“ติ้ง...ประตูทะลุมิติโลกภาพยนตร์ กว้าง 300 เมตร ยาว 200 เมตร ค่าใช้จ่ายในการเปิดประตู 1 ล้านหยวน รีเฟสโลกภาพยนตร์ 10 ล้านหยวน”
“คำอธิบายเพิ่มเติม หลังจากเข้าไปในโลกภาพยนตร์แล้วจะไม่สามารถออกมาได้ ใช้เวลาประมาณ 15 วันในการล็อกพิกัดโลกภาพยนตร์ จึงจะเปิดใช้งานประตูได้อีกครั้ง ในขณะเดียวกันยังต้องจ่ายเงินค่าผ่านประตู 1 ล้านหยวน”
“ในขณะที่เดินทางผ่านประตูโลกภาพยนตร์ โลกหลักของท่านจะถูกแช่แข็ง ในขณะเดียวกันอายุของท่านซึ่งอยู่โลกหลักเองก็ถูกแช่แข็ง กล่าวให้ชัดเจน แม้ว่าท่านจะอาศัยอยู่ในโลกภาพยนตร์ 100 ปี เวลาของท่านจะไม่เดิน รวมถึงโลกหลักด้วย”
คำอธิบายของประตูทำเอาเนี่ยฝานเบิกตากว้าง
สิ่งนี้นับว่าอันตรายมาก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็อีกวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้นอกจากการพึ่งพานิ้วทองของเสี่ยวชิง
“ติ้ง...อย่างที่เสี่ยวชิงบอก เ้าของเป็ทายาทคนเดียวของสกุลเนี่ย จำเป็ต้องรีบสืบทอดลูกหลาน มิฉะนั้นแก่ตัวไปจะทำลูกยาก ในขณะเดียวกันหญิงสาวในโลกภาพยนตร์เองก็รอการช่วยเหลือ เหมือนกับจิลที่เ้าของเคยบ่นว่าอยากได้”
เนี่ยฝานอ้าปากค้าง เขาเคยติดอย่างนั้นกับจิลจริงๆ หลังจากที่กบน้อยเดินทางไปเอาไวรัส-ที
ผู้หญิงคนนั้นสวย เท่ แข็งแกร่ง แม้ว่าหล่อนจะติดบุหรี่ไปบ้างแต่ยังถือเป็ตัวเลือกที่ไม่เลว ดังนั้นเขาจึงหวังว่าจะได้เธอเป็ถ้วยรางวัล
แต่กบน้อยเสี่ยวชิงตอนนี้ยังเพิ่มตัวเลือกใหม่ ด้วยประตูสู่โลกภาพยนตร์ แม้ว่าจะอันตรายไปบ้างแต่หากคิดดูให้ดีๆ ผลกำไรที่ได้รับนั้นนับว่าคุ้มค่า
เนี่ยฝานเหลือบมองประตูที่อยู่บนฝ่ามือ เห็นบาร์โค้ดถูกฝังอยู่ข้างๆ จึงลองสแกนแล้วโอนเงินเข้าประตูไปราว 2 ล้านหยวน
“ติ้ง...ตรวจพบว่ามีเงินสำหรับการเเดินทางไปกลับโลกภาพยนตร์ หากพร้อมแล้วสามารถเปิดประตูเพื่อเดินทางได้ แต่หากยังไม่พร้อมกรุณารีเฟสโลกที่กำลังจะไปในราคา 10 ล้านหยวน”
ด้วยความสนใจเนี่ยฝานจึงตั้งประตูไว้ที่มุมห้อง โดยไม่สนใจสายตาของเสี่ยวชิง เขาเปิดประตูจากฝั่งนี้แล้วเห็นโลกทางฝั่งนั้น มันราวกับภาพยนตร์ที่ถูกกดหยุด มองเห็นพายุหิมะในเมืองลางๆ นอกจากนั้นยังมีคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับโลกใบนี้
มันมีชื่อว่าเซอเคิล ออริจิ้น
