ่งเท่านั้น"
สิ้นคำพูด ชายหนุ่มผมแดงก็ยกดาบใหญ่สีดำขึ้นเหนืออก ใช้มือซ้ายจับด้าม และใช้ฝ่ามือขวาที่ปรากฏรอยเกล็ดัแผ่รังสีความร้อนมหาศาล... กดทับลงบนใจกลางใบดาบ!
เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ...
กร๊อบ!!
เสียงโลหะระดับตำนานที่เคยผ่าแท่นหินแกรนิตขาดสะบั้น... พลันแตกร้าวและหักออกเป็สองท่อนด้วยมือเปล่าของเ้าของมันเอง!
แกร๊งงงงงงงง!!
ทุกคนในสนามเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงลุ่มลึก! อาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดที่เคยปรากฏขึ้นในเมืองฮาร์เรน... กลับถูกทำลายทิ้งอย่างไม่แยแสในเสี้ยววินาที!
โซร่าวางเศษใบดาบสีดำที่หักสองท่อนลงบนพื้นแท่นหินอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะกล่าวประโยคสั้น ๆ ที่สลักลึกเข้าไปในจิตใจของช่างฝีมือทุกคน
"อาวุธที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความโกรธและความแค้น...ไม่ควรมีชีวิตเหลืออยู่บนโลกใบนี้"
อิกเนียส วัลคาร์ จ้องมองเศษดาบนั้นด้วยความเคารพบูชา ชายชราก้มศีรษะโค้งคำนับให้โซร่าอย่างนอบน้อมที่สุดโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก... เพราะในจิติญญาของช่างตีเหล็กหลวง ชายผมแดงผู้นี้ได้ก้าวข้ามคำว่า ช่างฝีมือ ไปสู่ระดับที่สูงส่งเกินกว่ามนุษย์คนใดจะเทียบเคียงได้แล้ว
เมื่อฝูงชนและบรรดาขุนนางทยอยหลบออกจากจัตุรัสกลางเมืองไปจนเกือบหมด...
ลานประลองที่ทรุดโทรมเหลือเพียงความเงียบสงบ เอเลน่าและเรย์ค่อย ๆ เดินก้าวเข้ามาหาโซร่า ทั้งสองหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะโค้งศีรษะลงต่ำด้วยความกตัญญูซาบซึ้งใจ
"พี่โซร่า..." เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น "หลังจากวันนี้... พวกเราจะตั้งใจทำงาน ช่วยผ่าฟืน ช่วยตักน้ำ และทำทุกอย่างในร้าน Flame Nest ให้หนักกว่าเดิมเป็เท่าตัวเลยครับ!"
เอเลน่าพยักหน้ารับรอยยิ้ม "ใช่ค่ะ... พวกเราจะไม่ทำให้คุณต้องเหนื่อยอีกแล้ว"
โซร่าหมุนตัวหันกลับมาปรายสายตารายเรียบมองสองพี่น้อง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นตามเดิม
"ไม่ต้อง"
สองพี่น้องชะงักกึกพร้อมกัน "...เอ๊ะ?"
โซร่าหันหลังเตรียมเดินออกจากลานประลอง "ั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไป...พวกเ้าสองคนไม่ต้องก้าวเท้ามาที่ร้าน Flame Nest อีก"
ใบหน้านวลของเอเลน่าซีดเผือดลงทันที ความใเข้าจับขั้วหัวใจ เรย์รีบก้มศีรษะละล่ำละลักด้วยความลนลาน
"ถ...ถ้าพวกเราทำอะไรผิดไป หรือทำอะไรให้พี่ไม่พอใจ พวกเราขอโทษครับ! พวกเราจะปรับปรุงตัว เดี๋ยวนี้เลยครับ!"
โซร่าถอนหายใจยาวออกมาแ่เบาพลางพึมพำกับตัวเอง
"...โง่จริงๆ"
ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุม หยิบ ถุงเงินหนังแท้ใบโต โยนส่งให้เรย์อย่างแม่นยำ!
หมับ!
เด็กหนุ่มรีบใช้สองมือรับถุงเงินนั้นไว้ เมื่อเปิดปากถุงดู ั์ตาของเรย์และเอเลน่าก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตะลึงลาน... ภายในถุงอัดแน่นไปด้วย เหรียญทองคำบริสุทธิ์นับร้อยเหรียญ เปล่งประกายวาววับสู้แสงแดด!
"พ...พี่โซร่า... เงินมากมายขนาดนี้..." เอเลน่าน้ำตาคลอเบ้า
โซร่าก้าวเดินต่อไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
"เอาเงินนั่นไปซื้อเตาอบขนมปังใหม่..."
"ซื้อแป้งสาลีเกรดดี..."
"ซื้อยีสต์...ซื้อวัตถุดิบทั้งหมด..."
"แล้วกลับไปเปิดร้านเบเกอรี่ลูมิน่าของครอบครัวพวกเ้าตามเดิมซะ เพราะเคสคดีของพวกเ้าสิ้นสุดลงแล้ว"
ทั้งสองพี่น้องยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง น้ำตาไหลซึมผ่านแก้ม
"...ต...แต่ว่าสัญญา..."
โซร่าขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด
"ร้านตีเหล็กของข้า...ไม่ได้้าลูกจ้าง แต่เมืองฮาร์เรนแห่งนี้... ยังคง้าร้านขนมปังอบใหม่ของพวกเ้า"
ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเสมือนไม่ได้ใส่ใจ
"ส่วนค่าวัตถุดิบและเงินมัดจำทั้งหมด... หักออกจากกำไรการขายอาวุธของข้าเมื่อครู่นี้ก็พอแล้ว"
หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลผ่านแก้มนวลของเอเลน่า เรย์กำถุงเงินในมือแน่นจนข้อแต้มขาว ทั้งสองก้มโค้งศีรษะลงต่ำจนหน้าผากแทบจะแตะผืนหินแกรนิต
"ขอบคุณ...ขอบคุณมากครับพี่โซร่า! ขอบคุณจริงๆ ค่ะ!"
โซร่าทำเพียงแค่ชูมือขึ้นโบกไล่หลังเบา ๆ
"รีบไสหัวไปได้แล้ว... ร้านขนมปังที่ปิดทำการนานเกินไป ลูกค้าจะลืมรสชาติแล้วหนีหายหมด"
สเตลร่าที่ยืนพิงเสาหินทอดสายตามองภาพนั้น หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
"เ้ายังปากร้ายและเ็าเหมือนเดิมเลยนะ..." หญิงสาวเอ่ยแซวเมื่อเดินเคียงข้างเขา "...แต่สุดท้ายก็แพ้ความใฝ่ดีและใจอ่อนให้เด็กสองคนนั้นทุกทีสินะ โซเบล?"
โซร่าปรายสายตามองนางเพียงเสี้ยววินาที
"เ้านี่...ยุ่งไม่เข้าเื่"
สเตลร่าหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี ขณะที่สองพี่น้องแห่งร้านลูมิน่าเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความสุข... พวกเขาตระหนักและเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า ชายผู้เคยเป็ัเพลิงโบราณผู้นี้... อาจไม่เคยเอื้อนเอ่ยคำว่า ห่วงใย หรือ โชคดี เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ทว่าทุกการกระทำ สัจจะ และการปกป้องของเขา...กลับเปี่ยมไปด้วยความหมายอันยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าคำหวานใด ๆ บนโลกใบนี้เสมอ
:[จบคดีสองพี่น้องลูมิน่า]: