"มีอะไรหรือเ้าค่ะ?" พร้อมกับหันหน้ามา
" " หลงไท่หยางมองหน้าแล้วรีบปล่อยมือข้างขวาทันทีที่จับแขนข้างซ้ายของเด็กคนหนึ่งอยู่ ซึ่งไม่ใช่คนที่เขา้า
" ไม่ใช่ "เขาเอ่ยกล่าวแค่นั้น แต่เขาหน้ามึน ไม่มีการขอโทษ ทำหน้านิ่งเรียบเฉย เหมือนเป็เื่ธรรมดาที่เกิดขึ้นทั่วไป รีบหายจากไปอย่างรวดเร็ว เหลือบเห็นแม่เด็กกำลังเดินมาพอดี ถึงเสื้อผ้าจะแตกต่างกัน แต่เขาคิดว่าก่อนหน้านั้นอาจจะปลอมตัว ไม่เช่นนั้นก็ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่ เพราะเงินที่ได้ไปก็ไม่ใช่น้อยสำหรับชาวบ้านทั่วไป แต่สำหรับเขาเป็เพียงส่วนน้อยนิด ที่เขาพกติดตัวไม่คิดใช้...เพราะองครักษ์จัดการให้หมด (ฝากเงินไว้กับองครักษ์ไว้ล่วงหน้าแล้วสำหรับใช้ในแต่ละวัน)
อีกฝากของตัวเมือง
ฟางหลินรู้สึกตื่นเต้น ถึงจะเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ จากหลากหลายประเทศก็ตาม แต่ความรู้สึกกลิ่นอายโบราณของแท้ที่ได้รับมันแตกต่างกันออกไป อากาศบริสุทธิ์รอบๆ ของกินเยอะแยะไปหมด ร้านค้ามากมายตกแต่งแบบเรียบง่ายปราศจากเทคโนโลยี
สำรวจการแต่งกายของตัวเองกับน้องๆด้วยสภาพแบบนี้เข้าร้านไหนคงไม่ได้เป็แน่แท้อาจถูกคนไล่ตะเพิดเอาได้ หิวก็หิวต้องทน จะซื้อซาลาเปาลูกล่ะ5แปะ ก็มีแต่ตำลึงเงิน กลัวพ่อค้าไล่ตะเพิด ก่อนตัดสินใจจะเข้าร้านเสื้อผ้าเป็อันดับแรก
"วันนี้เราพักโรงเตี๊ยมกัน1คืนดีกว่านะ"
"จะดีหรือขอรับ"
"ดีซิ จะได้นอนที่นอนนุ่มๆสักคืนหนึ่ง"พร้อมทำตาพริ้มพราวนึกถึงที่นอนนุ่มๆที่จากมา
"ขอรับ/เ้าค่ะ "
ถึงจะมีเงินในมือมากพอดำรงชีพซื้ออะไรได้เยอะแยะอิ่มท้องไปอีกระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่ประมาทจะใช้อย่างโลกที่จากมาไม่ได้ ซึ่งตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไป เพราะในหัวมีเื่ให้ต้องใช้เงินอีกเยอะที่มีอยู่ไม่น่าพอต้องหาเพิ่มไม่งั้นลำบากแน่(ในถุงเงินที่ขโมยมามี10ตำลึงทองกับ10ตำลึงเงิน)
'ต้องปรับปรุงคุณภาพชีวิตก่อนอันดับแรกไหนจะค่าส่งสองคนเล่าเรียนหนังสือ สร้างเรือนใหม่ อื่นๆ อีกมาก'ได้แต่กลัดกลุ้มอยู่ในใจไม่คิดท้อถอย
ร้านขายเสื้อผ้า มีประมาณ3ร้าน
เลือกร้านที่มีความหรูหราน้อยสุด ตอนแรกคนที่เป็ลูกจ้างมองสภาพ แบบสายตามีเงินรึ?
"พวกเราอยากได้ชุดเนื่องจากชุดที่ใส่อยู่ไม่มีความจำเป็แล้ว เพราะพวกเราปลอมตัวหนีออกจากบ้านมาเที่ยว แต่เกือบโดนจับได้ พวกเราอยากได้ชุดใหม่ แต่ถ้าใส่เสื้อผ้าเนื้อดีเกินไปอาจเป็ที่สะดุดตา ขอแบบชุดที่ราคาถูกสุดในร้านก็แล้วกัน พวกเรายังไม่อยากกลับยังเที่ยวสนุกอยู่เลย" พูดพร้อมแสดงละครเล็กๆกับทำหน้าเศร้าๆทำตาให้น่าเชื่อถือ ควักเงินให้ดู2ตำลึงเงิน
"คุณหนูเชิญเลือกด้านในเลยเ้าค่ะ"
คนขายรีบพาเข้าไปในร้านเพื่อเลือกชุดตามที่้าคนละ3ชุด ทั้งหมด900อีแปะให้เงินไป1ตำลึงเงินได้รับเงินถอน100อีแปะ ราคาต่อชุดราวๆ100-200อีแปะ เปลี่ยนเป็ชุดใหม่ทันที
ระหว่างนั้นแวะซื้อซาลาเปากินรองท้องก่อนไปกินอาหารที่โรงเตี้ยม ตกลูกล่ะ5อีแปะกินคนละลูกรองท้องก่อน
ร้านเครื่องเขียน
ทั้งสามยืนอยู่หน้าร้านเครื่องเขียน โดยฟางหลินอยู่ตรงกลางก่อนจะเดินเข้าร้านไป อีกด้านหลงไท่หยางมองเห็นระยะไกลคลับคล้ายคลับคา ลังเลอยู่พักหนึ่งจะเข้าไปหาดีหรือไม่ แต่เหตุการณ์ก่อนนี้ทำให้เขาตัดสินใจเดินไปอีกทาง คิดว่าไม่น่าใช่ เพราะมีกันสามคน บุคลิกต่างจากที่เจอตอนแรกและที่นี่ก็ห่างจากป่ามาพอสมควร
ภายในร้านขายเครื่องเขียน
'สมุด, กระดาษเปล่า,พู่กัน,อันนี้ล่ะ แล้วอันนั้นล่ะ แล้วก็อันโน้นด้วย...ราคาเท่าไหร่ ลดได้ไหม"
"50อีแปะ 20อีแปะ ...200อีแปะ"
เป็การต่อรองซื้อขายระหว่างเถ้าแก่ขายเครื่องเขียนชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกับฟางหลิน น้องทั้งสองเพียงแต่ ทำตาพริบๆ มองการกระทำของพี่สาวอยู่มุมหนึ่งในร้าน ทั้งคู่รู้แล้วว่าแตกต่างจากคนก่อนเพราะความจำกลับมาแล้ว ไม่ได้สงสัยอะไรยอมรับในตัวพี่สาว
"เถ้าแก่ชิ้นนี้เท่าไหร่ "เป็ดินสอแท่งหนึ่ง ซึ่งมีอยู่อันเดียวที่วางอยู่บนชั้น ฟางหลินทำตาแพรวพราวเหมือนเจอสมบัติล้ำค่า
"ชิ้นนั้น100อีแปะ "
"ลดได้ไหมเถ้าแก่"
"มีชิ้นเดียวในร้าน เป็ของต่างแคว้นแสนไกลมาทางตะวันตก ไม่มีคนใช้เป็ หลงอยู่ร้านนานแล้ว อ่..า ลดให้ก็ได้ 50อีแปะล่ะกัน "
"ข้าซื้อ 50อีแปะ"ฟางหลินตกลงทันที ตอนแรกจะใช้ถ่านหุ้มด้วยไม้ไผ่ใช้แทนดินสอ
สรุปได้มา2อย่าง สมุดกับดินสอจากร้านเครื่องเขียน
หลังจากนั้นพากันหาโรงเตี๊ยมเพื่อทานข้าวและหาจองห้องพัก เมืองนี้มีสองโรงเตี๊ยมแบบแพงโรงเตี้ยมเซียนหลานกับแบบธรรมดาโรงเตี้ยมเซี๊ยะ ก็ต้องเลือกแบบถูกชั้นล่างสุดขนาดถูกแล้ว500อีแปะต่อคืน ชั้นอื่นๆที่อยู่้า 1ตำลังเงินขึ้นไป
ทั้งสามคนจองหนึ่งห้องชั้นล่างสุดของโรงเตี๊ยมเซี๊ยะ พร้อมสั่งอาหารเข้ามาทานในห้อง
"เสี่ยวเอ้อ ข้าอยากจะรู้เกี่ยวกับสถานศึกษาแถวนี้มีบ้างไหม?"
