คุณหมอขออนุญาตรัก

    ตอนที่ 2.3 เด็กน้อยมีพิรุธ

              เด็กบ้า!ใครเขาอ่อยนายกัน ฉันแค่ยิ้มให้ หลงตัวเองชะมัด

            “หน้าบึ้งเชียวเป็๞อะไร”

            “อารมณ์ไม่ดี มีคนกวนโอ๊ย”

            “เพื่อนที่ทำงานเหรอ” ปากถามแต่มือยังคงกดเล่นเกมเป็๞ระวิง

            “อืม ประมาณนั้น” ร่างบางเอนลงบนโซฟาใกล้กับภัทร “พอภูริกลับไปอยู่กับยายแล้วเงียบเหมือนกันเนอะไม่มีเด็กให้เล่นด้วยเลย”

            “บ่นเหงาราวกับสาวแก่”

            ตุ้บ!

            “ผมพูดผิดตรงไหน”

            “ทุกตรงแหละเห็นแล้วเกะกะตาเล่นเกมทั้งวันไม่เบื่อหรือไง”

            “ก็วันพักร้อนของผมอ่ะ อารมณ์เสียแล้วมาลงที่น้องถูกหนุ่มหักอกมาแหง”

            “มีที่ไหนว่าแต่แกจะกลับไปทำงานเมื่อไหร่”

            “พรุ่งนี้”

            “ไม่เห็นบอกล่วงหน้า”

            “ต้องบอกด้วย?”

            “เบื่ออ่ะไปหาของกินกันเถอะ”

            “ขออีกตานึงพี่ไปแต่งตัวก่อนเลยพอดีจบเกม”

            สองพี่น้องตกลงมากินสุกี้บนห้างสรรพสินค้าใกล้คอนโดระหว่างที่ก้มตาก้มตากินสายตาของเธอดันเหลือบไปเห็นร่างสูงของศวัสเดินผ่านหน้ากระจกร้านไปโดยมีหญิงสาวตัวกระทัดรัดเดินเคียงข้าง

            “หมอนั่นนี่” ภัทรมองตามสายตาเธออย่างจับผิด “ไหนว่าไม่สนใจ”

            “บังเอิญป่ะ”

            “มากับสาวซะด้วยเห็นยังว่ามันเ๯้าชู้”

            “ช่างเขาสิ ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย อิ่มแล้วนายอยากไปไหนต่อ”พี่สาวเปลี่ยนเ๱ื่๵๹

            “ดูหนังไหม”

            “เอาดิ ไม่ได้เข้าโรงหนังมานานล่ะแกเลี้ยงนะ”

            “ไม่เอาหนังรักขอเป็๞หนังไซไฟหรือสยองขวัญ”

            “ไซไฟละกัน ไม่เอาหนังสยอง”พี่สาวยืนยันชัดเจน

            “โตขนาดนี้แล้วยังกลัวอะไรเป็๞เด็ก”

            “ความกลัวไม่เกี่ยวกับอายุ”

            “จองผ่านแอปก่อนยังทันไหม”

            “ไม่รู้สิ ลองดู”

            โรงภาพยนต์ตั้งอยู่บนชั้นสามของห้างพวกเธอมาช้ากว่าเวลาดังนั้นพอมาถึงหน้าโรงหนังคนก็แทบไม่มี

            “เอาน้ำมาเดี๋ยวถือให้” ภัทรดึงแก้วน้ำออกจากมือพี่สาวเมื่อเข้ามาภายในโรงภาพยนตร์

            “น่ารักจริงน้องพี่”

            “กลัวเดินซุ่มซ่ามคว่ำใส่หัวชาวบ้าน”

            “กำลังจะปลื้มอยู่แล้วเชียว”

            “พี่เดินเข้าไปก่อน ระวังนะ“

            ทางเดินระหว่างแถวค่อนข้างมืดยังดีที่พอมีแสงสว่างจากหน้าจอภาพยนตร์ที่กำลังฉายตัวอย่างโปรแกรมหนังใหม่บ้างภัควริณย์เดินไปจนถึงหมายเลขที่นั่งแล้วก็ชะงักแสงไฟที่สาดส่องมาทำให้เห็นใบหน้าลางๆ ของคนที่นั่งเก้าอี้ถัดไป

              อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นเธอพยายามทำตัวลีบแทบจะกลั้นหายใจตอนนั่งลง พอหนังฉายไปสักพักเธอจึงค่อยสูดหายใจเข้าเต็มปอดแต่ก็พยายามเก็บมือไม้ไม่ให้พ้นเขตเก้าอี้นั่ง คนที่นั่งอยู่ก่อนไม่มีวี่แววว่าจะสนใจใครหน้าไหนนอกจากจอภาพเบื้องหน้าจนกระทั่งจบเ๱ื่๵๹นับว่าเป็๲การดูหนังที่แทบจะไม่รู้เ๱ื่๵๹ที่สุดในชีวิตเธอเลยทีเดียวเธอเกร็งแทบจะหยุดหายใจทั้งที่คนนั่งอยู่ก่อนไม่มีท่าทีว่าจะสนใจคนนั่งข้างๆอย่างเธอสักนิดเดียว

             

    “คนไม่รักษาสัญญา” ภัควริณย์สะดุ้งเกือบทำแก้วน้ำในมือร่วงรู้สึกถึงไออุ่นลมหายใจของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังพยายามนิ่งรอจนเขาขยับตัวออกห่างจึงค่อยๆ หันมาเผชิญหน้ากับคนร่างสูง

            ตั้งสตินังพี อย่าสั่นแค่ผู้ชายเข้าใกล้

            “ไม่คิดว่าจะอยากให้ทัก”

            “นึกว่าจะบอกไม่เห็น”

            มามุกไหนอีกเนี่ย เธอยกน้ำขึ้นจิบซ่อนรอยยิ้มแต่ตาเป็๲ประกายล้อเลียน

            ศวัสเม้มปากหันหน้าหนี ผู้ชายอะไรค้อนเก่งชะมัดทำปากบึนไม่ต่างจากน้องภูริเลยสักนิด

            “โอเค ขอโทษ พอใจไหม” อุตส่าห์ง้อแล้วยังไม่หันกลับมามอง “ก็เห็นไปกับสาวนี่ใครจะกล้า”

            “ญาติต่างหาก สาวที่ไหน”

            “ไม่รู้นี่”

            “พี่สาวผมเอง ไม่เหมือนพี่ละกัน”

            “ไม่เหมือนตรงไหน”

            “พี่ไปกับแฟนไม่ใช่หรือไง”

            “อุ๊บ!” แทบสำลักน้ำ“คิดได้ยังไงเนี่ย”

            “หรือไม่ใช่”

            “นั่นน้องชายพี่อย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะ ขนลุก!”

            “น้องชาย?”

            “ลูกพี่ลูกน้องน่ะ เป็๲ศัตรูหัวใจหมอด้วยนี่น่าจะจำได้”

            “รู้ได้ยังไง”

            “เดา...เด็กวัยรุ่นไม่ลงรอยกันจะมีสักกี่เ๱ื่๵๹นอกจากบลัฟกันเ๱ื่๵๹ผู้หญิง”ศวัสหูแดงไม่ปฏิเสธ

              “เ๹ื่๪๫๻ั้๫แ๻่สมัยใส่ขาสั้นน่ะ ตอนนี้ไม่มีแล้ว” หมอหนุ่มพูดเสียงเบาพลางยื่นกระดาษยับๆแผ่นนึงมาให้ตรงหน้า “อ่ะ ผังขบวนพาเหรด”

            “ว๊าว ขอบคุณค่ะ” รอยยิ้มกว้างค่อยๆ หุบลงฉับ “อะไรนี่หมอลายแทงขุมทรัพย์หรือไงทำไมมันยุ่งแบบนี้”

            “คนอุตส่าห์ทำให้เสียกำลังใจหมด”ศวัสบ่นอุบอิบ

            “โหย ลายมือแบบว่าจุดแล้วลากยึกๆแบบนี้ใครจะไปอ่านออก เขียนใหม่เลยนะ” ร่างเล็กเดินนำคนตัวสูงออกจากห้องพักรับประทานอาหารมายังโต๊ะทำงานซึ่งแยกเป็๲สัดส่วนจากเ๽้าหน้าที่คนอื่นๆ

            “นั่งลงๆ อ้อ หมอรีบไหม”

            หมอหนุ่มส่ายหน้าเพราะเคลียร์งานหมดแล้วก่อนมาที่นี่

            “ดี เอานี่จดลงในสมุดโน้ตพี่เลยเต็มที่แต่ขอตัวบรรจงนะ เข้าใจไหมตัวบรรจง”

            “สั่งเป็๲ก๋วยเตี๋ยว”

            “บ่น”

            “คร้าบแม่” มือเรียวยาวจดยิกๆลงในบันทึกเล่มหนา ก้มหน้าก้มตาดูตั้งใจประหนึ่งทำข้อสอบ

            หล่อจัง จีบซะเลยดีไหมนะ?

            “จะเก็บค่ามองแล้วนะ”

            แน่ะ…หวงตัวซะด้วย

            “มองนิดมองหน่อยไม่สึกหรอหรอก”

            คนหล่อหยุดมือแล้วมองหน้าเธอตรงๆ “เอ้ามองซะให้พอ”

            “หมอหล่ออ่ะ”

            “แล้วไง”

            “ก็ไม่มีอะไร แค่อยากบอก”

            “แค่นี้?”

            “ก็แค่นี้แหละ ทำไม”

            “นึกว่าจะมีอะไรมากกว่านี้”

            “เช่น?”

            “อยากขอเป็๞แฟนอะไรทำนองนี้”

            “ตลกล่ะ” หญิงสาวหัวเราะไม่ถือสา

            “ผมโสด จีบได้”

              ภัควริณย์ยิ้มแหยไม่ต่อความ

              พี่เขาไม่ได้มาเล่นๆ

            “ผมบอกแล้วว่าอย่าอ่อยเล่นๆเพราะผมเอาจริง” ศวัสขู่ก่อนจะก้มหน้าจดผังขบวนพาเหรดต่อไม่สนใจหญิงสาวอีก ไม่นานก็เงยหน้าขึ้นบอก

            “เรียบร้อย” ใบหน้าหล่อเหลาดูภูมิใจกับผลงานตัวเองสุดฤทธิ์ขยับดูซ้ายขวาหลายรอบก่อนส่ง ศวัสยิ้มตาหยีเมื่อเธอพยักหน้าว่าใช้ได้

              “พี่รู้จักร้านตัดสูทไหม”

            “มีแถวหน้าเดอะมอลล์ไงจอดรถพันธุ์ทิพย์ ไม่สิ จอดเดอะมอลล์นั่นแหละแล้วเดินย้อนกลับมาหน่อย”

            “ไปถามแล้วคิวเยอะ ไม่ทัน”

            “มีร้านตัดสูทแถวประชาชื่นหมอใช้เมื่อไหร่” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากสมุดโน้ตที่กำลังขีดๆเขียนๆ ต่อจากศวัส

            “ต้นเดือน”

            “ไม่ทันหรอกกระชั้นชิดไป ซื้อเถอะเดอะมอลล์ชั้นสองเห็นมีเพียบหุ่นอย่างหมอไม่น่ามีปัญหา ใช้งานอะไร”

            “งานแต่งเพื่อนที่กาญจน์”

            “ซื้อเหอะถ้าตัดเดี๋ยวหล่อกว่าเ๯้าบ่าวไปแย่งซีนเขาอีก”

            “คงต้องอย่างนั้น”

            “หมอเป็๞เพื่อนเ๯้าบ่าวหรือเ๯้าสาว”

            “เ๽้าบ่าว”

            “แล้วไม่มีชุดธีมเพื่อนเ๯้าบ่าวเหรอเหมือนชุดเพื่อนเ๯้าสาวอะไรงี้เวลาสั่งตัดหรือเช่าก็รวมกันทีเดียว”

            “ไม่เห็นมันว่าอะไรส่งแต่การ์ดคงกะรับซองอย่างเดียวมีแค่ปักหมุดแผนที่” เขาลองเลื่อนสไลด์ดูการ์ดในมือถือ

            “แล้วงานแต่งพี่ธีมอะไร”

            “ธีมอะไร เคยที่ไหนกันเล่า”สาวโสดทำหน้ายู่

            “อ้อ วิวาห์เหาะ” ศวัสแกล้งแหย่ แล้วก็ต้องกลั้นยิ้มจนตาหยีเพราะคนตรงหน้าทำท่าราวกับอยากจะเข้ามาบีบคอเขายังไงยังงั้น

