5 ปีต่อมา
หลังการจากไปของศิริกัลยาทำให้พัฒน์ต้องเลี้ยงลูกทั้งสองมาด้วยตัวคนเดียวมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาพยายามเข้าหาพัฒน์ แต่พัฒน์ก็ไม่เคยปันใจให้หญิงอื่นนอกจากภรรยาอันเป็ที่รักของเขาเพลงและเพลิงเด็กน้อยทั้งสองก็ได้เติบโตตามกาลเวลาด้วยเช่นกันพัฒน์ได้สังเกตความผิดปกติของลูกๆได้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวของพวกเขาดังเช่น มีวันหนึ่งที่เขานั่งคิดถึงศิริกัลยาขณะที่กำลังนั่งเคลียร์เอกสารการทำงานของเขาอยู่เพลงลูกสาวของเขาก็ได้เดินมาถามเขาที่ห้องทำงานว่า
“พ่อคิดถึงแม่อยู่เหรอคะ?” เพลงถามเขา เขาประหลาดใจกับคำถามนี้
“ลูกรู้ได้ยังไง?” พัฒน์ถามเพลงกลับ
“ก็หนูได้ยินเสียงพ่อพูดถึงแม่อยู่นี่คะ”เพลงกล่าว เขากลับประหลาดใจยิ่งกว่าเดิมเพราะตัวเขาเองมั่นใจแน่ชัดว่าเขาไม่ได้เปล่งเสียงออกมาเลยสักคำเขาทำแค่นึกถึงหน้าภรรยาของเขาเท่านั้นเขาได้เหลือบไปเห็นว่าปานของเพลงที่หน้าอกนั้นได้เปล่งแสงออกมาทุกครั้งที่เพลงพูดสิ่งที่อยู่ในหัวของเขา
“พ่อคะพ่อใอะไรหนูเหรอคะ?”
“เปล่าจ้ะเพลงไปเล่นกับน้องนะลูก”
“ค่ะพ่อ”เพลงก็ได้วิ่งออกจากห้องทำงานเขาไป เขานั่งครุ่นคิดอยู่พักใหญ่แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเขากลับคิดว่าอาจจะเป็แค่ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยเท่านั้น ส่วนปานเรืองแสงนั่นก็อาจจะเป็เหมือนของศิริกัลยาแม่ของเด็กทั้งสองก็ได้ทันใดนั้น พัฒน์ก็ได้ยินเสียงเด็กทั้งสองร้องไห้
“แงงงงงงงงงงงงงงง”เด็กทั้งสองะโลั่นบ้าน พัฒน์จึงรีบวิ่งลงไปดู
“เพลงเพลิง เป็อะไรลูก”
“พ่อคะมีแสงออกจากหน้าอกของหนูด้วยค่ะT^T”เพลงร้องไห้ใ
“ผมด้วยครับพ่อT^T” เพลิงร้องไห้ใเช่นเดียวกัน
“อย่าใไปนะลูกนะโอ๋ๆ”พัฒน์กลอดปลอบลูกทั้งสอง เขาพยายามคิดคำอธิบายให้ลูกทั้งสองฟังอย่างเข้าใจ
“คุณหนูเป็อะไรกันเหรอคะ?” ป้าแจ่มคนรับใช้วิ่งหน้าตาตื่นด้วยความใพร้อมกับไปเหลือบไปเห็นปานเรืองแสง
“คุณผู้ชายคะ…”ป้าแจ่มกำลังจะบอกกับพัฒน์ แต่พัฒน์ยกมือห้ามไว้
“ป้าแจ่มไปทำงานส่วนที่เหลือเถอะครับเดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง” พัฒน์กล่าว
“ค่ะคุณผู้ชาย” ป้าแจ่มเดินกลับเข้าห้องครัว
“พ่อคะหนูกับน้องจะไม่เป็อะไรใช่มั้ยคะ?”เพลงถามพร้อมกับร้องไห้สะอื้น
“ไม่เป็อะไรลูกปานของพวกลูกคือของขวัญจากแม่ของลูกนะ” พัฒน์พยายามอธิบายให้เด็กๆฟัง
“จริงเหรอครับ?” เพลิงถามพัฒน์
