“โอ๊ย !! ฝันอะไรกันนักกันหนาวะฝันมาตลอดชีวิต ทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย !” เสียงทุ้มของชายหนุ่มะโดังลั่นออกมาจากห้องด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บเอาไว้มาเนิ่นนาน
“ตาต้องโวยวายอะไรดังลั่นไปทั่วบ้านเลย” เสียงหญิงวัยกลางคนะโถามกลับต้นเสียงเ้าปัญหา
“แม่ต้องฝันแบบเดิมอีกแล้ว ฝันแบบนี้เกือบทุกวัน ต้องทนไม่ไหวแล้วนะ”เสียงทุ้มะโตอบกลับผู้เป็แม่
ชายหนุ่มร่างสูงเดินงัวเงีย หงุดหงิด หน้ามุ่ย ออกมาจากห้องนอน หน้าตาบอกบุญไม่รับเขาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ห้องกินข้าวมองกานตาหญิงสาวใจดีวัยกลางคนผู้เป็มารดาด้วยความคับอกคับใจ มือหยิบกินขนมปังพลางปากบ่นไปพลาง
“แม่ต้องคิดว่ามีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับต้องแน่ ๆ” ชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาหล่อเหลาแบบโอปป้าเกาหลีตี๋อินเตอร์หน้านิ่วขมวดคิ้วเป็โบว์ พูดด้วยเสียงจริงจัง
“ต้องฝันแบบเดิมอีกแล้วจ้ะแม่เห็นเงาคนดำ ๆ หัวเราะน่ากลัว แล้วจู่ ๆ ต้องก็จมลงไปในน้ำลึกมากพยายามตะเกียกตะกายแต่หายใจไม่ออก ทรมานมาก แล้วตัวต้องก็ถูกดูดจมลงไปใต้น้ำ โอ๊ย ! มันน่ากลัวมากเลยจ้ะแม่”ชายหนุ่มสะบัดหัวแรง ๆ พยายามจะสลัดเอาภาพในความฝันออกจากหัวให้ได้
“ตาต้อง พอได้แล้วหยุดสะบัดหัวซะที คอจะหักแล้วมั้ยนั่น” กานตาแซวลูกชายตนเอง หัวเราะด้วยความขำแต่ในใจเต็มไปด้วยความกังวล
“ไม่มีอะไรหรอกน่าแม่คิดว่า ต้องน่ะ อาจจะจำฝังใจ จำได้มั้ยว่าตอนต้องเด็ก ๆ ถูกครูสอนว่ายน้ำโยนลงสระลึกแล้วต้องจมน้ำไง เลยเก็บมาฝัน” กานตาปลอบลูกชายเพื่อให้คลายกังวลใจแต่เธอกลับแอบกังวลเสียเอง
กานตาเคยพาต้องกล้าบุตรชายสุดรักหัวแก้วหัวแหวนตะเวนไปพบจิตแพทย์ดัง ๆ ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้วั้แ่ต้องกล้าย้ายมาอยู่ที่อเมริกาตอนอายุเพียง 1 ขวบเศษ ๆเด็กน้อยเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อพบจิตแพทย์บ่อยเป็ว่าเล่นยิ่งกว่าการไปแคมป์ปิ้งจวบจนเขาโตเป็หนุ่มแล้ว กานตาก็ไม่สามารถหาคำตอบและรักษาอาการความฝันของลูกรักได้วันใดที่ลูกชายไม่ได้ฝันเื่จมน้ำชายหนุ่มมักจะฝันเห็นเหตุการณ์หรือลางบอกเหตุล่วงหน้าหรือฝันเห็นิญญามาขอความช่วยเหลืออยู่เสมอ
ในเมื่อทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่หนักอึ้งของกานตาและลูกรักได้ที่พึ่งสุดท้ายที่จะช่วยกานตาได้ คือ “พระอาจารย์กันต์”บิดาของกานตาที่ออกบวชั้แ่กานตาเรียนจบมหาวิทยาลัยที่พึ่งทางใจที่ดีที่สุดในชีวิตของกานตา
“ถึงเวลาแล้วที่โยมต้องจะต้องกลับเมืองไทย มาทำภารกิจของตนให้จบ” เสียงของพระอาจารย์กันต์เอ่ยออกมาผ่านโทรศัพท์มือถือ
“หลวงพ่อคะไม่มีทางเลือกอื่นเลยหรือคะ ลูกไม่อยากให้ตาต้องกลับไปอยู่เมืองไทย”กานตาพูดต่อรอง
“โยมรู้อยู่เต็มอกว่าอะไรเป็อะไรมิใช่หรือ ?ไม่มีอะไรเหนือกรรมหรอกโยม กรรมเก่าลิขิตให้เขาต้องมาเกิดถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับเมืองไทยมาทำหน้าที่ภารกิจที่สำคัญของตนให้สำเร็จแล้ว”
“ตาต้องไม่ต้องกลับไปทำภารกิจเสี่ยง ๆ แบบนั้นไม่ได้เหรอเ้าคะหลวงพ่อให้อยู่อเมริกาตลอดชีวิตไม่ได้เหรอเ้าคะ” กานตาถามกลับทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่ในใจแล้ว
“แล้วโยมจะทนดูให้ลูกของโยมเป็คนอกตัญญูได้หรือ?”พระอาจารย์กันต์ถามกลับด้วยเสียงอ่อนโยน
“มันเสี่ยงมากค่ะหลวงพ่อลูกไม่อยากให้ตาต้องได้รับอันตราย ลูกกลัว !!!” กานตาพูดเสียงสั่นพร่า น้ำตาอาบหน้า ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวพลันภาพเหตุการณ์ในอดีตก็ผุดออกมาราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน