“อย... อย่าเข้ามานะโว้ยไอ้พวกขยะป้อมสนิมแดง!”
เสียงของอาซิมสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ ร่างอวบอ้วนในเสื้อกั๊กไหมขลิบทองถอยกรูดจนแผ่นหลังชนติดกับเสาหินบะซอลต์ สองมืออ้วนสั้นที่เคยสวมแหวนอัญมณีระยิบระยับพยายามกระชับดาบประดับเพชรชี้ตรงมาข้างหน้า ทว่าปลายดาบกลับสั่นระริกดั่งกิ่งไม้ต้องพายุ
รอบกายของเขา... เหล่านักศึกษาขุนนางทั้งสามสิบคนต่างนอนหมดสภาพอยู่บนพื้นหิน เืสดและคราบน้ำมันเครื่องเปรอะเปื้อนเกราะหรูหราที่แตกละเอียด เสียงร้องครวญครางด้วยความเ็ประงมไปทั่วโถงวิหารใต้ดิน
ตึง... ตึง...
เสียงฝีเท้าของอาลอนก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับหนักแน่นดั่งเสียงมัจจุราชเคาะประตูบ้าน ั์ตาสีรัตติกาลข้างขวาเรียบนิ่งดุจน้ำแข็ง ขณะที่เลนส์ตาจักรกลซีกซ้ายหรี่รูรับแสงลง ปลดปล่อยไอสังหารสีฟ้าครามที่เยือกเย็นจนทำให้อุณหภูมิรอบตัวอาซิมดิ่งลงฮวบ
“แกคิดว่า... ดาบเล่มนั้นจะช่วยอะไรแกได้งั้นรึ อาซิม?” อาลอนเอ่ยน้ำเสียงเรียบต่ำ
ฟึ่บ!
เพียงแค่เงาร่างของอาลอนไหววูบในพริบตาเดียว ดาบประดับเพชรในมือของอาซิมก็ถูกฝ่ามือขวา ของอาลอนคว้าจับคมดาบไว้แน่นอย่างไร้ความปรานี! แรงบีบมหาศาลส่งผลให้ใบดาบเหล็กกล้าแปรธาตุแตกร้าวเปรี๊ยะ ก่อนจะแตกกระจายกลายเป็เศษเหล็กร่วงกราวลงสู่พื้น
“อ๊ากกก!” อาซิมกรีดร้อง ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ยกมือขึ้นกุมศีรษะด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “อย... อย่าฆ่าข้า! พ่อข้าคือสุลต่านอาหมัด! ถ้าแกทำอะไรข้า ตระกูลข้าไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่!”
“สุลต่านของแกอยู่นอกสนามสอบนู่นไอ้หมูตอน!” ชาลัคย่างสามขุมเข้ามา เกราะไหล่พสุธาพ่นไอร้อน ฟู่... ั์หนุ่มกระชากคอเสื้ออาซิมลอยขึ้นจากพื้นด้วยมือเดียว “ก่อนจะห่วงพ่อแก ห่วงตัวเองก่อนดีกว่ามั้ง!”
คาเอลขยับแว่นสายตา เดินเข้ามาร่วมวงพร้อมกับอุปกรณ์สแกนเนอร์ในมือ “ส่งการ์ดแต้มประเมินผล อาวุธเกรด A และคีย์การ์ดทั้งหมดที่พวกแกปล้นเด็กทุนมา... เดี๋ยวนี้”
อาซิมหน้าซีดเผือด น้ำตาไหลพรากด้วยความอับอายและหวาดกลัว เขารีบล้วงการ์ดคริสตัลของตนเองและสั่งให้ลูกน้องทั้งสามสิบคนส่งการ์ดแต้มออกมาแต่โดยดี
ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!
เสียงการ์ดสแกนเนอร์ของคาเอลดังรัวเป็ชุด ตัวเลขแต้มสะสมจากกองกำลังขุนนางทั้งสามสิบคนถูกดูดถ่ายโอนเข้าสู่การ์ดของทีมห้องรวม 4 อย่างบ้าคลั่ง!
[Point Transfer Completed: +135,000 Points!]
[Team Room 4 Total Accumulated Score: 248,500 Points!]
“สองแสนสี่หมื่นแต้ม!” โบเฟอร์ตาโต กอดกระเป๋ามิติแน่นด้วยความตื่นเต้นระคนไม่อยากเชื่อสายตา “นี่มันแต้มมหาศาลจนพวกเราติด Top 10 ของทั้งชั้นปีแล้วนะ!”
“ยังไม่หมด...” ชาลัคแสยะยิ้มกว้าง ปลดกระเป๋ามิติ อาวุธแปรธาตุเกรด A แร่เหล็กไหลพสุธาเข้มข้น และผลึกพลังงานทั้งหมดของพวกขุนนางมากองรวมกันจนสูงพะเนิน “ถือเป็ค่าทำขวัญที่พวกแกคิดจะมาล้อมยิงพวกข้า!”
อาลอนปรายตามองอาซิมที่นั่งตัวสั่นสะท้าน “กดยอมแพ้ซะ... ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจให้แกนอนเฝ้าสุสานนี้ตลอดไป”
อาซิมไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขารีบกดปุ่มฉุกเฉินบนสายรัดข้อมือทันที!
วูบ—!
ม่านค่ายกลวาร์ปสีทองสว่างวาบขึ้น กลืนร่างของอาซิมและเหล่าลูกน้องที่พ่ายแพ้ ดีดส่งออกจากลานทดสอบของวิทยาลัยไปในชั่วพริบตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบและกองยุทธภัณฑ์ชั้นยอดที่ตกเป็ของทีมป้อมสนิมแดงอย่างสมบูรณ์แบบ!
“อาลอน! มาดูนี่เร็ว!”
คาเอลร้องเรียกขึ้นหลังจากรัวนิ้วแฮกแท็บเล็ตสื่อสารที่ยึดมาจากตัวอาซิม แผงผังโฮโลแกรมสามมิติสีเขียวมรกตพลันฉายภาพโครงสร้างใต้ดินของสุสานโบราณขึ้นกลางอากาศ
“ไอ้อาซิมมันไม่ได้พกคนมาล้อมเราอย่างเดียว... แต่มันได้พิมพ์เขียวลับมาจากคนในสภานักเรียน” คาเอลชี้ไปที่จุดสีแดงกะพริบถี่ ณ ก้นบึ้งลึกสุดของแผนที่ “ที่ ‘เขื่อนลึกใต้สุดของสุสานโกเลมโบราณ’ มี โกเลมบอสแต้มพิเศษยุคปฐมา หลับใหลอยู่! ค่าหัวของมันสูงถึง 500,000 แต้ม... และมันคือบอสตัวสุดท้ายที่จะตัดสินอันดับ 1 ของการทดสอบครั้งนี้!”
“ห้าแสนแต้ม?!” ชาลัคกำหมัดแน่นจนข้อต่อกลไกลั่นเปรี๊ยะ “ถ้าเราล้มมันได้ ไม่ใช่แค่ติด Top 10... แต่พวกเราเด็กหอสนิมแดงจะขึ้นเป็ ‘อันดับ 1’ ของวิทยาลัยคาลิฟา หักหน้าพวกขุนนางทั้งตระกูลเลยนะเว้ย!”
“แต่โครงสร้างของโกเลมปฐมาไม่ใช่เื่ล้อเล่น” อาลอนเอ่ยเสียงเรียบ ั์ตาซีกซ้ายประมวลผลข้อมูลจาก System 377 “เกราะศิลาบะซอลต์ผสมเหล็กดาวตกหนากว่าสามฟุต อาวุธธรรมดาไม่มีทางระคายผิว... เราต้องใช้อาวุธที่มีแรงอัดและคลื่นะเืทะลวงโครงสร้างภายในเท่านั้น”
“งั้นก็ถึงเวลาคราฟต์ของใหญ่!” ชาลัคหัวเราะร่า
ตลอดหนึ่งชั่วโมงถัดมา โถงวิหารโบราณกลายสภาพเป็โรงหลอมชั่วคราว ชาลัคและอาลอนนำชิ้นส่วนดาบแปรธาตุเกรด A ท่อแรงดันไอน้ำความร้อนสูง และแร่เหล็กไหลพสุธาที่ปล้นมาได้ หลอมรวมเข้ากับปืนกลหนักดั้งเดิมของชาลัค
ประกายไฟสีทองและสีฟ้าครามแตกกระจาย ฟู่... เคร้ง! เคร้ง!
ด้วยการคำนวณเวกเตอร์มุมประกอบที่สมบูรณ์แบบจาก System 377 ของอาลอน ผสานกับฝีมือช่างตีเหล็กของชาลัค อาวุธมหาประลัยชิ้นใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้น!
