บทที่ 13 ตบหน้าโจรขโมยกระต่าย
"เ้าหยุดกินก่อน กินของคนอื่นแล้วปากจะสั้น*[1] เ้าอยากช่วยนางไหม?"
หยวนเป่ารู้ดีว่า พี่ชายไม่เคยเรียกแม่เลี้ยงว่าท่านแม่ แต่ก่อนมักเรียกว่า 'หญิงสารเลว' แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนมาเรียกว่า 'นาง'
เด็กน้อยพยักหน้าและหยุดกิน จากนั้น พี่ชายก็กระซิบบางอย่างข้างหูนาง แล้วทั้งสองก็วางขนมลง ก่อนจะออกจากลานบ้านไป
ป้าหวังบ้านข้าง ๆ คงทำความผิดมา ถึงได้ลงกลอนประตูเหล็กบานใหญ่ ฉู่ชิงเฉินถอยหลังไปเล็กน้อย แล้วเตะประตูเหล็กใหญ่เปิดออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี
ป้าหวังกำลังถอนขนกระต่ายอยู่ในลานบ้าน พอได้ยินเสียง 'โครม!' ก็ใจนสะดุ้งเฮือก จากนั้นก็เห็นฉู่ชิงเฉินเดินเข้ามาจากนอกประตูอย่างเกรี้ยวกราด นางใกับท่าทางของอีกฝ่ายจนรีบลุกขึ้นยืน "สะใภ้เสิ่น เ้า... เ้าจะทำอะไร?"
"คนหน้าด้านไร้ยางอาย พอข้าไม่อยู่ก็ขึ้นบ้านข้าไปขโมยกระต่าย แถมยังทำร้ายลูกชายข้าอีก คอยดู วันนี้ข้าจะไม่ตีเ้าให้ตาย" ฉู่ชิงเฉินหน้าตึงด้วยความโกรธ คนแบบนี้ไม่ควรตามใจ มีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สอง
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ป้าหวังเคยขโมยของจากบ้านนางไม่น้อย เ้าของร่างเดิมเป็คนอ่อนแอ นอกจากตีลูกแล้ว คนอื่นใครก็รังแกได้
ป้าหวังตัวแข็งทื่อ ท่าทางของฉู่ชิงเฉินไม่เหมือนเดิมแล้ว นี่ยังเป็ผู้หญิงอ่อนแอที่ใครก็รังแกได้อยู่หรือ? ถูกอะไรเข้าสิงกันแน่?
"อย่าเข้ามานะ! เ้ากล่าวหาคนดี กระต่ายตัวนี้ข้าเก็บได้ต่างหาก เ้าเห็นกับตาข้างไหนว่าข้าขโมยมา?"
ขอเพียงฉู่ชิงเฉินเข้ามา นางจะไม่ลังเลที่จะเอาคานหาบฟาดใส่
ที่หน้าประตูใหญ่บ้านป้าหวัง ถวนเป่าจูงมือน้องสาวเข้ามา เขาขยิบตาให้น้องสาวทีหนึ่ง แล้วก็นั่งแหมะลงกับพื้น "ป้าหวังเป็โจรขโมยกระต่าย ตอนที่ท่านแม่ไม่อยู่ก็บุกเข้าบ้านเราไปขโมยกระต่าย แถมยังตีข้ากับพี่ชายด้วย ฮือ ๆ..."
ชาวบ้านสองสามคนได้ยินเสียงร้องไห้ ต่างก็รุมล้อมเข้ามา "ฮือ ๆ... ป้าหวังขโมยกระต่ายแล้วยังตีคนอีก เจ็บจังเลย"
หยวนเป่านึกจะร้องก็ร้องได้ทันที สมเป็นักแสดงจริง ๆ
"หญิงหม้ายนี่ไร้ยางอายเกินไปแล้ว นอกจากชอบยั่วยวนสามีบ้านอื่น ยังทำเื่เลวทรามขนาดนี้อีก ไปพวกเรา ไปสั่งสอนนางให้รู้สำนึก ดูสิว่ายังจะกล้าอีกไหม"
"พูดถูกแล้ว หญิงหม้ายคนนี้เห็นสามีข้าก็ชอบส่งสายตายั่วยวนให้ นางเป็หญิงเ้าชู้ ข้าอยากจะตีนางมาไม่ใช่แค่วันสองวันแล้ว"
