ตอนที่ 6 ใครขโมยไข่ไก่ (1)
“หยุดนะ!” อันเสี่ยวเย่ว์ใช้ทักษะมือเปล่าแย่งอาวุธแย่งไม้นวดแป้งในมือของอาสะใภ้สามเสิ่นซื่อไป ส่วนเสิ่นซื่อที่ถูกแย่งไม้นวดแป้งไปก็เซถลาล้มลงไปที่พื้น
“โอ๊ย! นี่มันแข็งข้อ...มันแข็งข้อ!” เสิ่นซื่อร้องโวย “เป็เด็กเป็เล็กแต่กล้าตีผู้าุโ ไม่เกินไปหน่อยหรือ”
อันเสี่ยวเย่ว์ก็ไม่กลัวเช่นกัน ยิ่งเสิ่นซื่อร้องไห้โวยวายนางก็ยิ่งไม่ยอมง่ายๆ ไหนจะเื่ที่เสิ่นซื่อตีอันเสี่ยวหลีอีก ยังไงนางก็ไม่ยอมแน่
“อาสะใภ้สาม เมื่อครู่ท่านตีพี่หญิงข้า ตอนนี้ข้ามาทวงคืนแทนพี่หญิงข้า พี่หญิงข้าใช่คนที่ท่านคิดจะตีก็ตีได้หรือ ข้าจะบอกท่านให้นะว่าในโลกนี้ไม่มีเื่อะไรที่ได้มาเปล่าๆ พอได้มาไม่ช้าก็เร็วท่านก็ต้องคืนกลับไป” ขณะที่อันเสี่ยวเย่ว์พูดก็หวดไม้นวดแป้งในมือตลอด และทุกครั้งที่ตีลงไป มันจะลงไปที่เนื้อสะโพกของเสิ่นซื่ออย่างแม่นยำเสมอ มันเจ็บเสียจนทำให้เสิ่นซื่อเอาแต่ร้องโวยวายไม่หยุด
อันเสี่ยวเย่ว์ทุบตีระบายอารมณ์ แต่หลิ่วซื่อกลับใแทบแย่ กลัวว่าบุตรสาวจะก่อเื่จึงรีบขัดขวางอันเสี่ยวเย่ว์ “เสี่ยวเย่ว์ หยุดตีได้แล้ว ทำแบบนี้จะเป็เื่ใหญ่เอานะ! ฟังแม่เถอะ รีบหยุดเถอะ!”
ทว่าอันเสี่ยวหลีกับอันหยวนเซิงที่ยังอายุน้อยที่ถูกมัดไว้กลับไม่ได้คิดมากขนาดนั้น แค่ได้เห็นอันเสี่ยวเย่ว์ตีเสิ่นซื่ออย่างแรง ในใจก็รู้สึกเพียงว่าได้ระบายอารมณ์ ยังไงพี่น้องทั้งสองคนก็ถูกเสิ่นซื่อรังแกมาไม่น้อย
“ท่านแม่ ท่านอย่าห้ามข้า! พี่หญิงข้าจะถูกนางตีเปล่าๆ ไม่ได้ จะให้นางต้องถูกทำร้ายอย่างไม่เป็ธรรมไม่ได้ ถ้าหากวันนี้ไม่ตีให้นางเจ็บจนกลัว ต่อไปเื่เช่นนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอีก นางจะคิดว่าพวกเราพี่น้องรังแกง่าย”
คำพูดของอันเสี่ยวเย่ว์ไม่เพียงแค่พูดให้หลิ่วซื่อฟังเท่านั้น แต่ยังตั้งใจพูดให้พี่หญิงอันเสี่ยวหลีและน้องชายอันหยวนเซิงที่อยู่ข้างๆ ได้ยินด้วย นาง้าให้คนอ่อนแอทั้งใหญ่เล็กในครอบครัวนี้เข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่งว่า การทนยอมรับความทรมานหรือความไม่เป็ธรรม ไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา ถ้าเจอเื่อะไรแล้วต้องยอมทน สุดท้ายมีแต่จะทำให้อีกฝ่ายยิ่งทำต่อโดยไม่สนใจอะไรมากขึ้นไปอีก
“เสี่ยวเย่ว์ เดี๋ยวอีกสักพักท่านปู่กับท่านย่าของเ้าก็กลับมา เ้าจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่!” หลิ่วซื่อร้อนใจ อันเฉิงเยี่ยและหม่าซื่อหลังกลับมาจากการวิวาทกับเ้าของที่ดินแล้ว ก็อ้อมไปดูสถานการณ์ในที่ดิน คิดว่าอีกไม่นานคงจะกลับบ้านแล้ว
ตอนนี้เองที่อันเสี่ยวเฟิ่งพุ่งออกมาจากหลังบ้าน “ท่านแม่ ท่านแม่...”