            “อี๊ยยยย! หมอ!” ภัควริณย์เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยากจะกระโจนเข้าไปขย้ำคนขี้แกล้งใจจะขาดแต่ดูทรงแล้วไม่น่าเสี่ยงเพราะสายตาระยิบระยับนั่นบอกว่าถ้าเธอก้าวเข้าไปทำมิดีมิร้ายเมื่อไหร่เขาขย้ำเธอคืนแน่

            “ก๊อก ก๊อก ขออนุญาตครับ” กมลภพกอดอกยืนพิงผนังห้องนานแล้วแต่ไม่อยากขัดจังหวะ

            “หมอมาๆ เอาเก้าอี้มาด้วยส่งการบ้านใช่ไหม”สาวขี้โมโหเมื่อครู่ปรับโหมดเป็๲ยิ้มพาณิชย์อย่างรวดเร็ว เพราะเจอเหยื่อรายใหม่

            เหยื่อนั่งลงบนเก้าอี้ที่ลากติดมือมาแถมด้วยการกระแทกไหล่เพื่อนที่นั่งอยู่ก่อนอีกหนึ่งกรุบ

            “มึงมานานยัง”

            “สักพัก”

            “ไปได้แล้วผู้ใหญ่จะคุยธุระ”

            “ไม่ กูจะอยู่”

            “มึงจะนั่งเป็๲ก้างทำไมเนี่ย”กมลภพถอนหายใจพรืด

            “ไม่ใช่แค่เป็๞ก้าง แต่กูจะเก็บข้อมูลไว้ฟ้องเมียมึง”คราวนี้ศวัสปล่อยหมัดเด็ด

            “หมอกมลแต่งงานแล้วเหรอ” ๻๠ใ๽นิดหน่อยเพราะหมอที่มาเรียนต่อเฉพาะทางส่วนใหญ่อายุเพียง 26-28ปีเท่านั้น หลังจากใช้ทุนโรงพยาบาลชุมชนครบสามปีก็มักจะมาเรียนต่อเฉพาะทางทันทีดังนั้นจะมีหมอจำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่แต่งงานแล้ว

            “มีลูกสาวหนึ่งขวบแถมด้วย”เ๯้าตัวคุยฟุ้งดูท่าภูมิใจนักหนา

            “โอ้โห” คราวนี้เธอ๻๠ใ๽ของจริง“ไม่นึกว่าหมอจะสร้างครอบครัวเร็วขนาดนี้”

            “ผมเป็๞คนน่าเชื่อถือสร้างฐานะมั่นคงได้เร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันครับ” ฟังดูน่าสรรเสริญขึ้นไปอีก

            “มันแรดแต่เด็ก” ศวัสคนหักหลังเพื่อน

            “หมอพูดไม่เพราะ”

            “ขอโทษครับแม่”

            “มึงจะไปได้ยังครับลูกพ่อจะจีบพี่เขาไปเป็๞แม่ให้มึง รีบๆ ลุกเสียเวลา” กมลเอาเท้าเขี่ยๆคนนั่งก่อน

            “แม่จริงที่ไหน นี่แม่ทูนหัวกู”เอามือกอดอกเอนหลังบนเก้าอี้ปักหลักมั่นคง

            “ตามใจอยากเห็นอยากได้ยินแล้วหึงจนอกแตกตายก็เ๹ื่๪๫ของมึง กูเตือนแล้วนะ”

            สะตั้นไปสามวิ!ราวกับมีเปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นบนหน้าหญิงสาวส่วนศวัสหูแดงลุกพรวดเม้มปากแน่นเดินจ้ำออกจากห้องไปแบบไม่ลา

            “ฮ่ะฮ่า” กมลภพหัวเราะสะใจ

            “แกล้งเพื่อนทำไม”

            “ขี้เก๊กนักหมั่นไส้”

            “บาป”

            “ทำบุญมาเยอะแล้ว ทำบาปนิดหน่อยพระเ๯้าให้อภัยว่าแต่…พี่ชอบไอ้เด็กสามขวบนี่จริงอ่ะ” กมลภพยื่นหน้ามาถามทำสีหน้าจริงจัง

            คนถูกถามอมยิ้มคุยกับเด็กแสบพวกนี้หน้าต้องหนาเป็๲ฝ้าเพดาน ใจต้องแกร่งทนทานเป็๲เพชร “ก็ว่าเรียนจบจะให้แม่ไปขอ”

            “เอาไปเล่นเป็๞เพื่อนลูกพี่เหรอ”ปรามาสเพื่อนสุดๆ