คนเมื่อผ่านการล้างเนื้อล้างตัวแล้วกลับดูดีขึ้นเป็กอง เวลานี้นางเริ่มเหมาะกับฉายาสี่ดรุณหงสาขึ้นมาบ้างแล้ว ใบหน้าของนางยาวรี ผิวสีชมพูอมแดง คิ้วบางเรียวสวย ดวงตาเล็กหยี ปากอิ่มเอิ่บสีชมพู จมูกน้อยๆของนางดูน่าหยิกนัก แก้มของนางก็เช่นกัน ดูอย่างไรนางก็น่าจะอายุสิบเจ็ดสิบแปดเท่านั้น
“โตขึ้นข้าอยากร่ำรวยที่สุดในยุทธภพ”
นั่นเป็บทสนทนาที่ข้าเริ่มขึ้น ข้าจำต้องเล่าเื่ราวของข้าก่อนเพื่อที่จะให้นางไว้วางใจ ยิ่งเป็ความเพ้อฝันมากเท่าใด นางก็จะยิ่งเชื่อใจข้าง่ายขึ้นเท่านั้น
อุ๊บบ!!! ฮุฮุ นางหลุดขำคำเล็กๆออกมาทันทีที่ได้ฟังความฝันของเด็กน้อย
แต่หารู้ไม่ นี่หละเื่จริงที่ข้าจะทำ!
“ข้าจะรวบรวมผู้คนที่เก่งกล้าเพื่อมาทำงาน ข้าจะสร้างพรรคอันใหญ่โต และข้าจะมีทุกสิ่ง หากท่านยอมมารับใช้ข้า ข้าจะให้ตำแหน่งสูงๆกับท่านดีรึไม่!”
อุ๊ปป คิกคิกคิก!!! นางยังคงขำต่อไป
“ข้าจะได้ตำแหน่งอะไร” นางถามขึ้น
“พี่จะได้เป็องครักษ์ประจำตัวข้า คอยดูแลข้ายามหลับนอน”
“นั่นหมายถึงข้าจะไม่ได้นอนสินะ ฮ่าๆ”
“ใช่แล้วท่านจะไม่ได้นอนเพราะข้าจะนอนทั้งวัน ฮ่าๆ”
สำหรับนางแล้วอาจจะดูเป็เื่ขำขัน แต่หากข้าได้เป็ประมุขพรรคนี้เมื่อใด ข้าจะทำมันจริงๆ
“แล้วเ้าจะตั้งชื่อพรรคของเ้าว่าอะไร” หญิงสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เื่นี้ข้ายังไม่ตัดสินใจ!” เด็กน้อยตอบด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“เช่นนั้นข้าถามเ้าอย่างหนึ่ง ในบรรดาสัตว์เ้าชอบสัตว์อะไรที่สุด”
คำถามนั้นทำให้ข้าฉุกคิดขึ้นมาทันที ‘อันพรรคชื่อดังในยุทธภพล้วนเกี่ยวกับสัตว์ พรรคเสือดำ พรรคกิเลน สำนักัไฟ ลัทธิงูทอง นั่นล้วนเป็ชื่อเสียงอันน่าเกรงขาม ดังนั้นข้าต้องตั้งชื่อพรรคให้น่ากลัวและเท่ห์เข้าว่า
“หากเ้าคิดไม่ออก ข้าจะตั้งชื่อให้ คิกๆ!” หญิงสาวทำหน้าตาทะเล้นก่อนที่จะยื่นมือมาบีบแก้มข้า
“พรรคกระต่ายน้อย! ฮ่าๆๆๆๆๆ”
…………………..
“ข้าลี่จูจู เ้าหละ”
“ข้าหลันเยว่”
“งั้นข้าเรียกเ้าว่าเสี่ยวเยว่ ไม่สิต่อไปเ้าจะต้องเป็ประมุขพรรคกระต่ายน้อยดังนั้นข้าจะเรียกเ้าว่าประมุขน้อย”
“ห๊ะ!” ข้าไม่ค่อยชอบคำนี้เท่าใดนักมันฟังดูแปลกๆ
“เรียกว่าเสี่ยวเยว่เหมือนเดิมเถอะ”
หลังจากคุยกันอยู่นาน ในที่สุดข้าก็เริ่มจะเข้าเื่เสียที “พี่จูจู เหตุใดอาจารย์จึงต้องตามสังหารท่านกัน?”
