แม้ว่ากู่ซิ่วกับลูกสาวจะพยายามเก็บอารมณ์ของตนเองอย่างสุดกำลังแต่เมื่อกลับถึงบ้าน สวี่ต้าซานกับลูกชายก็ยังจับสังเกตได้ถึงความผิดปกติ
สวี่ต้าซานถามอย่างงุนงง“พวกเธอเป็นอะไรกัน? ทำไมสีหน้าดูแย่ขนาดนี้? ใครทำให้พวกเธอโกรธเคืองเหรอ?”
“ของขวัญพวกนี้ก็เอากลับมาหมดเลยเหรอ?หรือว่าคว้าน้ำเหลวกันมา?”
สวี่รั่วเฉินก็มองกู่ซิ่วกับน้องสาวอย่างสงสัย
กู่ซิ่ววางของขวัญลงแล้วเหวี่ยงกระเป๋าถือลงบนโซฟาแล้วทิ้งตัวนั่งอย่างหัวเสีย “ยังจะมีใครทำให้เราโมโหได้อีกล่ะ?ก็ลูกสาวคนโตสุดที่รักของคุณไง!”
สวี่ต้าซานมึนงง“พวกเธอไปเยี่ยมบ้านสกุลลู่ไม่ใช่หรือ เกี่ยวอะไรกับฮุ่ยฮุ่ยด้วย?”
“ฮุ่ยฮุ่ยฮุ่ยฮุ่ย! เรียกอย่างกับสนิทสนมกันนัก!” กู่ซิ่วกลอกตาด้วยความไม่พอใจ“คุณรู้ไหมว่าฮุ่ยฮุ่ยสุดที่รักของคุณมันร้ายกาจแค่ไหน?”
“ฮุ่ยฮุ่ยทำอะไรกันแน่?”สวี่ต้าซานขมวดคิ้ว นั่งลงข้างภรรยา
กู่ซิ่วพูดด้วยใบหน้าดำคล้ำ“มันทำอะไรน่ะเหรอ? มันแอบตามฉันกับเยว่เยว่ไปแกล้งทำเป็นไปขายตะพาบแล้วก็แฝงตัวเข้าไปในบ้านสกุลลู่น่ะสิ”
“รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองหน้าตาดียังจงใจใส่ชุดใหม่ไปบ้านสกุลลู่ ทำให้เยว่เยว่ดูหมองไปเลย”
“แค่นี้ยังไม่พอนะยังแฉเรื่องของเยว่เยว่ต่อหน้าคุณนายลู่และหลาน ๆ อีกคุณนายลู่โกรธมากจนไล่ฉันกับเยว่เยว่ออกจากบ้านทันทีส่วนมันกลับกลายเป็นแขกคนสำคัญของบ้านสกุลลู่!”
กู่ซิ่วโกหกหน้าตายราวกับพูดเรื่องจริงเธอเชื่อคำโกหกของตัวเองอย่างสนิทใจ โมโหจนตัวพองเหมือนคางคก
สวี่เยว่ปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล“แม่ อย่าโทษพี่สาวเลยค่ะ เป็นความผิดของหนูเอง” พูดจบก็ร้องไห้เงียบๆ อย่างน่าสงสาร
สวี่ต้าซานกับลูกชายต่างโกรธมาก
สองพ่อลูกเคยได้ยินกู่ซิ่วเล่าว่าคุณนายลู่หมายตาสวี่เยว่ไว้ครั้งนี้ที่เรียกสวี่เยว่ไปเยี่ยมบ้าน คาดว่าคงจะอยากให้ไปดูตัวกับหลานชายตัวเอง
ปีนี้สวี่เยว่สอบไม่ติดมหาวิทยาลัยแม้แต่อนุปริญญาก็ยังไม่ติด
หากได้แต่งงานกับสกุลลู่การเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรอีกต่อไปแค่ให้สกุลลู่เอ่ยปากพูดแค่คำเดียวก็พอ
ยิ่งไปกว่านั้นผลประกอบการของหน่วยงานของสองพ่อลูกก็กำลังย่ำแย่ สักวันคงตกงาน
แต่ถ้าได้แต่งงานกับสกุลลู่ก็จะสามารถขอให้ญาติฝ่ายลูกเขยช่วยโยกย้ายไปยังหน่วยงานดี ๆ อย่างการรถไฟโรงงานเหล็ก หรือแม้แต่ธนาคาร ชีวิตในภายภาคหน้าก็จะไม่ลำบากอีกต่อไป
ทว่าเพราะความแค้นของสวี่ฮุ่ยฝังลึกเกินไปทุกอย่างจึงพังทลายลง
สวี่ต้าซานเอ่ยด้วยสีหน้ามืดครึ้ม“ต่อให้เยว่เยว่จะผิดสักแค่ไหน ฮุ่ยฮุ่ยก็ไม่ควรทำเช่นนี้รอเธอกลับมาผมจะสั่งสอนให้เอง!”
