ท่ามกลางความเหนื่อยล้า าแ และความโล่งอกที่ได้รอดชีวิตมาอย่างหวุดหวิด ทีมเหยี่ยวเหล็กและผู้ว่าจ้างต่างนั่งพักพิงอยู่หลังแนวก้อนหินใหญ่ พยายามรวบรวมลมหายใจและประเมินสถานการณ์ คร็อกและซิลค์กำลังช่วยกันทำแผลที่ไหล่ให้บาร์กอย่างเร่งด่วน เืที่ไหลออกมาเริ่มน้อยลง แต่าแก็ยังดูน่ากลัวอยู่ดี ศาสตราจารย์วาเลเรียสยังคงกอด "แก่นชีวิต" สีเขียวเรืองรองไว้แน่นราวกับเป็สมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก ส่วนหลิน ผู้ช่วยของเขา ก็ยังคงตัวสั่นไม่หาย
หลี่ชิง นั่งแยกตัวออกมาเล็กน้อย เขาพิงกับผนังหินเย็นเฉียบ พยายามควบคุมลมหายใจให้กลับมาเป็ปกติ MP ของเขาลดลงไปมากจากการใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] และการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ร่างกายก็ล้าสะสมจากการใช้พลังเต็มที่ แต่ในขณะที่เขากำลังจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนนั้นเอง...
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!.........
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเขาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วจนน่าใ! ตามมาด้วยข้อความที่หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด!
[ได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมากจากการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามระดับสูง!]
[ได้รับค่าประสบการณ์จากการสนับสนุนการต่อสู้!]
[ได้รับค่าประสบการณ์โบนัสจากการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์อันตราย!]
[ได้รับค่าประสบการณ์.....]
ข้อความค่าประสบการณ์ไหลเข้ามามากมายจนเขาอ่านแทบไม่ทัน มันมาจากมอนสเตอร์ที่เขาฟันไปทั้งที่ตายและไม่ตายพวกนั้น, จากการช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม, และจากการเอาตัวรอดจากวงล้อมมหาโหดเมื่อครู่ ดูเหมือนว่ายิ่งอันตรายและระดับของศัตรูสูงเท่าไหร่ ผลตอบแทนด้านค่าประสบการณ์ก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น!
และผลลัพธ์ก็คือ...
[เลเวลอัพ! คุณบรรลุ เลเวล 11]
[เลเวลอัพ! คุณบรรลุ เลเวล 12]
[เลเวลอัพ! คุณบรรลุ เลเวล 13] ... ...
[เลเวลอัพ! คุณบรรลุ เลเวล 19]
[เลเวลอัพ! คุณบรรลุ เลเวล 20]
"!!!?"
หลี่ชิงเบิกตากว้างภายใต้หน้ากาก หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น! เลเวล... เลเวลของเขาพุ่งขึ้นจาก 10 ไปถึง 20 ในคราวเดียว! สิบเลเวลเต็มๆ! นี่มัน... เหลือเชื่อเกินไปแล้ว! เขาเคยได้ยินว่าการต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่ามากๆ จะให้ EXP สูง แต่ไม่คิดว่าจะมหาศาลได้ถึงขนาดนี้!
ความรู้สึกอบอุ่นและทรงพลังระลอกใหม่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง รุนแรงกว่าทุกครั้งที่เคยเลเวลอัพมา าแเล็กๆ น้อยๆ และความเหนื่อยล้าทางกายหายไปเป็ปลิดทิ้ง เขารู้สึกได้ถึงพละกำลัง ความเร็ว และประสาทััที่เฉียบคมขึ้นอย่างก้าวะโ!
[ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างมาก]
[ปลดล็อคช่องสกิลที่สอง]
[ได้รับสกิลคลาส: เพลงดาบวายุ]
[ได้รับแต้มสถานะคงเหลือ: 10]
"สกิลที่สอง... เพลงดาบวายุ!" แม้จะยังตกตะลึงกับการเลเวลอัพแบบก้าวะโ แต่การได้รับสกิลใหม่ก็ดึงความสนใจของเขาไปทันที เขารีบควบคุมสีหน้าและอาการตื่นเต้นไม่ให้แสดงออกมาทางหน้ากาก แล้วเปิดหน้าต่างสถานะและสกิลขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว
ค่าสถานะพื้นฐานของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าใ พละกำลัง ความทนทาน ความว่องไว พลังเวท HP MP ทุกอย่างเพิ่มขึ้นมาราวกับเป็คนละคน แต้มสถานะคงเหลือก็มีถึง 10 แต้มให้เลือกใช้ และในช่องสกิล ก็มีชื่อสกิลใหม่ปรากฏขึ้นมาจริงๆ!
[เพลงดาบวายุ (ต่อเนื่อง/สลับเปิดปิด)] ประเภท: เสริมความสามารถ ระดับ: - ค่า MP ที่ใช้: 5 ต่อวินาที (ขณะใช้งาน) คำอธิบาย: เพิ่มความเร็วและความต่อเนื่องในการโจมตีด้วยดาบ
"สกิลบัฟสินะ... เพิ่มความเร็วและความต่อเนื่องในการโจมตี" หลี่ชิงวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว "ดูเหมือนจะเป็สกิลที่ต้องเปิดใช้งานค้างไว้ และกิน MP ต่อเนื่องด้วย ต้องลองดูว่าจะเพิ่มความเร็วได้มากแค่ไหน และจะเปิดใช้ได้นานเท่าไหร่"
เขารู้สึกตื่นเต้นกับสกิลใหม่นี้ มันแตกต่างจาก [ฟันดาบฉับพลัน] ที่เป็การโจมตีครั้งเดียว แต่ [เพลงดาบวายุ] น่าจะช่วยเสริมการต่อสู้แบบต่อเนื่องของเขาได้เป็อย่างดี โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ดาบเข้าปะทะเป็เวลานาน
จากนั้น เขาก็หันมาพิจารณาแต้มสถานะ 10 แต้มที่ได้รับมา ด้วยค่าสถานะที่สูงขึ้นมาก และมีสกิลใหม่แล้ว การตัดสินใจจึงต้องรอบคอบยิ่งขึ้น
‘ความว่องไวยังคงสำคัญที่สุดสำหรับสไตล์การต่อสู้ของข้า ทั้งการใช้เดกเกอร์และการเสริมประสิทธิภาพสกิลดาบ...’ เขาคิด ‘แต่ตอนนี้ข้ามี HP และพลังป้องกันที่สูงขึ้นจากเลเวลแล้ว การเพิ่มความทนทานอาจจะไม่เร่งด่วนเท่าเดิม... ลองเพิ่มพละกำลังดูบ้างดีไหมนะ? เพื่อดูว่ามันจะส่งผลต่อความเสียหายพื้นฐาน หรือส่งผลต่อพลังทำลายพิเศษของคลาส [ดาบ] รึเปล่า’
หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาตัดสินใจแบ่งแต้มดังนี้: ความว่องไว (Agility) 5 แต้ม, พละกำลัง (Strength) 3 แต้ม, และความทนทาน (Endurance) 2 แต้ม เป็การกระจายที่เน้นความเร็วเป็หลัก แต่ก็เพิ่มพลังโจมตีพื้นฐานและความอึดขึ้นมาด้วย
เมื่อจัดสรรแต้มเสร็จ เขาก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายอีกครั้ง มันแข็งแกร่งขึ้น เร็วขึ้น และสมดุลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เขารู้สึกมั่นใจมากขึ้นหลายเท่า แม้จะยังอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายก็ตาม
"เอาล่ะ พอจะขยับไหวกันรึยัง?" เสียงของคร็อกดังขึ้น ปลุกหลี่ชิงจากภวังค์ "บาร์ก แผลเป็ไงบ้าง?"
"พอทนได้หัวหน้า ซิลค์ทำแผลให้แล้ว เืหยุดไหลแล้วล่ะ" บาร์กตอบ แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียว
"ดี งั้นเราต้องรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไม่รู้ว่าไอ้พลังงานบ้านั่นมันจะเรียกอะไรมาอีกรึเปล่า" คร็อกกล่าวพลางมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง
พวกเขาเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้มุ่งหน้าออกจากเทือกเขากระซิบอย่างเดียว การเดินทางขากลับนั้นเต็มไปด้วยความเงียบและความตึงเครียด ทุกคนต่างเหนื่อยล้าและาเ็ (ยกเว้นหลี่ชิงที่ดูเหมือนจะฟื้นตัวได้เร็วผิดปกติ แต่เขาก็แสร้งทำเป็ยังเหนื่อยอยู่) แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ ตลอดเส้นทางขากลับ พวกเขาไม่พบเจอหรือได้ยินเสียงมอนสเตอร์เลยแม้แต่ตัวเดียว!
เทือกเขาที่เคยเต็มไปด้วยเสียงคำรามและอันตราย บัดนี้กลับเงียบสงัดจนน่าขนลุก ลมยังคงพัดกระซิบ แต่ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตอื่นใดเลย ราวกับว่าพวกมันทั้งหมดได้หายตัวไป หรือหวาดกลัวอะไรบางอย่างจนไม่กล้าออกมา
"แปลก... แปลกเกินไปแล้ว" ซิลค์พึมพำ เธอที่เคยต้องคอยสอดส่องระวังภัยอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้กลับไม่พบร่องรอยของมอนสเตอร์เลย "เหมือนพวกมัน... หายไปหมด"
"หรือว่าพลังงานะเิเมื่อกี้นี้... มันจะขับไล่พวกมันไป?" บาร์กสันนิษฐาน
"อาจจะเป็ไปได้" ศาสตราจารย์วาเลเรียสกล่าวแทรกขึ้นมา ดวงตายังคงเป็ประกายด้วยความอยากรู้ "พลังงานของแก่นชีวิต หรือพลังงานของสถานที่นี้เอง อาจจะมีผลกระทบต่อมอนสเตอร์ในบริเวณนี้อย่างรุนแรงก็ได้... น่าสนใจจริงๆ ต้องกลับไปศึกษาเพิ่มเติม!"
หลี่ชิงที่เดินอยู่เงียบๆ ไม่ได้แสดงความเห็นอะไร แต่ในใจเขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติเช่นกัน หรือว่าหินสีดำแดงในกระเป๋าของเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้อง? มันเป็คำถามที่เขาคงต้องหาคำตอบด้วยตัวเองในภายหลัง
ด้วยความเงียบสงัดอันน่าประหลาดนี้ การเดินทางกลับจึงเป็ไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นกว่าที่คาดไว้มาก พวกเขาออกมาจากเขตเทือกเขากระซิบ กลับสู่เส้นทางปกติ และเดินทางกลับมาถึงประตูเมืองทิศเหนือได้อย่างปลอดภัยในที่สุด
เมื่อกลับมาถึงเขตเมือง ทุกคนต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก ภารกิจที่เกือบจะกลายเป็หายนะได้สิ้นสุดลงแล้ว คร็อกพาทีมไปรายงานภารกิจและส่งมอบตัวศาสตราจารย์วาเลเรียส (พร้อมแก่นชีวิต) ให้กับผู้ติดต่อของสมาคมฯ หรือนายจ้างโดยตรง เขาไม่ได้ลงรายละเอียดเื่การต่อสู้อันดุเดือดหรือพลังอันน่าทึ่งของ "เบลด" มากนัก เพียงแค่รายงานว่าพบอุปสรรคที่ไม่คาดฝัน แต่ทีมก็สามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จและพาลูกค้ากลับมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนเื่มอนสเตอร์ที่หายไปนั้น เขาก็แจ้งว่าเป็ปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นหลังจากการเก็บกู้ "วัตถุ" ของศาสตราจารย์
ทีมเหยี่ยวเหล็กได้รับค่าตอบแทนจำนวนมหาศาลตามที่ตกลงไว้ พร้อมโบนัสพิเศษสำหรับความเสี่ยงภัย หลี่ชิงในฐานะ "เบลด" ก็ได้รับส่วนแบ่งของเขามาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งมากพอที่จะทำให้เขาตั้งตัวได้อย่างสบายๆ ไปอีกนาน
"ถือว่าจบภารกิจได้ด้วยดี แม้จะเกือบตายกันหมด" คร็อกกล่าวกับสมาชิกในทีมหลังจากแยกกับศาสตราจารย์แล้ว "พวกเราคงต้องพักยาวหน่อย โดยเฉพาะแก บาร์ก"
"เออ ข้าก็ว่างั้น" บาร์กพยักหน้าเห็นด้วย
"ส่วนแก เบลด" คร็อกหันมามองนักดาบสวมหน้ากาก "ฝีมือแกยอดเยี่ยมเกินคาดจริงๆ ไม่เสียแรงที่จ้างมา ถ้ามีงานหน้า ข้าจะติดต่อแกไปอีกแน่"
"ขอบคุณ" หลี่ชิงตอบสั้นๆ
พวกเขาแยกย้ายกันไปพักผ่อน หลี่ชิงกลับไปยังที่พักราคาถูกของเขา ถอดหน้ากากและชุดคลุมออก เขากลับมาเป็ "หลี่ชิง" ฮันเตอร์แรงค์ E อีกครั้ง แต่ตอนนี้ เขามีทั้งเงินทุน มีเลเวล 20 และมีสกิลถึงสองสกิล!
หลังจากพักผ่อนจนหายเหนื่อยแล้ว สิ่งแรกที่เขาทำคือการออกไปทดสอบสกิลใหม่ [เพลงดาบวายุ] อย่างจริงจัง เขาเลือกที่จะไปยังดันเจี้ยนแรงค์ E ที่เขาเคยหาข้อมูลไว้ – "เหมืองร้างต้องสาป" ซึ่งขึ้นชื่อเื่แมงมุมั์และค้างคาวกลายพันธุ์
เมื่อเข้าไปในดันเจี้ยน บรรยากาศนั้นแตกต่างจากดันเจี้ยน F อย่างชัดเจน มันมืดกว่า ซับซ้อนกว่า และเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่ามาก (ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเลเวล 15-25) เขาลองใช้เดกเกอร์เข้าต่อสู้ดูก่อน พบว่าด้วยค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เขาสามารถรับมือกับมอนสเตอร์เหล่านี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก จัดการพวกมันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
จากนั้น เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ เขาก็ลองสลับไปใช้ดาบยาว และเปิดใช้งานสกิล [เพลงดาบวายุ]!
ฟุ่บ!
ลมหมุนวนเบาๆ ปรากฏขึ้นรอบตัวเขาและดาบ เขารู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้น และดาบในมือก็ตอบสนองต่อความคิดได้เร็วยิ่งขึ้น! เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มค้างคาวกลายพันธุ์ที่บินอยู่ข้างหน้า!
ฉัวะๆๆๆๆๆ!
ดาบในมือของเขากลายเป็เหมือนพายุหมุน! เขาสามารถตวัดฟันออกไปได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วราวกับไม่มีช่องว่างระหว่างการโจมตีแต่ละครั้ง! คมดาบที่เสริมด้วยพลังของคลาส [ดาบ] และความเร็วจาก [เพลงดาบวายุ] สร้างเส้นแสงสีเงินสาดกระจายไปทั่ว! ฝูงค้างคาวนับสิบตัวถูกสับเป็ชิ้นๆ กลางอากาศในเวลาเพียงไม่กี่วินาที!
"สุดยอด! เร็วมาก! ต่อเนื่องสุดๆ!" หลี่ชิงร้องออกมาอย่างตื่นเต้น เขารู้สึกถึง MP ที่ลดลงไปเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เปิดใช้งานสกิล แต่มันก็คุ้มค่ากับความเร็วและพลังทำลายที่ได้รับมา "สกิลนี้... มันทำให้ข้ากลายเป็พายุสังหารดีๆ นี่เอง!"
เขาทดลองใช้ [เพลงดาบวายุ] ควบคู่ไปกับ [ฟันดาบฉับพลัน] พบว่ามันยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ให้สูงขึ้นไปอีก เขาสามารถใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] เพื่อเข้าประชิดศัตรู แล้วตามด้วย [เพลงดาบวายุ] เพื่อโจมตีต่อเนื่องอย่างรุนแรงจนศัตรูไม่มีโอกาสตอบโต้!
การบรรลุเลเวล 20 ถือเป็การ "ก้าวข้ามขีดจำกัด" ของเขาอย่างแท้จริง พลังที่เพิ่มขึ้น สกิลใหม่ และประสบการณ์ที่ได้รับมา ทำให้เขารู้สึกมั่นใจในเส้นทางของตัวเองมากขึ้น เขายืนอยู่กลางดันเจี้ยนแรงค์ E ที่เคยดูน่ากลัว บัดนี้มันกลายเป็เพียงสนามฝึกซ้อมแห่งใหม่ของเขาเท่านั้น
เขายิ้มแล้วเริ่มออกล่าในดันเจี้ยนแรงค์ E อย่างจริงจัง การเดินทางนั้นยังอีกยาวไกล แต่ตอนนี้ เขารู้สึกว่าเป้าหมายนั้น... มันไม่ได้ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไปแล้ว….