“นี่เ้าไม่รู้” ลี่จูจูทำหน้าตาสงสัย
“ข้าเพียงรับคำสั่ง” ข้าตอบ
“แล้วเ้าขัดคำสั่งอาจารย์เช่นนี้ เ้าจะไม่ถูกคาดโทษรึ”
“ข้าไม่สนใจ ไม่มีผู้ใดหยุดข้าได้”
“นั่นหมายความว่าเ้าก็หนีออกมาเช่นกันรึ!” ลี่จูจูทำหน้าใ
“ข้าไม่ได้หนี ข้าออกมาทำภารกิจ”
“ทำภารกิจ!? แล้วเ้าต้องรายงานต่อผู้ใด”
“ข้าไม่รู้ รายงานต่อท่านไง ท่านเป็ศิษย์พี่ข้า!”
‘คิกๆ’ ลี่จูจูนั่งหัวเราะ ก่อนที่นางจะตอบว่า “ภารกิจของเ้าคือมาจับตัวข้า แล้วเ้าจะรายงานข้าได้อย่างไร
“แล้วข้าต้องรายงานใคร” ข้าถามขึ้นด้วยสีหน้างงงวย
“หัวหน้าสาขาที่เมืองปาไง”
เมืองปาเป็เมืองเล็กๆที่อยู่ข้างๆเมืองหลี่ เดินทางออกไปวันเดียวก็ถึง เพียงแต่ว่าสำนักในเมืองปานั้นมีอยู่เพียงสำนักเดียวคือสำนักกระบี่ไม้ เป็สำนักเล็กๆที่ไม่มีผู้ใดเก่งกาจเลย นั่นหมายความว่าภายในเมืองปายังมียอดฝีมือจากสำนักอื่นๆหลบซ่อนอยู่ด้วย
“เ้าออกมาเที่ยวเตร่เช่นนี้ อาจารย์ต้องลงโทษเ้าหนักแน่ หรือไม่ก็หัวหน้าผู้คุมกฏกัวคงมาจัดการเ้าด้วยตนเอง”
“หัวหน้าผู้คุมกฏกัวคือใคร”
“นี่เ้าไม่รู้จริงหรือเ้าแกล้งโง่กันแน่”
ข้าส่ายหน้าไปมาพร้อมกับทำตาบ๊องแบ๊ว “ข้าไม่รู้จริง เด็กอย่างข้าจะไปรู้อะไร”
ลี่จูจูถึงกับกุมหน้าผากตนเอง “ข้าอยากจะบ้าตาย สำนักกระบี่ิญญาเราเหตุใดจึงมีตัวปัญหาเช่นเ้าออกมาเพ่นพ่านได้ หรือเป็เ้าที่หนีออกมาจากสำนักจริงๆ!”
ถึงตอนนี้ข้าก็รู้แล้ว.....
สำนักกระบี่ิญญา เป็สำนักฝ่ายอธรรมลำดับที่เจ็ด เป็สำนักลอบสังหารอันเลื่องชื่อ รับทำงานสกปรกทุกประเภท ทั้งลอบสังหาร ขโมยของ ฆ่าคน วางเพลิง ในยุคของข้าประมุขสำนักกระบี่ิญญานั้นยังเป็เด็กอยู่เลยฝีมือพอถูไถ แต่ไม่ได้เก่งมาก แต่ตอนนี้เ้าเด็กนั่นน่าจะยังไม่เกิด โชคดีที่ข้ารู้วิชาลับของสำนักกระบี่ิญญาอยู่ท่าสองท่า หลังจากนี้หากแสดงออกไปนางคงเชื่อข้ามากขึ้น
“หัวหน้าผู้คุมกฏกัวของท่านหากเจอข้าก็ใช่ว่าจะเอาชนะข้าได้ ฮ่าๆ” เด็กน้อยโม้จนน้ำลายแตกฟอง
ลี่จูจูมองดูนางด้วยแววตาสงสัยก่อนจะถามขึ้นว่า “นี่เ้าเป็ใครกันแน่ มิใช่ว่าเป็ทายาทเ้าสำนักอะไรแบบนั้นใช่หรือไม่คิกๆ”
ลี่จูจูยังกล่าวต่อ“คิกๆ ประมุขน้อยหากเ้ายิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้น โทษของข้าท่านพอที่จะบรรเทาให้ได้รึไม่!”