มันคือ “ปืนใหญ่พสุธากัมปนาท” (Heavy Earth Resonance Cannon) ลำกล้องหกเหลี่ยมขนาดมหึมาที่ติดตั้งหม้อแปลงไอน้ำซูเปอร์ชาร์จและแกนแปรธาตุ สามารถบีบอัดมวลปราณพสุธาให้กลายเป็คลื่นกระแทกทำลายล้างระดับทลายภูผา!
ขณะเดียวกัน คาเอลได้นำผลึกศิลาโลหิตเทวะและชิ้นส่วนวงจรเวทมนตร์ของพวกขุนนาง มารวมเข้ากับหัวแร้ง สลักอักขระความถี่สูงสร้างเป็ “ชิปประมวลผลลัดวงจรพิเศษ” (Overload Circuit Chip) สำหรับใช้เสียบปักทำลายแกนพลังงานของบอสโกเลมโดยเฉพาะ
เมื่อการเตรียมอาวุธเสร็จสิ้น บรรยากาศภายในทีมกลับเงียบสงบลงชั่วขณะ
โบเฟอร์ คนแคระร่างอ้วน นั่งกอดกระเป๋ามิติอยู่บนแท่นหิน สองมือสั้นป้อมสั่นระริก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความกดดันที่สะสมมานาน
“พวกเ้า... แน่ใจเหรอว่าจะพาข้าลงไปด้วย?” โบเฟอร์เอ่ยเสียงแ่ น้ำตาคลอเบ้า “ชาลัคมีปืนใหญ่ คาเอลเป็แฮกเกอร์ อาลอนเก่งกาจรอบด้าน... แต่ข้าเป็แค่คนแคระอ้วนที่ทำได้แค่ปรุงยาแก้ปวดกับแบกกระเป๋า ข้ากลัวว่า... ถ้าลงไปที่เขื่อนลึกนั่น ข้าจะเป็ตัวถ่วงทำให้พวกเ้าต้องตาย...”
ชาลัคเดินเข้าไปหา วางมือหนาหนักลงบนไหล่ของโบเฟอร์ดัง ปึก!
“พูดบ้าอะไรของแกวะโบเฟอร์!” ชาลัคฉีกยิ้มกว้าง เขี้ยวั์ส่องประกาย “ถ้าไม่มีขวดโคลนกรดของแก ข้าคงโดนพวกขุนนางรุมฟันหลังขาดไปแล้ว! ในทีมเรา... ไม่มีใครเป็ตัวถ่วงทั้งนั้นเว้ย!”
คาเอลขยับแว่น เดินเข้ามายื่น ชิปประมวลผลลัดวงจรพิเศษ ใส่ลงในมือของโบเฟอร์อย่างทะนุถนอม “ชิปนี้... ข้าฝากไว้ที่แกนะโบเฟอร์ กระเป๋ามิติของแกปลอดภัยที่สุด และถ้าถึงเวลาคับขัน มีแค่แกเท่านั้นที่จุดศูนย์ถ่วงนิ่งพอจะหยิบมันออกมาใช้งานได้ทันท่วงที”
อาลอนก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าคนแคระร่างอ้วน ั์ตาสองสีสบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนด้วยความจริงใจและหนักแน่น
“โบเฟอร์... เครื่องจักรที่สมบูรณ์ ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเฟืองหลักเพียงชิ้นเดียว แต่เกิดจากฟันเฟืองทุกตัวที่หมุนประสานกัน” อาลอนเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงพลัง “พวกเราเริ่มต้นจากห้องรวม 4 ที่ไม่มีใคร้า... และพวกเราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่ว่าตอนจบจะมีใครต้องสละตัว หรือใครจะได้ยืนอยู่เป็คนสุดท้าย ชัยชนะนั้น... จะเป็ของพวกเราทุกคนเสมอ”
คำพูดของเพื่อนทั้งสามคนดั่งสายน้ำอุ่นที่ชะล้างความกลัวในจิตใจของโบเฟอร์จนหมดสิ้น คนแคระร่างอ้วนเช็ดน้ำตา สูดหายใจเข้าลึก แววตาแปรเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว เขากำชิปในมือแน่นแล้วพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
“อื้อ! ข้าจะทำให้ดีที่สุด... ข้าจะไม่ยอมให้ความเชื่อใจของพวกเ้าต้องสูญเปล่า!”
ครึ่ก... ครึ่ก... ครืนนนนน!
ลิฟต์ไฮดรอลิกโบราณเคลื่อนตัวดิ่งลึกลงสู่ความมืดมิดใต้พิภพ ลมหายใจของเด็กหนุ่มทั้งสี่เริ่มััได้ถึงไอความร้อนระ