เพื่อนกัน..มันส์ดี NC20+

    21 ทริปล่าหมอก บทที่ 3 เฉียดฉิว


    ท่ามกลางมวลอากาศที่เย็นยะเยือกและม่านหมอกสีขาวโพลนที่บดบังวิสัยทัศน์จนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด เสียงฝีเท้าของวินที่หยุดชะงักลงห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่ง ทุกวินาทีที่ผ่านไปเชื่องช้าราวกับโกหก แพรและคินยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน สองมือของแพรยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่นสนิทเพื่อกลั้นเสียงหอบหายใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่แกนกายร้อนระอุของคินยังคงฝังตัวแน่นลึกอยู่ภายในร่องสวาทของเธอ

    "แพร! แพรอยู่แถวนี้ไหม?!" เสียงของวินตะโกนเรียกซ้ำอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาฟังดูใกล้มากเสียจนแพรแทบจะหยุดหายใจ

    คินมีสติเหนือกว่าในสถานการณ์วิกฤต เขาค่อยๆ ถอนแกนกายที่ยังคงเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำรักออกจากความคับแคบอย่างเชื่องช้าและเงียบกริบที่สุด แพรสูดปากเบาๆ ด้วยความรู้สึกโหวงเหวงและเสียวซ่านที่ยังค้างคา แต่เธอก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลามามัวหลงระเริงกับกามารมณ์ คินรีบจัดการดึงกางเกงชั้นในและกางเกงยีนส์ของแพรขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว พร้อมกับรูดซิปและติดกระดุมให้เสร็จสรรพภายในชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะจัดการเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยเช่นกัน

    คินส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้แพรเดินออกไปรับหน้า ส่วนตัวเขาก็ค่อยๆ ก้าวถอยหลัง กลืนร่างกำยำหายเข้าไปในความมืดและม่านหมอกที่หนาทึบกว่าเดิมทางฝั่งตรงข้าม

    แพรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับสีหน้าและอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติที่สุด เธอขยี้ผมตัวเองให้ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเป็นก้าวเท้าเดินฝ่าม่านหมอกออกไปหาวิน

    "ว... วิน! แพรอยู่นี่!" แพรส่งเสียงเรียก พลางเดินก้าวออกมาจากหลังโขดหินใหญ่

    วินหันขวับมาตามเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นแฟนสาวของตน เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก "โธ่เอ๊ย แพร มาแอบอยู่นี่เอง วินหาตั้งนาน"

    วินเดินรี่เข้ามาหาแพร ทว่าเมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าหวานที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก และอาการหอบหายใจจนหน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง คิ้วเข้มของเขาก็ขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยทันที

    "แพร... ทำไมหน้าแดงขนาดนี้ แล้วทำไมหอบเหนื่อยขนาดนั้นล่ะ? เหงื่อออกเต็มหน้าผากเลย อากาศหนาวจะตาย" วินถามพลางยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของแฟนสาวด้วยความห่วงใยปนเคลือบแคลง

    แพรสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบของวินสัมผัสโดนผิว แต่เธอก็รีบซ่อนอาการมีพิรุธไว้อย่างรวดเร็ว "อ๋อ... อ... อากาศมันหนาวก็จริง แต่มันวิ่งเหนื่อยน่ะสิวิน แพรวิ่งหนีเต้ยมาตั้งไกลกว่าจะมาหลบตรงนี้ได้ เหนื่อยจนใจจะขาดอยู่แล้วเนี่ย นึกว่าเต้ยจะตามมาทันซะอีก" เธอโกหกคำโตด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

    วินจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของแพรครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่ติดใจอะไร "งั้นเหรอ... นึกว่าวิ่งหนีผีซะอีก ไปเถอะ กลับไปที่กองไฟกัน ป่านนี้ไอ้เต้ยคงจับใครสักคนได้แล้วมั้ง"

    แพรลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก เธอยอมให้วินจูงมือเดินกลับไปยังลานกว้างริมกระท่อมพัก แม้ว่าภายในช่องทางเร้นลับจะยังคงรู้สึกเหนอะหนะและเต็มตื้นไปด้วยร่องรอยของคินที่ฝากฝังเอาไว้ ทว่าความตื่นเต้นจากการรอดพ้นการถูกจับได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด กลับทำให้เธอรู้สึกซาบซ่านอย่างประหลาด

    ...

    เมื่อแพรและวินเดินกลับมาถึงบริเวณกองไฟ ก็พบว่าเพื่อนๆ คนอื่นกลับมารวมตัวกันเกือบครบแล้ว คินเองก็เดินมาถึงก่อนหน้าพวกเขาเพียงไม่กี่นาที ชายหนุ่มนั่งจิบไวน์แดงด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าเมื่อสายตาของเขาปะทะกับแพร เขากลับส่งรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะเจ้าเล่ห์และรู้กันเพียงสองคนมาให้ ทำเอาแพรต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความขวยเขินและใจสั่น

    "อ้าว มากันครบแล้วนี่!" เต้ยตะโกนขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะร่วน "ประกาศผลโว้ย! คนที่โดนกูจับตัวได้เป็นคนแรกในเกมซ่อนหา ก็คือ... ไอ้คุณชายแว่นนนท์นี่เอง!"

    นนท์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ "กูมัวแต่เดินชนต้นไม้ หมอกมันลงจัดจนมองไม่เห็นทางเว้ย ไม่ได้ตั้งใจจะให้มึงจับได้หรอก"

    "ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยไอ้นนท์ ตามกติกา... มึงโดนกูจับได้คนแรก มึงต้องรับบทลงโทษเว้ย!" เต้ยชี้หน้าเพื่อนด้วยความสะใจ ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ในกลุ่มที่รอดูว่าเต้ยจะสั่งบทลงโทษอะไร

    "เออๆ ว่ามา กูแมนพออยู่แล้ว" นนท์ตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาภายใต้กรอบแว่นกลับฉายแวววาวโรจน์บางอย่างที่คาดเดาไม่ได้

    เต้ยทำท่ายืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มกว้างและประกาศคำสั่งด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด "บทลงโทษของกูก็คือ... กูสั่งให้มึง 'นวดน้ำมันผ่อนคลาย' ให้กับผู้หญิงในกลุ่มนี้ 1 คน เป็นเวลา 15 นาที! ห้ามปฏิเสธ และห้ามทำลวกๆ ด้วย!"

    คำสั่งของเต้ยเรียกเสียงฮือฮาจากวงสนทนาได้เป็นอย่างดี บรรยากาศรอบกองไฟที่เคยหนาวเหน็บกลับดูร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น การนวดน้ำมันนั้นย่อมหมายถึงการสัมผัสเรือนร่างอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญ ผู้หญิงที่ถูกเลือกจะต้องเปิดเผยผิวพรรณท่ามกลางอากาศหนาวเช่นนี้ด้วย

    นนท์กระตุกยิ้มมุมปาก เขาล้วงมือล้วงกระเป๋ากางเกงพลางกวาดสายตามองไปยังหญิงสาวทั้งสี่คนในกลุ่ม แพร เมล แก้ม... และหยุดลงที่ 'ริสา' แฟนสาวสุดเซ็กซี่ของเต้ยผู้ซึ่งเป็นคนออกคำสั่ง

    "กูเลือก... ริสา" นนท์เอ่ยชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมวงสนทนาชั่วขณะ เต้ยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นนิดๆ รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่คิดว่านนท์จะกล้าเลือกแฟนสาวของตนเอง แต่เมื่อลั่นวาจาไปแล้วในฐานะผู้คุมกฎ เขาก็ไม่อาจกลืนน้ำลายตัวเองได้ เต้ยได้แต่พยายามปั้นหน้ายิ้ม แสร้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นในใจ "หึ... กล้าดีนี่หว่า ได้! ที่นอนผ้าใบตรงนั้นว่างอยู่ เชิญเลย!"

    ริสา ผู้เป็นครูสอนโยคะสาวหุ่นเซ็กซี่ ไม่ได้แสดงท่าทีขัดเขินหรือปฏิเสธแต่อย่างใด เธอกลับลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสดคลี่ยิ้มบางๆ ที่แฝงไปด้วยความท้าทาย เธอค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อโค้ทตัวหนาออก ตามด้วยเสื้อคลุมตัวยาว รูดซิปกระโปรง และปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นนอกออกจนหมด เผยให้เห็นเรือนร่างสมส่วนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดว่ายน้ำบิกินี่ทูพีซสีดำสนิทตัวจิ๋ว

    แสงจากเปลวไฟสีส้มแดงสาดกระทบผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดของเธอ เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบที่มีซิกแพคจางๆ จากการออกกำลังกาย หน้าอกอวบอิ่มที่ดันดันบราเซียจนแทบจะล้นทะลัก และสะโพกผายกลมกลึงที่รับกับเอวคอดกิ่ว ความงดงามของสรีระริสาสะกดสายตาของหนุ่มๆ ทุกคนในวงให้จ้องมองตาไม่กะพริบ โดยเฉพาะนนท์ที่ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบๆ

    ริสาเดินไปที่เตียงผ้าใบหนานุ่มที่ตั้งอยู่ริมกองไฟ เธอค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหน้าลงบนหมอนรอง ผินเสี้ยวหน้าไปทางด้านข้างเพื่อเปิดโอกาสให้นนท์ได้ทำหน้าที่ของเขา ความร้อนจากกองไฟที่อยู่ใกล้ๆ ช่วยบรรเทาความหนาวเย็นของอากาศภายนอกได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง กลับเป็นการที่กำลังจะถูกสัมผัสโดยผู้ชายที่เธอแอบหมายปองต่างหาก

    นนท์เดินเข้าไปใกล้เตียงผ้าใบ เขารับขวดน้ำมันนวดสปาอโรม่าที่พนักงานรีสอร์ทเตรียมไว้ให้จากเต้ย นนท์เปิดฝาขวด เทน้ำมันสีใสกลิ่นหอมผ่อนคลายลงบนฝ่ามือหนาของตนเอง ก่อนจะถูฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความอบอุ่น

