บทที่ 7 ช่างไม่รู้จักที่ตายที่ต่ำ!
เฉินฉางอันหาได้หวั่นไหว เขากวาดตามองไปทั่วลาน พบว่ามีทั้งกู้ชิงเฉิงและหลิ่วซือซืออยู่ รวมถึงผู้าุโทุกคนของตระกูลกู้
นอกจากนั้น ยังมีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งสวมอาภรณ์สีเหลืองอร่ามงดงาม ยืนอยู่กับข้ารับใช้สูงวัยอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง บุรุษผู้นั้นมีสีหน้าเย่อหยิ่ง ถึงกับไม่แม้แต่จะชายตามองเฉินฉางอัน
"เฉินฉางอัน เ้ากำลังทำสิ่งใด เหตุใดจึงทำร้ายผู้อื่น"
"รีบคุกเข่าลงแล้วสารภาพผิดเสีย มิเช่นนั้น หากเฉินเสวียนทงสั่งสอนเ้าไม่ได้ ข้าจะเป็คนสั่งสอนเ้าเอง!" กู้ชิงซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
ได้ยินเช่นนั้น เฉินฉางอันจึงหัวเราะเยาะ "หึหึ เพียงแค่เ้าหรือ? ยังมีคุณสมบัติไม่เพียงพอให้ข้าผู้นี้คุกเข่า!"
"อีกอย่าง เพียงแค่เ้า เป็เพียงผู้นำตระกูลชั้นสอง กลับ้าสั่งสอนคนของตระกูลชั้นหนึ่งอย่างตระกูลเฉิน ใครกันที่ให้ความกล้าเ้า!"
คำพูดที่ไม่น่าฟังเช่นนั้น ทำเอากู้ชิงซานถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งมองหน้าบุรุษรูปงามตรงหน้าที่เคยคารวะเขาอย่างสุภาพ บัดนี้กลับแฝงไว้ด้วยรังสีเยือกเย็น!
"ว่าเช่นไรนะ! แค่หมาตัวเดียวก็หวังจะขวางทางข้า เห็นทีไม่ตีให้ตายก็ถือว่าข้าเมตตาแล้ว!"
เฉินฉางอันกล่าวอย่างไม่แยแส สายตากวาดมองกู้ชิงซานที่หน้าซีดเผือดด้วยความรังเกียจ ก่อนจะหยิบหนังสือสัญญาแต่งงานที่อยู่ในอ้อมอกออกมา
"พูดมากเสียเวลา ข้ามาเพื่อถอนหมั้น!"
กล่าวจบ เฉินฉางอันก็ค่อย ๆ ฉีกหนังสือสัญญาในมือออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปล่อยเศษกระดาษลอยละล่องไปทั่วโถง
"บังอาจ!!!"
ทันใดนั้น กู้ชิงซานก็ตวาดลั่น "เ้าช่างไร้มารยาทสิ้นดี! หรือว่าผู้ใหญ่ไม่เคยสั่งสอนเื่มารยาทให้เ้าบ้าง!"
กล่าวจบ พลังิญญาขั้นราชัน์ก็แผ่ปกคลุมร่างของเฉินฉางอัน ราวกับจะกดข่มให้กู้ชิงซานล้มลงคุกเข่า
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ เรือนร่างของเฉินฉางอันยังคงตั้งตรง สีหน้าผ่อนคลาย
"มารยาท? ข้าก็มีมารยาทมากพอแล้ว ท่านอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลย สัญญาหมั้นข้าก็ฉีกไปแล้ว เงินสามล้านก้อนที่ข้าให้เ้าไปตอนนั้น ก็นำมาคืนข้าเสียเถิด" เฉินฉางอันเผยรอยยิ้มมุมปาก เอ่ยอย่างแ่เบา
สีหน้าของกู้ชิงซานยิ่งดูแย่ เขากะจะกดดันเฉินฉางอันเสียก่อน หากเป็เช่นนั้น ต่อให้ถอนหมั้น ของกำนัลและเงินทองเ่าั้ก็ไม่จำเป็ต้องคืน
ทว่าตอนนี้...
เฉินฉางอันผู้อวดดีผู้นี้ เขาไม่อาจควบคุมได้อีกแล้ว!
เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองจวินอู๋เจี้ยนที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งมีสีหน้าสงบนิ่งราวกับกำลังดูละคร
แปะ แปะ แปะ
จวินอู๋เจี้ยนปรบมือเบา ๆ แล้วค่อย ๆ ยืนขึ้น "ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริง ๆ"
“ชิ! แคว้นต้าโจวเล็ก ๆ แห่งนี้ ตระกูลชั้นนำที่พวกเ้ากล่าวอ้าง เหิมเกริมนัก เห็นทีข้าคงได้เปิดหูเปิดตาเสียที!”
บุรุษนามว่าจวินอู๋เจี้ยนเดินอย่างเชื่องช้าเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินฉางอัน ตวัดสายตามองอย่างเหยียดหยัน “พวกเ้าเป็แค่กบในกะลาครอบ เหิมเกริมในแคว้นต้าโจวแห่งนี้ก็แล้วไป หากไปเหยียบย่างดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คงไม่รู้แม้แต่ว่าตัวจะตายอย่างไร”
เมื่อเห็นจวินอู๋เจี้ยนเอ่ยปาก บรรดาคนของตระกูลกู้ต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปมองเฉินฉางอันด้วยแววตาเยาะเย้ย
ส่วนกู้ชิงเฉิงและหลิ่วซือซือ ต่างก็มองจวินอู๋เจี้ยนด้วยสายตาชื่นชมราวกับเทพบุตร
จวินอู๋เจี้ยนยิ่งลำพองใจ กางพัดกระดาษในมือออกอย่างองอาจ โบกไปมาอย่างสำอาง
เฉินฉางอันปรายตามองบุรุษตรงหน้า พลางหัวเราะเยาะ “ชิ! ใครกันช่างไร้มารยาท กางเกงรัดไม่แน่น ปล่อยให้เ้าโผล่ออกมาได้”
ทันทีที่เอ่ยจบ ทุกคนในที่นั้นต่างก็ตะลึง
บางคนอดไม่ได้ที่จะมองไปที่จวินอู๋เจี้ยนซึ่งสวมชุดสีเหลืองอร่ามทั้งตัว ราวกับก้อนอุจจาระ
ชั่วพริบตา ทุกคนต่างก็พยายามกลั้นขำจนหน้าแดงก่ำ
“บังอาจ!”
หลิ่วซือซือจึงเอ่ยขึ้นว่า "เฉินฉางอัน เ้ารู้หรือไม่ว่าเขาเป็ใคร? เขาคือคุณชายแห่งสกุลจวิน หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ และยังเป็โอรสแห่งเซิ่งจวิน กล้าดีอย่างไรจึงบังอาจลบหลู่เช่นนี้! เ้าเบื่อชีวิตแล้วรึ?"
ฝ่ายจวินอู๋เจี้ยนยังคงแย้มยิ้ม เมื่อได้ยินคำของหลิ่วซือซือ รอยยิ้มนั้นกลับยิ่งแฝงแววเย้ยหยัน
"หึหึ โอรสแห่งเซิ่งจวิน เชื่อว่าเ้าคงรู้ดีว่าตำแหน่งเซิ่งจวินนั้นสูงส่งเพียงใด"
กล่าวจบ ดวงตาคมกริบของเขาก็จ้องมองเฉินฉางอัน ราวกับมองสัตว์ต่ำต้อย "ว่าอย่างไรเล่า? กลัวแล้วสิท่า? คำพูดเมื่อครู่ของเ้าช่างล่วงเกินข้าเสียจริง จะยอมตายแต่โดยดี หรือจะร้องขอชีวิต กราบกรานให้ข้าไว้ชีวิตสุนัขเช่นเ้าดี?"
"หึ!" เฉินฉางอันหัวเราะในลำคอ "โอรสแห่งเซิ่งจวิน ผู้สูงส่งเหนือผู้อื่นในแผ่นดินเช่นเ้าย่อมไม่ควรมาโอ้อวดอำนาจในแคว้นเล็ก ๆ เช่นนี้ และยังยื่นมือเข้าปกป้องตระกูลชั้นต่ำเช่นนี้! น่าสมเพชยิ่งนัก ดูท่าตำแหน่งของเ้าในแดนศักดิ์สิทธิ์คงต่ำต้อยไม่น้อย"
คำพูดของเฉินฉางอันทำให้ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มของจวินอู๋เจี้ยนแข็งค้างในทันที
"หากเ้าคือโอรส์ผู้สูงศักดิ์ มีชาติกำเนิดอันรุ่งโรจน์จริง เหตุใดจึงลดตัวมาอวดเบ่ง บังอาจวางท่าทางโอหังเช่นนี้"
"ข้าเกรงว่าที่แดนศักดิ์สิทธิ์ เ้าคงเป็เพียงแค่เศษเดนที่แม้บิดามารดายังไม่ปรารถนาจะชายตามอง"
"เพราะเช่นนั้น เ้าจึงมาที่นี่ เพื่อรับการสรรเสริญจากผู้คนมากมาย เพื่อเติมเต็มความภาคภูมิใจอันต่ำต้อยของตัวเองกระมัง"
คำพูดของเฉินฉางอันแทงใจดำทุกคำ
ใบหน้าของจวินอู๋เจี้ยนค่อย ๆ ซีดเผือด
เพราะคำพูดของเฉินฉางอัน เหยียบย่ำความเ็ปในใจของเขาอย่างสาสม
เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของจวินอู๋เจี้ยน เฉินฉางอันก็ยื่นนิ้วออกมาชี้ไปมาอย่างดูแคลน "ข้าเป็เพียงกบในกะลาครอบ แต่ก็ยังดีกว่าเ้าที่เป็เพียงขยะไร้ค่าที่ผู้คนต่างรังเกียจ"
"ต่อให้เ้าเป็โอรส์ ก็มิอาจหลีกพ้นความจริงที่ว่า เ้าคือขยะโสโครกที่สุดอยู่เช่นเดิม"
"บิดามารดาไม่รัก แม้พี่น้องยังรังเกียจ"
"การที่เ้ามาอยู่แคว้นต้าโจวเช่นนี้ พวกเขาคงอยากให้เ้าตายอยู่ที่นี่เสียด้วยซ้ำกระมัง"
คำพูดของเฉินฉางอัน เปรียบดั่งคมมีดกรีดแทงใจผู้คนในท้องพระโรง เสียงพูดคุยเงียบสงัดลง ทุกสายตาเบิกกว้างจ้องมองมาที่เฉินฉางอันด้วยความตกตะลึง
ส่วนนายท่านแปดและนายท่านเก้าที่ยืนอยู่หน้าประตู ต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ
"นายท่านแปด ท่านว่าเฉินฉางอันผู้นี้ ไฉนถึงได้คารมคมคายเช่นนี้ไปได้"
"ช่างน่าสนใจยิ่งนัก ดูท่าว่างานนี้ คงจะเปิดศึกกับพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์เข้าเสียแล้ว บุตรแห่ง์งั้นรึ น่าสนใจนัก"
นายท่านแปดและนายท่านเก้าต่างพากันคุยกันผ่านกระแสจิตด้วยรอยยิ้ม ท่าทางไม่เกรงกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย
ภายในท้องพระโรง ปฏิกิริยาของจวินอู๋เจี้ยนนั้น เกินกว่าที่เฉินฉางอันคาดการณ์ไว้ ใบหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นราวกับตับหมูอย่างรวดเร็ว
มือของเขายกขึ้นอย่างช้า ๆ แต่กลับกำแน่นด้วยความโกรธ ดวงตาแดงก่ำฉายแววเกรี้ยวกราดและบิดเบี้ยว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!"
จวินอู๋เจี้ยนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ครุ่นคิดว่าจะใช้วิธีใดทรมานเฉินฉางอันให้สาสมกับความโกรธแค้น "ดี ดีนัก!!!
แค่แคว้นเล็ก ๆ แคว้นกระจอกงอกง่อยที่แม้แต่ขั้นราชัน์ยังเป็ที่สุดแล้ว!
“บังอาจ! กล้าดีอย่างไรถึงล่วงเกินข้า ผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้!”
“เ้าเด็กน้อย! ข้าจะทำให้เ้าได้รู้ว่า คำพูดของเ้าและตระกูลเฉิน จะนำพาฝันร้ายมาสู่พวกเ้า!”
“แค่เ้า หนึ่งในผู้ฝึกยุทธ์ขั้น์ ก็กล้ามาเหิมเกริมที่นี่?” เฉินฉางอันตอบโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัวพลางชี้ไปที่ชายชราสองคน “หรือว่า เ้าจะหวังพึ่งคนแก่ไร้ค่าพวกนั้น?”
คำพูดของเฉินฉางอัน เปรียบเสมือนราดน้ำมันลงบนกองเพลิง ยิ่งทำให้จวินอู๋เจี้ยนโกรธแค้น
ดวงตาของเขาฉายแววเย็นะเื “ดี! ดีมาก! ข้าจะค่อย ๆ ฉีกเนื้อเถือกระดูกของเ้าทีละชิ้น!”
จวินอู๋เจี้ยนพุ่งเข้าหาเฉินฉางอันในชั่วพริบตา หมายจะคว้าศีรษะของเฉินฉางอัน!
ทุกคนในตระกูลกู้ต่างพากันแตกตื่น
ทุกสายตามองเฉินฉางอันด้วยความสงสาร
ส่วนกู้ชิงเฉิงและหลิ่วซือซือ ต่างพากันส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา
“ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”