ป้าหวังสูญเสียสามีไปเมื่อสองปีก่อน นางอาศัยการยั่วยวนผู้ชายในหมู่บ้านเพื่อยังชีพ ชีวิตของนางจึงค่อนข้างสุขสบาย
ชาวบ้านเรียกนางว่าแม่หม้ายหวัง มีผู้ชายหลายคนที่มีความสัมพันธ์กับนาง พวกภรรยาในหมู่บ้านเกลียดนางมานาน น่าเสียดายที่ประตูเหล็กใหญ่ของนางลงกลอนอยู่ตลอดเวลา คราวนี้อาศัยโอกาสที่ฉู่ชิงเฉินเตะประตูเปิด ชาวบ้านหญิงห้าถึงหกคนจึงพากันเบียดกันเข้าไปข้างใน
ฉู่ชิงเฉินเข้าไปใกล้แม่หม้ายหวัง อีกฝ่ายเลยคว้าไม้คานมาฟาดเข้าที่ศีรษะของหญิงสาว
ทว่า ฉู่ชิงเฉินไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครรังแกง่าย ๆ นางแย่งไม้คานจากมือของแม่หม้ายหวังโดยไม่ต้องใช้แรงมาก แล้วเตะแม่หม้ายหวังจนล้มลงกับพื้น
หญิงสาวยังคิดจะสั่งสอนนางต่อ เพราะการที่นางทำร้ายลูกชายของตนจะปล่อยไปเฉย ๆ ไม่ได้
แต่ไม่ทันที่นางจะลงมือ เหล่าภรรยาก็พากันกรูเข้ามา
คนที่ใช้มือก็ใช้มือ คนที่ใช้เท้าก็ใช้เท้า บางคนถึงกับขี่คร่อมบนตัวของแม่หม้ายหวัง แล้วตบหน้านางทั้งซ้ายทั้งขวา เสียงตบดังลั่น
"นังแพศยา ใครใช้ให้เ้ายั่วสามีของข้า ถ้าข้าไม่ตบเ้าให้ตาย ข้าขอเขียนแซ่กลับหัว"
"ชอบยั่วนักใช่ไหม? งั้นข้าจะฉีกเสื้อผ้าเ้าให้ขาด จะได้ยั่วให้สมใจ!"
ยังมีภรรยาสองคนกระชากเสื้อนอกของแม่หม้ายหวังออก เผยให้เห็นเสื้อชั้นในสีแดงของนาง
หลายคนหยุดตีนางแล้ว แต่ช่วยกันฉุดกระชากลากนางออกไปนอกประตูบ้าน
ตั้งใจจะให้นางเดินประจานรอบหมู่บ้านในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย คราวนี้ แม่หม้ายหวังได้ชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วสิบย่านน้ำแน่นอน
แม่หม้ายหวังสูญเสียหน้าตาอย่างสิ้นเชิง พอออกไปก็มีแต่คนชี้หน้าด่า
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายนี้ ผู้ชายในหมู่บ้านต่างไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับแม่หม้ายหวังอีก
ฉู่ชิงเฉินเห็นเหล่าภรรยากรูเข้าไปตีแม่หม้ายหวัง นางดีใจที่มีคนช่วยสั่งสอนแม่หม้ายหวังแทน ถือว่าประหยัดแรงนางไปได้มาก
หญิงสาวหยิบกระต่ายที่ถูกถอนขนจนเกลี้ยงแล้วออกจากลานบ้าน มือหนึ่งอุ้มหยวนเป่า อีกมือจูงถวนเป่าออกห่างจากสถานที่วุ่นวายแห่งนี้
เด็กทั้งสองยังเล็กอยู่ ภาพที่แสบตาเช่นนี้ไม่เหมาะสมให้พวกเขาดู
"ท่านแม่ นังแพศยาหมายความว่าอะไรหรือ? ทำไมท่านป้าพวกนั้นถึงบอกให้แม่หม้ายหวังยั่วยวนให้สมใจล่ะ?" หยวนเป่ากะพริบตาโตแล้วถามด้วยสีหน้างุนงง
"เด็กดี คำพวกนั้นไม่ดี เป็คำด่า หยวนเป่าห้ามพูดนะ รู้ไหม?"
