“เกือบสองปีสองวันแล้วที่เรารู้จักกันทำให้ฉันรู้สึกดี ๆ ต่อคุณ พี่ณิช”
น้ำตาลเขียนไดอะรีบันทึกเกี่ยวกับความรู้สึกของตนเองในแต่ละวันลงไปในไดอะรีปกผ้าไหมสีชมพูหวานเธอจำได้ว่า ั้แ่รู้จักกับสุวณิช ซึ่งเป็เพื่อนของน้ำทอง ผู้เป็พี่ชายของเธอความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อเขาเพิ่มมากขึ้น
ทุกครั้งที่ได้สบตากับสุวณิช หรือเธอเรียกสั้นๆ ว่าพี่ณิช หัวใจเหมือนว่าหวั่นไหว คล้าย ๆ จะหลุดออกมาจากอก
เนื้อตัวร้อนวูบวาบรับรู้ถึงเืในกายวิ่งพล่าน เพราะมีความเสน่หาในตัวเขาอย่างแรงกล้าเธอเก็บเอาเอาไปวาดวิมานแสนหวาน ร่วมเสน่หาในยามค่ำคืน โดยเธอถูกเขากอดจูบลูบไล้ไปทั่วทั้งเรือนร่าง
ริมฝีปากรูปกระจับร้อน ๆ ที่บดขยี้ลงบนปากของเธอนั้นเร่าร้อนเสียจนเธอซาบซ่านและวูบไหวหวั่นเมื่อเขาคลึงนิ้วแล้วเกาะกุมอยู่บนหน้าอกอูมที่ปราศจากเสื้อผ้า
ความร้อนรุ่มเพิ่มดีกรีแรงกล้ามากยิ่งขึ้นเมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากลงมาซุกไซ้ที่คอขาวผ่อง ปากค่อย ๆ ดูด แล้วจรดลิ้นไล้เบา ๆ
ลิ้นเขานั้นช่างร้ายกาจ ทำให้เธอสะดุ้งและเกร็งตัว เมื่อเขาตวัดไล้ไปมาอยู่ที่ยอดหน้าอกที่ตูมเต่งจนชูชัน
หน้าอกข้างหนึ่งถูกมือคลำแล้วเคล้น ส่วนหน้าอกอีกครั้งเป็ที่จับจองของริมฝีปากและลิ้นที่ละเลงอย่างชำนาญการ
เพียงเท่านี้หญิงสาวที่ไม่ประสีประสาเื่เพศตรงข้ามก็ถึงกับเกร็งตัวแล้วร้องครวญครางอย่างมีความสุข
“อา พี่ณิชขา น้ำตาลมีความสุขที่สุด”
เธอเผลอร้องครางกับเกมรักแบบมโนกลางอากาศและสร้างวิมานแห่งความสุขต่อไปอีกว่า เขาขยับตัวขึ้นมาทาบทับแล้วเอาสำคัญเข้าไปในร่างกายของเธอเพื่อหล่อหลอมเป็คนเดียวกัน
น้ำตาลหายใจหอบแรงกับความสุขที่สร้างขึ้นมาด้วยตัวเองเธอหลับตาพริ้มกับความสุขแบบวาดฝัน โดยสุวณิชเป็ผู้บรรจงเสพสุขตามความคิดของเธอ
น้ำตาล้าแบบไหนเธอก็มโนโลกีย์ขึ้นมาั้แ่เริ่มต้นจวบจนจบ ซึ่งก็สร้างความสุขแก่เธอจนหายใจหอบถี่ ไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เธอเอาสุวณิชเป็สามีทิพย์
สำหรับน้ำตาลแล้วรู้ว่าผู้ชายคนนี้ทำให้เธอหวั่นไหวมากที่สุด จนแทบไม่กล้าที่จะสบตาด้วย เมื่อเห็นสุวณิชมาที่บ้านเธอจะเลี่ยงหลบไปอยู่ในครัว