สวี่เยว่พูดอย่างกังวล“พ่อ อย่าเลยดีกว่าค่ะ หนูกลัวว่าถ้าพ่อตำหนิพี่ พี่จะยิ่งเกลียดหนู”
สวี่ต้าซานถลึงตา“ครั้งนี้พี่สาวลูกทำผิด พ่อจะสั่งสอนไม่ได้เชียวเหรอ!”
สวี่เยว่พูดเสียงเบา“หนูแค่กลัวว่าถ้าพ่อทวงความยุติธรรมให้หนูพี่จะผูกใจเจ็บพาลโกรธเกลียดพ่อไปด้วย”
สวี่ต้าซานกำหมัดแน่น“เธอจะกล้าเหรอ! พ่อเลี้ยงพี่สาวลูกมา เธอจะมาโกรธเกลียดพ่อได้ไงกัน?”
สวี่เยว่เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธของสวี่ต้าซานก็กลัวไม่กล้าห้ามปรามอีก แต่มุมปากกลับยกยิ้มเล็กน้อยและแอบแลกเปลี่ยนสายตากับกู่ซิ่วอย่างรู้กัน
เพื่อสั่งสอนสวี่ฮุ่ยช่วงบ่ายสวี่ต้าซานถึงกับไม่ไปทำงาน รออยู่ที่บ้านตลอด
บ่ายสองกว่าๆ สวี่ฮุ่ยก็ถือถังเปล่ากลับมาที่บ้านพักพนักงาน
สวี่เยว่เห็นเข้าก็อ้อนวอนสวี่ต้าซาน“พ่อคะ พี่กลับมาแล้ว พ่อต้องพูดกับพี่ดี ๆ นะคะ อย่าโมโหอย่าใส่อารมณ์เด็ดขาด”
สวี่รั่วเฉินได้ยินดังนั้นก็มองออกไปข้างนอกแล้วรีบพุ่งตัวออกไปทันที
เมื่อไปถึงหน้าสวี่ฮุ่ยเขาก็ยกมือตบหน้าเธอทันที “ทำไมเธอใจคอโหดเหี้ยมนัก? แอบตามแม่กับเยว่เยว่ไปแล้วยังทำลายเรื่องดีๆ ของเยว่เยว่อีก!”
สวี่ฮุ่ยรีบใช้ถังที่ถืออยู่เป็นโล่ป้องกัน
สวี่รั่วเฉินตบลงบนถังพลาสติกอย่างแรงจนถังแตกละเอียด
เพื่อนบ้านที่พาหลานๆ มาเดินเล่นต่างมองตาค้าง สวี่รั่วเฉินต้องออกแรงขนาดไหนถึงทำให้ถังพลาสติกแตกได้
ถ้าฝ่ามือนั้นถูกฟาดไปบนหน้าสวี่ฮุ่ยไม่รู้จะผลลัพธ์เป็นอย่างไร
สวี่รั่วเฉินตบไม่โดนสวี่ฮุ่ยก็โกรธจนหน้าเขียวคล้ำกำลังจะตบอีกครั้ง
สวี่เยว่วิ่งออกมาจากบ้านกอดแขนเขาไว้แน่น ร้อนรนจนร้องไห้แทบขาดใจ “พี่ฉันไม่โทษพี่สาว อย่าทำร้ายพี่สาวเลย!”
