“ผู้ใดทำร้ายคนของทางการ” อวี้กู่เหยาตวัดสายตาดุดันไปทางชาวบ้าน
ต้าเสวี่ยกำลังจะออกไปรับผิด กลับถูกฮั่วหนานอันดึงเอาไว้เสียก่อน
“เป็ข้าน้อยเองที่ทำร้ายมือปราบทั้งสอง” ฮั่วหนานอันออกมายอมรับ ไม่ยอมให้ฝั่งตรงข้ามพูดแทรก รีบชิงอธิบายถึงสาเหตุออกมา
“มือปราบทั้งสองบุกค้นบ้านของชาวบ้านจนข้าวของได้รับความเสียหาย และยังมือเท้าสกปรก ่ชิงของมีค่าจากชาวบ้าน หนึ่งในสองคิดข่มเหงรังแกแม่ม่ายลูกติด หากข้าไม่เข้าไปช่วยเหลือได้ทัน เกรงว่าสตรีที่มีชีวิตรันทดผู้หนึ่งจะต้องมีตราบาปติดตัวไปจนตาย หากท่านมือปราบไม่เชื่อค้นตัวพวกเขาทั้งสองดูก็ได้”
คำอธิบายของฮั่วหนานอันสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวบ้านเพิ่มขึ้น บ้านหลายหลังถูกเ้าหน้าที่่ชิงสิ่งของมีค่าไปเช่นเดียวกัน
“บ้านข้าก็ถูกเ้าหน้าที่ฉกฉวยเงินไปเช่นเดียวกัน” สตรีผู้หนึ่งเรียกความกล้าออกมาเรียกร้องความเป็ธรรม เงินเก็บทั้งครอบครัวถูกเ้าหน้าที่ยึดไป แล้วพวกตนจะใช้ชีวิตต่ออย่างไร
“บ้านข้าก็เช่นเดียวกัน”
ครั้นมีชาวบ้านหลายคนเริ่มแข็งกร้าว อวี้กู่เหยาจึงต้องหาทางออก ยกมือขึ้นจนทุกคนต้องหยุดพูด
“คงเกิดเื่เข้าใจผิดขึ้น สำหรับมือปราบทั้งสอง ข้าจะเป็ผู้สอบสวนและลงโทษพวกเขาเอง”
อวี้กู่เหยาหยุดความเคลื่อนไหวของชาวบ้าน ก่อนเดินทางกลับยังมิวายหันไปจ้องมองสตรีผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
ฮั่วหนานอันยืนบังภรรยาให้พ้นจากสายตากระหายของอวี้กู่เหยา ทั้งสองสบตากันอยู่สักพัก เป็อวี้กู่เหยาที่ละสายตาก่อน แต่มิวายยกยิ้มมุมปาก
ฮั่วิจูสงสัยว่าทำไมพวกมือปราบถึงได้รามือง่ายขนาดนี้ คนที่ถูกพวกตนสังหารไปในคืนนั้น ต้องเกี่ยวข้องกับคนจากศาลาว่าการไม่มากก็น้อย
หัวหน้าหมู่บ้านสั่งให้หามคนป่วยทั้งหกเข้าไปในศาลบรรพชน แล้วเชิญโอวหยางเพ่ยเพ่ยเข้าไปถอนพิษให้กับพวกมือเท้าสกปรก
ระหว่างการรักษาจนกว่าจะหายดี ชาวบ้านจะต้องจัดเวรยามมาเฝ้าคนพวกนี้เอาไว้ไม่ให้หลบหนีออกจากหมู่บ้าน คนในครอบครัวของหัวขโมยไม่กล้ามีปัญหา กลัวว่าจะทำให้ชาวบ้านโกรธแค้น เนื่องจากหลายครั้งแล้วที่คนพวกนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ครั้งนี้จึงไม่มีผู้ใดให้โอกาสอีกต่อไป
ฮั่วหนานอันมองตามหลังเ้าหน้าที่จากศาลาว่าการ “เป็เพียงหัวหน้ามือปราบ กลับมีม้าตัวงามในการ เ้าหน้าที่ของอำเภอจางหลินไม่ธรรมดาเสียจริง”
“ข้าก็คิดเหมือนท่านพ่อเ้าค่ะ”
ฮั่วหนานอันใกับศีรษะน้อยๆ ที่แหงนมองตนจนแทบจะหงายหลังอยู่รอมร่อ “เ้าเด็กนี่! ข้าพึมพำอันใดเ้าก็ได้ยินไปเสียหมด”
“ข้าเป็บุตรรักของท่าน จึงรู้ใจท่านยิ่งกว่าผู้ใด เพียงริมฝีปากแย้มออกจากกัน ข้าก็รู้แล้วว่าท่านพ่อคิดจะพูดอันใด”
“เ้าเด็กแสนรู้” อุ้มบุตรสาวคนเล็กเอาไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินเข้าไปในศาลบรรพชนของหมู่บ้าน
มือปราบจากศาลาว่าการอำเภอจางหลินเดินทางกลับ หลายคนรู้สึกกังวลใจที่หัวหน้ารามือง่ายเกินไป
“หัวหน้าขอรับ จะปล่อยเื่นี้ให้ผ่านไปแบบนี้หรือขอรับ”
มือปราบผู้หนึ่งค่อนข้างกังวล มือเท้าของพวกตนหายไปถึงเจ็ดคน กลับหาไม่พบแม้แต่ศพ ทั้งที่รู้ว่าคนพวกนั้นมาปล้นบ้านของหมอหญิงหน้าตาอัปลักษณ์นั่น
“ถ้าเกิดท่านนายอำเภอรู้เข้าว่าเราใช้งานคนพวกนั้นจนหายสาบสูญ เกรงว่าพวกเราจะเดือดร้อน”
มือปราบอีกคนเอ่ยในทำนองเดียวกัน ลับหลังนายอำเภอ พวกตนใช้งานลูกน้องที่เป็มือเป็เท้าให้คอยออกปล้นทรัพย์สินมีค่าของชาวบ้านอยู่เสมอ ไม่คิดว่างานง่ายๆ อย่างร่วมมือกับอันธพาลกระจอกๆ ในหมู่บ้านซานไห่ ปล้นทรัพย์สินสตรีที่อาศัยอยู่เพียงลำพังจะทำให้คนหายไปถึงเจ็ดคน
“อันธพาลกระจอกพวกนั้นถูกพิษเล่นงาน ถ้าเกิดว่าจับตัวมาไต่สวนที่ศาลาว่าการ ข้าน้อยกลัวว่าพวกมันจะซัดทอดว่าร่วมมือกับเจ็ดคนนั้น พอท่านนายอำเภอรู้เข้า พวกเราต้องถูกลงโทษ”
ลูกน้องต่างเดือดเนื้อร้อนใจกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทุกคนรู้ดีว่าผู้ใดหนุนหลังท่านนายอำเภออยู่
อวี้กู่เหยานั่งเงียบมาตลอดทางแสยะยิ้ม “แค่มือเท้าเพียงเจ็ดคน สละได้ก็สละไป ส่วนพวกที่จะทำให้เื่สาวมาถึงพวกเราได้ เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์”
มือปราบมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าหัวหน้ามีแผนการรับมืออย่างไร เื่สกปรกที่พวกตนทำถึงจะไม่เปิดเผย ขอเพียงไม่ให้สาวมาถึงพวกตน ต่อให้ต้องฆ่าคนพวกนั้นทั้งตระกูลก็ต้องทำ
……
ภายในบ้านพักของนายอำเภอจางหลินเต็มไปด้วยความกดดัน เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าของบุรุษที่เป็หัวหน้ามือปราบดังออกไปถึงด้านนอก
“เ้ามันโง่ ข้าไม่คิดเลยว่าเ้าจะโง่อย่างนี้” นายอำเภอหลี่ชี้หน้าน้องชายของอนุภรรยาคนโปรด ความโกรธทำให้ร่างกายสั่นจนอยากสังหารคนตรงหน้าทิ้ง
