เด็กบ้า!ใครเขาอ่อยนายกัน ฉันแค่ยิ้มให้ หลงตัวเองชะมัด
“หน้าบึ้งเชียวเป็อะไร”
“อารมณ์ไม่ดี มีคนกวนโอ๊ย”
“เพื่อนที่ทำงานเหรอ” ปากถามแต่มือยังคงกดเล่นเกมเป็ระวิง
“อืม ประมาณนั้น” ร่างบางเอนลงบนโซฟาใกล้กับภัทร “พอภูริกลับไปอยู่กับยายแล้วเงียบเหมือนกันเนอะไม่มีเด็กให้เล่นด้วยเลย”
“บ่นเหงาราวกับสาวแก่”
ตุ้บ!
“ผมพูดผิดตรงไหน”
“ทุกตรงแหละเห็นแล้วเกะกะตาเล่นเกมทั้งวันไม่เบื่อหรือไง”
“ก็วันพักร้อนของผมอ่ะ อารมณ์เสียแล้วมาลงที่น้องถูกหนุ่มหักอกมาแหง”
“มีที่ไหนว่าแต่แกจะกลับไปทำงานเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้”
“ไม่เห็นบอกล่วงหน้า”
“ต้องบอกด้วย?”
“เบื่ออ่ะไปหาของกินกันเถอะ”
“ขออีกตานึงพี่ไปแต่งตัวก่อนเลยพอดีจบเกม”
สองพี่น้องตกลงมากินสุกี้บนห้างสรรพสินค้าใกล้คอนโดระหว่างที่ก้มตาก้มตากินสายตาของเธอดันเหลือบไปเห็นร่างสูงของศวัสเดินผ่านหน้ากระจกร้านไปโดยมีหญิงสาวตัวกระทัดรัดเดินเคียงข้าง
“หมอนั่นนี่” ภัทรมองตามสายตาเธออย่างจับผิด “ไหนว่าไม่สนใจ”
“บังเอิญป่ะ”
“มากับสาวซะด้วยเห็นยังว่ามันเ้าชู้”
“ช่างเขาสิ ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย อิ่มแล้วนายอยากไปไหนต่อ”พี่สาวเปลี่ยนเื่
“ดูหนังไหม”
“เอาดิ ไม่ได้เข้าโรงหนังมานานล่ะแกเลี้ยงนะ”
“ไม่เอาหนังรักขอเป็หนังไซไฟหรือสยองขวัญ”
“ไซไฟละกัน ไม่เอาหนังสยอง”พี่สาวยืนยันชัดเจน
“โตขนาดนี้แล้วยังกลัวอะไรเป็เด็ก”
“ความกลัวไม่เกี่ยวกับอายุ”
“จองผ่านแอปก่อนยังทันไหม”
“ไม่รู้สิ ลองดู”
โรงภาพยนต์ตั้งอยู่บนชั้นสามของห้างพวกเธอมาช้ากว่าเวลาดังนั้นพอมาถึงหน้าโรงหนังคนก็แทบไม่มี
“เอาน้ำมาเดี๋ยวถือให้” ภัทรดึงแก้วน้ำออกจากมือพี่สาวเมื่อเข้ามาภายในโรงภาพยนตร์
“น่ารักจริงน้องพี่”
“กลัวเดินซุ่มซ่ามคว่ำใส่หัวชาวบ้าน”
“กำลังจะปลื้มอยู่แล้วเชียว”
“พี่เดินเข้าไปก่อน ระวังนะ“
ทางเดินระหว่างแถวค่อนข้างมืดยังดีที่พอมีแสงสว่างจากหน้าจอภาพยนตร์ที่กำลังฉายตัวอย่างโปรแกรมหนังใหม่บ้างภัควริณย์เดินไปจนถึงหมายเลขที่นั่งแล้วก็ชะงักแสงไฟที่สาดส่องมาทำให้เห็นใบหน้าลางๆ ของคนที่นั่งเก้าอี้ถัดไป
อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นเธอพยายามทำตัวลีบแทบจะกลั้นหายใจตอนนั่งลง พอหนังฉายไปสักพักเธอจึงค่อยสูดหายใจเข้าเต็มปอดแต่ก็พยายามเก็บมือไม้ไม่ให้พ้นเขตเก้าอี้นั่ง คนที่นั่งอยู่ก่อนไม่มีวี่แววว่าจะสนใจใครหน้าไหนนอกจากจอภาพเบื้องหน้าจนกระทั่งจบเื่นับว่าเป็การดูหนังที่แทบจะไม่รู้เื่ที่สุดในชีวิตเธอเลยทีเดียวเธอเกร็งแทบจะหยุดหายใจทั้งที่คนนั่งอยู่ก่อนไม่มีท่าทีว่าจะสนใจคนนั่งข้างๆอย่างเธอสักนิดเดียว
“คนไม่รักษาสัญญา” ภัควริณย์สะดุ้งเกือบทำแก้วน้ำในมือร่วงรู้สึกถึงไออุ่นลมหายใจของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังพยายามนิ่งรอจนเขาขยับตัวออกห่างจึงค่อยๆ หันมาเผชิญหน้ากับคนร่างสูง
ตั้งสตินังพี อย่าสั่นแค่ผู้ชายเข้าใกล้
“ไม่คิดว่าจะอยากให้ทัก”
“นึกว่าจะบอกไม่เห็น”
มามุกไหนอีกเนี่ย เธอยกน้ำขึ้นจิบซ่อนรอยยิ้มแต่ตาเป็ประกายล้อเลียน
ศวัสเม้มปากหันหน้าหนี ผู้ชายอะไรค้อนเก่งชะมัดทำปากบึนไม่ต่างจากน้องภูริเลยสักนิด
“โอเค ขอโทษ พอใจไหม” อุตส่าห์ง้อแล้วยังไม่หันกลับมามอง “ก็เห็นไปกับสาวนี่ใครจะกล้า”
“ญาติต่างหาก สาวที่ไหน”
“ไม่รู้นี่”
“พี่สาวผมเอง ไม่เหมือนพี่ละกัน”
“ไม่เหมือนตรงไหน”
“พี่ไปกับแฟนไม่ใช่หรือไง”
“อุ๊บ!” แทบสำลักน้ำ“คิดได้ยังไงเนี่ย”
“หรือไม่ใช่”
“นั่นน้องชายพี่อย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะ ขนลุก!”
“น้องชาย?”
“ลูกพี่ลูกน้องน่ะ เป็ศัตรูหัวใจหมอด้วยนี่น่าจะจำได้”
“รู้ได้ยังไง”
“เดา...เด็กวัยรุ่นไม่ลงรอยกันจะมีสักกี่เื่นอกจากบลัฟกันเื่ผู้หญิง”ศวัสหูแดงไม่ปฏิเสธ
“เื่ั้แ่สมัยใส่ขาสั้นน่ะ ตอนนี้ไม่มีแล้ว” หมอหนุ่มพูดเสียงเบาพลางยื่นกระดาษยับๆแผ่นนึงมาให้ตรงหน้า “อ่ะ ผังขบวนพาเหรด”
“ว๊าว ขอบคุณค่ะ” รอยยิ้มกว้างค่อยๆ หุบลงฉับ “อะไรนี่หมอลายแทงขุมทรัพย์หรือไงทำไมมันยุ่งแบบนี้”
“คนอุตส่าห์ทำให้เสียกำลังใจหมด”ศวัสบ่นอุบอิบ
“โหย ลายมือแบบว่าจุดแล้วลากยึกๆแบบนี้ใครจะไปอ่านออก เขียนใหม่เลยนะ” ร่างเล็กเดินนำคนตัวสูงออกจากห้องพักรับประทานอาหารมายังโต๊ะทำงานซึ่งแยกเป็สัดส่วนจากเ้าหน้าที่คนอื่นๆ
“นั่งลงๆ อ้อ หมอรีบไหม”
หมอหนุ่มส่ายหน้าเพราะเคลียร์งานหมดแล้วก่อนมาที่นี่
“ดี เอานี่จดลงในสมุดโน้ตพี่เลยเต็มที่แต่ขอตัวบรรจงนะ เข้าใจไหมตัวบรรจง”
“สั่งเป็ก๋วยเตี๋ยว”
“บ่น”
“คร้าบแม่” มือเรียวยาวจดยิกๆลงในบันทึกเล่มหนา ก้มหน้าก้มตาดูตั้งใจประหนึ่งทำข้อสอบ
หล่อจัง จีบซะเลยดีไหมนะ?
