หอเมฆาเป็หอสูงเทียมฟ้าน่าเกรงขามลูกศิษย์สายตรงของหอเมฆาส่วนใหญ่เป็ผู้มีพลังปราณโดดเด่นในสำนักถงซานแห่งนี้ท่านเ้าหอทุกรุ่นของสำนักเมฆาส่วนใหญ่มักจะได้ครองตำแหน่งเ้าสำนักของสำนักถงซานมาแล้วหลายรุ่น
สำนักถงซานแห่งนี้ประกอบไปด้วยหอใหญ่ของสำนัก4 หอ หอจันทราที่ลู่สือม่านฝากตัวเข้ามาเป็ศิษย์สายตรงเป็หอที่รวบรวมลูกศิษย์ที่มีความสามารถในการหลอมยาและมีความเชี่ยวชาญทางด้านการรักษาหอเมฆาที่ลู่สืออินและลู่สือหลิงฝากตัวเป็ศิษย์คือหอที่รวบรวมลูกศิษย์ที่มีพลังปราณสูงส่งศิษย์ในแต่ละรุ่นที่มีพลังปราณโดดเด่นมักจะได้รับการคัดเลือกให้เป็ศิษย์ของหอเมฆาแห่งนี้ส่วนอีกสองหอที่เหลือคือหอดาราและหอสุริยัน
หอดารารวบรวมผู้ที่มีความสามารถในการหยั่งรู้ฟ้าดินมีความเชี่ยวชาญในการเขียนยันต์โจมตีและเขียนยันต์คุ้มครองคนของหอดารามักจะไม่ค่อยปรากฏตัวให้ผู้อื่นเห็นนัก อาจเป็เพราะหอดาราตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของสำนักถงซานจึงทำให้การลงจากเขากลายเป็เื่ลำบาก...
ส่วนหอสุริยันนั้นแม้ว่าจะเป็หอที่อยู่ใกล้หอจันทรามากที่สุดแต่กลับมีความขัดแย้งกันอยู่เป็นิจหากจะเปรียบว่าหอจันทราคือผู้รักษา หอสุริยันก็คือผู้ทำลายผู้บำเพ็ญที่มีความสามารถในการโจมตีและมีความสามารถในการสร้างอาวุธที่สามารถนำมาใช้ร่วมกับพลังปราณมักจะรวมตัวกันอยู่ที่หอสุริยันในกาลก่อนหอจันทราและหอสุริยันมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็อย่างดีจนมาในรุ่นของฉินชวนนี้เขาสั่งห้ามลูกศิษย์ของหอจันทราไม่ให้ไปมาหาสู่กับคนของหอสุริยันคนของหอสุริยันเองก็ไม่เคยข้ามมาทางฝั่งของหอเมฆา จึงเป็เื่ยากที่ลู่สือม่านจะได้เห็นคนของหอสุริยันที่ว่ากันว่าสามารถฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา
แต่วันนี้สิ่งที่นางได้เห็นก็คือลูกศิษย์ของสำนักถงซานทุกระดับขั้นและลูกศิษย์สายตรงจากทุกหอมารวมตัวกันที่หน้าหอเมฆาสายตาของทุกคนต่างก็มองไปที่กลางลานพิธีของหอเมฆาที่ในยามนี้มีคนสองคนกำลังเผชิญหน้ากันอยู่คนหนึ่งยืนเอามือไพล่หลังส่วนอีกคนกำลังคุกเข่าอยู่ที่พื้นลู่สือม่านเองก็จ้องมองท่าทีของคนทั้งคู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเฉกเช่นเดียวกันกับผู้อื่น
คนที่กำลังยืนเอามือไพล่หลังอยู่สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์แม้ว่าเส้นผมจะขาวโพลนไปทั้งศีรษะแต่ดวงหน้ากลับมีความอ่อนเยาว์เป็อย่างยิ่งรัศมีที่เปล่งประกายออกมารวมทั้งกลิ่นอายเหนือผู้คนของเขาทำให้ลู่สือม่านคาดเดาได้เลยว่าคนผู้นี้จะต้องเป็ท่านเ้าสำนักถงซานนามเวินเหยียนเป็แน่
