ชิงหยางได้แต่นั่งโง่งมมิรู้ว่าเป็เพราะเหตุใด โลหิตพยัคฆ์ขาวสิบขวดจึงมิมีปฏิกิริยาใดๆในตันเถียน
" ที่เหล่ายอดยุทธชอบพูดกันว่าผู้ที่มีพร์เป็เลิศแลผู้ที่มีร่างกายแข็งแกร่งนั้น จะสิ้นเปลืองทรัพยากรมากกว่าผู้อื่นสองถึงสามเท่า " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางพยักหน้าอย่างช้าๆ ในหัวสมองครุ่นคิดอย่างหนัก
ชิงหยางคิดว่าตนเองนั้นก็เข้าข่ายผู้มีกำลังเป็เลิศ โลหิตพยัคฆ์ขาวสิบขวดจึงยังมิสามารถทะลวงขั้นพลังได้
ชิงหยางนำโลหิตพยัคฆ์ขาวออกมาทั้งหมด พลางสูดหายใจเข้าลึกแลกรอกลงไปในทันใด
" อือ " ชิงหยางถึงกับกัดกรามแน่น พลางร้องคำรามในลำคออย่างบ้าคลั่ง
พลังของพยัคฆ์ขาวมากมายไหลทะลวงออกทั่วร่าง ทั้งบ้าคลั่ง รุนแรง แผดผลาญ
ผิวกายทั่วสีคล้ำของชิงหยางพลันแดงฉาน อุณหภูมิทั่วร่างถีบทะยานขึ้นสูง
" กร้อบ แกร้บ " เสียงกระดูก เส้นเอ็นเบียดเสียดสีกันไปมา ทั้งกระดูกยังคลับคล้ายถูกบดขยี้แทบแหลกราญ
" นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้น " ชิงหยางกัดกรามแน่น
" วู๊มม " เคล็ดวิชาชิง์พลันขับเคลื่อน
เคล็ดวิชาชิง์หมุนวนไปทั่วร่าง แลสอดผสานกับพลังของพยัคฆ์ขาว
" อ้ากกก " ชิงหยางะเิเสียงร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อสองสิ่งสอดผสานทะลวงบดขยี้ทั่วร่าง
" อั้ก " เืเก่าเน่าเสียพ่นพรวดออก ทั้งของเสียสีดำไหลหลั่งออกตามรูขุมขน
" ฮื่อห์ ฮื่อห์ " ชิงหยางร้องคำรามในลำคอ แลสูดหายใจเข้าออกอย่างเร็ว
สภาวะที่ทั่วร่างถูกกดดันบีบคั้นอย่างหนักเช่นนี้ หากเป็ผู้อื่นที่มิคุ้นชินย่อมต้องถอดใจละทิ้งไปแล้ว
แต่กับเด็กหนุ่มนั้นมิใช่เขามีทั้งจิตใจที่แน่วแน่ ทั้งกายาที่เคยผ่านการทำงานอย่างหนักหน่วงทั้งความเ็ปเจียนตายก็ผ่านมาแล้ว
มิน่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มอายุเพียงสิบสี่ปีผู้นี้จะพานพบกับเื่ราวมากมาย ยิ่งเขาผ่านเื่ราวมากมายเพียงใดเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งมากเพียงนั้น
ผิวกายทั่วร่างแดงฉานแลเร่าร้อนชนิดที่หยาดเหงื่อที่ผุดออกมา เพียงมินานหยาดเหงื่อนั้นพลันกลายกลับระเหยเป็ควัน
ชิงหยางกัดกรามแน่นเมื่อทั่วร่างของตนถูกบดขยี้อย่างหนัก ราวกับว่ามีค้อนใหญ่ั์ทุบตีทั่วร่าง
มิว่าจะเป็กระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ เส้นเื เส้นชีพจร ทั้งห้าอวัยวะตัน หกอวัยวะกลวง แลของเหลวทั่วร่าง ล้วนแล้วแต่ถูกสองสิ่งบดขยี้
เนิ่นนานนับชั่วยามที่ชิงหยางต้องทนอยู่ในสภาวะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเป็อย่างยิ่ง
" อืม " ชิงหยางเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเแช่มช้า สองตาของชิงหยางกวาดมองทั่วห้อง
เขาเองถึงกับงุนงงกับภาพที่พบเห็นเพราะภาพที่เห็นนั้น มีความชัดเจนเป็อย่างยิ่งทั้งยังมีมิติที่ลึกล้ำกว่าเก่าก่อน
ชิงหยางมองสำรวจทั่วร่างของตนพลันสองตาเบิกโพลง เมื่อพบว่าผิวกายดำคล้ำของตนหายไปกลายเป็ขาวผ่อง
ผิวกายทั่วร่างคล้ายกับเปล่งแสงเรื่อเรืองสว่างไสว รัศมีเรืองรองพร่าเลือนห้วงมิติ
" กร้อบ " ชิงหยางกำสองหมัดแน่น เขาถึงกับเบิกตากว้างเมื่อพลังมากมายมหาศาลไหลบ่าอย่างเดือดดาล
" เวลานี้ขั้นฝึกของข้าอยู่เขตแดนหล่อกายขั้นที่หกแล้วพลังที่ควรจะมีน่าจะสองพันสี่ร้อยจิน แต่เวลานี้กลับมีพลังมากถึงสามพันหกร้อยจิน " ชิงหยางพึมพำ
" เพราะเหตุใดจึงเป็เช่นนี้ " ชิงหยางพึมพำ พลางครุ่นคิดถึงเื่ราวที่เหล่ายอดยุทธพูดคุยกัน
" หากได้ทำการเปลี่ยนเอ็นผลัดกระดูกจะมีพลังมากขึ้นอีกหนึ่งเท่า ทั้งยังมีกายาที่แข็งแกร่งอีกระดับ " ชิงหยางพึมพำ
" นี่มิใช่ว่า ข้าได้เปลี่ยนเอ็นผลัดกระดูกแล้วรึ " ชิงหยางพึมพำ
" เป็ไปได้เช่นใดการเปลี่ยนเอ็นผลัดกระดูกนั้นต้องใช้โอสถเปลี่ยนเอ็นผลัดกระดูก ที่หาได้ยากทั้งยังมีราคาแพง " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า เขาดื่มโลหิตของพยัคฆ์ขาวไปมากมายหลายสิบขวด แต่ในเวลานั้นก็เพียงพลังที่ร้อนแรงแผดเผาทั่วร่าง
แต่พอเคล็ดวิชาชิง์ทำงาน ทั่วร่างกลับถูกสองสิ่งสอดผสานบดขยี้
" อืม " ชิงหยางพยักหน้า พลางมองไปยังอักษรที่มากมายในหัวสมอง
ชิงหยางเรียบเรียงถ้อยความอยู่พักใหญ่ สองตาถึงกับเบิกโพลง ปากอ้าค้าง
" เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายดารา " ชิงหยางพึมพำ
" เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายดารานี้ เป็เคล็ดวิชาที่ใช้ในการเปลี่ยนเอ็นผลัดกระดูก " ชิงหยางถึงกับตื่นตะลึง ร่างกำยำสั่นเทิ้ม
" เปลี่ยนเอ็นผลัดกระดูก " ชิงหยางพึมพำ ทั้งใบหน้ายังแสดงสีหน้ามิเชื่อสักเท่าใด
" เริ่มต้นการใช้งานเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายดารา ควรอยู่ขั้นพลังย่อยที่ห้าของทุกเขตแดน " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
" เมื่อครู่ข้าก็อยู่ขั้นย่อยที่ห้าของหล่อกายาพอดิบพอดี " ชิงหยางพยักหน้า
" แลดื่มโลหิตอสูรที่แข็งแกร่งในจำนวนมาก เพื่อที่เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายดาราจะมีพลังงานในการเปลี่ยนเอ็นผลัดกระดูก " ชิงหยางพยักหน้า
" มิน่าเล่า คราแรกข้าดื่มโลหิตพยัคฆ์ขาวไปสิบขวด กลับมิเกิดปฏิกิริยาใดๆ " ชิงหยางพึมพำ
" ดีนะที่ดื่มทั้งหมดที่มีในคราเดียว จึงสามารถเปลี่ยนเอ็นผลัดกระดูกได้ " ชิงหยางพึมพำ
" เคล็ดวิชาชิง์ ช่างเป็เคล็ดวิชาที่ท้าทาย์เป็อย่างยิ่ง " ชิงหยางพึมพำ
" ได้มาอีกอย่างแล้ว ทั้งยังเป็อย่างที่สำคัญยิ่ง " ชิงหยางพึมพำ
" หากวันนั้นมิถูกเถียนปี้เหลาทำร้ายจนโลหิตกระอักออกมาราดรดแผ่นหนังแกะเก่าแก่ ข้าก็คงมิได้ล่วงรู้ถึงความลับที่น่าพรั่นพรึงเช่นนี้ " ชิงหยางพึมพำ
" แม้นจะเกลียดชังมันยิ่งนัก แต่ก็ต้องขอบคุณมันสักครา " ชิงหยางยกยิ้มออกมา พลางส่ายหน้าไปพร้อมกัน
ชิงหยางมองเข้าไปในหัวสมองของตนเพื่ออ่านถ้อยความต่อ
" ทั้งยังใช้เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายดาราขับไล่พิษทุกชนิดออกจากร่างกายได้ด้วย " ชิงหยางถึงกับสูดหายใจเข้าลึก
" ช่างเป็เคล็ดวิชาที่เลิศล้ำอะไรเช่นนี้ " ชิงหยางพึมพำ
" คาดว่าสมัยก่อนคงมีการค้นหาแย่งชิงเคล็ดวิชาชิง์อย่างบ้าคลั่งเป็แน่ " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
" เอาล่ะ อาบน้ำชำระล้างร่างกายสักครา " ชิงหยางเอ่ยออกมา แลลุกออกจากเตียงแลเดินไปยังห้องอาบน้ำ
