ราตรีเยือนพรมกลิ่นอายแห่งความตายให้เข้มข้นขึ้นภายใต้ความเงียบสงบของสำนักเมฆาคล้อยแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องลงมากระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบดูราวกับเกล็ดปลาเยือกเย็น
หลินหยวนขยับกายออกจากห้วงสมาธิอย่างแ่เบาร่างกายที่ผ่านการผลัดเปลี่ยนกระดูกมาเพียงหนึ่งตื่นให้ความรู้สึกเบาสบายและมั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เขารอจนกระทั่งเสียงลมหายใจของศิษย์ร่วมห้องพักกลายเป็จังหวะสม่ำเสมอและหนักหน่วงจากฤทธิ์"ยาพิษชำระไขกระดูก" ที่เริ่มทำงาน
หลินหยวนจึงลอบเร้นออกจากห้องพักผ่านทางหน้าต่างไม้ที่ฝืดเคืองเพียงเล็กน้อยทว่าด้วยประสาทััที่เฉียบคมขึ้นเขากลับสามารถควบคุมแรงกดของนิ้วมิให้เกิดเสียงเล็ดลอดออกมาแม้เพียงนิด
เป้าหมายของเขาคือ 'หอตำราสายนอก' สถานที่ที่ควรจะเป็ขุมทรัพย์แห่งปัญญาแต่ในยามนี้ในสายตาของเขามันกลับดูไม่ต่างจากถ้ำอสูรที่อ้าปากรอเขมือบเหยื่อ
หลินหยวนเร่งเร้าเนตรวิวัฒนาการอย่างระมัดระวังโลกสีเทาพลันปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันกลับเต็มไปด้วย"เส้นด้ายกับดัก"สีแดงเพลิงที่ถักทอไขว้กันไปมากลางอากาศรอบบริเวณหอตำรา
[ตรวจพบ:อาคมระฆังวารี (ฉบับดัดแปลง)]
[สถานะ: ทำงาน]
[คำอธิบาย:หากััเส้นด้ายแดงเพียงปลายผมจะส่งสัญญาณเตือนไปยังห้องพักของศิษย์พี่จ้าวทันที ทว่า...บริเวณรอยต่อของเสาที่สามมี 'รอยแยก' ของพลังปราณเนื่องจากการขาดการซ่อมแซมมานานปี]
หลินหยวนขยับรอยยิ้มที่มุมปากอย่างเ็าแผ่นหลังของเขาลีบติดไปกับเงาของต้นการบูรใหญ่ เขาเคลื่อนกายอย่างต่อเนื่องด้วยท่วงท่าที่ไร้ลักษณ์อาศัยจังหวะที่เมฆเคลื่อนผ่านดวงจันทร์บดบังแสงสว่างลอบเร้นผ่านรอยแยกของอาคมไปได้อย่างแเี
เมื่อเท้าัักับพื้นไม้ภายในหอตำรากลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าเคล้ากับกลิ่นกำยานแปลกประหลาดพุ่งเข้าปะทะจมูกหลินหยวนไม่รอช้า เขาตรงไปยังชั้นวางตำราด้านในสุดที่เต็มไปด้วยฝุ่นเขม่า
'ข้าต้องหาเคล็ดวิชาที่สามารถพรางกลิ่นอายปราณแท้จริงไว้ใต้ชั้นของพลังปราณเน่าเสีย...หากไม่อาจตบตาพวกมันได้ ขั้นรวมปราณของข้าก็คือดาบสองคมที่จะปลิดชีพข้าเอง'
เนตรวิวัฒนาการกวาดมองไปตามสันปกตำรานับร้อยเล่มแล้วเล่มเล่าที่มีเพียงตัวอักษรขยะที่สอนให้คนเดินไปสู่ความตายจนกระทั่งดวงตาของเขาหยุดลงที่ตำราปกหนังที่เปื่อยยุ่ยเล่มหนึ่งซึ่งถูกใช้หนุนขาโต๊ะไม้ที่หักพัง
เหนือตำราเล่มนั้นมีอักขระสีทองรำไรกระพริบขึ้นมา...
[วัตถุ:เคล็ดวิชาเต่าจำศีล (ฉบับสมบูรณ์ที่ถูกลืม)]
[ศักยภาพวิวัฒนาการ:สูงมาก]
[คำอธิบาย:สามารถย่อส่วนชั้นบรรยากาศของจุดชีพจรให้ดูเหมือนคนไร้พลังหรือแม้แต่จำลองกลิ่นอายปราณชนิดอื่นขึ้นมาปกปิดความจริงได้]
หลินหยวนหยิบตำราเล่มนั้นขึ้นมาปัดฝุ่นออกอย่างเบามือทว่าทันใดนั้นเอง! เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจงใจเดินลงส้นเท้ากลับดังมาจากบันไดชั้นสองของหอตำรา
"ใครน่ะ?ออกมา!"
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยอำนาจและเย็นเยียบหลินหยวนชะงักนิ่ง ใจสั่นระรัวดุจรัวกลองแสงจากตะเกียงน้ำมันเริ่มสาดสะท้อนลงมาจากทางบันได คืบคลานเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ!
แสงจากตะเกียงน้ำมันวูบวาบใกล้เข้ามาทุกทีเงาร่างสายหนึ่งทอดลงมาตามบันไดไม้บีบคั้นจนบรรยากาศรอบกายของหลินหยวนหนักอึ้งราวกับถูกหินพันชั่งทับถม
เขาสูดลมหายใจลึกพยายามข่มจังหวะหัวใจที่เต้นรัวให้สงบนิ่งเนตรวิวัฒนาการทำงานอย่างหนักจนดวงตาเริ่มมีเส้นเืฝอยปรากฏขึ้นสีเทาหม่นของโลกเบื้องหน้าพลันสว่างวาบด้วยข้อมูลใหม่ที่พุ่งพรวดขึ้นมา
[ตรวจพบ:ตัวตนระดับสูง — 'ผู้าุโคุมกฎเฝ้าหอ']
[ระดับพลัง:รวมปราณขั้นสูงสุด (ครึ่งก้าวสู่ขอบเขตก่อเกิดิญญา)]
[สถานะ:ประสาทัับิดเบือนเนื่องจาก 'ไอศพ' แทรกซึมเข้าสู่สมองส่วนกลาง]
[คำแนะนำ: อย่าเคลื่อนไหว!เขามองเห็นเพียงแรงสั่นะเืของปราณ มิใช่ด้วยดวงตา]
หลินหยวนนิ่งงันราวกับประติมากรรมหินมือที่ถือตำรา "เต่าจำศีล" สั่นระริกเพียงนิดก่อนจะสงบนิ่งสนิทเขาไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตา ขณะที่เ้าของเสียงเดินพ้นบันไดขั้นสุดท้ายออกมา
มันไม่ใช่ศิษย์คนไหนทั้งสิ้นแต่เป็ชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่นที่ขาดวิ่น ใบหน้าซีกหนึ่งซูบตอบจนเห็นโครงกระดูกิัเป็สีเขียวคล้ำและมีกลิ่นเหม็นไหม้ของกำยานศพโชยออกมาอย่างรุนแรง
ชายชราผู้นี้คือผู้เฝ้าหอตำราที่ล่ำลือกันว่าสติฟั่นเฟือนไปนานแล้วทว่าความจริงที่เนตรวิวัฒนาการแสดงให้เห็นกลับน่าสะพรึงกลัวกว่า...เขาไม่ได้ฟั่นเฟือน แต่เขากำลัง "เน่า" ไปทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่!
"กลิ่น...กลิ่นของเนื้อสด..." ชายชราพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่าคล้ายเสียงกระดาษทรายขัดกันเขาชูตะเกียงขึ้นสูง แสงไฟเฉียดผ่านใบหน้าของหลินหยวนไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
หลินหยวนรู้สึกได้ถึงกระแสปราณเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างชายชรามันคือ 'ปราณซากศพ' ที่พยายามตรวจสอบแรงสั่นะเืในอากาศหากเขาใจนลมหายใจสะดุดแม้เพียงเสี้ยววินาที ความตายจะมาเยือนทันที
[วิเคราะห์ทางรอด:รอยแยกมิติเงา]
[ตำแหน่ง:มุมเสาด้านหลังชั้นตำราไม้จันทน์ ห่างออกไป 3 ก้าว]
[เงื่อนไข: ต้องใช้ 'ปราณย้อนกลับ' ชั่วคราวเพื่อทำลายความร้อนในร่างกายให้เสมอกับอากาศรอบข้าง]
หลินหยวนตัดสินใจเดิมพันชีวิตเขาเริ่มโคจรปราณย้อนกลับตามที่เคยทำตอนสกัดยาพิษอุณหภูมิร่างกายของเขาลดฮวบลงจนิัเริ่มเปลี่ยนเป็สีซีดขาวตัวเขาเริ่มกลมกลืนไปกับความหนาวเหน็บของหอตำราในยามวิกาล
เขาก้าวเท้าออกไป...ทว่าไม่ใช่การก้าวแบบธรรมดา แต่เป็การ "สไลด์"เท้าไปตามพื้นไม้ที่เนตรวิวัฒนาการชี้จุดว่าไม่มีการสั่นไหว
หนึ่งก้าว...สองก้าว...
ตะเกียงในมือชายชราแกว่งวูบเขาหันขวับมายังทิศที่หลินหยวนอยู่ ดวงตาที่ฝ้าฟางไร้แววจ้องเขม็งมา
"ไม่มี... งั้นรึ?"
ในจังหวะนั้นเองหลินหยวนใช้จังหวะที่ชายชรากะพริบตามุดเข้าสู่วงล้อมของรอยแยกมิติเงาหลังชั้นตำราได้อย่างหวุดหวิดร่างของเขาหายไปในเงามืดมิด ทิ้งให้ชายชราเฝ้าหอตำรายืนพึมพำอยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นอับชื้น
เมื่อหลุดพ้นจากระยะสายตาหลินหยวนทรุดลงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงในมุมอับที่มืดมิดที่สุดในมือยังคงกอดตำราเต่าจำศีลเอาไว้แน่น
'เกือบไปแล้ว...สำนักนี้ไม่มีที่ไหนที่ปลอดภัยเลยจริงๆ แม้แต่หอตำราสายนอกที่ดูไร้ค่ายังมีปีศาจเฝ้าประตูระดับนี้อยู่!'
เขาพยุงกายขึ้นแววตาที่สั่นไหวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็ความแน่วแน่ ยิ่งอันตรายเท่าไหร่เขายิ่งต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด
ท่ามกลางความมืดมิดที่เหน็บหนาวในมุมอับของหอตำราหลินหยวนทรุดกายลงพิงชั้นไม้ที่ผุพัง
ลมหายใจของเขาค่อยๆกลับคืนสู่จังหวะปกติ ทว่าหัวใจยังคงเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้นมือที่ยังสั่นเทาคลี่เปิดปกตำรา "เต่าจำศีล" ออกอย่างระมัดระวัง
กลิ่นกระดาษเก่าคร่ำคร่าผสมกับกลิ่นอายประหลาดที่เนตรวิวัฒนาการระบุว่าเป็"หมึกโลหิตทมิฬ" ลอยเข้าปะทะจมูก เมื่อแสงสลัวจากรอยแยกของผนังหอตำราตกกระทบลงบนหน้ากระดาษ
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของคนทั่วไปคงมีเพียงอักขระที่เลือนรางจนอ่านไม่ได้ศัพท์แต่สำหรับหลินหยวน... โลกเบื้องหน้ากำลังถูกถอดรหัสใหม่ทั้งหมด
[วิเคราะห์อักขระซ่อนเร้น:สำเร็จ] [ตรวจพบ: เจตจำนงกระบี่ที่หลับใหลอยู่ระหว่างบรรทัด]
[คำเตือน:นี่ไม่ใช่เพียงเคล็ดวิชาพรางกาย ทว่ามันคือ 'วิถีกลืนกินเงามืด'ที่ถูกดัดแปลง!]
ตัวอักษรบนหน้ากระดาษเริ่มขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิตพวกมันบิดเบี้ยวและเรียงตัวใหม่ต่อหน้าต่อตาหลินหยวน
จากวิชาที่ดูเหมือนการจำศีลของสัตว์เลื้อยคลานกลับกลายเป็กระบวนการบีบอัดพลังปราณให้เล็กลงจนถึงจุดศูนย์ เพื่อสร้าง"ชั้นบรรยากาศลวง" ห่อหุ้มร่างกาย
หลินหยวนจดจ้องไปยังภาพวาดลายเส้นที่แสดงถึงจุดชีพจรลับ36 จุดที่ไม่มีในตำราเล่มใดของสำนักเมฆาคล้อย
'ที่แท้... วิชาที่คนทั้งโลกฝึกฝนคือการขยายชีพจรให้กว้างเพื่อเป็ท่อส่งสารอาหารให้พวกมันแต่เคล็ดวิชานี้กลับสอนให้บีบอัดและกลั่นกรองจนเหลือเพียงหยดน้ำค้างบริสุทธิ์!'
ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งพุ่งเข้าสู่สมองของเขาดุจสายฟ้าฟาด หลินหยวนหลับตาลงพยายามจำลองภาพการไหลเวียนของปราณตามตำราในขณะที่เขากำลังจะเริ่มโคจรพลังตามเนตรวิวัฒนาการชี้แนะเขากลับพบข้อความลับที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ อยู่ที่ขอบหน้าสุดท้าย
"หากเ้าเห็นข้อความนี้แสดงว่าเ้ายังมีความเป็คนหลงเหลืออยู่... จงจำไว้ แสงสว่างในสำนักนี้คือความมืดและความมืดคือทางรอดเดียวของเ้าอย่าได้เชื่อในสิ่งที่เทพเซียนกระซิบข้าบอก..."
ข้อความนั้นถูกขีดฆ่าด้วยรอยเืที่แห้งกรังหลินหยวนรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
[วิวัฒนาการเคล็ดวิชา:เริ่มต้น]
[สถานะ: กำลังหลอมรวม 'เคล็ดเต่าจำศีล' เข้ากับ 'กายาหยกนพเก้า']
[ผลลัพธ์ที่คาดหวัง:บรรลุ 'เนตรเร้นเงา' — สามารถมองเห็นเส้นด้ายแห่งโชคชะตาและไอสังหารได้ในที่มืด]
ในขณะที่กระบวนการวิวัฒนาการกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นภายในร่างของหลินหยวนเสียงฝีเท้าจากชั้นสองที่เคยเงียบหายไปกลับดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้มันไม่ใช่เสียงเดินที่เชื่องช้า...แต่มันคือเสียงของบางสิ่งที่กำลัง "ลาก"วัตถุหนักบางอย่างลงมาจากบันไดไม้พร้อมกับเสียงครางพึมพำที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย
"ข้ารู้ว่าเ้ายังอยู่ที่นี่...กลิ่นของปราณบริสุทธิ์... มันช่างหอมหวานเหลือเกิน..."
หลินหยวนลืมตาขึ้นในความมืดดวงตาของเขาไม่ได้เป็สีปกติอีกต่อไป แต่มันเปล่งประกายสีม่วงจางๆที่สามารถมองทะลุผ่านเนื้อไม้และกำแพงได้ เขาเห็นร่างของชายชราเฝ้าหอกำลังลาก 'ซากของศิษย์สายนอก' คนหนึ่งลงมาด้วยท่าทางสยดสยอง!
