7 ความลับห้องธีมพิเศษ : คำตักเตือนของรุ่นใหญ่
ความเงียบงันอันหนาวเหน็บโรยตัวลงปกคลุมห้องกระจกเงาแห่งความลับหมายเลข 703 อีกครั้ง หลังจากที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกวิน—นักธุรกิจหนุ่มผู้มีรังสีความดิบดุดันสะกดหัวใจ—ค่อยๆ จางหายไปจากทางเดินภายนอก หลงเหลือไว้เพียงเสียงหอบหายใจแผ่วระรัวของมายด์ที่สะท้อนก้องอยู่ในห้องอันโอบล้อมด้วยบานกระจกเงาด้านเดียวทุกทิศทาง เด็กสาวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงทรงกลมสีแดงสดที่ยับยู่ยี่จนเสียทรง หัวใจดวงน้อยยังเต้นระทึกปนเปไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัวและกระแสความเสียวซ่านรัญจวนที่ยังไม่ยอมเลือนหายไปจากทุกอณูเนื้อของร่างกาย
"อึก..."
มายด์ครางแผ่วในลำคอ พยายามประคองร่างที่แทบหมดสิ้นเรี่ยวแรงลุกขึ้นจากฟูกหนานุ่ม ผิวเนื้อเนียนละเอียดของเธอเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ ผสมปนเปกับคราบน้ำรักเหนียวข้นสีขาวขุ่นที่กวินฝากฝังทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความใคร่ตามต้นขาและซอกพับขาอ่อน ความรู้สึกอุ่นชื้นและเหนอะหนะตอกย้ำถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ ช่องทางรักอันตึงแน่นที่เพิ่งผ่านศึกหนักหน่วงมายังคงรัดรัวขมิบตอดรับความว่างเปล่าอย่างไม่อาจควบคุม ทุกครั้งที่เธอยกขาขยับกาย ความเหนียวหนืดของหยาดน้ำรักปนเปกับหยาดน้ำสวาทฉ่ำใสของตัวเองก็เอ่อล้นไหลนองอาบโคนขาอ่อน ร่างบางสะท้านสยิวลึกๆ ในท้องน้อยจนต้องลอบนิ่วหน้าด้วยความสั่นสะท้านที่ยังหลงเหลือ
เด็กสาวพยายามสลัดความรู้สึกรัญจวนใจที่สับสนนั้นออกไปอย่างยากลำบาก สายตากวาดมองสภาพความปั่นป่วนรอบตัวที่ประจานความผิดของเธออย่างเด่นชัด บนเบาะหนังสีแดงร้อนแรงมีรอยเปื้อนเป็นปื้นวงกว้าง และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นฉากบังตาหลังเตียงกลม มีรอยคราบขาวขุ่นเปรอะเปื้อนสะท้อนล้อแสงไฟสลัวสีส้ม เป็นรอยฝ่ามือและคราบรักสีน้ำนมที่ข้นคลักจากการถูกกวินจับตรึงทาบแล้วกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่งจนน้ำรักกระเซ็นเปื้อนผิวแก้วใส
"ต้องรีบเก็บกวาด... ถ้ามีคนอื่นเข้ามาเห็นเข้าล่ะก็..."
มายด์พึมพำด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ความคิดที่ว่าอาจจะโดนจับได้ว่าแอบเข้ามาซ่อนตัวหลังกระจกเงาบานใหญ่เพื่อลอบดูแขก VIP เล่นชู้รัก ก่อนจะพลาดท่าถูกดึงตัวออกมารับบทลงโทษอันเร่าร้อนป่าเถื่อน ทำให้เธอกลัวจนตัวสั่น มายด์ลนลานคลานไปเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้องควบคุมระบบไฟด้านหลังและพื้นที่รอบเตียง
เสื้อเชิ้ตสีขาวนวลที่เป็นส่วนหนึ่งของยูนิฟอร์มพนักงานต้อนรับม่านรูด "สวรรค์ชั้นเจ็ด" บัดนี้ยับยู่ยี่จนแทบดูไม่ได้ ที่แย่ที่สุดคือกระดุมสองเม็ดบนหลุดกระเด็นหายไปจากการกระชากอย่างแรงของกวินขณะพุ่งเข้าหาเธอด้วยอารมณ์ใคร่ดุดัน มายด์พยายามดึงเสื้อมาสวมใส่เข้ากับตัวอย่างทุลักทุเล สองมือสั่นระริกขณะสอดแขนเข้าสาบเสื้อและพยายามกลัดกระดุมเม็ดที่เหลือ ทว่ารอยแง้มเปิดกว้างเบื้องบนกลับเผยให้เห็นเนินอกขาวสล้างอวบอิ่มที่ล้นพ้นขอบยกทรงสีหวานเด่นชัด ผิวเนื้อชุ่มเหงื่อวาววับสะท้อนเงาในกระจกบานใหญ่ และรอยประทับสีแดงเข้มหลายจุดที่ซอกคอและลาดไหล่ขาวผ่องซึ่งเกิดจากแรงขบเคี้ยวบดจูบของหนุ่ม VIP รอยราคีเหล่านั้นเด่นหราประหนึ่งป้ายประจานความผิดบาปที่เธอร่วมก่อ
มายด์กลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างฝืนทน เธอรีบดึงกระโปรงสอบสั้นสีชมพูหวานขึ้นมาสวมใส่ รูดซิปข้างกระโปรงอย่างทุลักทุเล ความสั้นรัดรูปของมันยิ่งขับให้เรียวขาขาวโพลนดูเย้ายวนใจ แม้กระโปรงจะช่วยปิดบังท่อนล่างไว้ได้ แต่มันก็ไม่อาจหยุดหยาดน้ำรักสีขาวขุ่นที่เอ่อล้นจากร่องรักชุ่มชื้นและไหลย้อยลงมาตามผิวขาอ่อนจนเธอต้องคอยเอาหลังมือปาดเช็ดทิ้งด้วยความรู้สึกกระดากอายและเสียวซ่านปนเปกันในอก
เด็กสาวรีบวิ่งไปหยิบขวดน้ำยาเช็ดกระจกสีฟ้าสดปนกลิ่นเคมีฉุนกึก และคว้าเอาผ้าขนหนูผืนสะอาดขึ้นมาประคองไว้ด้วยสองมือที่ยังสั่นเทา เธอเริ่มฉีดละอองน้ำยาลงบนบานกระจกเงาเย็นเฉียบ เสียงดัง *ฟู่... ฟู่...* ของละอองน้ำยาลอยฟุ้ง ปะปนกับกลิ่นคาวรักอบอวลอันเป็นเอกลักษณ์ของความเร่าร้อนที่ลอยฟุ้งอยู่ทั่วห้อง ปลายผ้านุ่มถูกกดลงบนคราบเหนียวหนืดขุ่นมัว มายด์ออกแรงขัดถูรอยเปื้อนคราบน้ำรักของกวินอย่างหนักหน่วง ทว่าหัวใจกลับสะท้านไหวเมื่อภาพการบดเบียดและกระแทกกระทั้นอย่างป่าเถื่อนสะท้อนฉายซ้ำเข้ามาในความทรงจำ
ฟองสบู่สีฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนคราบขาวขุ่นเหนียวหนืดให้สลายตัว มายด์ต้องก้มๆ เงยๆ ขัดกระจกอย่างเหนื่อยหอบ ร่างกายที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงและเอวบางที่เคล็ดขัดยอกจากการรองรับสะโพกแกร่งที่ขย่มกระแทกเข้ามาซ้ำๆ ทำให้เธอต้องผ่อนลมหายใจยาว ขาเรียวสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ และส่วนสงวนกลางกายสาวที่ยังเปียกชุ่มเยิ้มด้วยหยาดน้ำหวานภายใต้ร่มผ้าคอยแต่จะเสียดสีถูไถตามจังหวะก้าวเดิน จนส่งกระแสความเสียวสะท้านแล่นริ้วขึ้นสู่ท้องน้อยทุกย่างก้าว
"ทำไมมันเหนียวแบบนี้นะ..." มายด์บ่นพึมพำ ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความอาย สายตาเฝ้ามองผ้าที่ซับเอาเมือกสวาทเหล่านั้นออกไปทีละน้อย ยิ่งเช็ดกลิ่นคาวรักปนกลิ่นน้ำยาก็ยิ่งโชยเตะจมูก ปลุกเร้าความตื่นตัวทางอารมณ์ที่ยังตกค้างอยู่ในกายสาวให้อุ่นระอุร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้
แต่แล้วในจังหวะที่เธอกำลังเขย่งปลายเท้าเพื่อเอื้อมมือไปเช็ดรอยกระเซ็นสีขาวตรงมุมบนของบานกระจกเงา...
*แกรก...*
เสียงขยับของสลักประตูลูกบิดหน้าห้องพัก 703 ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
มายด์สะดุ้งสุดตัวจนขวดน้ำยาเช็ดกระจกแทบหลุดจากมือ หัวใจดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายพลันเย็นยะเยือกและแข็งทื่อไปในพริบตา ความเงียบสงัดภายในห้องทำให้เสียงไขกลอนประตูเด่นชัดจนน่ากลัว มายด์หันขวับไปมองบานประตูหนาของห้องพักอย่างลนลาน แผ่นหลังบางแนบชิดกับบานกระจกเงาที่เพิ่งเช็ดเสร็จไปครึ่งหนึ่ง สองมือกุมขวดน้ำยาและผ้าขนหนูแนบอกประหนึ่งเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
ประตูไม้บานใหญ่ค่อยๆ ขยับแง้มเปิดออก เผยให้เห็นผู้มาเยือนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตูอย่างน่าเกรงขาม
ไม่ใช่กวินที่ย้อนกลับมา... และไม่ใช่แม่บ้านคนอื่น
แต่เป็น **"ลุงชัย"** ชายรุ่นใหญ่วัย 52 ปี หัวหน้าคนดูแลและเฝ้าม่านรูดสวรรค์ชั้นเจ็ด!
ลุงชัยเดินก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ด้วยย่างก้าวที่มั่นคงและเงียบเชียบ รูปร่างของเขาหนาใหญ่ เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและผิวกร้านแดดตามประสาคนทำงานหนัก ใบหน้าเหลี่ยมคมและมีไรหนวดเคราจางๆ สีดอกเลาขึ้นครึ้ม แววตานิ่งลึกผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชน ลุงชัยสวมชุดช่างสีเข้มปักตราสัญลักษณ์ของม่านรูด ในมือข้างหนึ่งถือกล่องเครื่องมือเหล็กขนาดใหญ่ที่มีเสียงเครื่องมือกระทบกันดังกริ๊งกร๊างสอดรับความมืดสลัว และที่เข็มขัดมีพวงกุญแจมาสเตอร์คีย์ชุดใหญ่ห้อยโตงเตงส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง
"อ๊ะ... ลุงชัย..." มายด์อุทานเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันตาเห็น ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวระคนตกใจ
ลุงชัยไม่ได้ตอบคำถามในทันที สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องกระจกเงาสลัวอย่างช้าๆ ก่อนจะมาสะดุ็ดหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเด็กสาวต้อนรับคนใหม่ที่ยืนพิงกระจกเงาอยู่มุมห้อง สายตาของชายรุ่นใหญ่นั้นเปี่ยมไปด้วยความเก๋าเกมและพลังคุกคามอันเยือกเย็น เขามองปราดเดียวก็ไล่ประเมินสภาพของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า และสายตานั้นก็ทำให้มายด์รู้สึกร้อนผ่าวประหนึ่งตนเองเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าเขา
