ดรุณีน้อยที่นั่งอยู่ใต้แสงไฟจากกองไฟที่ก่อขึ้นเพื่อขับไล่ความหนาว แสงไฟที่กระทบไปบนร่างของนางที่นั่งคุดคู้กอดตัวเองที่อยู่ตรงหน้าทำให้ิเฟยหลงรู้สึกสงสารร่างบางตรงหน้า
ลูกแมวน้อยของเขาตอนนี้กำลังไม่พอใจเขาอย่างที่สุด ถึงแม้ว่านางจะไม่ว่าไม่โวยวายแต่การไม่พูดไม่จากับเขาเลยนี่ซิมันทำให้เขาทนไม่ได้ จึงพยายามได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนขอร้องให้นางยอมให้อภัยที่เขาเอาแต่ใจของตัวเอง ที่พานางมาโดยที่ไม่ถามความเห็นจากนางก่อน ทำอย่างไรได้ก็ตอนนั้นเขาหึงหวงนางที่ไปสนิทสนมกับชายอื่นนอกจากเขา เพราะเขาทนไม่ได้
หลายปีมานี่เขาอยากจะทำอะไรก็ทำเลยไม่ต้องสนว่าใครจะคิดอย่างไรเอาความพอใจตัวเองเป็หลัก เขาอาจจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมากไปกระมัง ิเฟยหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะตัดสินใจไปนั่งลงข้างๆ คนที่กำลังทำหน้างออยู่ด้านข้าง
“เ้ากินอะไรบ้างเถิด เ้าพึ่งจะหายไข้เดี๋ยวจะไม่สบายขึ้นมาอีก”
ิเฟยหลงยื่นไก่ย่างที่เขาทั้งไปจับมาแล้วก็จัดการย่างให้นางเสร็จสรรพ หว่านชิงเยว่มองหน้าคนที่ทำหน้าสำนึกผิดอยู่ก็ได้แต่ถอนใจ จะมามัวโกรธเขาไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ว่าอย่างไรพวกนางก็มาไกลมากแล้ว มีแต่จะต้องเดินหน้าต่อไป เพียงแต่นึกขัดใจหากว่านางอยู่ในขบวนของลู่จิ้นฝานป่านนี้นางคงจะนอนในกระโจมที่เหล่าทหารกำลังเตรียมเอาไว้ให้ได้นอนหลับซุกผ้าห่มอุ่นๆ ไปแล้ว
แต่นี้ิเฟยหลงกลับพานางมาโดยที่ไม่มีอะไรมาเลย แล้วค่ำคืนนี้จะนอนกันอย่างไร นางก็ผู้หญิงธรรมดาคนนึงไม่ใช่นางเอกในนิยายที่จะกล้าแกร่งไม่กลัวอะไรเลย นางทั้งกลัวแมลง กลัวงู กลัวตะขาบ กลัวทุกสิ่งอย่างที่จะออกมาจากความมืดหากว่านางเผลอหลับไปแล้วที่กลัวที่สุดคือ ผี ผีจีนนะเว้ย!
ชายแดนแบบนี้คนตายไม่รู้ว่าเท่าไหร่ หว่านชิงเยว่ได้เพียงแค่บ่นในใจเท่านั้นไม่กล้าพูดออกไปเพราะไม่อยากจะให้ิเฟยหลงต้องหัวเราะเยาะนาง
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
เห็นลูกแมวน้อยยอมพูดกับเขาบ้างิเฟยหลงก็ยิ้มอย่างพึงพอใจยื่นของกินให้นางไม่หยุดทั้งไก่ย่างทั้งผลไม้ไม่รู้ว่าไปหาตอนไหนถึงได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
“พี่เฟยหลงก็กินด้วยสิเ้าคะ ท่านเป็คนหามาจะให้ข้ากินคนเดียวได้อย่างไร”
ิเฟยหลงยิ้มกว้างยื่นมือไปรับน่องไก่ในมือเล็กของนางที่ยื่นมาให้ ที่จริงเขาไม่ค่อยหิวเท่าไหร่นัก แต่ในเมื่อนางเป็ห่วงกลัวว่าเขาจะหิวจึงได้รับน้ำใจจากนางเอาไว้อย่างมีความสุข
“เ้าเองก็กินเยอะๆ หากยังไม่อิ่มขอเพียงเ้าบอก พี่จะหามาเพิ่มให้แล้วเ้าจะเอาไก่เพิ่มอีกหรือไม่?” ิเฟยหลงเอ่ยกับนางอย่างเอาอกเอาใจ
หว่านชิงเยว่กวาดสายตากลมโตของนางมองไปยังอาหารที่อยู่ในมือและผลไม้ที่อยู่ในห่อผ้ากองใหญ่ นี่เขาคงไม่ได้มองว่านางตะกละกินเยอะหรอกนะใช่มั้ย? พยายามคิดย้อนไประหว่างอยู่ด้วยกันหลายวันที่ผ่านมาก็หน้าแดงขึ้นทันควัน
หลังจากนางอาการดีขึ้นนางกินข้าวมื้อล่ะ3ถ้วย แต่มันเป็ถ้วยเล็กๆ นี่นาใครจะไปอิ่มได้ ให้คิดถึงถ้วยก๋วยเตี๋ยวเรือถ้วยล่ะ15บาทนะมันเล็กขนาดนั้นเลย ตอนนั้นนางยังกินไปไม่ต่ำกว่า20ถ้วยเลยด้วยซ้ำถึงจะอิ่ม ใช่! ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลยหว่านชิงเยว่พยักหน้าให้กำลังใจตัวเองว่านางไม่ควรที่จะมาอายเื่กินอะไรแบบนี้เหมือนสุภาษิตได้บอกเอาไว้ว่า ด้านได้อายอด ใช่มั้ยชิงเยว่
ิเฟยหลงเห็นนางพยักหน้าเขาก็รีบลุกขึ้นทันทีจนหว่านชิงเยว่ใรีบคว้าข้อมือของเขาเอาไว้ นางไม่อยากอยู่คนเดียวในที่มืดๆ แบบนี้คนเดียว
“พี่เฟยหลงจะไปไหนเ้าคะ?”
“พี่กำลังจะไปหาอะไรมาให้เ้าเพิ่มไม่ต้อง กลัวพี่ไปไม่นานเท่านั้น”
ิเฟยหลงมองลูกแมวน้อยที่ตื่นกลัวอย่างเอ็นดู จนอยากจะก้มลงไปกอดนางให้คลายความกังวล แต่มันทำแบบนั้นไม่ได้นี่ซิ เขาก็ไม่อยากจะให้นางต้องไม่ไว้ใจเขาด้วย
“มะไม่ต้องเ้าค่ะ ข้าอิ่มแล้วท่านอยู่กับข้าตรงนี้เถอะ ไม่ต้องไปไหนอีกแล้วนะเ้าคะ”
ดวงตากลมโตคล้ายมีหยาดน้ำอยู่ข้างในชวนให้นึก สงสาริเฟยหลงจึงทรุดตัวลงกลับไปนั่งข้างๆ นางเหมือนเดิม มือหนายังกุมมือน้อยของนางแน่นไม่ยอมปล่อย รู้สึกถึงความเย็นที่แผ่ออกมาจากมือน้อยของร่างเล็กตรงหน้า
เขาลืมไปเลยว่านางเป็แค่สตรีในห้องหอธรรมดาไม่มีวรยุทธและไม่มีทั้งพลังปราณเพื่อขับไล่ความหนาว เหมือนกันกับเขา ร่างเขาผ่านการฝึกยุทธ์พร้อมกับมีพลังปราณแข็งแกร่ง การมานอนค้างอ้างแรมในป่าก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ขอเพียงขับพลังมาครอบคลุมพื้นที่เอาไว้ไม่ว่าสิ่งไหนก็ไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่นี้ได้รวมถึงความหนาวเย็นก็ไม่กระทบกับร่างกายของเขาได้เลยอากาศตอนนี้ของเขาไม่ต่างกับ่ฤดูใบไม้ผลิด้วยซ้ำไป
“เ้าหนาวมากหรือไม่ พี่ขอโทษพี่ลืมนึกไปจนทำให้เ้าต้องลำบากถึงเพียงนี้”
หว่านชิงเยว่มองใบหน้าว้าวุ่นเป็กังวลก็รู้สึกอุ่นซ่านขึ้นภายในใจที่เขาเป็ห่วงเป็ใยนางถึงเพียงนี้ จึงจับมือหนาที่อบอุ่นของเขาเอาไว้ดึงมืออุ่นของเขามาวางบนแก้มที่เย็นเฉียบของนางทั้งสองข้าง เพื่อขับไล่ความหนาวออกไป
มืออุ่นร้อนของเขาช่างสบายนักจนนางอดไม่ได้ที่วางเอาไว้เนินนานิเฟยหลงขัดเขินจนหน้าแดงหูแดงก่ำ ใจเขาเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานางทำแบบนี้จะให้เขาทำอย่างไรที่จะอดทนไม่รวบตัวตัวนางมา แล้วกินนางลงท้องไปซะลูกแมวน้อยคงลืมไปว่าเขาเป็บุรุษแล้วก็เป็บุรุษที่รักนางมากมาย แล้วเขาจะทนอดกลั้นได้อีกนานแค่ไหนกัน