เสียงลากศพหยุดลงที่หน้าชั้นวางตำราไม้จันทน์กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่ถูกความร้อนจากปราณปีศาจแผดเผาจนไหม้เกรียมโชยเข้าจมูกของหลินหยวนอย่างรุนแรงภายใต้ทัศนวิสัยของ 'เนตรเร้นเงา' โลกที่มืดมิดพลันเปลี่ยนเป็โครงร่างสีม่วงและดำสลับวูบวาบ
เขาเห็นหัวใจของชายชราเฝ้าหอที่เต้นตุบตับอยู่กลางอกทว่ามันไม่ใช่ก้อนเนื้อสีแดง... แต่มันคือกลุ่มก้อนของหนอนไหมสีดำที่ขดตัวกันแน่นจนดูเหมือนหัวใจ!
"เ้า...ซ่อนตัวเก่งนักนะ" ชายชราแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยวเผยให้เห็นฟันที่หลุดร่วงจนเกือบหมด
"แต่กลิ่นอายของกายาที่บริสุทธิ์เช่นนี้...ปิดบังข้ามิมิดหรอก!"
ชายชราสะบัดมือพลังปราณซากศพสีเขียวคล้ำพุ่งเข้าใส่ชั้นตำราที่หลินหยวนซ่อนตัวอยู่ แรงกระแทกส่งผลให้ชั้นไม้หนาหนักแตกกระจายราวกับกระดาษ
หลินหยวนใช้จังหวะเสี้ยววินาทีะโม้วนตัวหลบออกมาอย่างว่องไวเขาไม่ได้หนีไปทางประตูที่ศัตรูยืนขวางอยู่แต่กลับพุ่งตรงเข้าหาเงามืดที่ลึกที่สุดของหอตำรา
[เปิดใช้งาน:เคล็ดเต่าจำศีล - ขั้นแปรเปลี่ยน]
[สถานะ:ลบเลือนตัวตนสมบูรณ์แบบ]
[คำแนะนำ:เคลื่อนที่ไปตาม 'เส้นโชคชะตา' สีม่วงที่ปรากฏบนพื้น]
ในสายตาของหลินหยวนบัดนี้มีเส้นแสงสีม่วงจางๆ ลากยาวผ่านซอกตึกและเพดานที่พังทลายเขาเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับิญญาเร่ร่อน
ทุกย่างก้าวพริ้วไหวผ่านคมเขี้ยวของพลังปราณปีศาจไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ชายชราคุมกฎคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง พลังสังหารแผ่กระจายจนชั้นตำรารอบกายพังทลายเป็แถบๆทว่าเขากลับมองไม่เห็นร่างของหลินหยวนที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว
หลินหยวนะโขึ้นไปบนขื่อหลังคาใช้เนตรเร้นเงามองเห็นกลไกของหน้าต่างชั้นบนสุดที่ถูกลงอาคมไว้ เขาโคจรปราณย่อยสลายโครงสร้างอาคมในจุดที่อ่อนแอที่สุดเพียงพริบตาก่อนจะแทรกตัวออกสู่ท้องฟ้าภายนอกได้ทันเวลา
เขาทะยานลงสู่พื้นหญ้าเบื้องล่างอย่างแ่เบาโดยไม่ทิ้งร่องรอยแม้แต่นิดเดียวเมื่อมองกลับไปยังหอตำราที่ยังคงมีแสงตะเกียงวูบวาบและเสียงคำรามลึกลับ
หลินหยวนกำตำราในอกแน่นแววตาของเขาบัดนี้ไม่มีความหวาดกลัวเหลืออยู่มีเพียงความเย็นเยียบที่พร้อมจะสู้กับโชคชะตา
'เ้าเฒ่านั่น...ไม่ใช่แค่คนบ้า แต่เขาคือ "ผลลัพธ์" ของการฝึกวิชาเซียนในสำนักนี้'
หลินหยวนตระหนักได้ทันทีว่าหากเขายังคงเดินตามวิถีเดิม เขาคงหนีไม่พ้นสภาพที่น่าสยดสยองเช่นนั้น
เขาหันหลังกลับและเร้นกายหายไปในหมู่ตึกศิษย์สายนอกทิ้งความลับของหอตำราไว้เื้ั เพื่อรอวันที่จะกลับมา "เก็บเกี่ยว"พวกมันคืนบ้าง!
********************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์ หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร