เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยแปดสิบหก Managerial Age

    ตอนที่หนึ่งร้อยแปดสิบหก Managerial Age

    “I live in the Managerial Age, in a world of"Admin." The greatest evil is not now done in those sordid "densof crime" that Dickens loved to paint. It is not done even inconcentration camps and labour camps. In those we see its final result. But itis conceived and ordered (moved, seconded, carried, and minuted) in clean,carpeted, warmed and well-lighted offices, by quiet men with white collars andcut fingernails and smooth-shaven cheeks who do not need to raise their voices.Hence, naturally enough, my symbol for Hell is something like the bureaucracyof a police state or the office of a thoroughly nasty business concern."

     C.S. Lewis

    “ผมได้อาศัยอยู่ในยุคของการบริหาร,ในโลกของ [ผู้ดูแล] ความชั่วที่ชั่วช้าที่สุดไม่ได้ทำใน[แหล่งอาชญากรรม]ที่ดิกเก่นพยายามจะอธิบายเช่นนั้น.มันไม่ได้ทำในค่ายกักกันหรือค่ายแรงงาน.ในกรณีเช่นนั้นเราเห็นผลลัพธ์สุดท้าย.แต่มันเกิดขึ้นและปฏิบัติ(โยกย้าย,สำเนา,ถือไป,บันทึก)ในสถานที่สะอาด,มีพรมปู,อบอุ่นและมีออฟฟิซที่มีแสงสว่างที่ดี,โดยคนที่เงียบขรึมเป็นผู้ใช้แรงงานที่มีเล็บตัดเล็มอย่างดีหน้าตาสะอาดสะอ้าน ที่ไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นเสียง,และเช่นนั้นเองอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ,สัญลักษณ์ของนรกของผมคือสิ่งที่เป็นระบบราชการของรัฐตำรวจหรือออฟฟิซที่เต็มไปด้วยความกังวลทางธุรกิจ”

    ซี เอส เลวิส

    ผู้แต่งนาร์เนีย

    สิ่งที่ซีเอส เลวิสกังวลว่าโลกเราจะตกอยู่ในยุคของรัฐราชการรัฐตำรวจที่เป็นสภาพของนรกที่แท้จริง

    ทุกคนในระบบเป็นแค่เอกสารที่เดินทางไปตามระเบียบราชการ

    เจิดมองว่าคือคู่มือการปฏิบัติงานและนำมันมาใช้กับพวกประชากรของนรกหรือโลกวิญญาณอย่างภูตผีต่างๆเหล่านี้

    ความชั่วร้ายส่วนตัวหรือความโกรธแค้นส่วนตัวไม่ใช่สิ่งจำเป็น

    เมื่อเรามีระบบรัฐราชการหรือยุคของผู้บริหารที่ทำให้ประชาชนลำบากเดือดร้อนโดยไม่ได้มีแม้แต่ความคิดที่จะโกรธใดใดเพราะทุกคนไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์อย่างสิ้นเชิง

    มีหน้าที่แค่ทำไปตามเอกสารที่ได้รับมาเท่านั้น

    ชาวบ้านที่ไม่ได้ศึกษากฎหมายมักจะไม่ค่อยเข้าใจว่า

    เราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างเราควรจะชนะแต่ทำไมเราแพ้?

    ก็เพราะเราอยู่ในยุคของผู้บริหารยุคของนรกที่แท้จริงตามแนวคิดของ ซีเอส เลวิส

    สิ่งที่คนที่ไม่ศึกษากฎหมายหรือไม่มีประสบการณ์ผ่านศาลจะไม่เข้าใจ

    ว่าศาลไม่ได้มองว่าความยุติธรรมหรือการหาความจริงสำคัญที่สุดแต่คือ

    “ระเบียบ”

    ต่างหากที่สำคัญที่สุด

    เอกสารใดใดที่ไม่ผ่านอากรแสตมป์หรือผ่านเข้ามาอย่างถูกต้องตามระเบียบที่มีอยู่

    ไม่นับเป็นหลักฐานในการพิจารณา

    แน่นอนแนวคิดเช่นนี้มีข้อดีอยู่ที่เจิดเห็นด้วยถึงได้เอามาบังคับใช้กับพวกภูตผีปีศาจ

    “ง่ายในการบริหาร”

    อะไรที่ไม่อยู่ในระเบียบโยนมันออกไปจากการพิจารณาถือว่าไม่มีตัวตนอยู่จริง

    ผู้ที่สนับสนุนระบบนี้จะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เรื่องชั่วร้ายอะไรเพราะหากไม่มีระเบียบนี้คอยช่วย

    ระบบราชการจะเดินไปไม่ได้แน่นอน

    แต่นั่นล่ะคือประเด็นที่ซีเอส เลวิสกังวลว่าเราต้องการให้รัฐนาวาเดินต่อไปได้โดยไม่สนคุณธรรม

    สนใจแต่ระเบียบราชการ

    เท่ากับว่ารัฐนาวาจะเดินทางไปลงนรกก็ได้ขอเพียงแค่เดินทางต่อไปได้เท่านั้น

    นั่นคือ

    ยุคสมัยของการบริหาร

    Managerial Age

    ยุคสมัยปัจจุบัน...ยุคสมัยของนรกที่แท้จริง

    ที่ผู้คุมวิญญาณในนรกแห่งนี้ไม่ใช่นายนิรยบาลหัวควายหน้าม้า

    แต่คือคนหน้าตี๋ใส่แว่น ใส่เสื้อผ้าแบบนายธนาคารที่คอยยิ้มแย้มบอกกับเราว่าที่ดินของเราที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษจะโดนยึดไปอย่างไรมีเงื่อนไขอย่างไร

    นรกที่ไร้ที่จบสิ้น

    เจิดภูมิใจอีกครั้งที่ทำให้ผู้ที่ห่างไกลความเจริญในยุคนี้ได้รับรู้รสชาติของความเจริญของโลกที่เขาจากมา

    บทเรียนสอนใจตามตำนานที่ว่าทำสัญญากับปีศาจจะเกิดเรื่องเลวร้ายน่ะ

    ปัจจุบันเราแก้ไขได้เรียบร้อยแล้ว

    เพราะคนที่ครองโลกตอนนี้อยู่สร้างระบบนรกที่แท้จริงขึ้นมาบนโลกนี้ได้แล้ว

    เจิดสันนิษฐานว่าคนที่คิดระบบนี้ต้องไปทำสัญญากับจ้าวปีศาจในนรกสักตนมาแน่ๆ

    ถึงได้ความรู้จากก้นบึ้งนรกสามารถสร้างระบบนรกบลบนดินเช่นนี้ขึ้นมาบนโลกได้

    แต่ผีเด็กที่ชอบแค่ทานน้ำแดงเท่านั้นก็ทำสัญญาปีศาจเอ๊ย สัญญาจ้างแรงงานไปโดยไม่คิดอะไร

    ยินดีต้อนรับสู่

    Managerial Age

    ยุคของผู้บริหาร

    นะเจ้าหนู