ตอนที่ 25
เผชิญหน้า
เจียงเฟิงเผชิญหน้ากับนายน้อยจาง อีกฝ่ายกำลังกุมมือประสานกันเพื่อขออภัย
แต่ดวงตาของอีกฝ่ายกำลังจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่ละสายตา
เป็เหมือนกับการที่อีกฝ่ายจ้องมองเขาเพื่อประเมิน เพียงแต่ว่าการกระทำในครั้งนี้ของอีกฝ่าย ทำได้อย่างแเีเป็อย่างยิ่งถ้าเกิดว่าคนไม่สังเกตดีๆ อาจจะมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังประเมินตนเองอยู่
เจียงเฟิงยังคงสงบนิ่งจ้องมองอีกฝ่าย นายน้อยจางผู้นี้ไม่มีปราณิญญา แสดงว่าไม่ใช่ผู้ฝึกตนอย่างแน่นอน
เจียงเฟิงมั่นใจในสายตาของตนเอง เกี่ยวกับเื่ของข้อมูลในส่วนนี้ที่บอกว่าคนผู้นี้ไม่ใช่ผู้ฝึกตน เจียงเฟิงไม่เคยเชื่อถือ จนกว่าที่เขานั้นจะได้เห็นกับตา
เพราะว่ามีวิธีมากมายหลากหลายวิธีในการปิดบังพลังของตนเอง
แล้วก็มีผู้ฝึกตนหลายคนที่ไม่ได้แสดงตัวอยู่ในฐานะคนธรรมดา
สำหรับผู้ฝึกตนวิธีการปิดบังสายตาของผู้คนมีนับร้อยนับพัน เจียงเฟิงเลยไม่เชื่อข่าวที่ว่านายน้อยของตระกูลจางไม่ได้เป็ผู้ฝึกตน
แต่หลังจากมาเห็นกับตา เจียงเฟิงก็เชื่อแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้ฝึกตน
ด้วยความรู้ของเจียงเฟิงที่ไม่ธรรมดา คนที่สามารถหลอกสายตาของเขาได้ในตอนนี้ คงจะมีเพียงแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตเจ็ดขึ้นไปเท่านั้น
อีกฝ่ายแม้ว่าจะเป็ัหมอบพยัคฆ์ซ่อนอย่างไร ก็ไม่มีทางจะถึงขอบเขตเจ็ดอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นคุณชายที่เดินทางมาพร้อมกับคุณชายจางก็หลุดพ้นจากพันธนาการ
อีกฝ่ายในตอนนี้ไม่ได้พูดมากอีกแล้ว กลายเป็คนที่สงบปากสงบคำขึ้นมาในทันที
ในตอนนี้เรียกว่าไม่กล้าพูดอันใดแล้ว
คุณชายจางผู้นั้นประสานมือขอบคุณอีกครั้ง มองภายนอกเป็คนที่มีมารยาทเป็อย่างยิ่ง
“ไม่ทราบว่าท่านผู้าุโเดินทางมาจากที่ไหนอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ข้าอาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้มานานแต่ว่าไม่เคยพบเจอหน้าท่านมาก่อนเลย” คุณชายจางกล่าวขึ้นอย่างมีมารยาท
เจียงเฟิงเองก็แสดงรอยยิ้มอย่างเป็มิตรกลับไป
“ข้าเพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อนี้ไม่นาน”
“อ๋อ..ขออภัยผู้าุโด้วยขอรับ” หลังจากนั้นคุณชายจางก็พาสหายของตนเองจากไป พวกเขาไปนั่งอยู่ที่โต๊ะที่ห่างไปพอสมควร
กลายเป็ว่าในตอนนี้บทสนทนาจบลงเพียงแค่นี้
เจียงเฟิงนั่งดื่มสุราแล้วก็ฟังพิณ อยู่อีกสักพักนึงก่อนที่เขานั้นจะลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากหอสุราแห่งนี้