“จะเก็บค่ามองแล้วนะ”
แน่ะ…หวงตัวซะด้วย
“มองนิดมองหน่อยไม่สึกหรอหรอก”
คนหล่อหยุดมือแล้วมองหน้าเธอตรงๆ “เอ้ามองซะให้พอ”
“หมอหล่ออ่ะ”
“แล้วไง”
“ก็ไม่มีอะไร แค่อยากบอก”
“แค่นี้?”
“ก็แค่นี้แหละ ทำไม”
“นึกว่าจะมีอะไรมากกว่านี้”
“เช่น?”
“อยากขอเป็แฟนอะไรทำนองนี้”
“ตลกล่ะ” หญิงสาวหัวเราะไม่ถือสา
“ผมโสด จีบได้”
ภัควริณย์ยิ้มแหยไม่ต่อความ
พี่เขาไม่ได้มาเล่นๆ
“ผมบอกแล้วว่าอย่าอ่อยเล่นๆเพราะผมเอาจริง” ศวัสขู่ก่อนจะก้มหน้าจดผังขบวนพาเหรดต่อไม่สนใจหญิงสาวอีก ไม่นานก็เงยหน้าขึ้นบอก
“เรียบร้อย” ใบหน้าหล่อเหลาดูภูมิใจกับผลงานตัวเองสุดฤทธิ์ขยับดูซ้ายขวาหลายรอบก่อนส่ง ศวัสยิ้มตาหยีเมื่อเธอพยักหน้าว่าใช้ได้
“พี่รู้จักร้านตัดสูทไหม”
“มีแถวหน้าเดอะมอลล์ไงจอดรถพันธุ์ทิพย์ ไม่สิ จอดเดอะมอลล์นั่นแหละแล้วเดินย้อนกลับมาหน่อย”
“ไปถามแล้วคิวเยอะ ไม่ทัน”
“มีร้านตัดสูทแถวประชาชื่นหมอใช้เมื่อไหร่” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากสมุดโน้ตที่กำลังขีดๆเขียนๆ ต่อจากศวัส
“ต้นเดือน”
“ไม่ทันหรอกกระชั้นชิดไป ซื้อเถอะเดอะมอลล์ชั้นสองเห็นมีเพียบหุ่นอย่างหมอไม่น่ามีปัญหา ใช้งานอะไร”
“งานแต่งเพื่อนที่กาญจน์”
“ซื้อเหอะถ้าตัดเดี๋ยวหล่อกว่าเ้าบ่าวไปแย่งซีนเขาอีก”
“คงต้องอย่างนั้น”
“หมอเป็เพื่อนเ้าบ่าวหรือเ้าสาว”
“เ้าบ่าว”
“แล้วไม่มีชุดธีมเพื่อนเ้าบ่าวเหรอเหมือนชุดเพื่อนเ้าสาวอะไรงี้เวลาสั่งตัดหรือเช่าก็รวมกันทีเดียว”
“ไม่เห็นมันว่าอะไรส่งแต่การ์ดคงกะรับซองอย่างเดียวมีแค่ปักหมุดแผนที่” เขาลองเลื่อนสไลด์ดูการ์ดในมือถือ
“แล้วงานแต่งพี่ธีมอะไร”
“ธีมอะไร เคยที่ไหนกันเล่า”สาวโสดทำหน้ายู่
“อ้อ วิวาห์เหาะ” ศวัสแกล้งแหย่ แล้วก็ต้องกลั้นยิ้มจนตาหยีเพราะคนตรงหน้าทำท่าราวกับอยากจะเข้ามาบีบคอเขายังไงยังงั้น
“อี๊ยยยย! หมอ!” ภัควริณย์เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยากจะกระโจนเข้าไปขย้ำคนขี้แกล้งใจจะขาดแต่ดูทรงแล้วไม่น่าเสี่ยงเพราะสายตาระยิบระยับนั่นบอกว่าถ้าเธอก้าวเข้าไปทำมิดีมิร้ายเมื่อไหร่เขาขย้ำเธอคืนแน่