เนี่ยฝานที่ยืนอยู่หน้าประตูตกอยู่ในความคิด ก่อนจะแสดงสีหน้าประหลาดใจ
ภาพยนตร์เื่นี้เขาเคยดูระหว่างพักงานวาดรูป เป็หนังเล็กๆ ที่ออกฉายในปี 2015 เกี่ยวกับวันสิ้นโลกแต่ไม่ดังนัก
เนื้อเื่ของภาพยนตร์ไม่มีอะไรมาก มันเกี่ยวกับพายุสุริยะที่พัดเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลก ทำให้มนุษย์สูญสิ้นชีวิต ส่วนที่รอดมาได้ตามที่ภาพยนตร์กล่าวถึงคือ 3 คน นางเอกและพระเอก รวมถึงตัวโกงซึ่งโผล่มาตอนท้าย
โลกในภาพยนตร์ไม่มีมหาอำนาจหรือพลังวิเศษใดๆ รวมถึงซอมบี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือนางเอกของเื่ในวัย 20 ปี
หล่อนมีชื่อว่าอัลบา เป็ลูกสาวของนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ พ่อของหล่อนค้นคว้าเกี่ยวกับวันสิ้นโลก และเสียชีวิตในเวลาต่อมาเมื่อพายุสุริยะผ่านเข้าชั้นบรรยากาศ
อัลบารอดชีวิตมาได้ด้วยความบังเอิญ เนื่องจากพระเอกกำลังถูกแกล้งหล่อนจึงเข้าไปช่วย ดังนั้นทั้งสองจึงพลัดตกลงไปในธารน้ำ ตอนนั้นเองที่พายุสุริยะฝ่าชั้นบรรยากาศโลกทำให้ทุกคนเสียชีวิต นางเอกและพระเอกรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ซึ่งหากมองจากมุมนี้มันก็ไม่ค่อยเมคเซ้นส์เลย
แค่มุดอยู่ใต้น้ำแล้วรอดมาได้เนี่ยนะ ประสาท ในขณะเดียวกันภาพยนตร์ยังแสดงให้เห็นถึงเมืองที่ถูกทำลาย แต่ต้นไม้ต่างๆ ยังอยู่ดีไม่เสียหาย เนี่ยฝานนั่งดูไปตอนนั้นก็แปลกใจ ได้แต่สงสัยว่าเพราะงบซีจีหมด ต้นไม้บนโลกถึงยังเขียวชอุ่ม ไม่เป็อะไรเลย
ยืนอยู่หน้าประตู เนี่ยฝานตัดสินใจเรียบร้อย เขาไม่กล้าเดินทางผ่าน่เปลวสุริยะพัดผ่านโลก แต่เห็นได้ชัดว่าหลังประตูเป็หิมะตกลงมา แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ได้ดำเนินเื่ไปมากกว่า 20 นาทีแล้ว หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งมันเป็เหตุการณ์หลังพายุสุริยะ
นางเอกต้องเอาตัวรอดกับพระเอกผิวดำ หลังจากนั้นจึงพัฒนาความสัมพันธ์แล้วมีลูก
ทุกอย่างเหมือนว่าจะดี แต่สุดท้ายผู้รอดชีวิตได้เดินทางมาจากเรือ นางเอกเห็นแบบนั้นจึงเข้าช่วยเหลือ ส่วนพระเอกไม่เเห็นด้วย แต่เพราะภรรยาดีใจที่พบผู้รอดชีวิตคนอื่นเขาจึงไม่มีทางเลือก นอกจากเออออไปกับเธอ
ภายหลังพระเอกถูกฆ่าตาย รวมถึงตัวโกงที่โลภในร่างกายของอัลบา หล่อนจึงต้องเลี้ยงดูลูกคนเดียวในสถานที่แห่งนั้น แล้วภาพยนตร์ก็จบลง
เรียกได้ว่านักเขียนทำร้ายนางเอกจริงๆ สูญเสียพ่อและคนรัก ทำได้เพียงอยู่กับลูกชาย โดยไม่มีผู้รอดชีวิตคนอื่นในโลกอีกแล้ว
เนี่ยฝานถอนหายใจ โลกภาพยนตร์เื่นี้เขาจำเป็ต้องเข้าไปสานสัมพันธ์กับนางเอกแล้วฆ่าพระเอกซะ
นอกจากนั้นเมื่อผ่านไป 15 วันเขาสามารถล็อกพิกัดผ่านประตู เดินทางเข้าออกได้อย่างสบาย
จริงอยู่ที่โลกของเซอเคิล ออริจิ้น ไม่มีมหาอำนาจทำให้แข็งแกร่ง แต่ทองคำและทรัพยากรต่างๆ ยังสามารถหาพบได้
เนี่ยฝานไม่ลืมเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ จริงอยู่ที่เขาสามารถขอที่บ้านได้ ด้วยเงินเดือน 100 ล้านหยวน แม้ว่าจะมากแต่เมื่อมองดูการบริโภคของเสี่ยวชิงและประตูแล้ว เขาคิดว่ามันยังไม่พอ ดังนั้นด้วยทรัพยากรดังกล่าวที่ไม่มีใครใช้ในโลกภาพยนตร์ จะดีกว่าไหมที่เป็ของเขา
“เราไม่สามารถเดินทางได้ทันที ตัวเอกต้องถูกฆ่าแน่นอนแต่ไม่สามารถทำให้นางเอกรู้ได้ แม้ว่าต้นเื่ทั้งสองจะไม่ได้รักกัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งคนมีความสำคัญต่อนางเอกมาก หากเราฆ่าอย่างโจ่งแจ้งการคว้ำหัวใจหล่อนคงเป็ไปไม่ได้ ดังนั้น.. คงต้องวางยาพิษสินะ” ด้วยยาที่ทำให้สมองฉลาด เนี่ยฝานเริ่มวางแผนสิ่งต่างๆ ขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
เขานำประตูกลับมาแล้วใส่ไว้ในกระเป๋า เรียกเหวินจิงเข้ามาในห้อง ทำน้ำเสียงน่ารักๆ ออดอ้อน
“พี่สาวเหวิน พอดีผมอยากลองเล่นเป็นักวิทยาศาสตร์น่ะ เตรียมห้องให้ผมหน่อยนะ นอกจากนั้นช่วยหาสัตว์ต่างๆ ร่วมถึงอุปกรณ์ในการค้นคว้ามาด้วย จำไว้ว่ายิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี อ้อ...ห้ามเอาของปลอมล่ะ”
ความจริงมันจะง่ายกว่านี้เมื่อขอพิษจากวอดก้ามาวิจัย แต่หากทำแบบนั้นคนคงได้สงสัย ในขณะเดียวกันเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะได้พิษผ่านช่องทางดังกล่าว ด้วยความที่สกุลเนี่ยมีทายาทเพียงคนเดียว ทุกเื่ต้องรายงานสู่เบื้องบน ดังนั้นวิธีที่ฉลาดคือการสกัดพิษด้วยตัวเองผ่านห้องทดลอง
“เข้าใจแล้วค่ะ พี่สาวเหวินจะจัดเตรียมให้ทันทีนะคะ”
เหวินจิงไม่ปฏิเสธ สำหรับหล่อนนายน้อยก็แค่อยากเล่นเท่านั้น เหมือนกับหนังสือนั่นแหละ ซื้อมาแล้วมองผ่านๆ ไม่ได้จริงจังอย่างที่กล่าว ดังนั้นต่อให้ห้องๆ หนึ่งจะกลายเป็ห้องทดลองในภายหลัง ในความเห็นของเธอมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พี่สาวเหวินน่ารักที่สุดเลย ก้มหน่อยสิ เดี๋ยวผมจะให้รางวัล”