สภาพของเธอประจานการกระทำคาวรักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมเผ้าสีดำขลับที่เคยรวบเป็นทรงเรียบร้อยบัดนี้ยุ่งเหยิงกระเซิงไม่มีชิ้นดี ซอกคอขาวระหงปรากฏรอยดูดรอยเคี้ยวสีแดงเข้มประทับตราจองอย่างชัดเจน เสื้อเชิ้ตพนักงานสีขาวนวลขาดกระดุมสองเม็ดบนจนสาบเสื้อแบะกว้าง เผยเนินเต้าทรงอวบอัดผิวขาวจัดที่กระเพื่อมไหวรัวเร็วตามจังหวะการหายใจอย่างตื่นตระหนก และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นคาวรักอบอวลปนหวานปะแล่มของน้ำอสุจิกวินยังคงลอยคลุ้งผสมปนเปกับกลิ่นฉุนของน้ำยาเช็ดกระจกอย่างโจ่งแจ้งเป็นหลักฐานชั้นดี
"มาทำอะไรในห้องนี้เหรอ... ยัยหนูมายด์?" ลุงชัยเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามีกระแสกดดันคุมเกมแฝงอยู่ลึกๆ
"หนู... หนูเข้ามาทำความสะอาดค่ะลุงชัย พอดี... พอดีเห็นห้องนี้ยังไม่ได้เก็บกวาด หนูก็เลย..." มายด์ละล่ำละลักแก้ตัว น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ ดวงตากลมโตสั่นระริกพยายามก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่จ้องจับผิดของรุ่นใหญ่
ลุงชัยแค่นยิ้มในลำคอ แสยะยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างรู้เท่าทัน ชายรุ่นใหญ่ไม่พูดเปล่า แต่กลับก้าวเดินช้าๆ เข้ามาลึกขึ้นเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าที่สวมรองเท้าบูตหนังบดสัมผัสกับพื้นพรมดังสากหู ทุกย่างก้าวของเขาทำให้มายด์รู้สึกเหมือนลมหายใจเริ่มขัดสนเนื้อตัวหดเล็กลงเรื่อยๆ ลุงชัยเดินไปหยุดอยู่ที่ข้างเตียงทรงกลมสีแดงสด มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปแตะรอยเปื้อนน้ำรักขุ่นเหนียวที่ยังหลงเหลือเป็นวงคราบบนเบาะหนังสีแดง เขากวาดปลายนิ้วผ่านคราบน้ำรักนั้นช้าๆ ก่อนจะชูนิ้วขึ้นมาพินิจดูหยาดเมือกสีขาวขุ่นเหนียวหนืดที่ติดปลายนิ้วหยาบขึ้นมาด้วยสายตานิ่งลึกพินิจพิจารณา
"เช็ดกระจกงั้นเรอะ?" ลุงชัยพูดพลางชี้นิ้วที่เปื้อนคราบรักของกวินไปทางกระจกเงาด้านข้าง "แล้วคราบบนเตียงนี่มันอะไรกัน... กลิ่นคาวรักฟุ้งกระจายไปถึงทางเดินด้านนอก ขนาดกลิ่นน้ำยาเคมีของแกยังกลบไม่อยู่เลยนะ"
มายด์หน้าแดงก่ำสลับซีดเผือด ลำคอแห้งผากจนก้าวขาไม่ออก "คือ... คือมันเป็นคราบของแขกคนก่อนค่ะลุง หนูกำลังจะ... กำลังจะเช็ด..."
"แขกคนก่อน?" ลุงชัยหัวเราะหึๆ ในลำคอ น้ำเสียงทุ้มกังวานราวกับสิงโตเจ้าเล่ห์ที่ได้ทีไล่ต้อนเหยื่อตัวน้อยให้จนมุม "คุณกวินเพิ่งจะเดินออกไปเมื่อกี้เองนะยัยหนู ลุงสวนกับเขาตรงบันไดหน้าตึก... แล้วสภาพของแกตอนเนี้ย มันใช่สภาพของคนที่เข้ามาเช็ดกระจกเฉยๆ งั้นเรอะ?"
พูดจบ ลุงชัยก็ขยับตัวก้าวเดินไปที่ประตูห้องพัก 703 ทันที มายด์ใจชื้นนึกว่าลุงชัยจะเดินออกไป แต่แล้วความหวังก็ดับวูบลงทันใดเมื่อลุงชัยวางกล่องเครื่องมือเหล็กลงบนพื้นดัง *ตึง!* จากนั้นเขาก็ยื่นมือหนาไปจับสลักกลอนประตูเหล็กตัวหนาด้านใน แล้วออกแรงกดล็อกลงกลอนปิดประตูเสียงดัง *แก๊ก!* ปิดประตูลงกลอนแน่นหนาปิดตายทางออกของห้องพักนี้อย่างเด็ดขาด!
*กริ๊ก... แก๊ก...* เสียงล็อกประตูทำให้หัวใจของมายด์กระตุกฮวบ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้
"ลุงชัย... ลุงล็อกประตูทำไมคะ?" มายด์ถามเสียงสั่น ร่างบางถอยร่นจนแผ่นหลังบดเบียดชิดกับบานกระจกเงาเย็นเฉียบจนสะท้านยะเยือก สองมือกุมขวดน้ำยาเช็ดกระจกแน่นขึ้นราวกับมันจะช่วยป้องกันเธอจากคนตรงหน้าได้
ลุงชัยหันหลังกลับมา แววตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายแวววาวน่าเกรงขามในความสลัว เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงช่าง เดินตรงเข้าหามายด์ช้าๆ ร่างกายบึกบึนกำยำของชายรุ่นใหญ่ดูน่าเกรงขามและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันทางเพศ รังสีความแกร่งและกลิ่นอายดิบกร้านแบบชายรุ่นใหญ่วัยทำงานลอยเข้ามาปะทะจมูกของมายด์ กลิ่นสาบเนื้อผู้ชายวัยกลางคน ผสมปนเปกับกลิ่นยาสูบใบจากรสเข้มและกลิ่นคาวรักที่ตกค้างในห้อง สร้างบรรยากาศที่บีบคั้นตึงเครียดแต่กลับกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายสาวให้สั่นไหวอย่างหนีไม่พ้น
"ก็ล็อกไว้ไม่ให้คนอื่นเข้ามาขัดจังหวะเวลาซ่อมประตู และเวลาตักเตือนเด็กดื้อไงล่ะ..." ลุงชัยพูดเสียงต่ำ เดินเข้ามาหยุดห่างจากมายด์เพียงไม่กี่คืบ แผงอกหนาของเขาแทบจะชนกับยอดเต้าอวบของเด็กสาวที่กระเพื่อมไหวรุนแรงอยู่แล้ว "รู้ไหมยัยหนูมายด์... กฎเหล็กข้อแรกของคนเฝ้าม่านรูดที่นี่คืออะไร?"
มายด์ตัวสั่นระริก ส่ายหน้าช้าๆ จนปอยผมกระเซิงปัดผ่านแก้มเนียน "มะ... ไม่ทราบค่ะลุง..."
"ห้ามจุ้นจ้านเรื่องของแขก และห้ามแอบดูแขกเด็ดขาด!" ลุงชัยกดเสียงต่ำ ยื่นใบหน้ากร้านแดดเข้ามาใกล้จนมายด์ได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกหนักๆ ของเขา "ม่านรูดสวรรค์ชั้นเจ็ดเปิดรับแต่พวกคนรวย คนมีสี และแขก VIP ความลับของคนพวกนี้มันเป็นของร้อน... คนนอกรู้เห็นเข้าถ้าไม่ติดคุกตายก็อาจไม่มีชีวิตรอดกลับบ้าน แล้วนี่แก... นอกจากแอบลักลอบเข้าไปหลบในห้องควบคุมระบบไฟหลังกระจกเงาด้านเดียวเพื่อดูคุณกวินแล้ว ยังเสนอหน้าออกมารับใช้บำเรอเขาถึงเตียงจนเละเทะไปทั้งตัวแบบนี้อีก!"
"หนู... หนูขอโทษค่ะลุงชัย! หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูกลัวโดนไล่ออก... ลุงอย่าบอกผู้จัดการเลยนะคะ หนูกราบล่ะค่ะ..." มายด์ละล่ำละลักอ้อนวอน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื่นตระหนกและกลัวความผิด มือบางสั่นเทาจนแทบประคองของในมือไม่อยู่
ความตื่นตระหนกและกลัวความผิดทำให้เนื้อตัวของเธอร้อนผ่าว ทว่าปฏิกิริยาของร่างกายกลับทรยศความหวาดกลัวอย่างน่าอาย รังสีความดิบดุดันและกลิ่นยาสูบฉุนเฉียวของชายรุ่นใหญ่กลับยิ่งปลุกปั่นอารมณ์ใคร่ค้างคาที่พุ่งทะยานจากศึกรักของกวินให้ยิ่งเตลิดเปิดเปิง ยิ่งลุงชัยก้าวเข้ามาประชิดเบียดเสียดใกล้ชิดจนรับรู้ถึงกระแสไอร้อนระอุของกันและกัน ร่องรักส่วนลึกที่ยังไวต่อสัมผัสของมายด์ก็ยิ่งบีบรัดตัวแน่นหนา น้ำหวานใสอุ่นร้อนซึมทะลักไหลอาบซอกขาเปียกแฉะอีกครั้งจนกระโปรงสอบสั้นสีชมพูรัดรูปแนบชิดกับผิวเนื้อนุ่มชุ่มชื้น
ลุงชัยก้มลงมองกวาดสายตาผ่านเนินอกอวบล้นที่กระเพื่อมขึ้นลงรัวเร็วภายใต้เสื้อเชิ้ตขาดกระดุม รอยแดงช้ำที่ลำคอของมายด์ยิ่งทำให้เขารู้สึกถึงความอ่อนเยาว์เดียงสาที่ผ่านการขยี้ขยำบดขยี้มาหมาดๆ ชายรุ่นใหญ่แสยะยิ้ม แววตาคมกริบฉายประกายปรารถนาอันรุนแรงและประสบการณ์เพศรสที่สั่งสมมาเนิ่นนาน
"กราบงั้นเรอะ?" ลุงชัยทวนคำเสียงพร่า เดินวนรอบตัวมายด์ช้าๆ พลางยื่นมือไปคว้าขวดน้ำยาเช็ดกระจกและผ้าขนหนูจากมือสั่นระริกของมายด์เอาไปวางไว้ที่ขอบกระจกเงาด้านข้างอย่างถือสิทธิ์ มายด์ยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้ชายรุ่นใหญ่ริบสิ่งของป้องกันตัวชิ้นสุดท้ายไปอย่างจำนน
ลุงชัยเดินวนกลับมาประชิดหน้ามายด์อีกครั้ง มือหนาใหญ่ที่มีเส้นเลือดปูดโปนและหยาบกร้านจากการทำงานหนักเอื้อมไปทาบที่สะโพกมนของมายด์เบาๆ แต่จงใจกดน้ำหนักแน่น ความอุ่นร้อนและสัมผัสกร้านของฝ่ามือหนาผ่านเนื้อผ้ากระโปรงสอบสั้นสีชมพูบางเบา ทำเอามายด์สะดุ้งตัวสั่นเทิ้ม เสียวแปลบในช่องท้องจนต้นขาเรียวสั่นสะท้านแทบหมดแรงทรงตัว
"แกแอบไขประตูกลไกจากห้องควบคุมแอบดูแขกมาหลายรอบแล้วล่ะสิ... ลุงทำงานเฝ้าม่านรูดที่นี่มาก่อนแกจะเกิดซะอีก ซอกไหนมุมไหนใครทำอะไร ลุงเห็นทะลุปรุโปร่งหมด รวมทั้งเรื่องที่แกหลบหลังกระจกนั่นด้วย" น้ำเสียงของลุงชัยทุ้มลึกและกดดันหนักหน่วงคาดคั้นคนผิด "เด็กดื้อที่ชอบเล่นกับไฟแบบแกน่ะ... ถ้าลุงไม่สั่งสอนให้หลาบจำ สักวันคงได้เอาตัวเข้าไปอยู่ในตะราง หรือไม่ก็โดนแขก VIP พวกนั้นลากไปย่ำยีจนหมดสภาพมากกว่านี้"
"หนู... หนูขอโทษค่ะลุงชัย... หนูยอมแล้วค่ะ อย่าบอกผู้จัดการเลยนะคะ..." มายด์ครางวอนเสียงสั่นเครือ ร่างกายของเธอเริ่มสั่นสะท้านไม่ใช่แค่เพราะความหวาดกลัวกฎระเบียบ แต่เป็นเพราะแรงอารมณ์เสียวซ่านอันลึกลับที่ลุงชัยจงใจส่งผ่านมาทางสัมผัสฝ่ามือที่กดเน้นสะโพกและกระแสความคุกคามของรุ่นใหญ่ที่โอบล้อมกักขังเธอไว้ในห้องกระจกเงารอบทิศทางแห่งนี้
"ยอมเรอะ?"
ลุงชัยขยับตัวก้าวประชิดจนหน้าอกกว้างแกร่งของเขาเบียดทับกับเนินเนื้อเต้าอวบล้นนุ่มหยุ่นของมายด์จนบี้แบน ร่างกายของทั้งสองแนบสนิทจนมายด์รู้สึกได้ถึงความแกร่งและพลังความดิบแบบชายวัยกลางคนที่แผ่ไอร้อนออกมาระอุ ลุงชัยเอื้อมมือขวาที่เต็มไปด้วยพละกำลังช่างรุ่นเก๋าขึ้นมา ค่อยๆ ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งหยาบหนาบีบเชยคางมนของมายด์ขึ้นมาอย่างบังคับ ดึงให้ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มแหงนเงยขึ้นสบสายตาคมกริบที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาสั่นระริกเยิ้มคลอน้ำตาของเธอ
ใบหน้าของลุงชัยอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ กลิ่นลมหายใจร้อนผ่าวปนกลิ่นยาสูบรสเข้มปะทะผิวแก้มร้อนผ่าวของเด็กสาว มายด์หัวใจเต้นระรัวโครมคราม ท้องน้อยเกร็งวูบ ร่องรักแฉะชื้นสั่นระริกบีบรัดตัวถี่ยิบพ่นน้ำหวานใสหล่อลื่นออกมาเปียกชุ่มซอกขาอย่างหนักหน่วงด้วยความตื่นตัวขั้นสุดยอดจากสัมผัสคุกคามคุมเกมของรุ่นใหญ่
ลุงชัยโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูสะอาดของเด็กสาว ริมฝีปากหยักลึกขยับกระซิบคำคาดโทษเสียงพร่าต่ำทว่าหนักแน่นกังวานลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเด็กดื้อที่ตัวสั่นงันงก
"เด็กดื้อที่ชอบลองของดีหลังกระจกเงาแบบนี้... รู้ไหมว่าคนเฝ้าม่านรูดรุ่นใหญ่แบบลุงชัย จะมีวิธีลงโทษและสั่งสอนกติกาที่แท้จริงให้จำใส่สมองจนขึ้นใจยังไง... หืม?"
สัมผัสอุ่นร้อนของริมฝีปากและลมหายใจของลุงชัยที่ปัดเป่าข้างกกหู ทำเอามายด์เกร็งหน้าท้องเสียวซ่านจนเกือบหลุดเสียงครางรัญจวนหวานหยดออกมา...
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)