"แถวนี้มีอยู่หนึ่งแห่ง ที่สำนักเขาหลิงซาน ถือว่าใกล้สุดแล้ว ราคาถูก ใช้เวลาศึกษาประมาณ5ปี มีรับทั้งหญิงและชาย อายุ5ปีขึ้นไป อยู่ห่างจากนี้ไปประมาณ2ลี้ ครึ่งชั่วยามก็ถึง ใกล้เมืองหลวงด้วยขอรับ"
"ค่าเล่าเรียนล่ะ?"
"อันนี้ไม่แน่ใจขอรับ"
"น่าจะตกคนล่ะ5ตำลึงทองจ่ายครั้งเดียวศึกษาตลอด5ปี อยู่ประจำ"
"สถานแห่งนี้ เปิดโอกาสกับพวกชาวบ้านทั่วไปขอรับ"
"ขอบคุณมากเสี่ยวเอ้อ"
"พี่ฟางหลินจะให้พวกเราเรียนหรือขอรับ"
"แล้วใครจะดูแลพี่ล่ะเ้าคะ?"
ทั้งสองพูดพร้อมกับดีใจที่ได้เรียนแต่อีกใจก็ รู้สึกเศร้าที่ไม่สามารถดูแลพี่ได้แถมยังเป็ภาระอีก ไม่อยากเรียน แต่ฟางหลินก็หาข้ออ้าง ถ้าเรียนจบก็เป็บัญฑิตสอบขุนนางได้เงินมาเยอะ เรียนแค่5ปีเอง ตอนนั้นสามารถเลี้ยงพี่ได้ แล้วพี่จะหาโอกาสไปเยี่ยมบ่อยๆ พูดปลอบชักจูงไปต่างๆนานา บอกเงินไม่หมดหรอก ใช้ประหยัดอยู่ได้หลายปี"
"เห็นไหมมีเยอะแยะ ส่งพวกเ้าเรียนพี่ยังเหลืออีกเยอะ"พูดพร้อมกับโชว์ถุงเงิน
"พี่ไปเดินตลาดยามค่ำก่อนนะรีบเข้านอนพักผ่อนล่ะ ห้ามออกไปไหน"
โรงเตี้ยมเซียนหลาน
"มีอะไรหรือขอรับ" เหวินฉิงเกริ่นถาม หลังจากหลงไท่หลางกลับมาถึง
" " เขาทำหน้านิ่งพร้อมยกจอกชาจรดริมฝีปาก ไม่คิดจะตอบ เป็อันรู้กันขององครักษ์ทั้งสอง ว่าอย่าได้เซ้าซี้ เหมือนเป็เื่ปกติระหว่างพวกเขากับท่านแม่ทัพ
"พวกเ้าจะไปเดินเล่นก้อได้ ข้าอนุญาต"
"ขอรับ/ขอรับ"ตอบรับพร้อมกัน ก่อนเดินออกมา เก็บอาการแสดงความดีใจไว้ภายใน พวกเขาก็อยากเดินสำรวจเหมือนกัน
กลางตลาดยามซวี(19.00-20.59น.)
"ปึก!! " เสียงหัวฟางหลินปะทะกลับแผ่นหลังของชายคนหนึ่ง
"เป็ไรไหมขอรับคุณหนู"เอ่ยถามพร้อมกับหันกลับมาประคองฟางหลินไม่ให้ล้ม ความสูงของฟางหลินเท่าเอวของพวกเขา
" "แหงนหน้าขึ้นมองสบตา