กวนเสี่ยวที่อยากแสดงความสามารถครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นว่า “ประธานคังคะ พี่ชายของฉันทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายธุรการของวิทยาลัยครูอำเภอหลี่ว์ ตอนนี้ที่นั่นอยู่ในช่วงปิดเทอม ห้องเรียนต่างๆ คงว่าง เดี๋ยวดิฉันไปคุยกับพี่ชายให้ ไม่ต้องเช่าก็ได้ค่ะ ให้เขาอนุญาตให้เราใช้ฟรีๆ ไปเลย”
กวนเสี่ยวอยากจะขายน้ำใจ แต่คังอิงกลับส่ายหน้าบอกว่า “ไม่ต้องหรอก คุณไปคุยกับพี่ชายว่าขอให้เราเช่าจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นถ้ามีใครพูดอะไร เขาจะลำบากใจเอา แค่พี่ชายของคุณช่วยเราแก้ปัญหาเรื่องสถานที่ก็ดีมากแล้ว”
กวนเสี่ยวเห็นว่าคังอิงยืนกรานเช่นนั้น ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่พยักหน้าบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะรีบไปติดต่อเขานะคะ”
“ได้ พอตกลงเรื่องสถานที่เรียบร้อยแล้ว คุณช่วยแจ้งพนักงานทุกคนในห้างฯ ของเรา ให้อีกสามวันไปรวมตัวกันที่วิทยาลัยครูอำเภอหลี่ว์ เวลาแปดโมงเช้า ตอนนั้นพวกเขาจะต้องฝึกอบรม ฉันจะไปสอนพวกเขาเองด้วย”
ทั้งสือเจียงหย่วนและกวนเสี่ยวต่างก็ตกตะลึง พวกเขาคิดว่าคังอิงจะเชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอน แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นคังอิงที่ไปสอนพวกเขาเอง
หลังจากกวนเสี่ยวจากไป สือเจียงหย่วนก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ “คุณทำได้เหรอ? คุณจะไปเป็นครูฝึก?”
สือเจียงหย่วนรู้ว่าคังอิงไม่มีประสบการณ์การสอน ดังนั้นเขาจึงอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้
“ทำได้สิ ฉันจะสอนพวกเขาเกี่ยวกับเทคนิคการขายนอกระบบ เปลี่ยนความคิดของพวกเขา แล้วก็เปิดโลกทัศน์ให้พวกเขา”
คังอิงพูดอย่างมั่นใจ
สือเจียงหย่วนคิดว่าคังอิงจะเอาความรู้ที่ได้จากตำราเรียนมาสอนพวกเขา ซึ่งก็นับว่าดี อย่างน้อยๆ หนังสือที่คังอิงอ่านก็เป็นหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ การสอนพนักงานเหล่านั้นคงไม่น่าขายหน้าเท่าไหร่นัก
ยิ่งไปกว่านั้น สือเจียงหย่วนรู้สึกว่าคังอิงเป็นคนที่เชื่อถือได้ เธอไม่มีทางทำผิดพลาด เขาจึงยอมปล่อยให้เธอจัดการ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ เขาค่อยหาอาจารย์จากในเมืองมาช่วยก็แล้วกัน
เมื่อจัดการเรื่องพวกนี้เรียบร้อย คังอิงก็พลันนึกขึ้นได้ว่า เธอจะต้องไปยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของห้างฯ กับดำเนินเรื่องมากมายที่สำนักงานบริหารการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พรุ่งนี้ต้องรีบไปหาช่างตกแต่งภายใน ให้พวกเขารีบมาทำงานทันที
แม้ว่าคังอิงจะมีประสบการณ์มากมาย แต่ด้วยเวลาอันจำกัด จึงทำให้เธอรู้สึกวุ่นวายเล็กน้อย เธอบอกกับสือเจียงหย่วนว่า
“ฉันออกแบบภาพร่างการตกแต่งห้าง เสร็จแล้ว แต่ไม่ได้เอามาด้วย คุณไปดูที่บ้านให้หน่อยได้ไหมคะ? พรุ่งนี้เชิญอาจารย์โจวมาที่นี่ ให้เขาวัดขนาดต่างๆ จากนั้นก็เริ่มลงมือทำงานได้เลย”
สือเจียงหย่วนรู้สึกว่าคังอิงช่างเป็นคนที่เก่งกาจจริงๆ ทั้งคู่คุยกับกวนเสี่ยวอีกคร่าวๆ จากนั้นก็จากไป
หลังจากออกจากห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ คังอิงหันหลังกลับมามองดูอาคารแลนด์มาร์คที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองแห่งนี้ เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้ง ที่นี่จะเป็นป้อมปราการแรกของชีวิตเธอ
จุดเริ่มต้นในครั้งนี้สูงกว่าชาติที่แล้วมาก ชาติที่แล้วหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอไปทำงานในสายการผลิตโทรศัพท์มือถือ เป็นคนงานประกอบชิ้นส่วนที่สายพานการผลิตกว่าหนึ่งปี เธอจึงได้เรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ ในสายการผลิต หลังจากนั้นก็ไปทำงานฝ่ายขาย จนเข้าใจความลับของช่องทางการขาย แล้วค่อยๆ พัฒนาตลาดโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมา
ส่วนในชาตินี้ ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ เธอก็กลายเป็น ‘เถ้าแก่’ ตัวใหญ่เสียแล้ว ฮ่าๆ ยอดเยี่ยมจริงๆ!
สือเจียงหย่วนขับรถเร็วมาก ราวกับว่าเขาอยากรู้ว่าคังอิงออกแบบภาพร่างการตกแต่งอย่างไร
เขาพูดพลางขับรถ “ผมคิดว่าคุณคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะออกแบบภาพร่างการตกแต่งเสร็จ กำลังคิดอยู่เลยว่าต่อให้รีบขนาดไหน ก็คงไม่ทันเปิดร้านภายในครึ่งเดือนแน่ๆ
ผมยังคิดว่าจะลองไปคุยกับผู้จัดการไช่ดู ว่าจะขอเลื่อนเวลาการส่งสินค้าได้ไหม”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เร่งมือหน่อยจะดีกว่า ทำให้ทุกคนรู้สึกเร่งรีบ อีกอย่างการที่เราเปลี่ยนแปลงเวลาตั้งแต่ครั้งแรก อาจทำให้คนอื่นไม่เชื่อถือเราก็ได้” คังอิงพูด “มันจะทำให้พวกเขารู้สึกว่าเราไม่มีศักยภาพมากพอ”
“ก็ได้ ฟังคุณก็แล้วกัน” สือเจียงหย่วนขับรถกลับไปที่บ้านเช่าของคังอิงอย่างรวดเร็ว
หลังจากลงจากรถ คังอิงก็ตรงไปที่ห้องนอน เพื่อหยิบภาพร่างการตกแต่งที่เธอตั้งใจวาดออกมา
เมื่อสือเจียงหย่วนรับไปดู เขาก็ตกใจแล้วพูดว่า “ถ้าอยากทำให้อลังการขนาดนี้ ผมว่าช่างตกแต่งแถวนี้คงทำไม่ได้หรอก”
“ขอแค่พวกเขาทำได้เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ก็ดีมากแล้ว ฉันเองก็ไม่ได้หวังว่าพวกเขาจะทำออกมาได้เหมือนกับในภาพหรอกค่ะ” คังอิงแย้มยิ้ม
ภาพร่างการตกแต่งที่เธอออกแบบมานี้ อย่างน้อยๆ ก็ใช้ได้ถึงห้าปีโดยไม่ตกยุค อีกห้าปีให้หลัง ห้างฯ แห่งนี้ก็คงถึงเวลาต้องตกแต่งใหม่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงตามไม่ทันการพัฒนาของยุคสมัย
ยิ่งไปกว่านั้น องค์ประกอบต่างๆ ที่เธอออกแบบ ยังอ้างอิงจากกระแสความนิยมในปัจจุบัน ไม่ได้ดูล้ำสมัยเท่ากับยุคหลังๆ
แม้ว่าสือเจียงหย่วนจะไม่ได้เห็นภาพที่แท้จริง แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงแนวคิดในการออกแบบของคังอิง ภาพร่างนี้ทำให้เขารู้สึกสดชื่นจนอดไม่ได้ที่จะพูดว่า
“ห้างสรรพสินค้าเยี่ยนซาและหวังฝูจิ่งในเมืองหลวง ยังสู้แนวคิดการออกแบบของคุณไม่ได้เลย”
คังอิงพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจพลางพูดอย่างไม่เขินอายว่า “แน่นอนสิคะ!”
สือเจียงหย่วนหัวเราะเบาๆ พลางพูดว่า “คุณรีบติดต่ออาจารย์โจวเร็วเข้าสิ”
คังอิงคิดว่าถูกต้อง จึงรีบโทรฝากข้อความหาอาจารย์โจว นัดเขาให้พาคนงานมาที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ เพื่อเริ่มต้นงานตกแต่งวันพรุ่งนี้แปดโมงเช้า
อาจารย์โจวรีบตอบข้อความ เขารับปากอย่างยินดี บอกว่าพรุ่งนี้จะพาคนงานสามสี่สิบคนไปที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ เพื่อเร่งทำงานตกแต่ง
คังอิงอารมณ์ดี ในที่สุดเรื่องใหญ่สองเรื่องนี้ก็ได้ข้อสรุปแล้ว พรุ่งนี้เธอคงต้องวุ่นวายมากแน่ๆ
“พรุ่งนี้นอกจากเรื่องการตกแต่งห้างฯ แล้ว ฉันยังต้องไปยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่สำนักงานบริหารการพาณิชย์ฯ อีก ต้องเตรียมเนื้อหาที่จะใช้สอนด้วย”
คังอิงนับนิ้วพลางบอกรายละเอียดเรื่องที่เธอต้องทำในวันพรุ่งนี้
“คุณคนเดียวจะแยกเป็นกี่คนถึงจะพอใช้ล่ะ? งานยุ่งขนาดนี้ คุณรับไหวเหรอ? อยากให้ผมหาคนมาช่วยไหม?” สือเจียงหย่วนฟังแล้วก็รู้สึกเป็นห่วงคังอิงขึ้นมา
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ตอนนี้ยังมีพนักงานที่ถูกทิ้งเอาไว้ตั้งเยอะ ฉันต้องหาคนที่มีความสามารถมาช่วยได้แน่ๆ” คังอิงปฏิเสธทันควัน “ตอนนี้มีแต่คนรอรับเงินเดือน ถ้าจ้างคนเพิ่ม พวกเราคงไม่มีเงินจ่ายเงินเดือน”
เหตุผลที่คังอิงยินดีรับพนักงานเหล่านี้จากรัฐวิสาหกิจ ถึงแม้จะกังวลว่าพวกเขาจะมีความคิดทำนองขอแค่มีงานทำ แต่พอคิดดูอีกที อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ยังทำงานด้านการตลาดได้ ขอแค่ฝึกฝนแล้วเปลี่ยนแปลงความคิดของพวกเขา ก็สามารถใช้ประโยชน์จากคนพวกนี้ได้แน่
ส่วนคนที่ใช้ไม่ได้จริงๆ ค่อยหาทางไล่พวกเขาออกไป แล้วค่อยว่ากัน
ตอนนั้นอย่ามาโทษว่าเธอใจร้าย หรือไร้ความปรานีก็แล้วกัน...
ข้อดีของสือเจียงหย่วนก็คือ เขาไม่เรื่องมาก คังอิงบอกว่าไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม เขาก็ไม่โต้แย้งอะไร ทำเหมือนกับว่าทุกเรื่องขึ้นอยู่กับคังอิง
เช้าวันรุ่งขึ้น คังอิงไปรออาจารย์โจวที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ ประตูห้างฯ ยังไม่เปิด พนักงานทุกคนต่างก็หยุดงานกัน
สินค้าที่วางขายในห้างฯ นำลงจากชั้นวางหมดแล้วเมื่อคืน แน่นอนว่าสินค้าพวกนี้มีที่ไปอยู่แล้ว สินค้าพวกนี้ยังคงเป็นของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ ก่อนการปรับโครงสร้างองค์กร คังอิงแค่รับช่วงต่ออาคารที่ว่างเปล่าเท่านั้น
คังอิงเดินสำรวจดูคร่าวๆ แล้วตัดสินใจว่าจะบอกให้กวนเสี่ยวไปติดป้าย ‘ปิดปรับปรุง’ ไว้ด้านนอกห้างฯ เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องเสียเวลามาที่นี่
คังอิงยืนอยู่ที่หน้าประตูสักพัก ก็เห็นกวนเสี่ยวปั่นจักรยานมาอย่างรีบร้อน พอเห็นว่าคังอิงมาถึงแล้ว เธอก็พูดอย่างกระอักกระอ่วน
“ประธานคัง ฉันมาสายแล้วค่ะ”
คังอิงพยักหน้า “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาทำงาน พอจะผ่อนปรนได้บ้าง แต่ว่าหลังจากที่เราเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการแล้ว ถ้ามาสายแบบนี้ คุณต้องถูกหักเงินเดือนนะ”