    "ขออนุญาตนะครับริสา..." นนท์กระซิบเสียงทุ้ม ก่อนจะวางฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยน้ำมันอุ่นๆ ลงบนลาดไหล่เนียนของหญิงสาว

    ทันทีที่ฝ่ามือใหญ่สัมผัสลงบนผิว ริสาก็สะดุ้งสะท้านเบาๆ ความร้อนจากน้ำมันและฝ่ามือของนนท์ ตัดกับความเย็นของอากาศภายนอก สร้างความรู้สึกซาบซ่านอย่างประหลาด นนท์เริ่มออกแรงกดนวดคลึงเบาๆ บริเวณหัวไหล่ ไล่ลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง นิ้วเรียวยาวและแข็งแรงของเขาชำนาญในการหาจุดตึงเครียดของกล้ามเนื้อ เขากดจุดและคลึงวนอย่างมีชั้นเชิง นวดเฟ้นแผ่นหลังเนียนนุ่มอย่างตั้งใจ

    บรรยากาศรอบกองไฟเงียบกริบ มีเพียงเสียงปะทุของฟืนและเสียงลมพัด ทุกคนต่างเฝ้ามองภาพการนวดน้ำมันที่แสนจะเย้ายวนนี้ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไป เต้ยนั่งกำมือแน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่มือนนท์ที่กำลังลูบไล้แผ่นหลังแฟนสาวของตน แม้จะพยายามเก็บอาการ แต่ความหึงหวงและหวงแหนก็เริ่มก่อตัวขึ้นในอก

    นนท์เทน้ำมันอุ่นชโลมลงบนฝ่ามือเพิ่ม เขาเลื่อนสัมผัสลงมายังช่วงเอวคอดกิ่ว ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างหลงใหล น้ำหนักมือที่กดลงไปนั้นทั้งหนักแน่นและแผ่วเบาสลับกัน สร้างความรัญจวนใจจนริสาต้องเผลอหลุดเสียงครางหวานหวิวออกมาจากลำคอ

    "อืมมม... นนท์... ตรงนั้นแหละ... ตึงมากเลย..." ริสากระซิบเสียงพร่า ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อด้วยความเสียวซ่าน สัมผัสของเขาช่างล้ำลึกและตรงจุดจนเธอแทบจะหลอมละลาย

    นนท์กระตุกยิ้มมุมปาก เขาจงใจเลื่อนฝ่ามือลงต่ำ ลูบไล้ผ่านเนินสะโพกกลมกลึงที่โผล่พ้นขอบกางเกงบิกินี่ตัวจิ๋ว นิ้วหัวแม่มือของเขากรีดกรายเฉียดใกล้ขอบผ้าลูกไม้สีดำอย่างจงใจและเชื่องช้า สัมผัสเพียงแผ่วเบาที่ปลายเส้นขอบบิกินี่ กลับทำให้อัตราการเต้นของหัวใจริสาพุ่งทะยาน เธอต้องจิกปลายเล็บลงบนเบาะผ้าใบเพื่อระบายความปั่นป่วนที่กำลังเล่นงาน

    สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ปลายนิ้วของนนท์อย่างลุ้นระทึก โดยเฉพาะเต้ยที่แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ ทว่าเขาก็ไม่อาจเอ่ยปากห้าม เพราะนี่คือกติกาที่เขาเป็นคนตั้งขึ้นมาเอง

    นนท์ใช้ฝ่ามือนวดเฟ้นสะโพกอวบอิ่มของริสาอย่างมีชั้นเชิง กลิ่นหอมของน้ำมันอโรม่าผสมผสานกับกลิ่นกายหอมกรุ่น กระตุ้นความปรารถนาเบื้องลึกให้พลุ่งพล่าน เขาโน้มตัวลงไปใกล้ร่างบางที่กำลังนอนสั่นสะท้านอยู่บนเตียง ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้กรอบแว่นเลื่อนเข้าไปใกล้ซอกคอขาวเนียนจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเธอ

    ในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด นนท์จงใจชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของริสา ริมฝีปากของเขาเฉียดผ่านติ่งหูเล็กไปเพียงมิลลิเมตร

    "คืนนี้..." นนท์กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยความนัยอันลึกซึ้ง เสียงนั้นแผ่วเบาจนมีเพียงเธอคนเดียวที่ได้ยิน "...มาเจอกันที่ห้องสตรีมแช่น้ำร้อนนะครับ ผมจะรอนะ"

    สิ้นคำกระซิบ นนท์ก็ผละใบหน้าออกและลงมือนวดต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าประโยคสั้นๆ นั้นกลับดังก้องอยู่ในหัวของริสาดั่งพายุที่โหมกระหน่ำ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง สูดดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยเข้าปอดลึกๆ หัวใจเต้นตึกตักด้วยความกระสันอยากอย่างรุนแรง ความคิดที่จะได้ลักลอบเสพรักกับผู้ชายที่เพียบพร้อมไปด้วยความเร่าร้อนอย่างนนท์ ท่ามกลางม่านหมอกในห้องสตรีมคืนนี้... มันช่างเป็นข้อเสนอที่อันตรายและเย้ายวนจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้เลย!