หลังจากชำระล้างร่างกายแล้วเสร็จ ชิงหยางนำชุดที่ตู้ชางชานมอบให้สวมใส่
" อืม " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆกับชุดใหม่
ั้แ่จำความได้ ชิงหยางมิเคยได้สวมใส่ชุดใหม่เลยสักครา มีแต่ชุดเก่าๆที่ชาวบ้านมอบให้ แม้นจะเป็ชุดเก่าแต่สำหรับเด็กหนุ่มแล้วนั่นคือชุดใหม่
คิดไปคิดมาแล้ว น้ำตาของชิงหยางพลันไหลอาบสองแก้มของตน
" เหตุใดท่านพ่อกับท่านแม่ จึงทิ้งข้าไว้เช่นนี้ " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางหลับตาลงแลครุ่นคิดถึงวันวานวันที่เขาเติบโตขึ้นมาในวัดร้างแลพอทำงานได้ เขาเก็บเงินที่ได้มาซื้อที่ดินผืนเล็กๆแลปลูกสร้างบ้านของตนขึ้น
่เวลาหน้าเทศกาลแต่ละครานั้น ชิงหยางมิเคยออกไปัับรรยากาศเลยแม้นแต่คราเดียว
เพราะใน่เทศกาลนั้น ทุกครอบครัวต่างจูงมือบุตรหลานของตนออกไปเที่ยวชมเทศกาลกันอย่างอบอุ่น
แต่ชิงหยางทำได้เพียงมองพ่อแม่ลูก เดินจูงมือกันไปอย่างมีความสุข
ณ ดินแดนแห่งหนึ่ง
สตรีนางหนึ่งยืนนิ่งปล่อยให้น้ำตารินไหลอาบสองแก้มของตน คนงามพลันสะอึกสะอื้นอยู่เดียวดาย
สองตาคู่สวยแดงก่ำเพราะหยดน้ำตามากมายไหลพรั่งพรู
" ฟู่ว " ชิงหยางเป่าปากออกมาอย่างแรง พลางยกมือปาดน้ำตาของตน
" ไป " ชิงหยางเอ่ยออกมา พลางออกจากห้อง
" คุณชาย มิทราบคุณชายคือผู้ใดเ้าค่ะ เหตุใดจึงออกมาจากห้องของน้องชิง " สาวรับใช้เร่งเอ่ยถามเมื่อเห็นคุณชายสูงศักดิ์เดินออกมาจากห้องของชิงหยาง
เด็กหนุ่มที่ปรากฎต่อหน้าของสาวรับใช้นั้น ทั้งหล่อเหลา ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาขาวผ่อง ทั้งยังมีรัศมีเรืองรองแผ่ออกรอบตัว
" พี่สาวจำข้ามิได้รึ " ชิงหยางเอ่ยถาม
" น้องชิง " สาวรับใช้ใอย่างแรง ใช้มือปิดปากของตนพลางร้องออกมา
" เหตุใดเ้าจึงเปลี่ยนไป ทั้งยังหล่อเหลาเช่นนี้ " สาวรับใช้เอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ
" ถูกใจพี่สาวรึไม่ " ชิงหยางพูดเย้า
" น้องชิง เ้า " สาวรับใช้ร้องออกมาแลเร่งทะยานร่างหนีไปอย่างรวดเร็ว
" หึ " ชิงหยางหัวเราะออกมา พลางเดินไปยังร้านค้าของตู้ชางชาน
" พี่ตู้ " ชิงหยางเอ่ยขึ้น
ตู้ชางชานเหลียวมองยังชิงหยาง " เ้า " เขาถึงกับอ้าปากค้าง
" พี่ตู้ " ชิงหยางเอ่ยเรียก
" ชิงหยางเ้าไปทำสิ่งใดมา จึงเปลี่ยนไปมากเช่นนี้ " ตู้ชางชานเดินเข้าหาพลางใช้สองมือจับทั่วร่างของชิงหยาง
" กายของเ้าแกร่งขึ้นอีกระดับ ทั้งยังมีพละกำลังมากขึ้น " ตู้ชางชานเอ่ยออกมา
" นั่นชิงหยางรึ " เหล่านักฆ่าต่างร้องออกมา แลเร่งทะยานร่างเข้าตรวจสอบ
ชิงหยาครุ่นคิดว่า คนเหล่านี้ต้องหาคำตอบว่าเหตุใดตัวเขาจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากมายเช่นนี้
" เ้าไปทำสิ่งใดมา " สตรีผู้นั้นเอ่ยถาม สายตาของนางมองจ้องยังชิงหยางอย่างเร่าร้อน
" พี่สาว ข้าก็แค่ได้พบโชคชะตาจากถ้ำร้าง ข้าได้โอสถลึกลับมาหนึ่งเม็ด ก่อนใช้ข้าก็มิรู้หรอกว่ามันคือโอสถอันใด " ชิงหยางเอ่ย
" แต่พอใช้แล้วจึงรู้ว่ามันคือโอสถเปลี่ยนเอ็นผลัดกระดูก " ชิงหยางเอ่ย
" เ้าช่างมากด้วยวาสนายิ่งนัก " สตรีนางนั้นเอ่ยออกมา พลางใช้สองมือสำรวจทั่วร่างของชิงหยาง
" กล้ามเนื้อของเ้าช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก "