ตอนที่ 25
หน้าร้านอาหารจีนทงหลิง ตำรวจและหน่วยพิสูจน์หลักฐาน กำลังต้อนคนออกจากพื้นที่ หลานกงเซิ่ง สารวัตรตำรวจ ประจำสถานีตำรวจเมืองจี่นาน กำลังตรวจดูที่เกิดเหตุ “เป็รอยฟันที่คมมาก ต้องใช้อะไร ถึงสามารถแยกร่างคนได้ ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว?" ตำรวจหนุ่มเดินมารายงาน “สารวัตรครับ ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ แล้วก็ไม่พบอาวุธสังหาร หรือหลักฐานเกี่ยวกับคนร้ายเลยครับ"
หลานกงเซิ่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “นี่มันเป็ฝีมือของผีหรือไงกัน 4 คนนี้ ล้วนเป็นักฆ่าที่มีประกาศจับ จะมาฆ่าคนอื่น กลับต้องมาตายเสียเอง คนที่พวกมันหมายหัวไว้เป็ยอดมนุษย์หรือไง?"
ขณะที่หลานกงเซิ่งกำลังขบคิดอยู่นั่นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกล้องวงจรปิดจากฝั่งตรงข้าม ซึ่งน่าจะให้เบาะแสได้พอสมควร “เปิดดูกล้องวงจรปิดที่อยู่รอบบริเวณนี้ แล้วลองหาดูว่ามีใครอยู่ในตอนที่เกิดเหตุ"
ตำรวจหนุ่มทำความเคารพ ก่อนจะรีบไปปฏิบัติตามคำสั่งทันที
********************************
ถังฮ่าวรู้สึกแปลกใจที่ลูกสาวจะมาหา อีกทั้งยังบอกอีกว่า ห้ามตนออกไปไหนเด็ดขาด เลขาของเขาเดินเข้ามา “ท่านค่ะ คุณฟ่านเสี่ยวโหรว้าเรียนสายกับท่านค่ะ"
“ใครกันฟ่านเสี่ยวโหรว" ถังฮ่าวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“คนที่โด่งดังด้านงานบริหาร ที่บริษัทใหญ่ต่างแย่งตัวไงค่ะ"
ถังฮ่าวเหมือนจะพึ่งจะได้ว่าเธอเป็ใคร “ถ้าอย่างนั้น โอนสายมาให้ฉันแล้วกัน"
“สวัสดีคุณฟ่านเสี่ยวโหรว" เขาพูดด้วยความสุภาพ เพื่อรักษาภาพลักษณ์
“สวัสดีค่ะ พอดีบริษัทของฉัน อยากจะร่วมงานกับคุณ อยากทราบว่าคุณสนใจหรือเปล่า"
“รแล้วเป็งานแบบไหนล่ะ ช่วยเล่ารายละเอียดให้ผมฟังได้รึเปล่า" ่นี้รายรับของบริษัทเข้าขั้นตกต่ำ หากมีอะไรสามารถทำเงินได้ เขาก็อยากจะคว้าเอาไว้
“คุณช่วยมาที่ภัตตาคารวังัได้ไหมค่ะ?" ฟ่านเสี่ยวโหรวตอบกลับมา
จริงอยู่ที่ว่าตระกูลของเขากับตระกูลหลงเป็คู่แข่งกัน แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ว่า เมื่อเจอกันแล้วจะฆ่าจะแกงกันในทันที “พอดีผมมีไม่ค่อยถูกกับเ้าของภัตตาคารน่ะสิ"
“เื่นี้ไม่ต้องเป็ห่วงค่ะ คุณหลงเกรงใจนายใหญ่ของฉันมาก เขาไม่กล้าทำอะไรคุณแน่นอน" ฟ่านเสี่ยวโหรววางสายไป