"ท่านแม่ ข้ารู้แล้ว ต่อไปข้าจะไม่พูดอีก ท่านแม่เก่งจังเลย สามารถแย่งกระต่ายคืนมาจากป้าหวังได้ ข้าอยากกินกระต่าย" หยวนเป่าจำคำที่มารดาบอก พร้อมกับประจบเอาใจ
ดวงตากลมจ้องมองกระต่ายผิวเกลี้ยงเกลาในมือท่านแม่ นางไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว จึงรู้สึกหิวจนแทบทนไม่ไหว
"แม่จะกลับไปทำให้เ้ากินเดี๋ยวนี้"
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉู่ชิงเฉินก็วางหยวนเป่าลง และเริ่มลงมือทำเนื้อกระต่าย
หญิงสาวเติมฟืนลงในเตาไฟ และใช้เคล็ดวิชาไฟจุดเตาขึ้น
จากนั้นก็เทข้าวสารหนึ่งชามลงในหม้อ ใส่ข้าวฟ่างเหลืองเล็กน้อย เติมน้ำหนึ่งกระบวยลงไปต้ม
นางสับเนื้อกระต่ายเป็ชิ้นเล็ก ๆ กระต่ายป่าตัวนี้อ้วนมาก นางจึงลอกหนังและไขมันออก แล้วนำไปใส่อีกหม้อหนึ่งเพื่อสกัดน้ำมัน
เมื่อได้น้ำมันที่สกัดมาแล้วก็เทใส่ชามใหญ่ เวลาผัดอาหาร ตักมาเพียงหนึ่งช้อนก็หอมมากแล้ว
ฉู่ชิงเฉินหยิบต้นหอมสองสามต้นมาจากมิติ และเด็ดผักชีมากำหนึ่ง
เดิมที นางตั้งใจจะทำกระต่ายน้ำแดง แต่พอนึกถึงสามีที่นอนเป็ผักอยู่ นางจึงตัดสินใจทำน้ำแกงกระต่ายแทน
หญิงสาวลวกเนื้อกระต่ายด้วยน้ำเดือด ตักฟองออก แล้วล้างด้วยน้ำอุ่น
ในกระทะใบใหญ่ นางตักน้ำมันกระต่ายที่เพิ่งสกัดได้ลงไปหนึ่งช้อน ใส่ต้นหอม ขิง กระเทียม และโป๊ยกั๊ก ผัดให้หอม เติมซีอิ๊วและผงเครื่องเทศ จากนั้นก็ใส่เนื้อกระต่ายที่หั่นไว้ลงไปผัด
เหล้าสำหรับทำอาหารไม่มี แต่ในมิติมีขวดวิสกี้ที่เคยมีคนมอบให้ นางจึงนำออกมาใส่เล็กน้อยเพื่อดับกลิ่นคาว
แล้วก็เติมน้ำเดือดสองกระบวยลงในหม้อ ปิดฝาเพื่อตุ๋นเนื้อกระต่าย เนื่องจากเนื้อกระต่ายป่าเหนียวมาก นางต้องใส่น้ำมากและตุ๋นนานขึ้น เพื่อให้เด็ก ๆ กินได้
"ท่านแม่ ทำไมหอมจังเลย หอมขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?"
หยวนเป่าได้กลิ่นหอมก็วิ่งเข้ามา ทำท่าดมฟุดฟิดจนน้ำลายไหล สำหรับนางในตอนนี้ ขนมในมือก็ไม่หอมแล้ว
"รอเดี๋ยว ใกล้เสร็จแล้ว"
ฉู่ชิงเฉินมองลูกสาวที่น้ำลายไหลมุมปากด้วยรอยยิ้ม ช่างเป็นักกินตัวน้อยจริง ๆ
“ท่านแม่ เสร็จหรือยังเ้าคะ?”
"เสร็จแล้ว แม่จะตักออกมาเดี๋ยวนี้แหละ"
ฉู่ชิงเฉินเปิดฝาหม้อ กลิ่นหอมของเนื้อโชยมาปะทะหน้า นางโรยต้นหอมซอยและผักชีสับลงไป
ตักทั้งเนื้อและน้ำใส่ชาม แล้วยกเข้าห้อง ด้านหลังมีเด็กน้อยคนหนึ่ง น้ำลายไหลยืดจนถึงหลังเท้าเดินตามมา
ข้าวผสมสุกนานแล้ว นางดับไฟและวางไว้ในหม้อให้อุ่น
ฉู่ชิงเฉินตักข้าวใส่ชามใบใหญ่เกือบเต็มชาม
คนในหมู่บ้านไม่ค่อยมั่งคั่ง จึงมักจะผสมข้าวขาวกับธัญพืชอื่น ๆ และจะได้กินอิ่มท้องจริง ๆ ก็แค่่เทศกาลเท่านั้น
ถ้าชาวบ้านรู้ว่า ข้าวครึ่งชามนี้เป็ปริมาณสำหรับมื้อเดียวของฉู่ชิงเฉิน พวกเขาคงใจนลูกตาหล่นลงในชามข้าวแน่นอน
สำหรับพวกเขา นี่เป็ปริมาณข้าวสำหรับห้าคนกินสามวัน
"ท่านแม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจแอบกินนะ แต่ว่าอดใจไม่ไหวจริง ๆ"
ตอนแม่เลี้ยงเดินเข้ามา หยวนเป่ากำลังดูดนิ้วมือตัวเองที่เพิ่งเปื้อนน้ำแกงกระต่ายอยู่ เพราะไม่อยากให้เสียของ
"ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร แม่ไม่ถือสาหรอก เนื้อกระต่ายนี่ก็ทำมาให้พวกเ้ากินนั่นแหละ กินได้เต็มที่เลย" ฉู่ชิงเฉินยิ้ม บนใบหน้าฉายแววอ่อนโยนของความเป็มารดา
นางตักข้าวให้เด็กทั้งสองคน แล้วหยิบอีกชามตักน้ำแกงแยกไว้ด้านหนึ่ง รอให้กินข้าวเสร็จ น้ำแกงก็น่าจะเย็นลงพอดี จะได้ป้อนให้สามีปลอม ๆ คนนั้นกิน
[1] กินของคนอื่นแล้วปากจะสั้น หมายความว่า เมื่อรับของกินหรือผลประโยชน์จากใครแล้ว ก็มักจะพูดคัดค้านเขาไม่ได้ หรือต้องยอมเกรงใจเขา