บทที่ 180
ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในสวน
ซูฉีได้รู้ปัญหาที่เกิดขึ้น นางได้เดินทางกลับมายังจวนของตนเองแล้วก็มานั่งขบคิดอย่างจริงจัง
ลี่ถังยกน้ำชาและขนมของว่างมาให้กับคุณหนูของนาง มองเห็นคุณหนูของนางกำลังแสดงใบหน้าขบคิดอย่างจริงจัง
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลั่นกลุ้มกำลังขบคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ลี่ถังวางน้ำชาและขนมลงด้านหน้า
“ คุณหนูเจ้าคะดูท่านกังวลมากเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ”
“ บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่านี่เป็นช่วงหน้าหนาวก็ได้นะเจ้าคะ ”
“ อาจจะเป็นเพราะสภาพอากาศที่หนาวเหน็บเลยทำให้ที่ดินแห่งนั้นเป็นแบบนั้น ”
“ ปีก่อนหนาวกว่านี้ที่ดินผืนนั้นยังไม่เป็นแบบนี้เลยไม่ใช่หรือ เพราะแบบนั้นจะบอกว่าเป็นเพราะภัยหนาวก็ไม่ได้หรอก ”
“ สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นฝีมือของใครสักคนอย่างแน่นอน ” ซูฉีแสดงใบหน้าจริงจัง
“ ฝีมือของใครสักคนอย่างนั้นหรือเจ้าคะ คุณหนูคิดว่าที่ดินของเราที่เป็นแบบนั้นเป็นเพราะว่ามีใครบางคนจ้องเล่นงานพวกเราอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ”
“ แต่ว่าใครจะเข้ามาเล่นงานพวกเราเจ้าคะส่วนที่ดินนั้นก็เป็นสิทธิ์ถือครองของคุณหนู ”
“ พวกเราไม่มีความแค้นกับผู้ใดมีเจ้าคะยกเว้นเพียงแค่พวกผู้คนภายในเมืองหลวง เมืองชายแดนแห่งนี้ก็ไม่น่าจะมีใครที่มีความแค้นเคืองกับพวกเรา ”
“ อีกอย่างถ้าเป็นฝีมือของมนุษย์พวกเขาสามารถทำให้สวนแห่งนั้นเป็นเช่นนั้นได้เลยอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ” ลี่ถังถามอย่างสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
นางรองคิดตามความคิดของตนเอง ก็ไม่เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นฝีมือของใคร พวกนางสองคนมาอยู่ที่เมืองชายแดนแห่งนี้เป็นเวลานาน
ไม่มีความแค้นกับใครเป็นพิเศษแถมยังทำดีกับทุกคนภายในเมือง จะบอกว่าพวกนางนั้นมีความแค้นกับใครมันเองก็คงจะเป็นไปไม่ได้
แล้วสวนของนางเองก็มีพวกคนงานคอยเฝ้าอยู่ดูแลอย่างไม่ขาด จะมีใครสามารถลงมือทำให้สวนของนางเป็นแบบนั้นได้
ด้วยสติปัญญาของลี่ถังนางคิดไม่ออกเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยสักนิด แต่ว่าซูฉีมองต่างออกไปนางยังคงขบคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ ไม่หรอกคนที่ลงมือทำแบบนี้อาจจะไม่ได้มีความแค้นกับพวกเราโดยตรง ”
“ ไม่มีความแค้นกับพวกเราโดยตรงอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? ”
“ ชัดแล้วอาจจะไม่มีความแค้นกับพวกเราโดยตรง บางทีการที่พวกเราไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งกับใครก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้มีศัตรูนะ ”
“ ที่คุณหนูพูด… ”
“ ใช่แล้วข้าหมายความแบบนั้นนั่นแหละเจ้าที่ติดตามข้าอยู่ภายในเมืองหลวงมาเป็นเวลานาน ย่อมรู้ดี ”
“ สำหรับคนหลายๆคนแล้วพวกเขานั้นมักจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์เป็นพิเศษ ”
“ ถึงแม้ว่าคนสองคนจะไม่รู้จักกันเลยแต่ขอเพียงแค่ขาดผลประโยชน์กันมันเองก็อาจจะกลายเป็นศัตรูกันได้ ”
“ การที่เล็งไปที่ที่ดินของค่าที่ใช้ในการเพาะปลูก มันเองก็เป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้แล้วไม่ใช่หรือ ”
“ เป้าหมายของคนผู้นั้นก็คือไม่อยากให้ผักของพวกเราทำการส่งขายออกไปภายในเมืองแห่งนี้ ”ซูฉีเริ่มประติดประต่อเรื่องราวทุกอย่างได้เรื่อยๆ
ภาพที่นางสร้างขึ้นมาเริ่มประติดประต่อกลายเป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้นเรื่อยๆ นางเริ่มคาดเดาจุดหมายหรือว่าจุดประสงค์ของคนที่ลงมือเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แล้ว
“ สวนผักอย่างนั้นหรือเจ้าคะ!!! ” ลี่ถังแสดงใบหน้าตื่นตระหนกกับความคิดของคุณหนูของนาง
“ ใช่แล้วเป็นแบบนั้นนั่นแหละ… ”
“ บางทีคนที่ต้องเล่นงานพวกเราอาจจะมองถึงส่วนนั้นเพราะพวกเราไปขัดผลประโยชน์กับพวกเขา ”
“ อันที่จริงแล้วถึงแม้ว่าสวนผักของเราจะส่งขายออกไปที่กองทัพเสียส่วนใหญ่ ”