สวี่ฮุ่ยโยนถังที่แตกแล้วลงบนพื้นถามอย่างเย็นชา “เธอคิดจะโทษฉันเรื่องอะไร?”
สวี่เยว่มองเธอด้วยความหวาดกลัวและน้อยใจไม่กล้าพูดอะไร
สวี่ต้าซานเดินออกมาดุด่าด้วยสีหน้าบึ้งตึง “นี่ลูกยังไม่สำนึกผิดอีกหรือ?ลูกทำลายเรื่องดี ๆ ของน้องเพื่ออะไร? ทำไมใจคอโหดเหี้ยมขนาดนี้?”
สวี่ฮุ่ยกำลังจะโต้กลับก็ได้ยินเสียงรถยนต์ดังมาจากด้านหลัง
เธอหันกลับไปมองรถจี๊ปของลู่ฉี่เสียนขับมาจอดอยู่ตรงหน้าแล้ว
รถยังไม่ทันจอดสนิทคุณย่าลู่ก็รีบเร่งลู่ฉี่โหย่ว “พยุงฉันลงไปเร็ว ๆ !”
ลู่ฉี่โหย่วลงจากรถด้วยความเร็วพยุงคุณย่าลู่ที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับลงมา
ลู่ฉี่เสียนและคนอื่นๆ ก็ลงจากรถตามมา ทุกคนมายืนอยู่ด้านหลังคุณย่าลู่ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก
กู่ซิ่วกับสวี่เยว่หน้าซีดเผือดในทันที
พวกเธอนึกว่าหลังจากสกุลลู่ไล่พวกเธอออกจากบ้านทั้งสองฝ่ายคงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว
ไม่นึกว่าย่าหลานสกุลลู่จะมาที่บ้านพักแถมยังเห็นครอบครัวพวกเธอรังแกเด็กเวรนั่นอีกด้วย!
คุณย่าลู่เดินเข้าไปหาสวี่ต้าซานในไม่กี่ก้าวภายใต้การพยุงของลู่ฉี่โหย่วแล้วถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง “นายกำลังว่าใครใจคอโหดเหี้ยมกันฮะ?ไม่มีใครใจคอโหดเหี้ยมเท่าเมียกับลูกสาวคนเล็กของนายหรอก!”
“ทั้ง ๆที่ลูกสาวคนโตของนายเป็นคนช่วยชีวิตฉัน ฉันตามมาขอบคุณถึงบ้านแต่เมียกับลูกสาวคนเล็กของนายกลับมาอ้างเอาความดีความชอบไปเสียเอง”
“ถ้าหลานชายคนที่สามของฉันไม่ได้ให้ลูกสาวคนโตของนายมาส่งตะพาบจนทำให้ความจริงถูกเปิดเผยฉันคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่เลยมั้ง! ”
ความจริงเป็นเช่นนี้เอง!
สวี่ต้าซานกับลูกชายต่างหน้าเสียยืนแข็งทื่ออยู่กับที่
เพื่อนบ้านที่มุงดูก็ส่งเสียงฮือฮามองไปทางกู่ซิ่วกับสวี่เยว่ด้วยสายตาเหยียดหยาม พูดจาซุบซิบนินทาอย่างรุนแรง
กู่ซิ่วกับลูกสาวหน้าแดงสลับเขียวด้วยความอับอายท่ามกลางสายตาของผู้คน
กู่ซิ่วฉีกยิ้มจืดเจื่อน“เข้าใจผิด ทั้งหมดเป็นแค่การเข้าใจผิด”
ลู่ฉี่อู่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ทนมองเรื่องอยุติธรรมไม่ได้ จึงเบ้ปากแล้วพูดสวนทันที “เข้าใจผิดบ้าบออะไรกันตัวเองช่วยชีวิตคนอื่นจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้?”