อากาศตอนนี้เริ่มจะเย็นลงเรื่อยๆ เพราะเริ่มดึกมากแล้ว หว่านชิงเยว่ปากสั่นโดยไม่รู้ตัว่นี้กำลังจะเข้าสู่่ฤดูหนาวแล้วอีกไม่นานคงจะมีหิมะตกลงมา นางยังไม่เคยเห็นหิมะของจริงเลย อยากจะััมันดูว่าจะนุ่มเหมือนปุยนุ่นอย่างที่เขาพากันพูดไว้หรือเปล่า ตอนนี้นางรู้สึกว่ากองไฟช่วยให้ความอบอุ่นน้อยมาก สู้มือเรียวงามอย่างที่นางเคยชมของคนร่างโตตรงหน้านี่ไม่ได้ แปลกมากแค่อยู่ใกล้ๆ ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยหนาวมากมันเป็แบบนี้ได้อย่างไรกันนะ
ครั้นลืมตาขึ้นมาสบตากับดวงตาคมที่มีประกายหวานล้ำอย่างบอกอารมณ์ที่ร้อนรุ่มที่บอกอารมณ์บางอย่างของเขา หว่านชิงเยว่ก็หน้าแดงซ่านรีบปล่อยมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว แล้วกลับมานั่งนิ่งๆ ทิ้งให้คนข้างๆ มองที่มือทั้งสองข้างของตัวเองอย่างแสนเสียดาย
“เ้าคงจะง่วงนอนแล้วมาเถอะเยว่เออร์ มานอนพักตรงนี้พี่เตรียมเอาไว้ให้แล้ว”
หว่านชิงเยว่มองไปที่ใบไม้ใหญ่หนาๆ หลายชั้นที่เขาทำเอาไว้ให้นางอย่างขอบคุณแต่ก็สงสัยว่าทำไมไม่เห็นมีที่นอนของเขาเลย
“แล้วพี่เฟยหลงไปนอนตรงไหนเ้าคะ ทำไมไม่มีจัดไว้เลย”
“หากเ้าเป็ห่วงพี่ก็แบ่งที่ของเ้าให้พี่บ้างก็ได้นะ”
ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยยิ้มๆ ดวงตาฉายแววระยิบระยับจนน่าหมั่นใส้ทำเอาสาวงามถึงกับส่งค้อนให้วงใหญ่
“หึ หึ พี่เป็บุรุษนอนยังไงก็ได้เ้าไม่ต้องกังวลว่าพี่จะเอาเปรียบเ้า ถ้าหากว่าเ้าไม่ยินยอม เข้านอนเถอะดึกมากแล้ว”
“ข้ากลัว ท่านมานั่งข้างๆ ข้าได้มั้ยเ้าค่ะ ข้าขอเพียงแค่มือของท่านเท่านั้น รับรองว่าข้าจะไม่ขออะไรท่านไปมากกว่านี้เลยจริงๆ”
สีหน้าจริงจังของนางทำเอาเขาหัวเราะขึ้นมาเสียงดังไม่ใช่ว่านางต้องขอให้เขาสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรนางไม่ใช่หรืออย่างไร เหตุใดทำไมถึงกลายเป็ว่านางสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเขากันเล่า ลูกแมวน้อยของเขาช่างคิดไม่เหมือนใครเลยจริงๆ
ิเฟยหลงเดินลงไปนั่งตรงที่นอนข้างๆ นางโดยมีรอยยิ้มพร่างพราวอยู่ตลอดเวลา เขายื่นมือไปกุมมือของนางเอาไว้ทั้งสองข้างพร้อมกับส่งพลังปราณเข้าไปเพื่อจะให้ร่างกายนางอบอุ่นขึ้น
ด้านหว่านชิงเยว่ลึกๆ นางก็อายที่เอ่ยออกไปแบบนั้นแต่ทำอย่างไรบ้างนางกลัวนี่ หากมีอะไรเกิดขึ้นเขาจะช่วยนางทันได้อย่างไรกัน
“ทะท่านนอนลงตรงนี้ก็ได้ จะได้ไม่เมื่อย ท่านไม่ต้องกังวลข้าจะนอนนิ่งๆ ฝั่งนี้ไม่ไปรบกวนท่านอย่างแน่นอนเ้าคะ”
หว่านชิงเยว่เห็นเขานั่งให้นางจับมือเขาอยู่ก็นึกเกรงใจกลัวว่าจะเป็ตะคริวไปเสียก่อนจึงขยับตัวพร้อมตบลงบนที่นอนข้างๆ เพื่อบอกให้เขาเอนตัวลงมา ครั้นเมื่อเห็นเขาเกร็งตัวทำสีหน้าลำบากใจก็รีบพูดเพื่อให้เขาคลายกังวล เพราะบางคนหากเวลานอนจะไม่ชอบให้ใครถูกเนื้อต้องตัวเพราะจะทำให้นอนหลับยากขึ้น
นางเคยอยู่หอกับเพื่อนจึงรู้ดีเพราะเพื่อนร่วมห้องของนางก็เป็ หากใครถูกตัวตอนนอนก็จะโมโหมาก นางถึงต้องเสียสละลงไปนอนพื้นข้างล่างเพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย คิดไปคิดมาเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ฝั่งหว่านชิงเยว่คิดแบบนั้นแต่ในความเป็จริงไม่ได้รู้เลยว่าหมาป่าข้างๆ นางอยากจะกลืนกินแมวน้อยลงท้องไปมากแค่ไหน ิเฟยหลงหายใจเข้าลึกๆ เพื่อข่มอารมณ์ดิบของตนเอง แต่พอสูดลมหายใจเข้ากลับได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของคนที่นอนข้างๆ ชวนให้ใจยิ่งเตลิดมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก
จึงตัดใจนอนหงายไม่มองร่างนางมองไปบนท้องฟ้าที่ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืด ภาพของนางเมื่อสักครู่ที่ติดตาตรึงใจเขาอยู่ ถอนหายใจให้กับตัวเองอย่างสมน้ำหน้าว่าหาเื่ทรมานตัวเองแท้ๆ เลยิเฟยหลง
เขาเหลือบตามองลูกแมวน้อยที่นอนข้างๆ ที่กอดแขนเขาเอาไว้ทั้งแขนลมหายใจสม่ำเสมอของนางทำให้เขารู้ว่านางได้หลับไปแล้ว จึงพลิกตัวหันข้างมานอนตะแคงมองใบหน้าของนางอย่างแสนรัก ขนตายาวหนาของนางที่ปิดบังดวงตาคู่งดงามที่เขาชอบมอง ิเฟยหลงลูบลงไปแ่เบาอย่างอ่อนโยน ไล่ลงไปตรงจมูกโด่งสวยของนางที่เวลาไม่พอใจจะย่นจมูกใส่เขาอย่างน่ารัก มือเรียวสวยลูบไปที่ริมฝีปากสีแดงระเรื่ออย่างเป็ธรรมชาติของนางที่เขาเคยได้ลิ้มลองมันแล้วว่าหอมหวานมากเพียงไหน
ดวงตาคมมีประกายไหววูบขึ้นเมื่อคิดถึงขึ้นมา เขาค่อยๆ โน้ตัวลงไปใช้ริมฝีปากแตะไปที่ปากน้อยของนางอย่างแ่เบาเพื่อบรรเทาความร้อนรุ่มของตัวเองให้สงบลงไปบ้าง ก่อนจะกดจมูกลงไปหอมแก้มนวลของนางอีกเต็มรักจึงได้พอใจ
ิเฟยหลงที่ตอนนี้กำลังมีความสุขมากมายจนแทบล้นอก ฉีกยิ้มกว้างในความมืดอยู่คนเดียว ไฟที่ก่อไว้เริ่มมอดลงพร้อมกับความรู้สึกกระหายอยากจะกลืนกินนางลดเหลือแค่ส่งความรักความทะนุทะนอมให้นางเท่านั้น ิเฟยหลงดึงร่างบางของหว่านชิงเยว่เข้ามากอดเอาไว้ พร้อมส่งพลังปราณเข้าไปเพิ่มเมื่อเห็นนางเริ่มตัวสั่นขึ้นมาเพราะความหนาว
กดจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยหอมกรุ่นอย่างไม่นึกเบื่อหน่าย ในใจอยากให้ทุกค่ำคืนมีนางอยู่ในอ้อมกอดของเขาแบบนี้ตลอดไปคงจะดี จึงตัดสินใจกับตัวเองว่าหากไปพบบิดามารดาของนางคราวนี้เขาจะสู่ขอนางอย่างเป็ทางการซักที
หว่านชิงเยว่ขยับเข้าไปหาไออุ่นด้านข้างโดยที่ไม่รู้สึกตัว เพียงแต่รู้สึกว่าไม่หนาวเหน็บเหมือนเมื่อสักครู่แล้วจึงได้นอนหลับสนิทอย่างที่ไม่นึกว่าจะหลับลงได้อย่างที่เคยกังวลก่อนหน้านี้