พยาบาลสาวสนใจรางวัลที่ว่าจึงก้มหน้ายื่นเข้าไปใกล้ๆ หลังจากนั้นหล่อนััได้ถึงแก้มที่ถูกฉวยโอกาสโดยคนตัวเล็ก หล่อนมองใบหน้าขี้เล่นซึ่งกำลังฉีกยิ้มกว้างด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็จังหวะ
ใช่เมื่อครู่นี้นายน้อยเพิ่งหอมเธอไป
มันไม่ใช่ฝัน
แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่สามารถทำให้เธอท้องได้ แต่กลับถือเป็ก้าวเล็กๆ ที่ดี
“ชอบไหม ฮี่ฮี่ พอดีผมเห็นจากในภาพยนตร์เื่หนึ่ง การหอมแก้มถือว่าเป็วิธีแสดงความรู้สึกบางอย่างต่อเพศตรงข้าม” เนี่ยฝานนึกหาเหตุผล มันคงไม่ดีแน่หากอยู่ๆ ก็หอมแบบนี้ หล่อนคงจะคิดไปว่าเขาอาจถูกคนอื่นหอม แล้วจะโกรธในภายหลัง
ใบหน้าของเหวินจิงเป็สีกุหลาบ แน่นอนว่าหล่อนชอบสิ่งเหล่านี้ จึงกล่าวว่าจะรีบจัดการห้องทดลองให้เร็วที่สุด
.......
เนี่ยฝานเลือกที่จะหยุดเรียนในวันต่อมา อ่านหนังสือคนเดียวในห้อง สำหรับสกุลเนี่ยไม่มีใครสนใจหรอกว่าเขาจะเรียนจบไหม ขอเพียงเนี่ยฝานมีความสุขก็พอแล้ว
เสียงเคาะประตูดังข้างนอก เป็เพนจีที่เข้ามาหา่เที่ยง หล่อนนำอาหารจากโรงแรมห้าดาวมาให้เขา ทั้งยังป้อนให้ตลอดกระบวนการกินข้าว พออยู่ในห้องกันสองต่อสอง เนี่ยฝานได้หยิบยาที่ทำให้สมองฉลาดแล้วยื่นให้เธอไปหนึ่งเม็ด
“นี่คือ...”
“ยาที่ทำให้สมองผมฉลาด”
“อะไรนะ...ของจริงเหรอ!”
“จริงสิ ยานี้ถูกคิดค้นโดยสกุลเนี่ย แต่เพราะการพัฒนา่หลังถูกฝ่ายศัตรูบุกรุกห้องวิจัย เอกสารทั้งหมดถูกทำลาย รวมถึงนักวิจัยเสียชีวิต ทางสกุลเนี่ยจึงไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ นี่คือยาหนึ่งในสิบเม็ดที่ยังเหลืออยู่ในห้องของผม”
“แล้วที่รัก...้ายานี้เพื่อพัฒนาสมองเหรอ”
เพนจีรู้ว่าสมองของเนี่ยฝานทำงานผิดปกติั้แ่เหตุการณ์สายฟ้าฟาด ดังนั้นหล่อนจึงรู้ว่าสกุลเนี่ยหาวิธีฟื้นคืนสมองด้วยกันหลายวิธี จึงไม่สงสัยเกี่ยวกับยาที่เขายื่นให้
“ใช่แล้วครับ ฮี่ฮี่ ผมกินยานี้ทุกวันและรู้สึกดีขึ้นเร็วๆ นี้ แต่น่าเสียดายที่ห้องปฏิบัติการถูกทำลาย ยาล็อตสุดท้ายไม่มีอีกแล้ว ผมกำลังจะตายหากไม่ได้กินยา...ดังนั้นเพนจี ในฐานะคู่หมั้นเธอคงไม่้าเห็นผมเป็แบบนั้นใช่ไหม”