ปรมาจารย์ไร้เดียงสา
บทที่ 11 ค่ายทหาร
องค์ชายสี่ที่บังเอิญพบหญิงงามแล้วเกิดความเข้าใจผิดจึงพาหญิงงามมาที่ค่ายทหารด้วยกัน แต่เพราะเขาแค่มาอาศัยอยู่ชั่วคราว ไม่ใช่คนที่อาศัยมานานจึงไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติของค่ายทหาร ในค่ายทหารใช่ว่าจะไม่มีสตรี แต่การจะนำสตรีเข้ามาในค่ายทหารได้ต้องมีคนรับรองการเข้าทำงานของสตรีในค่าย หากสตรีผู้นั้นสร้างปัญหาหรือทำให้ค่ายเกิดความปั่นป่วน นอกจากจะถูกไล่ออกแล้ว ผู้รับรองยังต้องโดนลงโทษอย่างหนักด้วยการโดนโบยตามความผิดของสตรีที่รับรองด้วย
เมื่อได้ยินกฎข้อนี้ของทหาร องค์ชายสี่ได้แต่ตกตะลึง แต่จะให้เขาผิดคำพูดคงเป็ไปไม่ได้ จึงได้แต่ยอมรับกฎและลงชื่อรับรองให้สตรีที่เขานำมา อย่าคิดว่าเขาเป็องค์ชายคงไม่ถูกลงโทษเช่นทหารคนอื่น อีกไม่นานอาของเขาจะเดินทางมาแล้ว อาคนนี้ของเขาเป็คนเข้มงวดเป็อย่างมาก หากเขาต้องถูกลงโทษจริงไม่มีทางได้รับการยกเว้นอย่างแน่นอน เขาได้แต่หวังว่าสตรีผู้นี้จะไม่ทำอะไรที่เป็ปัญหาหรอกนะ องค์ชายสี่ได้แต่คิดในใจ
"ขอบคุณพี่ชายมากที่ช่วยให้ข้ามีงานทำเ้าค่ะ"
"ไม่เป็ไรๆ"
และแล้วมี่มี่ก็ได้เข้ามาอยู่ในค่ายทหารด้วยประการนี้เอง
หลายวันผ่านไปมี่มี่ยังคงอยู่ในค่ายทหาร แต่ไม่ใช่ในฐานะหมอแต่เป็ฐานะสาวใช้
เหมียวว~~
อี้เฉินหาวออกมาอย่างเบื่อหน่าย เขาลืมไปเลยว่าการจะเป็หมออย่างถูกต้องได้ต้องผ่านการทดสอบความรู้และได้รับใบอนุญาตจากทางการเสียก่อน ซึ่งการจะทดสอบและรับใบอนุญาตต้องเดินทางไปที่เมืองหลวงเท่านั้น ดังนั้นตอนนี้มี่มี่จึงกำลังนั่งซักผ้ากับสตรีอื่นอยู่ที่ริมลำธาร
"เ้าเพิ่งมาทำงานใหม่หรือ ข้าชื่อยี่ซินนะ เ้าเรียกข้าว่าพี่ซินก็ได้ ที่นี่สบายกว่าข้างนอกตั้งเยอะ เ้าว่าไหม"
สตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นขณะนั่งซักผ้าอยู่ข้างๆมี่มี่
"เ้าค่ะพี่ซิน ข้าชื่อมี่มี่ ข้าเพิ่งออกจากป่ามา เลยไม่รู้ว่าที่นี่สบายกว่าข้างนอกหรือไม่น่ะสิ แต่ถ้าเทียบกับที่ข้าจากมา ที่นี่ถือว่าสบายกว่ามากจริงๆ"
ปกติมี่มี่ที่ทำงานบ้านเป็ประจำอยู่แล้วั้แ่สมัยอยู่ที่กระท่อมกลางป่า นางจึงรู้สึกคุ้นชินกับการทำงานบ้าน เพราะนอกจากทำงานบ้านนางยังต้องเรียนการแพทย์และต้องทดสอบการใช้พิษอีก ทำให้นางรู้สึกว่าตอนนี้สบายกว่ามากจริงๆ
"เฮอะ ที่แท้ก็พวกมาจากป่า หากไม่ใช่เพราะคนเขาสงสารคงไม่ได้มาทำงานที่นี่กระมัง"
สตรีนางหนึ่งเอ่ยขึ้น นางเป็สตรีที่มีหน้าตางดงามพอดู อาจบอกได้ว่าก่อนหน้านี้นางเป็สตรีที่งดงามที่สุดในค่าย จนได้ฉายาโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งค่ายทหารเทียนโจว แต่เมื่อแม่นางน้อยที่ชื่อมี่มี่เข้ามา ทำให้มีคนชอบมาพูดกระแนะกระแหนว่านางไม่ใช่โฉมงามอันดับหนึ่งอีกต่อไป นางที่ได้เก็บความรู้สึกโมโหไว้ในใจจึงอดพูดเหน็บแนมขึ้นมาไม่ได้
อี้เฉินหรี่ตามองก็พบเข้ากับดวงตาที่ฉายแววริษยาอย่างเห็นได้ชัด เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา สตรีก็มักจะเป็เช่นนี้ หากไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่มีเงิน เขาไม่ยอมให้แม่หนูมานั่งทำงานเป็สาวใช้อยู่ที่นี่หรอก สิบสี่ปีที่ผ่านมานี้ช่วยคนได้ตั้งห้าคน อีกแค่เก้าร้อยเก้าสิบสี่คนเท่านั้น เฮ้อ เขาได้แต่ถอนหายใจออกมา
มี่มี่ไม่ได้สนใจคำพูดเหน็บแนมของสตรีผู้นั้น นางหันไปคุยกับสตรีที่นางเรียกว่าพี่ซินขึ้นว่า
"ได้ข่าวว่าเร็วๆนี้จะมีผู้สูงศักดิ์เข้ามาในค่ายหรือ"
"เห็นว่าเป็ท่านอ๋องเจ็ดกับองค์ชายห้านะ แล้วก็น่าจะมีรองแม่ทัพอีกคนตามมาด้วยในภายหลัง"
"แล้วเขามาทำอะไรกัน พวกเขาควรจะนั่งสบายๆอยู่ในวังมิใช่หรือ"
"ข้าก็ไม่ค่อยรู้หรอก แต่เ้าสนิทกับองค์ชายสี่มิใช่หรือ?"
"องค์ชายสี่??"
"อ้าว ก็ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายสี่เป็คนรับรองให้เ้าเข้ามาทำงานมิใช่หรือ"
สตรีคนที่เหน็บแนมเมื่อได้ยินคำถามนี้ก็อดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ว่า
"ข่าวลือก็คงเป็แค่ข่าวลือ สตรีจากป่าเขาจะไปรู้จักผู้สูงศักดิ์อย่างนั้นได้อย่างไรกัน"
หลังจบคำพูดนี้ไม่ทันไร ก็มีทหารนายผู้หนึ่งเดินเข้ามาและเอ่ยขึ้นว่า
"แม่นางคนไหนชื่อมี่มี่"
"ข้าเองๆ มีอะไรงั้นหรือ"
"อ่อแม่นางท่านนี้นี่เอง องค์ชายสี่ตามให้ไปพบขอรับ"
น้ำเสียงที่เคยดุดันเปลี่ยนเป็อ่อนโยนขึ้นทันทีที่เห็นแม่นางผู้งดงามตรงหน้า จนสตรีขี้อิจฉาอดจิ๊ปากขึ้นไม่ได้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ในค่ายทหารแห่งนี้พวกนางไม่ต่างจากสาวใช้ของเหล่าทหาร หากทำอะไรให้พวกทหารไม่ชอบใจอาจอยู่ที่นี่ได้ยากลำบากขึ้น
หลังออกมาจากริมลำธาร ทหารก็พามี่มี่มุ่งหน้าสู่กระโจมหลังหนึ่ง ซึ่งมีบุรุษที่พานางมาค่ายแห่งนี้นั่งอยู่ มี่มี่ที่เพิ่งรู้ว่าบุรุษตรงหน้าเป็ถึงองค์ชายสี่ถึงกับลนลาน อี้เฉินที่เดิมตามมาไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด เขาเดินเล่นรอบๆค่ายบ่อยครั้งจนรู้จักแทบทุกคนในค่ายนี้อยู่แล้ว
"องค์ชายสี่ ข้าน้อยขออภัย ข้าน้อยผิดไปแล้วเ้าค่ะ"
องค์ชายสี่ที่ได้ฟังถึงกับงุนงง เหตุใดนางถึงได้พูดเช่นนี้กับเขา เขาจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"เ้าเป็อะไร เหตุใดต้องขออภัยข้า?"
"เอ่อ...ข้าน้อยออกแรงมากไปหน่อยเลยทำชุดท่านขาด ท่านไม่ได้เรียกข้ามาทำโทษเื่นี้หรือ"
"ชุดไหน?"
"ชุดนั้น"
กล่าวจบนางก็ชี้ไปทางชุดที่เขากำลังสวมใส่อยู่ ทำให้เขางุนงงเป็อย่างมาก เมื่อเช้าเขาสวมชุดก็ไม่ได้รู้สึกถึงความแปลกประหลาดที่ตรงไหน
"ช่างเถอะ ที่เราเรียกเ้ามาเพราะจะถามวิชาแพทย์ของเ้าสักหน่อย"
่นี้ห้องพักผู้ป่วยในค่ายทหารค่อนข้างยุ่ง เพราะหมอลู่ที่เป็หมอใหญ่ป่วยเป็ไข้ ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ระยะหนึ่ง ปกติแม้ไม่ค่อยพบเห็นสตรีที่เป็หมอ แต่เขาเชื่อว่าสตรีผู้งดงามคนนี้น่าจะไม่โกหกเขาอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงลองนำเทียบยาที่นางเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ไปลองให้ร้านขายยาดู ร้านขายยาบอกว่าสูตรยาที่เขาได้มานี้ดีจริงๆ คนที่สั่งเทียบยานี้ได้ต้องมีความสามารถพอตัว ดังนั้นเขาจึงคิดจะให้สตรีผู้นี้ไปเป็ผู้ช่วยห้องผู้ป่วยไปก่อน เพราะนางยังไม่มีใบอนุญาต
"ข้าคิดว่าจะให้เ้าลองไปเป็ผู้ช่วยดูแลคนป่วย เ้าคิดว่าทำไหวไหม?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ดวงตาของมี่มี่ก็ส่องประกายระยิบระยับ นางอยากลองใช้ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมานานแล้ว อีกอย่างกว่านางจะเก็บค่าเดินทางไปเมืองหลวง อาจต้องอยู่ที่นี่หลายเดือนถึงจะสามารถไปได้โดยไม่ต้องห่วงค่าใช้จ่าย ดังนั้นนางจึงตอบตกลงทันที
"แต่ข้าช่วยให้คนในนั้นยอมรับเ้าเป็ผู้ช่วยไม่ได้หรอกนะ เ้าจะต้องช่วยตัวเ้าเอง"
มี่มี่พยักหน้ารัวๆ นางมั่นใจในฝีมือตัวเองอยู่แล้ว ขาดแค่โอกาสเท่านั้น นางมั่นใจว่าตัวเองต้องทำได้แน่ นางได้แต่คิดในใจ องค์ชายสี่ที่เห็นอย่างนั้นก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ หากสตรีที่เขาพามาสามารถทำผลงานขึ้นมาได้ กลับไปเขาจะเอาเื่นี้ไปลดโทษในเื่ที่เขาหนีมาอยู่ที่นี่ อาจคงจะพอช่วยได้อยู่กระมัง
เมื่อตกลงกันได้องค์ชายสี่ได้สั่งให้ทหารไปส่งมี่มี่ที่ห้องพักเหล่าทหารที่าเ็ด้านหลังค่าย ส่วนตัวเองกำลังนั่งหาจุดที่ชุดขาด แต่หาอย่างไรก็ไม่พบ จนองครักษ์ข้างกายอดไม่ได้ที่กล่าวว่า
"แม่นางน้อยน่าจะบอกไม่หมดขอรับ นางทำขาดก็จริงแต่นางก็ซ่อมแล้วขอรับ"
"อ่องั้นก็ช่างเถอะ"
องค์ชายสี่ไม่ได้สนใจชุดที่เขาสวมใส่อีก องครักษ์จึงไม่ได้เอ่ยบอกไปว่าจุดที่นางซ่อม นางซ่อมเป็รูปดอกไม้เล็กๆสีแดงติดอยู่ตรงบั้นท้ายพอดิบพอดี สงสัยองค์ชายคงชอบแบบนี้กระมัง เขาได้แต่คิดในใจ