ส่วนคนที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นคือไป๋เฟิงแม้ว่าเขาจะมีกลิ่นอายเทียบเคียงผู้ที่ยืนอยู่ไม่ได้แต่ก็ยังมีกลิ่นอายเหนือกว่าผู้คนทั่วไปลู่สือม่านจับตามองไป๋เฟิงที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเวินเหยียนท่าทีของเขาดูเคารพนบนอบแต่แผ่นหลังที่เหยียดตรงและสายตาจริงจังของเขากลับกำลังผสานสายตากับเวินเหยียนอย่างไม่ยอมแพ้
“ท่านอาจารย์ ศิษย์อกตัญญูผู้นี้หาได้้าบำเพ็ญเพียรร่วมกับผู้อื่นยิ่งกับคนที่เป็สตรีศิษย์ยิ่งไม่ถวิลหา ขออาจารย์ได้โปรดเข้าใจศิษย์ด้วย”น้ำเสียงอันทรงพลังและเต็มไปด้วยความดื้อดึงของเขาทำให้ทุกคนต่างจ้องมองไปที่เขาด้วยความหวาดหวั่น
“หากเ้าไม่ชอบผู้บำเพ็ญจากหอเมฆาเ้าสามารถเลือกสตรีจากหออื่นได้ขอแค่เพียงเป็ศิษย์สายตรงของแต่ละหอไม่ใช่ลูกศิษย์ทั่วไปของสำนักอาจารย์ล้วนยินดีที่จะสนับสนุนเ้า”คำพูดของเวินเหยียนทำให้ไป๋เฟิงยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
ยามนี้ไป๋เฟิงเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าพออาจารย์หมดความคาดหวังในตัวเขา อาจารย์ก็หันไปมุ่งหวังรุ่นลูกของเขาแทนยามนี้อาจารย์ชำระล้างไขกระดูกสำเร็จแล้วอีกเพียงก้าวเดียวก็จะเป็เซียนความคาดหวังในตัวเขาจึงได้หมดไป เพียงแต่เป็เพราะยังเสียดายพลังปราณในตัวเขาจึงตั้งใจจะใช้การสืบทอดพลังปราณทางสายเืมาเหนี่ยวรั้งพลังปราณของเขาเอาไว้หากเขาเดาไม่ผิดไม่ว่าเขาจะเลือกสตรีคนใดไปสุดท้ายแล้วสตรีที่จะสามารถตั้งครรภ์ลูกของเขาได้จะต้องเป็คนที่เวินเหยียนและบรรดาผู้าุโในสำนักถงซานสามารถควบคุมนางได้เพียงเท่านั้น
“ท่านอาจารย์ท่านแน่ใจหรือว่าจะให้ศิษย์เลือกสตรีที่ตนเองพึงพอใจได้”ไป๋เฟิงเอ่ยถามพลางจ้องมองเวินเหยียนอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายเขากับเวินเหยียนมีดวงตาคล้ายกันราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันมารดาของเขาคือพี่สาวแท้ๆ ของเวินเหยียนส่วนบิดานั้นแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเป็ผู้ใดแต่เมื่อดูจากพลังปราณที่มีติดกายมาั้แ่กำเนิดแล้วเขาเชื่อว่าจะต้องไม่ใช่ชาวนาธรรมดาอย่างที่เวินเหยียนและมารดาของเขาเคยบอกเอาไว้แน่
‘อาเฟิงไม่ว่าเ้าจะมีความคิดเช่นไรต่อข้า แต่ก็ข้าเป็น้าชายแท้ๆ ของเ้าข้าอยากให้เ้าเชื่อใจข้าและจงรู้เอาไว้ว่าข้าไม่มีความคิดที่จะทำร้ายเ้าอย่างเด็ดขาด’ เวินเหยียนถ่ายทอดพลังเสียงเข้ามาในหัวของไป๋เฟิงยามนี้นอกจากไป๋เฟิงแล้วไม่มีผู้ใดสามารถได้ยินเสียงในหัวของเขาได้สายตาของไป๋เฟิงพลันแปรเปลี่ยนไปเมื่อเวินเหยียนเอ่ยถึงสายสัมพันธ์ทางสายเืความรู้สึกดุจเข็มแหลมคมนับพันที่พุ่งเข้ามาแทงตรงกลางใจทำให้ไป๋เฟิงหลุบสายตาของตนเองลงแล้วเขาจึงได้หันไปมองบรรดาสตรีที่เวินเหยียน้าให้เขาเลือก
สกุลซวี สกุลตู้สกุลจู สกุลจง สตรีที่ยืนเรียงรายให้เขาเลือกล้วนมาจากสกุลใหญ่ของแคว้นอวิ๋นเทียนยังมีสตรีจากสกุลลู่ที่ยืนทำสีหน้าอึมครึมแตกต่างจากผู้อื่นไป๋เฟิงจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่งในใจก็คิดถึงสตรีที่นั่งย่างเนื้อแบ่งปันให้ค้างคาวโลหิตกินอย่างลู่สือม่านเขายังไม่ทันได้เอ่ยอันใดก็พลันพบว่ามีสายตาอันร้อนรนคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาที่เขาไป๋เฟิงจึงได้หันไปมองยังทิศทางที่สายตาคู่นั้นส่งมาในทันทีเมื่อเขาสบตากับลู่สือม่านไป๋เฟิงก็ยิ้มออกมาแล้วเอ่ยถามเวินเหยียนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็า
“อาจารย์หากศิษย์เลือกสตรีอื่นที่ไม่ใช่คนของหอเมฆาท่านก็จะไม่คัดค้านใช่หรือไม่”เมื่อไป๋เฟิงเอ่ยถามเช่นนี้เวินเหยียนก็ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี
“ขอแค่เพียงเป็ศิษย์สายตรงของทั้งสี่หอข้าย่อมไม่คัดค้าน”
คำพูดของเวินเหยียนทำให้ไป๋เฟิงยิ้มออกมาในทันทีศิษย์ของสำนักถงซานที่ได้รับคัดเลือกให้เป็ศิษย์สายตรงของแต่ละหอล้วนเป็ลูกศิษย์ที่มีพลังปราณไม่อ่อนด้อยสำหรับเวินเหยียนแล้วไม่ว่าไป๋เฟิงจะเลือกผู้ใดล้วนเป็อันใช้ได้ขอแค่สตรีที่ไป๋เฟิงเลือกเป็คนที่มีพลังปราณสูงกว่าลูกศิษย์ทั่วไปของสำนักถงซานเขาก็พอใจแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นศิษย์ขอเลือกคนจากหอจันทรานะขอรับ”คำพูดของไป๋เฟิงทำให้ทุกสายตาต่างก็จ้องมองมาที่ลู่สือม่านและซวีจื่ออิงในทันทียามนี้ศิษย์พี่ทั้งสี่ยังมาไม่ถึงดังนั้นลูกศิษย์ที่เป็สตรีของหอจันทราก็มีแค่เพียงพวกนางสองคนเพียงเท่านั้น
“ไม่ได้!จะเป็ซวีจื่ออิงไม่ได้ ท่านพ่อเตรียมการหมั้นหมายเอาไว้ให้นางแล้ว”ซวีจื่อเหมยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาของนางทำให้ซวีจื่ออิงถอยหลังไปหนึ่งก้าวในทันที
“ผู้ใดบอกว่าข้าจะเลือกคุณหนูจากสกุลซวีกันเล่า”เมื่อไป๋เฟิงเอ่ยเช่นนี้จงหยุนเสียงก็รีบเดินตรงไปหาลู่สือม่านในทันทีแต่กลับมีพลังปราณไร้รูปสายหนึ่งตรึงเขาเอาไว้ทำให้เขาทั้งขยับตัวไม่ได้และไม่สามารถเอ่ยถ้อยคำใดๆออกจากปากได้เลย
“คุณหนูใหญ่ลู่ข้าขอเลือกเ้าเป็คู่บำเพ็ญก็แล้วกัน”เมื่อไป๋เฟิงเอ่ยเช่นนี้ลู่สือม่านก็อ้าปากตั้งใจจะเอ่ยวาจาคัดค้านแต่พลังปราณไร้รูปสายหนึ่งกลับตรึงริมฝีปากของนางเอาไว้ทำให้นางไม่อาจจะเอ่ยถ้อยคำอันใดออกมาได้ไป๋เฟิงที่ในยามนี้กำลังคุกเข่าอยู่พลันยิ้มออกมาในใจก็ได้แต่คิดว่า
‘ในเมื่อพวกเ้าสิ้นวาสนาต่อกันแล้วดังนั้นจะหาว่าข้าทำผิดต่อพวกเ้าไม่ได้นะ’