ถังฮ่าวที่ได้ยินก็นั่งคิดถึงคำพูดของหญิงสาว 'คนที่หลงหยินยังต้องเกรงใจ แถมยังดึงตัวฟ่านเสี่ยวโหรวคนนั้นมาได้ จะต้องมีสถานะที่ไม่ธรรมดา' เขาไปเรียกลูกชายให้ออกไปด้วยกัน โดยลืมคำพูดของถังเหยียน ที่สั่งไม่ให้เขาออกไปไหน
เมื่อถังฮ่าวและลูกชาย มาถึงภัตตาคารวังั เขาก็เดินเข้าไปภายในและพบกับหลงหยินพอดี
“แก...." หลงหยินทำหน้าไม่พอใจอย่างแรง
“จะเอารึไง" ถังฮ่าวพูดยั่วยุเพื่อดูปฏิกิริยา ของหลงหยิน
หลงหยินรีบคุมอารมณ์ แล้วสะบัดหน้าหนีทันที “หึ! ถ้าไม่ใช่ฉันเห็นแก่หน้า นายใหญ่ของฟ่านเสวี่ยโหรว แกคงตายคามือฉัน ั้แ่ตอนที่ก้าวเท้าเข้ามาแล้ว"
‘ดูเหมือนว่า ที่ฟ่านเสวี่ยโหรวพูดจะจริงแหะ' ถังฮ่าวเริ่มอยากรู้แล้วว่า นายใหญ่ของฟ่านเสี่ยวโหรวคือใคร และเมื่อเขาและลูกชาย เข้าไปในห้องอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็พิเศษ ก็พบกับฟ่านเสวี่ยโหรวและอีกหลายคนกำลังนั่งรอกันอยู่ เขากวาดตาไปรอบๆ คนที่อยู่ในห้องล้วนทำให้เขาใ เพราะไม่ว่าจะเป็โอวหยางเจิ้งหยู เกาหลงซาน หยางเล่ย ทุกคนล้วนมีกำลังทรัพย์มากกว่าเขากันทั่งนั้น โดยเฉพาะเด็กหนุ่มที่ที่กำลังยิ้มให้ ทำเอาถังห่าวตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก เนื่องจากไม่รู้ว่าทำไมทายาทตระกูลฮวง ถึงมาปรากฏตัวในสถานที่แห่งนี้
“เชิญนั่งสิคุณถัง" ฮวงอี้ผายมือเชิญให้เขานั่งลง
ถั่งห้าวนั่งลง แล้วเอ่ยถามอย่างกล้าๆกลัวๆ “ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมรับใช้ครับ" เขาไม่กล้าจะเสียมารยาทกับคนเหล่านี้ โดยเฉพาะตระกูลฮวงจากเมืองหลวง
“เราได้ยินว่าน้องชายคุณถังเหมิน เปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จึงอยากจ้างบริษัทของเขาแล้วก็ชวนคุณมาร่วมลงทุนด้วย" หยางเล่ยพูดพร้อมกับนำพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ขึ้นมากาง “นี่คือโครงการ ที่พวกเรากำลังจะสร้าง มันมีชื่อว่าโครงการวังธารา์ "
หลังจากที่ใช้สายตามองรายละเอียดของพิมพ์เขียว ถังฮ่าวก็ชะงักไปชั่วขณะ ในพิมเขียวเป็พื้นที่ขนาดมโหฬาร มีทั้งพื้นที่พักอาศัย ที่เป็คอนโดสูงหลายตึก ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ รวมไปถึงบ่อน้ำพุร้อนที่แสนจะอลังการ ซึ่งทั้งหมดที่ถูกออกแบบมา ช่างงดงามราวกับสรวง์ที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย
“งดงามมาก" ถังฮ้าวไม่สามารถละสายตาจากพิมพ์เขียวได้เลย “แล้วพวกคุณจะลงทุนเท่าไหร่"
“นายใหญ่ของฉัน คุณโอวหยาง คุณเกาและคุณหยาง ลงทุนกับโครงการนี้คนละห้าพันล้าน ส่วนคุณฮวงเป็คนเดียวที่ลงทุนหนึ่งหมื่นล้านค่ะ" ฟ่านเสี่ยวโหรว ตอบแทนทุกคนในห้อง
“ผมขอเวลาสิบนาที" ถังฮ่าวหันไปกระซิบที่ข้างหูลูกชาย “ไปถามธนาคารที่เราเป็หนี้อยู่ ถามพวกเขาไปว่าถ้าจะกู้อีกจะอนุมัติไหม" ถังหยุนพยักหน้าแล้วออกยากห้องไป ตอนนี้ตระกูลของเขามีเงินเหลืออยู่ 5 พันล้านพอดี เพราะก่อนหน้านี้นำไปลงทุนเพื่อชดเชยธุรกิจ ที่เสียให้กับตะกูลหลง จึงอยากจะกู้ธนาคารมาเพื่อใช้เป็เงินสำรอง
ถังหยุนเดินเข้ามารายงาน “ธนาคารทั้งสองแห่ง ที่เราเป็หนี้อยู่ บอกมาว่า พวกเขาสามารถให้กู้ได้สองพันล้าน รวมสองแห่งก็สี่พันล้านครับ"
ถังฮ่าวไม่อยากคิดเลยว่าหากโครงการนี้สร้างจนสำเร็จ เขาจะได้ผลตอบแทนที่มหาศาลขนาดไหน “ตกลงผมร่วมด้วย แต่ผม้าส่วนแบ่งสิบห้าเปอร์เซ็นต์"
"ไม่มีปัญหาค่ะ ทุกคนจะได้รับส่วนแบ่งสิบห้าเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ส่วนคุณฮวงที่ลงทุนมากที่สุด จะได้รับส่วนแบ่งยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์" ฟ่านเสี่ยวโหรวแจกแจงผลกำไรให้ทุกคนฟัง
ฮวงอี้ยกมือขัดจังหว่ะ “ไม่เป็ไร เอาส่วนแบ่งของฉันห้าเปอร์เซ็นต์ ให้เ้านายเธอก็แล้วกัน"
ถังฮ่าวใกับการกระทำของฮวงอี้ ต้องเป็คนแบบไหน ถึงทำให้นายน้อยตระกูลฮวง เอาอกเอาใจได้ถึงขนาดนี้
“ถ้าอย่างนั้นเราไปคุยรายละเอียดกับน้องคุณเลยดีกว่า แล้วให้เขาเป็คนถือเงินเพื่อที่จะ จัดการวางแผนขั้นตอนการก่อสร้าง" ทุกคนฝากฝังให้ฟ่านเสี่ยวโหรวและถังฮ่าว คอยจัดการธุระแทน
ภายในห้องอาหารที่อยู่ติดกัน ชิงเทียนกำลังนั่งทานอาหารกับฮวงเทียนหลง พวกเขาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน แต่ดูจะเป็ฮวงเทียนหลงเสียมากกว่า ที่ได้รับความรู้อยู่ฝ่ายเดียว “สหายน้อยชิงเทียน ช่างมีความรู้กว้างขวางเหลือเกิน ผู้เฒ่าคนนี้นับถือจริงๆ"
“ถ้าอย่างนั้นผู้าุโ อยากจะได้อาวุธเซียนบ้างไหม ถือเป็ของขวัญสำหรับการพบกันครั้งแรก" ชิงเทียนอยากจะผูกมิตรกับคนมีอำนาจ แต่ว่าต้องเป็คนที่จริงใจและจะไม่ตลบหลังเขาในภายหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ฮวงเทียนหลงนั้น เป็คนที่ชุบเลี้ยงฮวงอี้มากับมือ ซึ่งเขารู้ซึ้งดีว่าฮวงอี้ไม่ใช่คนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพราะฉะนั้น ปู่ของเขาก็คงจะเป็คนที่สอนเื่นี้ให้กับหลานชาย
ฟ่านเสี่ยวโหรวเปิดประตูเข้ามา “เหยื่อติดกับแล้วค่ะบอส"
“ขอบคุณมาก แล้วเื่โรงงานไปถึงไหนแล้ว"
“กำลังจะเปิดสายการผลิตและอยู่ในขั้นตอนรับสมัครตัวแทนค่ะ" ฟ่านเสี่ยวโหรวคิดว่าบอสของเธอ เป็คนที่ค่อนข้างดูลึกลับและเต็มไปด้วยปริศนา การทำให้คนเหล่านี้มารวมตัวกัน จำเป็ต้องมีเส้นสายมากเลยทีเดียว
“ถ้าเริ่มผลิตก็แจ้งด้วยแล้วกัน ฉันจะเป็คนตรวจสอบคุณภาพด้วยตัวเอง"
“ทราบแล้วค่ะ" ฟ่านเสี่ยวโหรวก้มหัวให้เขาเล็กน้อยแล้วเดินจากไป
เกาหลงซาน เดินสวนฟ่านเสี่ยวโหรวเข้ามา ก่อนจะประสานมือคำนับฮวงเทียนหลง “ท่านชายฮวง ขออภัยที่เสียมารยาท ผมมีเื่าำคัญที่จะคุยกับชิงเทียน ขอเวลาสักครู่ได้ไหมครับ"
ชิงเทียนโบกมือปัด “ไม่ต้องหรอก ฉันเองก็กำลังจะถามผู้าุโเกี่ยวกับเื่นี้อยู่พอดี"
ฮวงเทียนหลงหันมาถาม “เื่อะไร"
“ความจริงแล้วอีกไม่กี่วันเราจะเดินทางไปยังหอนพเก้า ผมอยากจะแลกเปลี่ยนบางอย่างกับพวกเขา ซึ่งเกาหลงซานรู้จักกับหัวหน้าขอที่นั่น"
“ความจริงแล้ว จุดเรื่มต้นเกิดจากท่านปู่ของผมเคยสถานที่แห่งนั้น แล้วบังเอิญรับรู้การมีอยู่ของผู้บ่มเพาะ จึงได้ทำข้อตกลงว่าจะจัดการเื่ราวภายนอก พร้อมกับมอบสมุนไพรและวัตถุดิบบ่มเพาะให้พวกเขา เพื่อแลกกับสิทธิ์ที่จะส่งคนเข้าไปฝึกในหอนพเก้าปีละหนึ่งคน” เกาหลงซานอธิบาย
ฮวงเทียนหลงพยักหน้า “หอนพเก้า ตาเฒ่าคนนี้รู้ความแข็งแกร่งของที่นั่นดี เมื่อห้าปีก่อน ฉันได้พบกับเด็กสาว ที่อ้างตัวว่าเป็หัวหน้าของหอนพเก้า หลังจากที่ประลองวัดฝีมือกัน ผลก็คือฉันคนนี้ กลับผ่ายแพ้ภายในไม่กี่วินาที ช่างน่าเจ็บใจนัก"
‘แม้แต่ขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นสูง ยังต้องสิ้นท่า อย่างน้อยก็อยู่ในขอบเขตเปลี่ยนแปลงร่างกาย หรืออาจจะเป็ถึงขอบเขตก่อตั้งวิญญานเลยก็ได้' ชิงเทียนคิด
“เธอคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด?" ชิงเทียนเอ่ยถามชายชรา
ฮวงเทียนหลงส่ายหน้า “ก่อนที่จะจากไป เธอบอกไว้ว่า ต้องรีบกลับไปพบอาจารย์"
“อาจารย์?" ชิงเทียนอยากจะรีบไป ที่หอนพเก้าแต่ตอนนี้เลย เพื่อพบอาจารย์ของหญิงสาวที่ฮวงเทียนหลงพูดถึง แต่ติดตรงที่ว่า เขาและเกาเทียนหลงตกลงกันไว้ว่าจะเดินทาง หลังจากจัดการกับเื่ของตระกูลถังเสร็จแล้ว จึงจำเป็ต้องอดใจรอไปก่อน