“ก๊อก ก๊อก ขออนุญาตครับ” กมลภพกอดอกยืนพิงผนังห้องนานแล้วแต่ไม่อยากขัดจังหวะ
“หมอมาๆ เอาเก้าอี้มาด้วยส่งการบ้านใช่ไหม”สาวขี้โมโหเมื่อครู่ปรับโหมดเป็ยิ้มพาณิชย์อย่างรวดเร็ว เพราะเจอเหยื่อรายใหม่
เหยื่อนั่งลงบนเก้าอี้ที่ลากติดมือมาแถมด้วยการกระแทกไหล่เพื่อนที่นั่งอยู่ก่อนอีกหนึ่งกรุบ
“มึงมานานยัง”
“สักพัก”
“ไปได้แล้วผู้ใหญ่จะคุยธุระ”
“ไม่ กูจะอยู่”
“มึงจะนั่งเป็ก้างทำไมเนี่ย”กมลภพถอนหายใจพรืด
“ไม่ใช่แค่เป็ก้าง แต่กูจะเก็บข้อมูลไว้ฟ้องเมียมึง”คราวนี้ศวัสปล่อยหมัดเด็ด
“หมอกมลแต่งงานแล้วเหรอ” ในิดหน่อยเพราะหมอที่มาเรียนต่อเฉพาะทางส่วนใหญ่อายุเพียง 26-28ปีเท่านั้น หลังจากใช้ทุนโรงพยาบาลชุมชนครบสามปีก็มักจะมาเรียนต่อเฉพาะทางทันทีดังนั้นจะมีหมอจำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่แต่งงานแล้ว
“มีลูกสาวหนึ่งขวบแถมด้วย”เ้าตัวคุยฟุ้งดูท่าภูมิใจนักหนา
“โอ้โห” คราวนี้เธอใของจริง“ไม่นึกว่าหมอจะสร้างครอบครัวเร็วขนาดนี้”
“ผมเป็คนน่าเชื่อถือสร้างฐานะมั่นคงได้เร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันครับ” ฟังดูน่าสรรเสริญขึ้นไปอีก
“มันแรดแต่เด็ก” ศวัสคนหักหลังเพื่อน
“หมอพูดไม่เพราะ”
“ขอโทษครับแม่”
“มึงจะไปได้ยังครับลูกพ่อจะจีบพี่เขาไปเป็แม่ให้มึง รีบๆ ลุกเสียเวลา” กมลเอาเท้าเขี่ยๆคนนั่งก่อน
“แม่จริงที่ไหน นี่แม่ทูนหัวกู”เอามือกอดอกเอนหลังบนเก้าอี้ปักหลักมั่นคง
“ตามใจอยากเห็นอยากได้ยินแล้วหึงจนอกแตกตายก็เื่ของมึง กูเตือนแล้วนะ”
สะตั้นไปสามวิ!ราวกับมีเปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นบนหน้าหญิงสาวส่วนศวัสหูแดงลุกพรวดเม้มปากแน่นเดินจ้ำออกจากห้องไปแบบไม่ลา
“ฮ่ะฮ่า” กมลภพหัวเราะสะใจ
“แกล้งเพื่อนทำไม”
“ขี้เก๊กนักหมั่นไส้”
“บาป”
“ทำบุญมาเยอะแล้ว ทำบาปนิดหน่อยพระเ้าให้อภัยว่าแต่…พี่ชอบไอ้เด็กสามขวบนี่จริงอ่ะ” กมลภพยื่นหน้ามาถามทำสีหน้าจริงจัง
คนถูกถามอมยิ้มคุยกับเด็กแสบพวกนี้หน้าต้องหนาเป็ฝ้าเพดาน ใจต้องแกร่งทนทานเป็เพชร “ก็ว่าเรียนจบจะให้แม่ไปขอ”
“เอาไปเล่นเป็เพื่อนลูกพี่เหรอ”ปรามาสเพื่อนสุดๆ