“มันคือเวทย์มนต์เหรอะ?” เพลงถามต่อ
“ใช่จ้ะลูกๆเวลาเรืองแสง ลูกๆเจ็บกันบ้างมั้ย?”พัฒน์ถามลูกๆของเขาด้วยความสงสัย
“ไม่นะคะพ่อ”เพลงกล่าว
“เหมือนกันครับ”เพลิงกล่าว
“เห็นมั้ยล่ะกลางคืนพวกหนูก็ไม่ต้องกลัวความมืดไง” พัฒน์กล่าว
“ก็จริงแฮะ”เพลงกล่าว พัฒน์จึงคิดว่าคืนนี้เขาจะภาวนาหาศิริกัลยาเพื่อถามถึงปานของลูกทั้งสอง
“พ่อคะ/ พ่อครับ คืนนี้พ่อจะคุยกับแม่เหรอครับ” เด็กทั้งสองกล่าวพร้อมกัน พัฒน์ใแน่ชัดแล้วว่าไม่ใช่ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยแต่เป็พลังในการอ่านความคิดของเด็กสองคนนี้
“ใช่จ้ะพ่อจะคุยกับแม่ของลูกคืนนี้” พัฒน์บอกลูกๆของเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“คุณพ่อขี้โกงงงง”เพลงกล่าว
“พวกเราไม่เคยคุยกับแม่เลยพวกเราขอคุยด้วยนะคร้าบบบ” เพลิงอ้อน
“พ่อหมายถึงจะฝันถึงแม่ของพวกหนูต่างหากล่ะ”
“โถ่วนึกว่าได้คุยจริงๆ” เพลงกล่าว
“พี่เพลงเพลิงอยากไปปั่นจักรยานในสวนอะ พาเพลิงไปหน่อยสิ”
“คุณพ่อขาขออนุญาตพาน้องไปปั่นจักรยานที่สวนนะคะ”
“ได้สิเดี๋ยวพ่อไปหยิบจักรยานให้นะ”
“เย่ๆๆๆ”เด็กทั้งสองะโด้วยความดีใจ
{ปิ๊งป่อง}เสียงประตูรั้วหน้าบ้านของพัฒน์ดังขึ้นเด็กทั้งสองจึงวิ่งไปดูที่ประตูหน้าบ้าน
“พ่อคะลุงป่ามาค่ะ” เพลงร้องเรียกพัฒน์ด้วยความดีใจ ป่าลงจากรถมาพร้อมกับภูผาและทะเลลูกชายและลูกสาวของป่า
“ลุงป่าครับบบบ”เพลิงวิ่งไปกอดป่า
“หืมไม่เจอตั้งนาน โตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย” ป่าลูบหัวเพลิง
“แบร่ๆๆๆๆ”ภูผาหลบอยู่ข้างหลังป่าและยื่นหน้าะโออกมาแกล้งเพลิงเพลิงใถอยหลังล้มก้นกระแทกพื้น
“แงงงงงงงง”เพลิงร้องไห้ด้วยความเจ็บ พัฒน์กับเพลงวิ่งมาดูด้วยความใ
“ไม่เป็อะไรนะเพลิง”เพลงลูบหัวปลอบน้องชายตัวเอง
“ภูผาแกล้งน้องทำไมเนี่ยลูก เราโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ” ป่าดุภูผา
ภูผาได้เติบโตเป็เด็กวัยรุ่นอายุ15 ปีเต็ม เพราะตัวเขากับน้องสาวเขามีอายุห่างกันราว 10 ปี ทำให้ไม่ค่อยมีใครมาเล่นกับเขาบ่อยนัก เขาจึงทำตัวให้เหมือนเป็เด็กเพื่อที่จะได้เล่นกับน้องๆของเขาได้
“เอาน่าป่าหลานๆเล่นกันเฉยๆเอง” พัฒน์กล่าว
"ผมไม่ได้ตั้งใจนะพ่อ ผมแค่อยากเล่นกับน้อง
“ช่างมันเถอะนะภูผาไปเล่นกับน้องๆนะ” พัฒน์กล่าว
“แล้วพี่ทะเลไม่มาด้วยเหรอคะ?” เพลงถามป่า
“ต๊ะเอ๋พี่อยู่นี่” ทะเละโออกมาจากข้างหลังภูผาอีกที
“พี่ทะเลลลลล”เพลงวิ่งไปะโกอดทะเล จนลืมไปว่าตัวเองกำลังปลอบน้องชายตัวเองอยู่
“พี่ทะเลวันนี้คุณพ่ออนุญาตให้หนูกับน้องออกไปปั่นจักรยานเล่นในสวนกันด้วยพี่ทะเลไปกับพวกหนูนะ” เพลงอ้อนทะเล
“ได้สิพี่ภูผา ไปเล่นด้วยกันนะคะ” ทะเลเอ่ยชวนพี่ชายของตัวเอง
“ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวพี่ทำพวกเธอเจ็บตัวอีก” ภูผาพูดประชดแล้วกำลังจะเดินไปนั่งเล่นที่ห้องรับแขกแต่เพลิงคว้าชายเสื้อของภูผาไว้
“พี่ภูผาไปเล่นกับผมนะครับ” เพลิงส่งสายตาอ้อนวอนไปที่ภูผา
“นะๆพี่ภูผานะๆ”เพลงและทะเล ช่วยกันอ้อนอีกแรง
“อะๆก็ได้ จะเล่นอะไรกันดีล่ะ” ภูผายอมน้องๆ
“นี่ไปสอนพวกผมปั่นจักรยานหน่อยสิครับ”เพลิงกล่าว
“ได้เลย”ภูผาตอบกลับ
“เย่ๆๆๆ”เพลง เพลิงและทะเล ร้องะโด้วยความดีใจทั้งสามจึงพากันลากภูผาไปที่สวนดอกไม้ของพัฒน์
“เด็กๆเริ่มโตกันขึ้นเยอะเลยนะ” ป่ากล่าว
“นั่นสิแต่มีเื่บางอย่างที่ทำให้ชั้นเลิกกังวลไม่ได้”
“เื่อะไร?” ป่าถามพัฒน์
“เดี๋ยวไปเล่าให้ฟังที่ห้องรับแขกดีกว่า”พัฒน์จึงพาป่าไปนั่งที่ห้องรับแขก
“เกิดอะไรขึ้น?” ป่าเริ่มถามขึ้นเมื่อถึงห้องรับแขก
“คืออย่างนี้แกก็รู้ใช่มั้ยว่า ศิริกัลยาเป็ใครมาจากไหน”
“รู้ดิ”
“คือตอนนี้ปานของลูกๆชั้นเรืองแสงออกมาบ่อยขึ้นแต่ตอนนี้ชั้นคิดว่า ลูกชั้นมีพลังว่ะ”
“ฮะว่าอะไรนะ” ป่าร้องะโออกมาด้วยความใ
“พลังอะไรวะปล่อยแสงหรืออะไรยังไงวะ?”ป่าถามด้วยความลนลาน
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมึงแค่ลูกกูอ่านใจคนได้เฉยๆ”
“ทั้งคู่เลยเหรอวะ?” ป่าถามพัฒน์
“เอออะดิแถมนะเวลาใช้พลัง ปานก็เรืองแสงออกมาด้วย”
“แล้วมึงจะทำยังไงต่อ?” ป่าถามพัฒน์
“ไม่รู้ว่ะแค่รอเวลาที่จะช่วยอธิบายให้เด็กสองคนนี้เข้าใจว่าตัวเขาทั้งสองพิเศษกว่าใครๆก็เท่านั้น” พัฒน์กล่าวพร้อมกับมองออกไปที่สวนดอกไม้เขามองดูลูกๆของเขาวิ่งเล่นพร้อมกับพยายามคิดหาทางให้ลูกๆของเขารับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาในตอนนี้
ในสวนดอกไม้ของบ้านพัฒน์
ภูผากำลังหัดเพลิงปั่นจักรยาน
“นี่นะจับแบบนี้เกร็งตัวเข้าไว้เพื่อไม่ให้ล้มนะ แล้วก็ถีบไปข้างหน้าอย่างช้าๆ”ภูผาค่อยๆอธิบายให้เพลิงฟัง
“เพลิงอย่ากลัวนะพี่ดูอยู่ตรงนี้” เพลงกล่าว เพลิงพยักหน้าตอบกลับพี่สาว
“เอาละนะ”เพลิงค่อยถีบจักรยานไปข้างหน้าอย่างช้าเพลิงได้ยินเสียงเชียร์จากความคิดของทุกคนว่าให้ตัวเขาพยายามเขาจึงปั่นเร็วขึ้นแต่ในขณะนั้น เพลิงกบัได้ยินเสียงเรียกของเพลง
[เพลิงหยุด!!!เดี๋ยวจะล้มเอานะ] เสียงในความคิดของเพลงทำให้เพลิงหยุดชะงัก
ทุกคนต่างสงสัยว่าเพลิงหยุดปั่นจักรยานทำไม
“พี่เพลงพี่เพลงบอกให้เพลิงหยุดทำไม เพลิงกำลังปั่นได้แล้วนะ” เพลิงกล่าว ทำให้ เพลงภูผาและทะเลทำสีหน้างงใส่เพลิง
“เมื่อกี้เพลงไม่ได้พูดอะไรเลยนะเพลิง”ภูผากล่าว
“นั่นสิเพลิงหูฝาดรึเปล่า” ทะเลกล่าว
“พี่ไม่ได้พูดพี่แค่คิดในใจเฉยๆ”เพลงกล่าว
[พี่ได้ยินผมมั้ย?] เพลิงส่งความคิดของตัวเองให้เพลงได้ยิน
“เฮ้ยเพลิง เพลิงทำได้ไงอะ สอนพี่บ้างสิ” เพลงร้องะโดีใจ ขณะที่ภูผาและทะเลกำลังงงกับสองพี่น้องฝาแฝดคู่นี้
“เราวิ่งไปบอกพ่อกันดีกว่าพี่เพลง”เพลิงกล่าวพร้อมกลับลงรถจักรยานอย่างไม่ทันระวังตัวเขาจึงกำลังจะล้มไปพร้อมกับจักรยาน ภูผาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบควาตัวเพลิงมาอุ้มไว้
“เพลิง/ เพลิง” ทะเลและเพลงะโด้วยความใพร้อมกัน
“แงงงงงงงง”เพลิงร้องไห้ออกมาด้วยความใ ภูผาจึงกอดปลอบน้องด้วยความอ่อนโยน
“โอ๋ๆไม่เป็อะไรแล้วนะ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว” ภูผากอดปลอบเพลิง
“ทีหลังจะลงก็ระวังหน่อยสิเพลิง”เพลงดุน้องชายตัวเอง
“ก็เพลิงอยากวิ่งไปบอกพ่อนี่นาว่าเพลิงอ่านใจคนได้อะ ฮือ” เพลิงพูดโพล่งออกมาอย่างมั่นใจ ทำให้ภูผาและทะเลกลั้นขำไม่อยู่
“55555เพลิง เพลิงดูการ์ตูนมากไปเปล่าเนี่ย” ภูผากล่าว
“5555นั่นสิ เพลิง เพลงยังไม่เชื่อเพลิงเลยนะ” ทะเลกล่าว
“ใครบอกพี่ทะเลว่าเพลงไม่เชื่อ เพลงเชื่อน้อง” เพลงไปยืนจับมืออยู่ข้างๆเพลิง
“5555พวกเธอคงดูการ์ตูนมากไปสินะ” ภูผาหัวเราะหนักขึ้น
“พี่ภูผาไม่เชื่อเพลิงเลยเหรอ?” เพลิงกล่าวทั้งน้ำตาทำให้ภูผากับทะเลหยุดหัวเราะแฝดทั้งสอง
“นั่นสิไม่มีใครเชื่อพวกเราเลย พวกเราสองคนไม่เล่นกับพวกพี่แล้ว”เพลงกล่าวจบก็พาเพลิงวิ่งกลับเข้าบ้านไป
“เดี๋ยวสิเพลง”ทะเลคว้าแขนเพลงไว้ แต่เพลงสะบัดทิ้งแล้ววิ่งหนีเข้าบ้านไป
“วิ่งตามน้องไปเร็ว”ภูผากล่าว
“แงงงงงงง/ แงงงงงงง” เพลงกับเพลิงวิ่งร้องไห้ขึ้นไปที่ห้องนอน
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”พัฒน์กล่าว
“เพลงเพลิง ฟังพวกพี่ก่อน” ภูผาะโเรียกเพลงกับเพลิง
“เดี๋ยวๆมันเกิดอะไรขึ้น?”พัฒน์ถามป่ากับทะเล
“ลูกสองคนไม่ได้แกล้งน้องใช่มั้ย?” ป่าถามย้ำภูผากับทะเล
“พวกหนูไม่ได้ตั้งใจนะคะลุงพัฒน์”ทะเลกล่าว
“ก็น้องบอกว่าน้องอ่านใจคนได้ พวกผมเลยเผลอหัวเราะน้องไปน่ะครับ” ภูผาอธิบายป่ากับพัฒน์มองหน้ากัน
“เอ่อไม่เป็อะไรนะ เดี๋ยวลุงไปดูน้องเอง”พัฒน์กล่าวจบก็เดินขึ้นห้องนอนของเพลงกับเพลิง
“เฮ้ยไอ้พัฒน์เดี๋ยวชั้นกลับก่อนเลยละกันนะ ไว้วันหลังมาเยี่ยมใหม่” ป่าบอกกล่าวพัฒน์
“อื้อไว้เจอกัน ป้าแจ่มครับ เปิดประตูรั้วให้คุณป่าที ชั้นไม่ไปส่งนะ ไปดูลูกก่อน"พัฒน์กล่าว
“อือไปดูหลานเถอะ”
“ไปละ”
“พ่อครับผมกับทะเลไม่ได้ตั้งใจนะครับ” ภูผาพยายามอธิบาย
“ช่างมันเถอะนะลูก"ป่าลูบผมภูผากับทะเล
“พ่อเชื่อเื่การอ่านใจคนได้มั้ยคะ?” ทะเลถามป่า
“เชื่อสิสิ่งพิเศษมีอยู่บนโลกเป็ล้านอย่าง บางอย่างมองเห็น บางอย่างก็มองไม่เห็นแต่คนส่วนใหญ่มักจะเชื่อในสิ่งที่เห็นแต่น้องแฝดสองคนเขาเป็เด็กที่ลูกๆไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าเป็คนพิเศษยังไงแต่เชื่อพ่อเถอะ สิ่งที่เพลงกับเพลิงพูด ทุกอย่างเป็ความจริง”ภูผาและทะเลได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที
“ผมอยากไปขอโทษน้องครับพ่อ”ภูผากล่าว
“หนูด้วยค่ะ”ทะเลกล่าว
“เอาไว้วันหลังนะลูกน้องคงยังไม่พร้อมที่จะเจอ” ป่ากล่าวพร้อมกับพาลูกๆของเขาไปขึ้นรถ
“เพลงเพลิง เปิดประตูให้พ่อหน่อยลูก” พัฒน์พยายามเคาะประตูห้องเรียกแต่แฝดทั้งสองก็ไม่ยอมเปิดประตูให้เขาเพลงกับเพลิงนั่งอยู่ริมหน้าต่างมองลงไปเห็นว่าภูผาทะเลกำลังจะกลับ
ภูผากับทะเลยังรู้สึกผิดกับน้องอยู่จึงบอกขอโทษไปผ่านความคิดของตัวเอง
[ถ้าเพลิงอ่านได้จริงๆพี่ขอโทษที่ทำให้เพลิงเสียใจ] ภูผาส่งความคิดของตัวเองให้เพลิงได้ยิน
[เพลงพี่ขอโทษนะ] ทะเลส่งความคิดของตัวเองให้เพลงได้ยิน
เด็กแฝดทั้งสองได้ยินดังนั้นจึงรีบวิ่งไปเปิดประตูแล้ววิ่งลงบันไดไปเพื่อจะให้ทันภูผากับทะเลแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว รถของป่าได้เคลื่อนออกไปเลยประตูรั้วของบ้านแล้ว
“พี่ภูผาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”เพลิงะโเรียกภูผา
“พี่ทะเลลลลลลรอหนูด้วยยยย” เพลงกำลังจะวิ่งไปที่ถนนใหญ่แต่พัฒน์วิ่งมาจับไว้ได้สะก่อน
“ไม่เอานะลูกข้างนอกมันอันตราย”
“แต่พ่อคะหนูได้ยินพี่ทะเลขอโทษหนู” เพลงกล่าว
“ผมก็ได้ยินเสียงของพี่ภูผาขอโทษผมเหมือนกันครับ” เพลิงกล่าวเสริมพัฒน์กอดปลอบลูกตัวเอง
“พ่อว่าเราสองคนเป็คนแปลกประหลาดมั้ยคะ?” เพลงถามพัฒน์
“ไม่แปลกหรอกลูกลูกเป็เด็กพิเศษเฉยๆ แต่ลูกอย่าเอาเื่นี้ไปเล่าให้ใครฟังอีกเด็ดขาดนะ”
“ค่ะ/ ครับ” เพลงกับเพลิงตอบพร้อมกัน
แล้วทั้งสามก็เดินกลับเข้าบ้านไปพัฒน์ก็ได้แต่หวังว่าวันนึง เขาจะพยายามทำให้เด็กทั้งสองยอมรับในพลังของตัวเองให้ได้