“พี่เขยโปรดอภัยกับความผิดครั้งนี้ด้วย ข้าเห็นว่า่นี้ท่านต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่คนผู้นั้นกลับส่งเงินมาให้เพียงน้อยนิด ข้ามีใจช่วยแบ่งเบาภาระของท่าน แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเื่ผิดพลาด”
อวี้กู่เหยานั่งคุกเข่าสารภาพผิด แท้จริงแล้วเขาไม่ได้มีใจ้าช่วยเหลือพี่เขยแม้แต่น้อย เป็เพราะผิดพลาดจึงต้องหาหนทางเอาตัวรอด
กล่าวถึงเื่เงิน มันช่างเสียดแทงหัวใจของนายอำเภอหลี่ จริงที่ว่าการเงินของตนใน่นี้ติดขัด เพราะเบื้องบน้าเตรียมพร้อมรับมือกับบางอย่าง จึงสั่งให้ตนซ่องสุมกองกำลังเพิ่ม
การซ่องสุมกองกำลังใช้เงินก้อนใหญ่ เงินที่ลักลอบส่งมาจะพอได้อย่างไร ตอนนี้ทรัพย์สินที่นายอำเภอหลี่มีก็ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ แต่ใช่ว่านายอำเภอหลี่จะเชื่อน้องเขยเ้าเล่ห์ผู้นี้ไปเสียทุกอย่าง
“้าช่วยเหลือข้าโดยการไปปล้นทรัพย์สตรีชาวบ้าน” ชาวบ้านจะมีเงินจากที่ใดมาให้ปล้น ลำพังหาอาหารประทังชีวิตให้ผ่านพ้นหน้าหนาวไปแต่ละปีก็ยากลำบากมากพอแล้ว
“พี่เขยอาจไม่รู้ว่า สตรีนางนี้เป็ถึงหมอเทวดา ล่าสุดนางเดินทางไปรักษานายหญิงของตระกูลคหบดีแห่งเจินติ้ง ได้ค่าตอบแทนมานับพันตำลึง นางเป็หมอมาหลายปี ท่านคิดว่านางมีเงินเก็บน้อยหรือ”
“แล้วเงินที่ได้มาล่ะ” นายอำเภอหลี่ถามหาเงิน
“พวกข้าหาเงินไม่พบ ได้แต่สมุนไพรกลับมา สมุนไพรที่ได้มา หากนำไปขายให้กับโรงหมอ รับรองว่าจะทำเงินได้ไม่ต่ำกว่าสองพันตำลึง”
พวกตนค้นบ้านของอันธพาลกลุ่มนั้นทุกซอกทุกมุมกลับไม่พบเงิน พบเพียงสมุนไพรที่ถูกขโมยมา
“เ้าได้สอบถามพวกอันธพาลกลุ่มนั้นหรือไม่ว่าคนของเราหายไปที่ใด” อยู่ดีๆ คนจะหายไปโดยไร้ร่องรอยได้อย่างไร
“พวกมันถูกพิษของหมอเทวดาผู้นั้นจนไม่ได้สติ”
“เ้านี่มัน! คนตั้งเจ็ดคน กว่าจะเลี้ยงดูปูเสื่อให้แข็งแรงได้ ไม่ใช่เื่ง่าย” นายอำเภอหลี่พยายามระงับอารมณ์ไม่ให้โมโห ถึงอย่างไรน้องชายอนุภรรยาก็เป็มือเป็เท้าสำคัญให้กับตน
“เ้าจะจัดการยังไงก็ว่ามา ถ้าเื่นี้ถูกนำขึ้นศาล เบื้องบนต้องทราบอย่างแน่นอนว่าเ้านำคนออกไปใช้ประโยชน์ส่วนตน”
ในศาลาว่าการมิใช่มีเพียงแค่คนของพวกตน คนที่เบื้องบนส่งมาคอยควบคุมเป็หูตาให้มีอยู่หลายคน เพียงแค่ไม่รู้ว่าเป็ใครก็เท่านั้นเอง
“พี่เขยไม่ต้องกังวล ขอเพียงท่านเห็นด้วยกับสิ่งที่ข้าเสนอ รับรองว่าเบื้องบนจะไม่ทราบเื่ที่เราทำอย่างแน่นอน”
นายอำเภอหลี่ฟังแผนการของอวี้กู่เหยา สะดุ้งเพียง่แรก ๆ เท่านั้น ต่อมาก็กำชับให้จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย