สตรีวิปลาสเดินเหม่อลอยไปเรื่อยๆจนถึงหน้าจวนของเหมยอิง ระหว่างนั้น ิเอ๋อกับสาวใช้อีกคนได้พูดคุยกันถึงเื่ราวที่พวกเขาเจอมา
“ตั้งเเต่คุณหนูชิวสุ่ยไปแต่งงานกับท่านเ้าวิหก คุณหนูชางไห่ก็ทำงานหนักทุกวันเลยเนาะ ข้าชักเริ่มจะสงสารนางแล้วนะ”
“ทำไงได้ล่ะ พวกเรามันเเค่สาวใช้ จะไปยุ่งเื่ของเ้านายได้ยังไง”
“เเต่ข้าว่า คุณหนูชางไห่ทนอยู่ในสภาพแบบนี้ไม่ได้หรอก อีกหน่อยนางก็ต้องเเต่งงานกับท่านเ้าั ชีวิตนางคงจะมีความสุขกว่านี้เป็เเน่” คำพูดพวกนั้นเเล่นผ่านหูของชางไห่ มันจึงทำให้นางคิดอะไรได้ขึ้นมา เช้าวันรุ่งขึ้นชางไห่เก็บข้าวของทุกอย่างที่จำเป็ต้องใช้โดยคิดว่าจะหนีออกไปพร้อมๆกับขบวนของเฉินเซี่ย ในตอนนี้นางไม่จำเป็ต้องห่วงอะไรที่เผ่าจิ้งจอกอีกต่อไปแล้ว ชีวิตที่เหลือขอไปตายเอาดาบหน้ายังจะดีกว่าทนอยู่ที่นี่ต่อไป เมื่อตัดสินใจได้เช่นนั้นชางไห่ก็รีบขึ้นไปแอบบนรถม้าบรรทุกของทันที ไม่นานนักเฉินเซี่ยก็ได้ออกเดินทาง ชางไห่ได้เเต่คิดในใจว่าขอให้การเดินทางครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ขบวนเฉินเซี่ยเดินทางออกจากเมืองจิ้งจอก มุ่งตรงไปยังวังั ขณะที่กำลังเดินทาง เฉินเซี่ยก็เริ่มได้กลิ่นจิ้งจอกตลอดทาง ถึงแม้ว่าจะออกมาพ้นเมืองจิ้งจอกแล้ว เเต่กลิ่นนั้นมันก็ยังคงติดปลายจมูกของเขาออกมาด้วย
“หยุดขบวน!!!” ิคังะโให้ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว เพื่อตรวจสอบกลิ่นนั้นตามคำสั่งของเฉินเซี่ย ในตอนนั้นชางไห่เริ่มใจไม่ดีแล้วเนื่องจากนางซ่อนตัวอยู่ในขบวน นั้นด้วย
“ท่านเ้าั สั่งให้ตรวจสอบรถม้าทุกคัน ดูว่ามีอะไรแปลกปลอมติดมาหรือไม่” ทหารทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว เฉินเซี่ยนลงมาจากเกี้ยวพร้อมเดินตรวจรถม้าทุกคันด้วยตนเอง เขาเดินตรวจไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงคันสุดท้าย ิคัง เปิดผ้าปิดของขึ้นพรึบโดยไม่รีรอและในตอนนั้นเอง!!!
“ในรถมีเเค่ของใช้เท่านั้น ไม่มีสิ่งอื่นปนมาขอรับคุณชาย” เฉินเซี่ยมองไปรอบๆรถม้า เผยให้เห็นเศษผ้าขาดที่ติดอยู่ตรงเสาร์ เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วจึงสูดดมกลิ่ม ในตอนนั้นเองเฉินเซี่ยใช้มือกำผ้าเเน่นพร้อมกับพร้อมกับใช้วรยุทธกระชากผ้าคืน ในตอนนั้นก็พบร่างของชางไห่ ลอยมาหล่นตรงหน้าเขาพอดี
“โอ้ย!! เจ็บ”
“เป็เ้านี่เอง เ้าตามข้ามาทำไม?”
“ข้าไม่ได้ตามท่านมา ข้าเเค่ใช้ขบวนของท่านในการหลบหนีออกจากเผ่าจิ้งจอกเท่านั้น ตอนนี้ข้าก็หนีพ้นแล้ว ท่านดึงข้ากลับคืนมาทำไม?”
“ทหาร!จับตัวนางไว้!!!”เฉินเซี่ยสั่งให้ทหารจับตัวนางไว้ เพื่อที่จะพานางไปส่งที่เผาจิ้งจอกตามเดิม แต่ทว่านางไม่อยากกลับไปที่นั่นอีกแล้ว นางพยายามขัดขืนและแปลงร่างเป็จิ้งจอกสบัดตัวจากทหารหลุด นางรีบกระโจนใส่เฉินเซี่ยเพื่อที่จะไปคาบเอาเศษผ้าของนางก่อนที่จะวิ่งหลยหนีเข้าป่าไป
“ให้ข้าไปตามนางกลับมาหรือไม่ขอรับ?”
“ปล่อยนางไป ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไรกับนางอีก อีกอย่าง ข้าคิดว่านางก็แค่ออกมาเที่ยวเล่นตามประสาของนางนั่นแหละ อย่าลืมแจ้งข่าวไปที่เผ่าจิ้งจอกด้วย ท่านป้าจะได้ไม่เป็ห่วงนางไปอีกคน”
“เอ่อ..แล้วเื่..งานเเต่ง…..”
“จะไม่มีงานแต่งอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น แล้วต่อจากนี้เ้าก็ไม่ต้องพูดเื่นี้อีก!!!”
“ขอรับคุณชาย” เฉินเซี่ยขึ้นเกี้ยวพร้อมออกเดินทางต่อ ในขณะที่อีกคนกำลังหลบหนีหัวซุกหัวซนจนกระทั่งร่างกายเริ่มไม่ไหว เหตุเพราะนางโดยสั่งห้ามกินอาหารตั้งเเต่เมื่อวานแล้ว ช่างไห่สูญเสียพลังไปมากจึงทำให้นางไม่สามารถกลายร่างเป็มนุษย์ได้อีก ในตอนนั้นชางไห่คิดอยู่ในใจเสมอว่าถ้าหากพ่อของนางยังอยู่ ชีวิตนางคงจะดีกว่านี้เเสงรำไรบนปลายูเามันได้ส่องสว่างมาโดนตัวชางไห่พอดี ภาพเลือนลางข้างหน้าได้ปรากฏร่างหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่ง ยื่นมือมาที่ชางไห่พร้อมกับร้องเรียกนาง
“ชางไห่ ชางไห่ตื่นสิลูก แม่อยู่นี่แล้ว ชางไห่”
“ท่านแม่..ท่านแม่หรือเ้าคะ”
“ชางไห่ มากับแม่สิลูก ชางไห่…” ภาพหญิงวัยกลางคนเลือนลางพยายามยื่นมือมาที่ชางไห่และเหมือนว่าชางไห่จะยื่นมือตอบกลับไป ในตอนนั้นเองนางจึงได้พลัดตกหน้าผ้าไป ร่างของจิ้งจอกสาวค่อยๆกระแทกกับโขดหินกระเด็นกระดอนจนตกลงมาที่พื้น เป็จังหวะเดียวกันกับที่ขบวนของเฉินเซี่ยผ่าน มาพอดี ทหารทุกนายจำเป็ที่จะต้องหยุดขบวนไว้เพราะร่างของจิ้งจอกน้อยได้หล่นจากฟ้ามาตกตรงหน้าขบวนพอดี
“หยุดขบวนก่อน มีจิ้งจอกน้อยตกลงมาตาย!!!” ทหารนำหน้าขบวนร้องะโขึ้น เพื่อให้ทุกคนในขบวนหยุดการเคลื่อนไหว ทันทีที่ได้ยินว่าเป็จิ้งจอก ิคังจึงรีบลงจากม้าและวิ่งไปดูทันที ทหารทุกคนต่างพากันดีใจเพราะอาหารมื้อใหญ่ได้ตกลงมาต่อหน้าพวกเขาแล้ว
“ย่างหอมๆคงน่ากินไม่เบานะ ฮ้าฮ่าฮ้า”
“ข้าว่าตุ๋นยาจีนจะเหมาะกว่านะ มา..มาช่วยข้าชำแหละมันหน่อย จิ้งจอกตัวนี้จะเป็มื้อเที่ยงของพวกเรา!!”
“ช้าก่อน!! นั่นพวกเ้ากำลังจะทำอะไร” ในขณะที่เหล่าทหารพยายามจะชำแหละร่างกายของสุนัขจิ้งจอกออกเป็ส่วนๆ ิคังก็ได้เข้ามาห้ามไว้ได้ทันพอดี เขาสังเกตุเห็นว่าสุนัขจิ้งจอกตัวนี้มีาแตามตัวเต็มไปหมด เมื่อตรวจสอบดูพบว่ามันยังไม่ตาย และที่ใไปมากกว่านั้นคือที่มือของสุนัขจิ้งจอกได้กำกล่องอะไรบางอย่างไว้เเน่น เฉินเซี่ยเห็นว่าิคังลงไปดูนานมาก เขาจึงได้ตามลงมาดูด้วย
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
“ข้าได้ยินเหล่าทหารร้องะโว่ามีสุนัขจิ้งจอกหล่นลงมาจากฟ้า ข้าก็เลยมาดูขอรับ คุณชาย..ข้าคิดว่า” ิคังยื่นเศษผ้าที่ติดอยู่ตรงเท้าจิ้งจอกให้เฉินเซี่ยดู มันคือเศษผ้าผืนเดียวกันกับของชางไห่ ิคังมองเฉินเซี่ยราวกับว่าเขารู้อะไรบางอย่าง
“นายท่าน หากไม่มีอะไรแล้ว จิ้งจอกขาวตัวนี้ข้าขอได้หรือไม่ขอรับ ทหารอย่างพวกข้าไม่มีใครเคยลิ้มลองรสชาติของจิ้งจอกขาวมาก่อนขอรับ”
“เห็นทีว่าข้าจะให้จิ้งจอกขาวตัวนี้กับพวกเ้าไม่ได้หรอก นายของข้าพึงพอใจและอยากจะมันเเต่เพียงผู้เดียว ข้าขอแลกเงินนี้กับจิ้งจอกขาวตัวนี้แล้วกัน พวกข้าจะล่วงหน้ากลับวังัไปก่อนและข้าหวังว่าพวกเ้าจะเอาข้าวของพวกนี้ไปส่งยังวังัให้ทันพรุ่งนี้เช้าด้วย” ิคังยื่นถุงเงินให้ทหารจรพวกนั้นก่อนที่พวกมันจะแยกตัวสลายไป ระหว่างนั้นเฉินเซี่ยได้แปลงกายพร้อมกับอุ้มร่างจิ้งจอกขาวล่วงหน้ากลับวังัไปก่อน ทางด้านิคังเองก็ตามไปติดๆ ทันทีที่มาถึงวังัิคังก็รีบให้หมอเข้ามารักษาและตรวจดูอาการของนางทันที
“เ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าจิ้งจอกขาวตัวนี้คือหลี่ชางไห่?”
“ข้าน้อยก็ไม่มั่นใจขอรับ แต่เศษผ้านั่น อีกทั้งกล่องที่นางกำไว้แน่นๆอีกด้วย ข้างในมันเป็ผงลักษณะคล้ายเท่ากระดูก ขอรับ”
“นี่เ้ากำลังจะบอกข้าว่า นางแอบลักลอบออกจากเผ่าจิ้งจอก พร้อมกับเถ้ากระดูกของท่านอาเจียวเจี๋ยอย่างนั้นหรือ”
“คนที่ให้คำตอบเื่นี้ได้ดีที่สุดก็ดูท่าว่าจะเป็นาง ถึงอย่างไรเราควรจะรักษาแผลของนางให้หายดีก่อน แล้วค่อยถามเื่ทั้งหมดกับนาง ดีหรือไม่ขอรับ” เฉินเซี่ยทำหน้าไม่สบอารมณ์ เพราะก่อนหน้านี้เขาได้พูดกับนางไว้ว่าเขาไม่อยากเจอหน้านางอีก แต่ด้วยสถานการณ์ที่เป็ไป มันจึงทำให้เขาจำใจที่จะต้องช่วยเหลือนางให้มีชีวิตรอดเสียก่อนเพราะถึงอย่างไร นางก็ได้ชื่อว่าเป็ลูกสาวของเพื่อนสนิทพ่อนั่นเอง