หลังจากที่ก้าวเท้าออกมาจากหอสุรา เฉินอวี้ที่เดินติดตามอยู่ก็ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “ไม่ใช่อย่างงั้นหรือเ้าคะ”
เฉินอวี้อยู่กับคุณชายของตนเองมาเป็เวลานาน
แม้ว่านายน้อยจะหลับไปหลายปีแต่ว่าก็ยังพอจับสังเกตท่าทางของนายน้อยของตนเองได้
เจียงเฟิงภายนอกไม่ได้แสดงความรู้สึกอันใดออกมาทางใบหน้า ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่งได้จากสองเสียงอืมรับในลำคอ
ก่อนที่จะเริ่มอธิบาย “ข้าไม่สามารถััอะไรในตัวของอีกฝ่ายได้เลย”
มันเป็เช่นนี้จริงๆเจียงเฟิงไม่สามารถััอะไรได้เลย
ที่จริงแล้วตัวของเขาค่อนข้างจะเป็คนที่มีััเฉียบคมเกี่ยวกับพวกิญญาทมิฬ
แม้ว่าในตอนนี้เขาจะกลับมาสู่ร่างกายของตนเอง
แต่ว่าตัวของเขาเองก็มั่นใจว่าประสาทััรับรู้ รับรู้ถึงจิติญญาของพวกิญญาทมิฬของเขาไม่ได้ลดลง
ััรับรู้ของเขายังคงเฉียบคมเช่นเดิม
แต่ว่าหลังจากที่พบเจออีกฝ่าย เจียงเฟิงไม่สามารถััอันใดจากตัวของอีกฝ่ายได้เลย
ถ้าเกิดว่าอีกฝ่ายเป็พวกของหอทมิฬจริงๆ
แล้วก็ทำสัญญากับพวกิญญาทมิฬยังไงซะมันก็ต้องมีพลังของพวกิญญาทมิฬปล่อยออกมา
แต่เจียงเฟิงไม่สามารถััได้ นั่นแสดงว่าอีกฝ่ายไม่ได้ทำพันธสัญญากับิญญาทมิฬ
เฉินอวี้ที่เดินอยู่ด้านข้างมองเห็น ท่าทางของคุณชายของตนเอง นางจึงเอ่ยถามขึ้นว่า “คุณชายดูไม่กังวล”
นางค่อนข้างที่จะสามารถััได้ถึงความรู้สึกของคุณชายของตนเองได้ดี
ถ้าเกิดว่าไม่เป็เช่นนี้นางเองคงจะไม่มาเป็สาวใช้ที่อยู่ข้างกายของเขาตลอดเวลา
เพราะว่าเฉินอวี้ ไม่เพียงแค่มีรูปลักษณ์ที่งดงามเท่านั้น ตัวของนางยังเป็สตรีที่ค่อนข้างจะเอาใจเก่ง
แล้วก็ยังเป็คนที่สามารถมองดูสถานการณ์ได้อย่างดี
เรียกว่านางค่อนข้างจะมีประสาทััต่ออารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ได้รวดเร็ว
เพราะแบบนั้นนางจึงเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคุณชายของตนเองแม้ว่าจะไม่เจอ แต่ดูท่าทีแล้วเหมือนว่าจะไม่ได้ผิดหวังมากนัก
เจียงเฟิงหันไปยิ้มให้นาง “แน่นอนว่าย่อมไม่ผิดหวัง”
“ถึงแม้ว่าตัวของข้าจะไม่ได้พบเจอคนที่ทำสัญญากับิญญาทมิฬ”
“แต่ว่าในตอนนี้ตัวเลือกมันเองก็เหลือน้อยลงแล้ว”
“เพราะแบบนั้นข้าเลยค่อนข้างที่จะอารมณ์ดีเลยทีเดียว”
เจียงเฟิงไม่ได้โกหก
แม้ว่าการค้นหาในครั้งนี้มันจะผิดหวัง ที่อีกฝ่ายนั้นไม่ใช่คนที่ทำสัญญากับิญญาทมิฬ