อันเสี่ยวเฟิ่งประคองเสิ่นซื่อ แล้วชี้ไปที่ปลายจมูกของหลิ่วซื่อ พลางด่าว่า “ท่านดูเ้าทึ่มป่าเถื่อนบ้านท่านสิ กล้ามาผลักแม่ข้าลงไปที่พื้นแล้วด่าทอทุบตี รอให้พ่อข้ากลับมาก่อน ข้าจะต้องถลกหนังท่านแน่ แล้วตีลูกสาวทึ่มของท่านจนตาย”
หลิ่วซื่อถูกถ้อยคำของอันเสี่ยวเฟิ่งทำให้ใจนเข่าอ่อนยวบทันที นางลงไปคุกเข่าที่พื้นอีกครั้ง ร้องไห้พลางพูดว่า “ข้าขอโทษ! น้องสะใภ้สาม เสี่ยวเย่ว์อายุยังน้อยไม่รู้ความ พวกเ้าจะตีก็ตีข้าเถอะ ไม่พอใจอะไรก็มาลงที่ข้าได้เลย ข้าจะชดใช้แทนนางเอง ขอร้องพวกเ้าอย่าตีลูกสาวข้าเลย!”
อันเสี่ยวเย่ว์กลอกตาขาวมองบนจนแทบจะไปถึงนอกโลกแล้ว หลิ่วซื่อคนนี้จะอ่อนแอไปหน่อยแล้ว และในตอนนี้เอง อันเสี่ยวหลีก็คล้ายจะดึงสติกลับมาได้ นางลืมความสะใจเมื่อครู่ไปและเริ่มกังวลใจขึ้นมา ยังไงคำที่หลิ่วซื่อพูดก็มีเหตุผล ถ้าท่านปู่กับท่านย่ากลับมา ลุงสามกับลุงสี่กลับมา จะต้องไม่มีเื่ดีกับพวกเราแน่
“ท่านแม่ ลุกขึ้น เป็คนก็ต้องรู้จักเข้มแข็งบ้าง” อันเสี่ยวเย่ว์ดึงหลิ่วซื่อขึ้น
อันหยวนเซิงวิ่งเข้ามา “ท่านแม่ ฟังพี่หญิงรองพูด พวกเราจะถูกรังแกตลอดไปไม่ได้ พี่หญิงใหญ่ไม่ได้แอบขโมยกินไข่ไก่ ข้าเห็นกับตาตัวเองว่าหยวนซิ่งกับหยวนวั่งบ้านลุงสี่เป็คนกิน พวกเขาทั้งสองคนแย่งไข่ไก่ใบนั้น ทั้งยังทะเลาะกันด้วย!”
พออันหยวนเซิงพูดออกมาแบบนี้ หนิวซื่อที่หัวเราะดูความวุ่นวายอยู่ข้างๆ มาตลอดก็พลันไม่พอใจขึ้นมา นางเท้าเอวแล้วตะคอก “เ้าตัวเล็ก อย่ามาพูดจาพล่อยๆ โยนขี้มาที่หัวของลูกชายสองคนของข้าง่ายๆ แบบนี้ เ้าอยากโดนตีนักใช่ไหม”