กู่ซิ่วหน้าโดนตอกจนหน้าแดงเถือก
คุณย่าลู่โบกมือ“อย่าพูดมากกับคนหลอกลวงพวกนี้เลยรีบเอาเงินและของขวัญที่เราให้เพื่อตอบแทนบุญคุณคืนมาซะ!”
ลู่ฉี่เสียนพูดอย่างเย็นชา“พวกคุณได้ยินที่คุณย่าฉันพูดแล้วใช่ไหม รีบทำตามซะไม่งั้นฉันจะฟ้องพวกคุณข้อหาฉ้อโกง!”
ทุกคนในบ้านสกุลสวี่ยกเว้นสวี่ฮุ่ยต่างก็ทำหน้าจะร้องไห้
กู่ซิ่วเอ่ยด้วยใบหน้าหดหู่“ของพวกนั้นแม่สามีฉันเอาไปหมดแล้ว”
ลู่ฉี่เสียนพูดอย่างเย็นชา“นั่นเป็นเรื่องของพวกคุณ”
สวี่ต้าซานพูดด้วยท่าทีอ่อนน้อม“คุณนายลู่ ท่าน…ช่วยให้เวลาสักหน่อยได้หรือไม่ครับ?”
ลู่ฉี่เสียนถาม“กี่วัน?”
สวี่ต้าซานคิดอยู่ครู่หนึ่งถามอย่างระมัดระวัง “สักเจ็ดวันได้ไหม?”
คุณย่าลู่พยักหน้า“ได้ เจ็ดวันหลังจากนี้ฉันจะมารับเงินและของขวัญคืน”
สวี่รั่วเฉินเบิกตากว้างถามย้ำ “ยังมีเงินอีกหรือครับ?”
“ก็ใช่น่ะสิตั้งสามพันหยวน!” คุณย่าลู่กล่าว
เพื่อนบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็สูดหายใจเข้าลึก
คุณนายคนนี้ใจกว้างจริงๆ นอกจากจะให้ของขวัญมากมายแล้ว ยังให้เงินตอบแทนบุญคุณตั้งสามพันหยวน
สามพันหยวนสามารถสร้างบ้านปูนหลังเล็กๆ ในตัวเมืองได้เลย
สวี่ต้าซานจ้องมองภรรยากับลูกสาวคนเล็กเขม็ง
คุณย่าลู่ทิ้งเบอร์โทรศัพท์บ้านไว้ให้สวี่ฮุ่ยพูดอย่างเป็นห่วงเป็นใย “แม่หนูหากพบเจออุปสรรคที่ก้าวข้ามไม่ได้ อย่าคิดฆ่าตัวตายอีกนะ ต้องโทรหาย่าย่าจะช่วยเธอเอง”
ระหว่างทางมาคุณย่าลู่ได้ฟังเรื่องราวของสวี่ฮุ่ยจากหลานชายคนโตมาหมดแล้ว
คุณย่าลู่ตบบ่าลู่ฉี่เสียน“เธอไปหาพี่ลู่ของเธอได้นะ เขาเป็นตำรวจ”
สวี่ต้าซานอับอายจนอยากมุดรูหนีเขารู้ว่าคุณนายลู่พูดทั้งหมดนี้ให้เขาฟัง
หลังจากส่งคุณย่าลู่และครอบครัวกลับไปแล้วสวี่ฮุ่ยก็ถูกนักเรียนมัธยมปลายในบ้านพักหลายคนดึงตัวให้ไปติวหนังสือที่ห้องรับรอง
ครอบครัวสวี่ต้าซานก็เดินคอตกกลับบ้านท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของเพื่อนบ้าน
ทันทีที่ปิดประตูกู่ซิ่วก็เริ่มบ่นพึมพำ บอกว่าสกุลลู่ใจแคบของขวัญและเงินที่ให้มาแล้วยังมีหน้ามาทวงคืนอีก
เธอยังพูดไม่ทันจบสวี่ต้าซานก็ตบหน้าเธออย่างแรงจนล้มลงกับพื้น