เช้าวันถัดมา หลังจากเจอเื่พวกนั้นทั้งหมด
ผมนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างที่เดิม
เหมือนวันแรกตอนเปิดเทอม
เหมือนวันแรกที่ได้เห็นเธอ
การได้เจอเธอ
มันทำให้ชีวิตของผมมีสีสันมากขึ้น
คุณอายะ…
พูดถึงเธอแล้ว เมื่อคืนเธอก็ส่งข้อความมา
บรรยายความรู้สึกผิดของเธอ
ที่ปล่อยให้น้องสาวของเธอมาทำเื่แบบนั้นกับผม
เธอบอกว่าเธอไม่สบายใจมาก
อยากให้น้องสาวมาขอโทษผมอย่างเป็ทางการ
แต่น้องสาวของเธอก็ค้านหัวชนฝา
ว่าจะไม่ทำแน่นอน
ส่วนผมก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็ไร
ผมไม่ถือสาหรอก
แต่เธอก็ยังขอโทษอยู่แบบนั้น
แทบทั้งคืน
ยูนะ…
วันนี้ไม่มาเรียนเหรอ
ตอนนี้อาจารย์ก็ใกล้จะเข้าแล้วสิ
แต่ผมไม่ต้องสนใจขนาดนั้นก็ได้
เมื่อถึงพักเที่ยง
คุณอายะจองตัวผมไว้แล้ว
ทำให้ผมต้องรีบมุ่งตรงไปที่ห้องชมรม
ที่มีเราแค่สองคน
มันเหมือนฝันเลยแหละ
เธอเล่าเื่
ผมรับฟัง
มันสมบูรณ์แบบ
แบบที่ชีวิตของผมไม่เคยคาดถึง
เป็แบบนี้อยู่หลายวัน
ห้องชมรมของผม
จากที่เคยว่างเปล่า
ตอนนี้เริ่มมีของตกแต่งนิดหน่อย
พวกเราได้งบจากการส่งรายงานชมรมที่ทำด้วยกัน
ตอนนี้มีเก้าอี้เพิ่มมาอีกตัว
ชั้นวางของเองก็เริ่มมีหนังสือเล่มใหม่
ที่เข้ากันกับห้องชมรม
และมีคอมพิวเตอร์อีกหนึ่งเครื่อง
ที่ไม่ได้ใหม่จริง ๆ
มันเป็ของเหลือจากห้องคอมของโรงเรียน
ที่เปลี่ยนเครื่องใหม่
พวกเราเลยยื่นเื่ขอมาใช้ในห้องชมรมของเรา
ยังมีตุ๊กตาน่ารัก ๆ
ที่ผมไปเลือกกับเธอด้วย
เื่ราวความสุขระหว่างผมกับคุณอายะ
ช่างเหมือนฝันจริง ๆ
เธอบอกว่าการได้อยู่กับผม
เหมือนการได้ใช้ชีวิตนักเรียน
แบบเดียวกับคนอื่น ๆ
เมื่อก่อน
เธอเหมือนถูกกักขังไว้ในกรง
ที่ออกไปไหนไม่ได้
มีน้ำตานิดหน่อย
ไหลลงมาแตะแก้มอมชมพูของเธอ
ก่อนที่ผมจะเช็ดออกให้
“ไม่เป็ไรนะ คุณอายะ
ผมจะอยู่ข้าง ๆ คุณเอง
จะคอยรับฟังคุณเอง”
“ขอบคุณนะ ฮารุโตะคุง
ถึงเธอจะพูดไม่ค่อยรู้เื่ก็เถอะ”
ผมเองก็ได้แต่สงสัยว่า
เมื่อไหร่ผมจะสามารถสื่อสารได้แบบปกติ
แต่คุณอายะบอกว่า
เสียงที่ผมเปล่งออกมา
เริ่มมีความชัดของคำที่พูดมากขึ้น
เหมือนจะแข็งแรงขึ้น
เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
แต่มันต้องเป็เพราะเธอแน่ ๆ
คุณอายะ
ณ ห้องเรียน
่นี้ผมสังเกตได้ว่า
แม้ชีวิตของผมจะปกติดี
แต่ยูนะไม่ปกติเลย
เธอมักจะเข้าห้องเรียนสาย
หรือไม่ก็ไม่มาเลย
ผมไม่ได้ถามเื่นี้กับคุณอายะ
เพราะไม่อยากให้เธอเป็กังวล
การได้เห็นเธอยิ้ม
มีความสุขแบบนี้
มันดีต่อใจมากกว่า
แต่ถ้ามีเื่อะไร
ที่จะทำให้รอยยิ้มของคุณอายะหายไป
ผมก็ควรจะจัดการมันก่อน…
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน
ผมบอกกับคุณอายะว่า
วันนี้ต้องรีบกลับบ้านก่อน
พอดีมีธุระ
เธอก็ตอบตกลง
และบอกให้ผมกลับบ้านอย่างปลอดภัย
แต่ความจริงแล้ว
ผม้าติดตามยูนะ
่นี้เธอทำตัวแปลก ๆ
สายตาที่มองมาที่ผม
ผมรู้สึกถึงความอันตรายมากขึ้น
ผมมักเห็นเธอกับชุน
เดินกลับบ้านด้วยกัน
คุณอายะเองก็บอกว่า
ยูนะ่นี้จะกลับบ้านเย็น
โดยให้เหตุผลว่า
ไปติวหนังสือที่บ้านเพื่อน
ผมคิดว่ามันน่าสงสัยเกินไป
การแอบตามไป
อาจไม่ใช่เื่ดี
แต่ก็ไม่แย่เท่าการที่เื่นี้
อาจส่งผลกระทบต่อคุณอายะ
ผมตามยูนะมาั้แ่เธอออกจากห้อง
พยายามหลบตามเสา
ไม่ให้เธอหันมาเห็น
และเมื่อถึงหน้าโรงเรียน
ก็มีใครบางคนรออยู่
การยืนในท่าทางอวดดีแบบนั้น
คงเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก
ชุน
ทั้งสองคนจะไปไหนกันนะ?
ชุนและยูนะ
เดินออกจากโรงเรียนไปพร้อมกัน
แถมเส้นทางที่ไป
ยังไม่ใช่ทางกลับบ้านของทั้งสองคนอีก…
พวกเขาเดินห่างจากเส้นทางกลับบ้าน
ของตัวเองเรื่อย ๆ
ผมเองก็แอบตามมา
ถ้าถามว่ากลัวไหม
ก็ต้องตอบตรง ๆ ว่า
โคตรกลัว
แต่ทำไงได้
ผมไม่อยากให้เื่นี้
กระทบต่อคุณอายะ
ผมต้องกำจัด
สิ่งเหนือความคาดหมายทั้งหมด
โกดังร้าง…
ผมไม่อยากตามเข้าไปเลย
เมื่อเดินตามมาถึงจุดนี้
ผมคิดว่าควรถ่ายรูปที่นี่เก็บไว้เป็หลักฐานก่อน
เพราะผมตัดสินใจแล้ว
ว่าจะเข้าไปทั้งหมด
ก็เพื่อคุณอายะ
ผมแอบตามเข้าไปอย่างเงียบ ๆ
หลังจากยูนะและชุนเข้าไปแล้ว
“พวกเรามาแล้ว”
ชุนพูดขึ้น
พร้อมจับมือยูนะไว้
ทั้งสองคนเป็อะไรกัน?
“พวกนายมาละเหรอ”
มีเสียงหนึ่งดังออกมาจากความมืด
ภายใต้เงาในโกดัง
จากนั้น
เสียงฝีเท้าอีกสามถึงสี่คน
ก็ดังตามออกมา
จากความมืดภายในโกดัง
ผมได้แต่ช็อก
และใ
สถานการณ์มันเหนือความคาดหมายไปมาก
และมันคงส่งผลกระทบต่อผมแน่ ๆ
ทันใดนั้น…
“พวกนายแน่ใจนะ
ว่าไม่มีใครตามมา”
“แน่ใจ พวกเราจงใจวนที่ตลาดหลายรอบ
ไม่มีใครตามมาหรอก”
ตึง!!!
ผมบังเอิญถอยหลัง
ไปชนของบางอย่างเข้า
เสียงดังเกินไป…
ทุกคนที่กำลังคุยกัน
หันมาที่ต้นเสียงนั้นพร้อมกัน
ผมจำพวกเขาได้ทุกคน
พวกเขาคือคนที่
เคยทำร้ายชีวิตผม
จนเละไม่เหลือชิ้นดี…