แต่มันเองก็ทำให้ตัวของเขานั้นได้รู้หลายอย่าง รวมไปถึงอาจจะรู้เกี่ยวกับเื่เบื้องลึกเื้ัของเื่ราวในครั้งนี้ด้วย
เรียกได้ว่าการพบเจอในครั้งนี้ทำให้เขานั้นได้ประโยชน์มาก
รวมไปถึงการที่สามารถดึงเส้นปริศนาของเื่และความจริงทั้งหมดออกมาได้ในเกือบครั้งเดียว
การมาหอสุราในครั้งนี้บอกได้อย่างเดียวว่ามันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
หลังจากนั้นทั้งสองก็ขึ้นไปบนรถม้าเดินทางกลับจวนแม่ทัพ
ตอนนี้ภายในจวนแม่ทัพ คนที่รู้เกี่ยวกับเื่ของเจียงเฟิงก็มีไม่มากนัก
ยิ่งเป็คนที่รู้ว่าตัวของเขานั้นตื่นขึ้นมาแล้วก็ยังมีน้อยยิ่งขึ้นไปอีก
เรียกได้ว่าตัวตนของเขาในฐานะบุตรชายของแม่ทัพใหญ่แทบจะถูกผู้คนลืมลืมไปแล้วฃ
…
ยามราตรีถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงัด
หลังจากที่ได้สังสรรค์ที่หอสุราแล้ว คุณชายจางก็ได้แยกจากสหายของตนเองแล้วเดินทางกลับไปที่คฤหาสน์ของตน
หลังจากที่เดินทางกลับไปถึงเมื่อเข้าไปภายในห้องพักของตน
ร่างเงาสีดำก็ปรากฏขึ้นบริเวณข้างกาย
แน่นอนว่ามันคือิญญาทมิฬ อีกฝ่ายปรากฏกายขึ้นแล้วก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “เป็ยังไงบ้าง?”
คุณชายจางพยักหน้า “เหมือนว่าจะเป็คนผู้นี้จริงๆ”
“แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าอีกฝ่ายอยู่ในขอบเขตใด” ิญญาทมิฬถามออกมาอีกครั้ง
คุณชายจางส่ายหน้าไปมา “เ้าเองก็รู้ข้าเป็เพียงแค่คนที่เพิ่งเริ่มก้าวเดินในเส้นทางของผู้ฝึกตน”
“แต่ว่าข้ามองเห็นว่าคนผู้นั้นสามารถทำให้สหายของข้าไม่สามารถพูดได้”
“เพียงแค่ทำการยกมือเท่านั้น”
ิญญาทมิฬหลังจากที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า
ตัวของมันไม่ได้แปลกใจเกี่ยวกับเื่นี้สักเท่าไหร่ “ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่คนที่มีระดับสูงมากนัก”
คุณชายจางหันกลับไปมองด้วยความสงสัย “เหตุใดเ้าถึงคิดเช่นนั้น?”
ิญญาทมิฬตอบกลับอย่างเฉยชา “เพราะถ้าเกิดว่าอีกฝ่ายมีการบ่มเพาะที่สูงกว่าขอบเขตที่ห้า”
“จะต้องสร้างแรงกดดันให้กับเ้าอย่างแน่นอน”
“แต่นี่อีกฝ่ายไม่ได้ส่งแรงกดดันอันใดออกมา แสดงว่าขอบเขตของอีกฝ่ายไม่ได้สูงมาก”
“อาจจะอยู่ในขอบเขตแค่ขอบเขตสามหรือขอบเขตสี่เท่านั้น”
คุณชายจางจึงถามออกไปอีกครั้ง “แล้วขอบเขตที่สูงกว่านั้นล่ะ เ้าบอกเองว่ามีพวกตัวตนบางตัวตนที่หลบซ่อนได้อย่างดี คนพวกนั้นมีขอบเขตที่สูงยิ่ง”
ิญญาทมิฬส่งเสียงอย่างดูถูกในลำคอ “อีกฝ่ายแม้ว่าจะมีฝีมือ”
“แต่ยังไงซะก็ไม่มีทางที่จะเป็ขอบเขตเจ็ดขึ้นไปอย่างแน่นอน”