“พ่อพ่อจ๋า พ่อ...” เสียงกรีดร้องของลูกสาวดังลั่นนางโหยหวนต่อร่างไร้ศีรษะที่นอนอยู่ไม่ไกลนัก
เสียงกรีดร้องนั้นเสียดลึกไปถึงหัวใจเพียงที่แม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะอยู่ครบ แต่ก็รู้สึกสลดหดหู่จนน้ำตาไหลอาบแก้มเพียงไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวกอดกับแม่แน่น ได้แต่มองไปมองมาเห็นพวกผู้ชายที่แต่ละคนรูปร่างล่ำสัน ถืออาวุธคอยคุมมันอยู่โดยรอบเพียงพยายามไปอยู่ห่างพวกมันให้ได้มากที่สุดหญิงสาวทำอะไรอื่นไม่ได้นอกเสียแต่แค่ปล่อยให้น้ำตานอง
แวบนึงเพียงมองหน้าไอ้พวกคนเลวอย่างเคียดแค้นนางไม่เห็นรอยสลดบนสีหน้ามันเลยแม้แต่นิดเดียวกลับทำหน้าระรื่นอย่างกับไปดูเขาฟ้อนรำกันไม่มีผิด
แล้วแวบนั้นมันก็สบตากับเพียง มันส่งยิ้มลามกให้ อีเพียงยิ่งโกรธจนรู้สึกหน้าชาดิกไปหมดแต่ความกลัวก็แล่นจับขั้วหัวใจของหญิงสาวเช่นกัน
มันเดินแหวกคนเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอุบาทว์ที่เปรอะเต็มหน้าทุเรศๆ นั่น แล้วมันก็จิกเข้าที่หัวของเพียงหญิงสาวถูกดึงร่างออกไป เพียงกับแม่ต่างก็กรีดร้องดังลั่นสองแขนของหญิงชราพยายามจะดึงร่างลูกสาวไม่ให้หลุดจากอ้อมอก
“อย่าๆพ่อ จะเอาลูกสาวฉันไปไหน”
“แม่...แม่” เพียงได้แต่กรีดร้อง พยายามดิ้นหนีให้พ้นเงื้อมมือมันอย่างไร้ประโยชน์
“พ่อๆขอลูกสาวข้าน้อยสักคนเถิดนะ อย่าทำอะไรอีเพียงเลย ถือว่าปล่อยนกปล่อยกาเถิดฉันขอล่ะพ่อ ฉันมีลูกสาวคนเดียว” บุญรอดประนมมือไหว้ปะหลกๆ พร้อมกับน้ำตานองหน้า
แต่คนโฉดที่ได้ทีจะสนใจอะไรเล่านอกจากเงื้อมีดในมือขู่คนแก่ผัวเมียแล้วผัวเมียคู่นั้นจะทำอะไรได้นอกจากได้แต่ร้องขอความเมตตาอย่างไร้ทางเลือกเท่านั้นเอง
เวลานี้เสียงของเพียงกรีดร้องดังกว่าทุกคนใครอื่นเห็นก็ไม่มีใครกล้าช่วย เพราะไม่มีใครอยากจะหัวหลุดไปอีกคนหนึ่ง ร่างของเพียงถูกดึงไปข้างนอกแล้วหญิงสาวก็รู้สึกเจ็บที่หน้าอกเมื่อทรวงอกสาวของเธอถูกมันล้วงมือเข้ามาขยำอย่างแรง
เพียงยิ่งร้องดังขึ้นทั้งความกลัวทั้งความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นพร้อมกัน หญิงสาวดิ้นไปมาอย่างเสียสติแหกปากร้องลั่นดังสุดเสียง
“มึงจะมาทำเหี้ยอะไรตรงนี้รอเสร็จงานแล้วอยากทำเหี้ยอะไรก็ทำ”มันคนหนึ่งเห็นเพื่อนตัวเองเล่นสนุกกับหญิงสาวก็ถามอย่างรำคาญ
“ก็เล่นอะไรแก้เบื่อซักหน่อยน่า”
ในขณะที่มันกำลังคุยกับเพื่อนมันอยู่นั่นเองสายตามันก็เห็นเงาตะคุ่มเดินมาแต่ไกล มันหยุดทุกอย่างมองข้ามกลุ่มชาวบ้านที่พวกมันจับตัวไว้ เพ่งตามองไปยังเงานั้นตอนแรกมันนึกว่าเ้าของร่างนั้นเป็พรรคพวกมัน แต่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เพราะเพียงเห็นแค่เงาร่างที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ก็ดูออกแล้วว่าเ้าของร่างนั้นมีเรือนผมยาวสยายมีกายสะโอดสะองหาใช่ใหญ่กำยำเหมือนพวกมันสักคนไม่ แต่มือข้างหนึ่งถือดาบ ส่วนมืออีกข้างหิ้วอะไรสักอย่างเหมือนกับลูกมะพร้าวใบใหญ่สองลูก
ห้วงความคิดมันมีแต่ความฉงนงงงวยใครในตอนนี้มันจะถือดาบพร้อมกับหิ้วลูกมะพร้าวมาหรือ?
แต่สายตาของพรรคพวกมันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เห็นกระจ่างชัดก่อนใครว่าเ้าของร่างนั้นคือใคร ไอ้แสงที่นั่งอยู่แถวนั้นก็มองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เพราะนั่นมันคือไอ้คนบ้าที่ถูกจำตรุเอาไว้ไอ้คนบ้านั่นกำลังเดินมาพร้อมกับดาบและลูกมะพร้าวในมือ
มันบ้าจริงๆด้วย – ไอ้แสงคิด
ทันใดนั้นเองสิ่งที่ไอ้แสงคิดว่าเป็ลูกมะพร้าวก็ถูกโยนมาพร้อมกันทั้งสองลูกพอมาหล่นตุ้บอยู่ที่แทบเท้าไอ้โจรคนหนึ่งที่ไม่ไกลจากระยะสายตาของไอ้แสงและชาวบ้านอีกสองสามคนแถวนั้นทั้งไอ้แสงและชาวบ้านก็ร้องใขึ้นมาพร้อมกัน
เพราะมันไม่ใช่ลูกมะพร้าวแต่เป็หัวคน
ไอ้โจรที่เห็นหัวของเพื่อนมันมากลิ้งหลุนๆอยู่ที่แทบเท้า ก็หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทำอะไรไม่ถูกได้แต่อ้าปากค้างมองดูหน้าเพื่อนสองคนที่เหลือแต่หัว ดวงตาของทั้งสองหัวมาทางมันพอดีขณะนั้นเอง มันก็ยกสายตาไปยังคนประหลาดนั่น
แค่ชั่วช้างกระดิกหูคนประหลาดนั่นก็ถลาเข้ามาถึงตัวมันแล้ว ดาบถูกฟันลงมาตัดร่างของมันั้แ่หัวไหล่จนถึงบั้นเอวของอีกข้าง ท่อนบนของมันหล่นออกจากกายพร้อมกับเครื่องในกับโลหิตที่ร่วงพรูออกมา
เพียงที่อยู่อีกฝั่งเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเต็มตา แม้สายตาของเพียงมองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เพียงก็รู้ว่าชายรูปงามคนนั้นเป็คนสังหารโจรชั่วเพื่อช่วยเหลือพวกตนไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ปลื้มปีติ เสียงหล่นตุ้บก็ดังอยู่ใกล้ตัว
เพียงหันไปเห็นร่างของไอ้ชั่วที่จับตัวเพียงไว้ นอนตาเหลือกอยู่ข้างๆหัวของมันแบะออกเหมือนแตงโมถูกผ่าซีก มันสมองของมันเทออกมากองอยู่ที่พื้นใกล้ๆเพียง
เพียงกรีดร้องสุดเสียงตัวเองถดกายหนีออกจากศพอันน่าสยดสยองนั่น ไม่มีใครสักคนเห็นทัน ว่าหัวของไอ้เ้านี่มันถูกผ่าออกในพริบตาเพราะคมดาบของเหล็กที่ถูกขว้างมาด้วยความเร็วประหนึ่งะุดินปืนผ่านทะลุศีรษะของมันในเพียงชั่วแล่นดาบที่ถูกขว้างมาพุ่งไปปักติดต้นไม้ข้างหลังแล้ว ร่างของมันค่อยไปกองอยู่ที่พื้นแล้วมันสมองของมันค่อยไหลเทออกมา
พวกโจรที่อยู่ใกล้ตัวจ้าวปิ่งก็ถูกสังหารไปในเพียงชั่วอึดใจ แต่ละศพล้วนตายไปภายในดาบเดียวทั้งสิ้นหนึ่งดาบหนึ่งชีวิต ร่างไร้ิญญาก็นอนระเกะระกะอยู่บนผืนดินเกือบสิบคน
พวกโจรที่เมื่อครู่นี้มาอย่างเสือเวลานี้กลับหนีการล่าสังหารราวกับมุสิกตื่นวิฬาร์ ใครหนีทันก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงแต่มีอีกบางชีวิต ที่ดาบที่เคยเป็ของพวกเดียวกัน ถูกเขวี้ยงถลาลมปักทะลุแผ่นหลังทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เฉกเช่นเดียวกับสหายของมันก่อนหน้านี้
ชาวบ้านมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตาบุญรอดอายุมาจนถึงขนาดนี้ เคยเห็นครูดาบฝีมือดีมาบ้าง แต่ไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อนเลยว่ามีมนุษย์คนไหนที่มีฝีมือดาบดุดันและร้ายกาจได้เท่ากับชายประหลาดผู้นี้มาก่อน
เมื่อโจรที่รอดชีวิตแตกตื่นหนีไปหมดแล้วจ้าวปิ่งสะบัดดาบในมือให้พุ่งลงปักพื้นแล้วชายหนุ่มก็หันหน้ามายิ้มให้กับชาวบ้านที่ได้แต่นั่งตะลึง ดวงตาเรียวเล็กและกลีบปากแดงชุ่มชื้นนั้นโปรยยิ้มให้กับชาวบ้านทุกคนราวกับสื่อเป็ภาษาออกมาว่า...ไม่มีอะไรอีกแล้วไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว
เสียงโห่ร้องดีใจของชาวบ้านก็กระหึ่มดังขึ้นในตอนนั้นเอง พร้อมกับหัวใจของหญิงสาวหลายคนที่มอบให้กับชายโฉมยงที่พวกนางไม่รู้จักแม้แต่ชื่อไปแล้ว
.
..
...
หมื่นไวได้แต่กัดฟันกรอด
แต่ไหนแต่ไรหมื่นไวคิดคำนวณการค้าอะไรก็มีแต่กำไรไม่เคยค้าขายขาดทุนเลยสักที แต่มาคราวนี้เป็การค้าที่ขาดทุนที่สุดในชีวิตหมื่นไว ลูกน้องมือเอกของตัวเองที่เพิ่งรับเข้ามาตายเป็โจรในหมู่บ้านกระจอกๆ แห่งนี้ไม่พอ ลูกน้องคนอื่นของตัวเองยังเสียไปอีก 18คน
ไอ้ฉิมกับพรรคพวกรวมกัน19 ชีวิต มลายหายไปแค่คืนเดียว
“เอาศพพวกมันไปเผาโจรเหี้ยพวกนี้เก็บศพเอาไว้ก็หนักแผ่นดิน” หมื่นไวสั่งให้คนลากศพไปสุมกองรวมกัน
“ไม่ตัดหัวเสียบประจานมันเล่าเ้าข้า”บุญรอดที่ยืนอยู่ไม่ห่างก็ทักขึ้น
หมื่นไวหน้าชาดิกโกรธเหลือกำลัง แต่ความโกรธของหมื่นไวเทียบอะไรกับเพลิงแค้นของบุญรอดไม่ได้เลยบุญรอดจำได้ว่าไอ้ศพที่ถูกหักคออยู่ปากตรุมันคือคนที่บุญรอดเคยเห็นในเรือนของหมื่นไวบุญรอดรู้ดีว่าเื่ทั้งหมดนั้นเกิดจากใคร และ้าอะไร
“ไอ้บ้านั่นหรือที่เป็คนจัดการพวกโจร”
“เ้าข้า”คำตอบรับของบุญรอดห้วนกว่าที่เคย
หมื่นไวได้แต่เก็บความโกรธแต่ทำอะไรได้อีก? ชายรูปงามเหมือนผู้หญิงคนนั้นน่ะหรือที่เป็เ้าของเพลงดาบดุดันถึงเพียงนั้นทุกคนตายด้วยดาบเดียว บางแผลใหญ่ฉกรรจ์ เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นคนตายเพราะถูกตัดสะพายแล่งก็ครั้งนี้ครั้งแรก
“รู้หรือยังมันเป็ใครมาจากไหน”
บุญรอดส่ายหน้า“ไม่รู้เลย ไม่รู้อะไรเลยเ้าข้า สงสัยมันพูดจาภาษาเดียวกับเราไม่ได้”
ความจริงบุญรอดโกหกบุญรอดรู้แล้วว่าชายผู้ช่วยเหลือพวกเขาไว้นั้นเป็คนจีนชื่อจ้าวปิ่งทุกอย่างรู้เพียงแค่นั้น ส่วนภาษาที่จ้าวปิ่งรู้เวลานี้ ก็มีแค่ กิน นอน ใช่ ไม่ ได้อะไรทำนองนี้เท่านั้นเอง
ไม่ว่าเื่เมื่อคืนวานเกิดขึ้นเพราะใครแต่บุญรอดก็รู้ดีหมื่นไวไม่ชอบคนที่นี่มากขึ้นทุกที คิดแล้วบุญรอดก็ได้แต่เจ็บใจที่เกิดมาเป็เพียงไพร่ข้าที่ยากจนไร้อำนาจ แม้แค่ปกป้องตัวเองจากเ้านายรังแกก็ยังกลัวว่าทำไปแล้วพวกเ้านายเขาจะไม่พอใจ
จ้าวปิ่งเป็เหมือนคนที่ปกป้องที่นี่ตราบใดที่จ้าวปิ่งยังอยู่ที่นี่ หมื่นไวคงไม่กล้ารังแกอะไรพวกเขาอีกเื่ส่วยที่หมื่นไวทวงเอาๆ ไม่หยุดปากนั้น หมื่นไวก็ไม่พูดถึงมันอีก
“หมื่นเ้าข้า”
“มีอะไร”
“ฉันสงสารบ้านอีสามันพ่อมันถูกฆ่าตายเมื่อคืน ตอนนี้อีสาก็ไม่เหลืออะไรแล้วหมื่นไวเห็นแก่ลูกนกลูกกาเถิด..”
“เออ!” หมื่นกระแทกเสียง ล้วงเข้าไปในเสื้อหยิบเงินให้พวงหนึ่ง“เอานี่ไปปลอบขวัญมันเสีย บอกด้วยว่ากูให้”
“หมื่นเมตตาเหลือเกินฉันจะไปบอกอีสาให้ ว่าหมื่นให้เงินมัน”
ถุยเงินเพียงนี้หรือ มึงทำพวกกูก่อนแล้วกูก็ต้องมาไหว้มึงขอเงินจากมึงที่มารังแกพวกกู - บุญรอดคิดอย่างเคียดแค้นแต่บุญรอดจะทำอะไรได้อีกเล่า นอกจากเก็บน้ำขุ่นไว้ในอกเสแสร้งว่ามีแต่น้ำใสแช่มชื่นให้กับผู้เป็นาย
ควันเผาศพโขมงเป็กองใหญ่กลิ่นเนื้อไหม้ฉุยไปทั้งหมู่บ้าน คนที่นั่นเห็นศพที่กองกันไหม้ไฟราวกับกำจัดซากสวะแล้วก็ได้แต่สาแก่ใจมีแต่แค่บุญรอดเท่านั้นที่รู้ ว่าศพเ่าั้คือคนของใครแต่บุญรอดก็เลือกที่จะไม่พูด เพราะรู้ดีว่าพูดไปก็เท่านั้น
เสียงร้องไห้ของอีสาผู้ที่โชคร้ายที่สุดเมื่อคืนนี้ ที่ฟูมฟายพร้อมดูร่างของพ่อตัวเองในกองฟอนที่แผดเผามันแผดร้องดังโหยไห้พร้อมกับเพลิงที่ส่งพ่อของมันไปยังโลกหน้า
จ้าวปิ่งดูคนตายดูความเศร้า แล้วก็จิบสาโทในจอกด้วยความรู้สึกอ้างว้าง