“ แต่ว่ามันเองก็ไม่ได้ทั้งหมดเรายังมีผักที่เก็บรวบรวมเอาไว้แล้วก็ส่งขายให้กับผู้คนภายในเมือง ”
“ ในช่วงที่เจ้าดูแลกิจการร่วมกับข้ามาเป็นเวลานาน เจ้าเองก็น่าจะรู้ดีผักของพวกเราขายดีขนาดไหน ”
“ ลงขายแต่ละวันหมดทุกวัน… ไม่เพียงเท่านั้นยังมีพ่อค้าหยางจากต่างเมืองพวกเขาเดินทางมาเพื่อที่จะขอซื้อผักพวกนี้ไปขายที่เมืองของตนเองอีก ”
“ เจ้าไม่เคยคิดอย่างนั้นหรอว่าผลประโยชน์ที่พวกเราได้มาในตอนนี้มันเป็นผลประโยชน์ที่มากมายขนาดไหน ” ซูฉีอธิบายถึงการเจริญเติบโตในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับกิจการที่นางดูแลอยู่ทั้งหมด สวนผักเป็นกิจการแรกที่นำทำการดูแล และสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ก็คือกิจการนี้เติบโตเป็นอย่างมากภายในเมืองแห่งนี้
อาจจะเป็นเพราะว่าได้รับเงินสนับสนุนหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นจากกองทัพหรือว่าจากพวกผู้คนภายในเมืองที่คอยอุดหนุน
เลยทำให้นางมีที่ดินพอเพราะปลูกจำนวนมาก ผลผลิตของนางเพิ่มขึ้นในช่วงรอบหลายเดือนที่ผ่านมา
ในครึ่งปีหลังมานี่นางยิ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะแบบนั้นเพียงแค่นี้ก็ยืนยันได้แล้ว ผลประโยชน์จำนวนมากที่เพิ่มขึ้น
มันอาจจะทำให้ผู้คนมากมายอิจฉาริษยาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เพราะว่าก่อนหน้านี้ภายในเมืองแห่งนี้เกี่ยวกับทรัพยากรอาหารเป็นสิ่งที่ขาดแคลน
พวกข้าวของที่ขายอยู่ก็มีราคาสูง แต่ว่าเมื่อนางเข้ามาราคาของพวกมันก็แปรผันเปลี่ยนไป
ผู้คนมากมายให้ความสนใจกับนางมากขึ้นกิจการของนางเจริญเติบโต คนที่มุ่งร้ายกับนางก็คงจะเป็นคนที่สูญเสียผลประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น
ส่วนอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ซูฉีคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันก็คือคำพูดของท่านแม่ทัพห่วงที่เคยเตือนนางเอาไว้ก่อนหน้านี้ที่มันค่อยๆย้อนกลับมาอีกครั้ง
เมื่อนานมาแล้วแม่ทัพหวงได้เอ่ยเตือนเกี่ยวกับนาง บอกว่าไม่ควรจะไว้ใจใคร ในตอนนั้นนางเองก็เห็นว่ามันไม่เกิดอะไรขึ้นเรื่องนี้จึงลืมเลือนไป
แต่ในตอนนี้เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมันเองก็ทำให้ย้อนคิดถึงคำพูดของท่านแม่ทัพที่เอ่ยเตือนกับนางในวันนั้น
“ หมายความว่าอย่างไรอย่างนั้นหรือเจ้าคะคุณหนู? ”
“ ก็อย่างที่พูดไปนั่นแหละสิ่งที่ข้าจะบอกก็คือ… ”
“ คนงานของพวกเราที่อยู่ภายในสวนมีใครสักคนทรยศ ” ซูฉีแสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจ
“ หะ!!! ”
“ คุณหนูไม่ได้พูดเล่นใช่หรือไม่เจ้าคะ ” ลี่ถังแสดงใบหน้าไม่อยากเชื่อเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ เจ้าเห็นใบหน้าของข้าในตอนนี้คิดว่าข้านั้นพูดเล่นอย่างนั้นหรือ? ”
“ ไม่ใช่เจ้าค่ะไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่เพียงแค่จะบอกว่ามีคนทรยศอยู่ภายในหมู่ของคนงานภายในส่วนของพวกเรามันก็… ”
คนงานพวกนี้ทำงานภายในสวนมาเป็นเวลานาน อันที่จริงพวกนางเองก็ไม่ได้เปิดรับคนงานมาสักพักใหญ่ๆแล้ว
คนงานที่ทำกันอยู่ส่วนใหญ่ก็ร่วมทำงานภายในสวนกันมาประมาณครึ่งปีได้แล้ว ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาก็ไม่เห็นว่ามันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จะบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันเป็นเพราะฝีมือของหนึ่งในคนงานทรยศ
ฟังดูแล้วมันเองก็น่าประหลาด ลี่ถังเองก็ไม่อยากจะเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ ข้าไม่ได้พูดเล่นนะ ”
“ ที่ข้าพูดออกไปก็มีความหมายแบบนั้นจริงๆ ”
“ เจ้าลองคิดดูสิเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนี้ คนงานภายในสวนของพวกเราดูแลที่ดินเป็นอย่างดี”
“ ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเจ้าคิดว่ามันจะมีใครที่สามารถลงมือทำแบบนี้ได้โดยไม่เป็นที่สงสัย ”
“ ยกเว้นเพียงแต่ว่าคนงานที่ทำงานอยู่ภายในสวนของพวกเราเอง ” ซูฉีเริ่มคาดเดาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้มากขึ้นเรื่อยๆ
จบบท