เป็โอกาสของข้าแล้วที่จะได้ฟังเื่ราวของนาง ข้าจึงถามขึ้นทันที “เื่ราวมันเป็มาอย่างไรกันแน่ พี่จูจูลองเล่ามา”
ลี่จูจูมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดนางก็ยอมเล่าออกมา
“ข้าได้รับภารกิจ ให้เข้าแทรกแทรงตระกูลเล็กๆตระกูลหนึ่งชื่อตระกูลลี่ ใช่แล้วนั่นเป็ตระกูลของข้าจริงๆ ข้าเข้าไปอยู่ในตระกูลนั้นถึงสิบปี พ่อแม่บุญธรรมล้วนรักข้าเหมือนลูกแท้ๆ แถมข้ายังมีพี่ชายกับน้องสาวอีกสองคนอยู่ที่นั่นถือว่ามีความสุขมากๆ แต่แล้ววันหนึ่งก็มีคำสั่งสำนักให้ข้าถอนตัวออกมาเพื่อกวาดล้างตระกูลลี่ ข้ามิอาจตัดใจให้พวกเขาตายได้ ข้าจึงบอกให้พวกเขาหนีไป...”
ข้าฟังนางเล่าอยู่นาน แม้ว่านางจะมาจากสำนักฝ่ายอธรรม แต่จิตใจของนางนั้นบริสุทธิ์เกินกว่าจะอยู่สำนักฝ่ายอธรรมไกลโขเลย ความจริงนางก็เป็เพียงเด็กสาวธรรมดาที่โชคร้ายตกเป็เครื่องมือของสำนักฝ่ายอธรรม
“แล้วตอนนี้พวกเขาปลอดภัยรึไม่”
ลี่จูจูทำหน้าซึม “ข้าไม่รู้ แต่การกระทำนั้นทำให้ข้าเป็ผู้ทรยศต่อสำนัก”
“แล้วตระกูลลี่ทำอะไรผิดกัน สำนักเราจึง้าล้างตระกูล” ข้าถามขึ้นด้วยความสงสัยจริงๆ
“ตระกูลลี่มีคัมภีร์เล่มหนึ่งชื่อ วิชากระบี่แดนใต้ เป็สุดยอดวิชากระบี่ที่จะถ่ายทอดเฉพาะคนในตระกูลเท่านั้น เมื่อข้าฝึกและท่องจำทั้งหมดได้แล้ว ตระกูลลี่จึงไม่จำเป็อีกต่อไป”
วิชากระบี่แดนใต้ อันนี้ข้าก็เคยผ่านตามาก่อน เป็วิชาพื้นๆทั่วไปแถมยังมีจุดบกพร่องเยอะแยะมากมาย ข้ายังคิดเล่นๆว่าหากข้าขัดเกลาวิชานี้มันน่าจะร้ายกาจขึ้นหลายเท่าเลยทีเดียว งั้นต่อไปข้าค่อยชี้แนะนางแล้วกัน
“งั้นท่านก็ทำถูกแล้วนี่ ภารกิจแทรกซึมก็สำเร็จแล้ว เหตุใดยังต้องฆ่าล้างตระกูล”
นางส่ายหน้าช้าๆด้วยความเศร้า “ข้าก็ไม่รู้”
เด็กน้อยลูบหัวลี่จูจูเบาๆก่อนจะบอกว่า “ไม่เป็ไร ข้าจะช่วยท่านเอง”
ลี่จูจูมองดูเด็กน้อยด้วยสายตาคาดหวัง นางค่อยๆซับน้ำตาของตนเอง
‘สำนักกระบี่ิญญา หากข้ายึดครองสำนักนี้ได้ ต่อไปภายภาคหน้าจะเป็กำลังสำคัญของข้าในอนาคต กิจการอันชั่วร้ายย่อมทำเงินได้ดี เช่นนั้นแล้วให้ลี่จูจูขึ้นเป็ประมุข ข้าจะได้ใช้งานนางได้ตามอำเภอใจ หึหึหึ’
ลี่จูจูมองดูเด็กน้อยที่กำลังหัวเราะในลำคอด้วยสีหน้าชั่วร้ายก็อดขำมิได้ มันไม่ได้ชั่วร้ายเลย มันดูน่ารักเสียมากกว่า แม้ไม่รู้ว่าภายในใจนางคิดอะไร แต่ก็เหมือนจะเห็นแสงสว่างความหวังขึ้นมาบ้างแล้ว
‘ศิษย์น้องเป็อัจฉริยะขนาดนี้ หากโตขึ้นนางต้องได้เป็เ้าสำนักแน่ ข้าต้องคอยปกป้องนางจนถึงตอนนั้น’
หลังจากอาบน้ำกันเสร็จทั้งสองก็พากันออกมากินข้าว และเด็กน้อยก็พูดขึ้นคำหนึ่ง “ข้าจะชำระสำนัก เพื่อให้ท่านมิต้องได้มีความผิดอีกต่อไป”
คำพูดนั้นทำเอาลี่จูจูน้ำตาไหลรินออกมา....