*****************************
ชิงเทียนกลับมาที่บ้าน ก็พบกับชายฉกรรจ์สองคนยืนดักรออยู่ที่หน้าวิลล่า เมื่อพวกเขาเห็นชิงเทียน ก็รีบเดินมาหาเขาแล้วโชว์ตราตำรวจให้ดู “คุณหมอชิงเทียน เราขอสอบถามคุณเกี่ยวกับเื่การฆาตกรรมได้ไหมครับ"
“เข้ามาก่อนสิครับ" ชิงเทียนเดินไปเปิดประตูบ้าน ก่อนที่พวกเขาเดินเข้ามาก็พบกับหลิวลู่ซือ ที่กำลังเรียนกับครูสาวที่ชิงเทียนจ้างมา “คุณครู ขอโทษที่รบกวนการสอนนะครับ ผมขอใช้ห้องนี้สักครู่ได้ไหม"
“เชิญเลยค่ะ" ครูสาว มองหน้าชิงเทียนพรางเขินอายเล็กน้อย ไม่ว่าหญิงสาวคนไหน ที่ได้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของชายหนุ่ม ต่างก็ต้องหัวใจเต้นแรงกันทั้งนั้น
หลังจากที่หญิงสาวย้ายขึ้นไป้า หลานกงเซิ่ง ก็ยื่นรูปและภาพจากกล้องวงจรปิดให้ชายหนุ่ม “พวกเราพบว่า คุณอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ในตอนที่เกิดการฆาตกรรม"
ชิงเทียนหยิบรูปขึ้นมาดู เป็ภาพที่เขากำลังจะเข้าไปในร้านอาหาร กับเย่เสวี่ยหลัน กับตอนที่เขาแยกตัวเดินออกมา รวมถึงภาพสถานที่ที่เกิดการฆาตกรรม
“ผมถามได้ไหมว่าคุณเดินไปไหนตอนที่แยกตัวออกมา แล้วก็นี่....." หลานกงเซิ่งเปิดเทปจากกล้องวงจรปิด ตอนที่ชิงเทียนเดินออกมาพร้อมเย่เสวี่ยหลัน “ผมเปิดเจอแต่ตอนที่คุณเดินออกมา แต่ไม่พบตอนที่คุณเดินกลับเข้าไป"
“จะบอกว่าผมเป็ฆาตรอย่างนั้นเหรอคุณตำรวจ คุณคงจะไม่รู้จักประตูหลังร้านกระมัง ผมแยกตัวออกไป เพื่อเอาของขวัญมาเซอร์ไพรส์เธอเท่านั้นเอง" ชิงเทียนปั้นเื่ขึ้นมา “อีกอย่างดูจากสภาพศพ หมออย่างผมบอกได้เลยว่า ไม่มีอาวุธชนิดไหน สามารถฟันร่างกายมนุษย์ได้เนียนกริบขนาดนั้นแน่ ถ้าคุณอยากจะใส่ร้าย หรือเอาผิดผม ก็ไปหาอาวุธที่ใช้ก่อเหตุให้เจอก่อนดีกว่า"
หลานกงเซิ่ง ก็ยังไขปริศนาข้อนี้ไม่ได้เช่นกัน รวมถึงเขาเองก็ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอ จึงขอตัวกลับไปก่อน
“ดูเขาไม่ใกับภาพที่เห็นเลย" หลังจากที่เดินออกมาด้านนอก หลานกงเซิ้งยังคงรู้สึกคาใจอย่างบอกไม่ถูก
“คงเพราะเขาเป็หมอ เลยน่าจะเห็นภาพเหล่านี้มาจนชินแล้วล่ะครับ" ตำรวจหนุ่มออกความคิดเห็น
“ถูกของนาย บางทีฉันคงคิดมากไปเอง"
หลานกงเซิ่งขับรถกลับบ้าน ด้วยความเหนื่อยล้า รูปของชิงเทียนถูกวางไว้ที่โต๊ะทานข้าว เขาเปิดตู้เย็นเพื่อหาน้ำดื่ม ก่อนที่ลูกสาวของเขา จะเดินมาหยิบรูปไปดูด้วยความสงสัย
“ชิงเทียน!!"
“ลูกรู้จักเขาด้วยเหรอ" ในตอนนี้เื่ของชิงเทียน กำลังเป็ประเด็นพูดถึงกันในสือต่างๆ หากมาลองคิดดูอีกที ก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรที่ลูกสาวของเขาจะรู้จักคนดัง
“พ่อค่ะ... เขาเป็นักเรียนในห้องหนู" หลานลู่จื่อทำหน้ามุ่ย
หลานกงเซิ่งใจนตาแทบถลน “ว่าไงนะ!!"
*****************************
หลังจากจัดการธุระเส็จแล้ว ถังฮ่าวและถังหยุกลับมาที่บริษัท ก็พบถังเหนียนที่มีสีหน้าโกรธจัด นั่งรออยู่ในห้อง “หนูบอกแล้วใช่ไหม ว่าห้ามออกไปไหน!"
ถังหยุนที่เห็นพฤติกรรมของพี่สาว ก็เข้ามาต่อว่าเธอ “พูดกับพ่อดีๆหน่อยได้ไหม"
“แกหุบปากไปเลย!" ถังเหยียนตะคอกใส่น้องชาย
ถังฮ่าว พยายามเข้ามาทำให้พวกเขาอารมณ์เย็น “เป็พี่น้องอย่าตีกันต่อหน้าพ่อ เอาหล่ะถังเหยียน มีอะไรก็รีบๆพูดมา"
“มีอะไรงั้นเหรอ คนที่หนูจ้างมาถูกฆ่าไปแล้ว แถมไอ้แพทย์เทวะห่าเหวอะไรนั่น ยังโทรมาขู่ว่ามันจะมาจัดการกับพ่อ" ถังเหยียนพูดด้วยความฉุนเฉียว
ถังฮ่าวเริ่มแตกตื่น “เป็ไปได้ไงกัน ลูกแน่ใจนะว่าคนที่ส่งไป ไม่ใช่พวกกระจอก"
ถังเหยียนยื่นแท็บเล็ตให้พ่อเธอ “พวกเขาเป็นักฆ่าฝีมือดีที่สุด อีกอย่างคนที่ทำแบบนี้ได้ มีอาชีพเป็หมอแน่เหรอ"
ถังฮ่าวรับแท็บเล็ตมาดู เป็คลังภาพของกรมตำรวจ ซึ่งภายในภาพมีทั้งร่างที่ถูกผ่าเป็สองซีก รวมถึงร่างไร้หัวที่นอนจมกองเื ถังฮ่าวหน้าซีด ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปอ้วกในห้องน้ำ เขาไม่เคยเห็นภาพการตาย ที่สยดสยองขนาดนี้มาก่อน อย่างมากก็แค่ภาพศพที่ถูกยิงเท่านั้น และเมื่อถังหยุนเดินมาดูบ้าง ขาก็ปิดปากวิ่งตามถังฮ่าวไปทันที
“ล....แล้วเราจะทำยังไงกันดี" ถังฮ่าวเอ่ยถามลูกสาวด้วยความหวาดกลัว
“อยู่ที่นี่ไปก่อน เดี๋ยวหนูจะหาคนมาจัดการเื่นี้เอง”
บนตึกสูงฝั่งตรงข้าม ชิงเทียนยืนอยู่บนดาดฟ้า พร้อมกับใช้กล้องส่องทางไกล จับตาดูถังฮ่าวและครอบครัวด้วยสายตาเ็า “ตัวปัญหาโผล่มาแล้วสินะ"
---------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิต์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิต์-105158271890771