Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 29 จบ

    ณ ห้องอับไร้แสง “เป็นยังไงได้แจกเม็ดยาปีศาจหมดแล้วหรือยัง?” เสียงของชายวัยกลางคนถามหญิงรุ่นเยาว์ตรงหน้าเช่นเดิม “ก็เรียบร้อยดีตอนนี้ฉันได้มอบให้กับมนุษย์ที่มีจิตใจชั่วร้ายซ่อนลึกอยู่ในใจเพราะงั้นแล้วไม่ต้องกังวลว่าพวกมันจะไม่กินเม็ดยาสรรพคุณล้ำเลิศแบบนี้” “หึดีเยี่ยมเมื่อถึงเวลาเราจะถล่มเมืองของพวกมันด้วยน้ำมือของพวกมันเอง เพียงแต่ว่าต้องเลื่อนระยะเวลาไปก่อนเพราะผู้พิทักษ์ของตระกูลครีกออกมา ทำให้พวกมันรับรู้และตื่นตัวกันแล้ว” ชายวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ว่าอะไรนะ! ทำไมถึงได้ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” หญิงรุ่นเยาว์เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ตัวเธอทำภารกิจหามนุษย์ที่มีจิตใจชั่วร้ายเพื่อหว่านล้อมและมอบเม็ดยาปีศาจไปให้ ทำให้ไม่รู้เรื่องนี้เลย “เรื่องนี้ทางฉันพลาดเองไม่นึกเลยว่าผู้พิทักษ์ตระกูลครีกจะปิดด่านฝึกฝนในที่ลับแห่งหนึ่งภายในตระกูล พวกเราไม่สามารถตรวจหาเจอได้เพราะถูกอาคมเวทย์พื้นที่ป้องกันไว้” “อีกอย่างไม่นึกว่านายน้อยนั่นยังไม่ตายและตอนนี้ถูกส่งไปที่สำนักเวทย์ในจักรวรรดิบาบิโลนแล้วด้วย” “อะไรนะ! ไหนว่ามันจะต้องตายเพราะพิษ 7 ราตรีอะไรนั่นของแกน่ะ” “ปกติมันต้องตายแน่นอนเพียงแต่ว่ามันมีอะไรบางอย่างไปช่วยมันไว้ เรื่องนี้ฉันจะตรวจสอบให้ละเอียดเอง” ชายวัยกลางคนเอ่ยอย่างเคร่งเครียด พลันร่างกายมนุษย์ของเขาก็ถูกคลายออก เผยให้เห็นร่างกายกำยำสีแดง และมีหางงอกออกพร้อมกับที่หลังสยายปีกออกมา ใบหน้าคล้ายมนุษย์เพศชายวัยหนุ่มที่หล่อเหลา เพียงแต่ว่าผิวทั้งร่างสีแดงสด “อะไรกันเวทมนตร์ปลอมแปลงยังไม่หมดฤทธิ์นิ” หญิงรุ่นเยาว์หรี่ตาจ้องมองก่อนจะยกยิ้มและเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ดูเหมือนว่าสัญชาตญาณดั้งเดิมมันเรียกร้องให้เจ้าปลดปล่อยได้แล้วนะ” “เป็นแบบนี้อีกแล้วรึ” หญิงรุ่นเยาว์เผยรอยยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวน “ใช้ฉันก็ได้นะ ฉันพร้อมจะพลีกายเล่นสนุกด้วย” “หึฉันไม่ได้มีรสนิยมคลุกกลิ่นกับเผ่าพันธุ์เดียวกัน ฉันแวะไปที่ตระกูลดีกว่า การคลุกตัวกับข้ารับใช้สาวมันสนุกกว่าเสียอีก” “ก็แล้วแต่นะ” หญิงรุ่นเยาว์เอ่ยอย่างไม่แยแส ก่อนที่หนุ่มผิวแดงจะไปก็กล่าว “ยังไงศึกนี้เราก็ชนะ เหล่ามนุษย์ที่โหยหาพลังเมื่อได้กินเม็ดยาปีศาจจะสามารถเปลี่ยนเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจแถมยังเลื่อนขั้นระดับพลังไปอีก 1 ขั้นแต่ว่าพวกมันไม่รู้เลยว่าจะไม่สามารถบ่มเพาะพลังเวทย์ได้อีกต่อไป” หญิงรุ่นเยาว์ก็ตอบกลับ “ก็นั่นสินะไอเทมเม็ดยาจากพ่อค้าผู้ลึกลับที่อยู่ในดินแดนเรา นั่นน่ากลัวไม่น้อยเลยเชียวเห็นทีต้องรายงานองค์จักพรรดิหน่อยแล้ว” .......... “เอาละอาจารย์ซิลเวอร์คิดจะทำยังไงต่อละครับเนี่ย?” เคลกล่าวถามเขานั่งยอง ๆ อยู่ข้างศพของโกลด์ รูปลักษณ์ของเขาตอนนี้สภาพไม่น่าดู เลือดออกท่วมร่าง จากลักษณะร่างกายที่ดูแปลกประหลาดและอัปลักษณ์ มันยิ่งไม่น่าดูเข้าไปอีก “หึ้ยฉันยังไม่หนำใจเลยทำไมไม่ให้มันดื่มโพชั่นไปอีกละ” ซิลเวอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอารมณ์ขึ้นไม่หาย “ไม่ได้หรอกนะครับสินค้าโพชั่นของผมหลังจากดื่มไปแล้วต้องทิ้งระยะผล 24 ชั่วโมง ถ้าระหว่างนั่นดื่มเข้าไปก็เหมือนดื่มเอารสชาติแหละนะ” เคลบอกเฉลย เขาไม่กังวลเกี่ยวกับอาจารย์ซิลเวอร์ว่าจะหลุดความลับไปสักเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าพลังแห่งการพูด ใช้ได้ผลสำเร็จกับซิลเวอร์ไปแล้วและถูกนับเป็น 1/10 คน ดูคล้ายว่าซิลเวอร์กังวลว่าเคลจะไม่ใช่คนธรรมดา มีเบื้องหลังลึกลับ เพราะงั้นซิลเวอร์จึงไม่กล้าทำอะไรเคลนัก “อย่างงั้นหรอกเหรอ แต่ว่ามันก็เป็นโพชั่นที่สุดยอดเลยไปนะถึงแม้จะไม่ได้ผล แต่รสชาติของมันก็คือไวน์ชั้นดีด้วยเหมือนกันนะ” ซิลเวอร์พูดด้วยเสียงแหบแสนเท่เหมือนเดิม ซึ่งสำหรับเคลมันโคตรเฟี้ยวและคูลมาก เห็นครั้งแรกเคลก็ถูกใจเขาแล้ว “แต่ว่านะอาจารย์ซิลเวอร์ 300 เหรียญทองค่าโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์ด้วยครับ” “หา!...ก็นึกว่าจะให้ฟรี เป็นพ่อค้าที่ไม่พลาดแม้เหรียญทองหรือไงกัน?” ซิลเวอร์กล่าวอย่างคิ้วกระตุก ก่อนจะไปเอาถุงเก็บเงินนำมาจ่ายให้เคล “ว่าแต่จะจัดการยังไงกับเรื่องนี้ดีละครับ” เคลวกกลับมาถามเรื่องเดิม “อืมฉันว่าจะแจ้งไปทางสมาคมนักผจญภัยน่ะ และได้โอกาสหวนคืนเป็นนักผจญภัยด้วยเลยต้องขอบคุณโพชั่นของนายเลยนะไอ้หนูเคล” ซิลเวอร์พูดและตบไหล่ “โอ้ย! ก็ธรรมดาแหละ แต่ว่าผมจะไปสมัครเป็นนักผจญภัยด้วยเลยเหมือนกันเพราะงั้นขอติดสอยให้ตามด้วยเลยละกันครับ” เคลพูดกุมไหล่ข้างที่โดนตบแม้จะไม่เจ็บแต่ก็คัน ๆ ถึงแม้ซิลเวอร์จะไม่ได้เสริมพลังกายก็ตาม แต่ร่างกายดั้งเดิมของระดับนักเวทขั้นสูงสุดมันแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาเยอะ “อย่างงั้นเหรอ ถ้างั้นฉันจัดการอะไรพวกนี้ก่อนละกันแล้วเราค่อยไปที่สมาคมนักผจญภัยด้วยกัน” ซิลเวอร์พูดและมองร่างศพของโกลด์กับนักเรียนทั้ง 10 ที่ยังรอดชีวิต ส่วนเคลก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเข้าไปค้นกับถุงมิติของโกลด์ ในนั้นมีโพชั่น 99 ขวด และอุปกรณ์หลายอย่าง เขาเลือกที่จะเก็บโพชั่นเข้ากับตัว ถึงแม้จะไม่ได้ถือคติรูดทรัพย์คนอื่น แต่ว่าถ้าเกี่ยวข้องกับไอเทมของเขา เขาจะตั้งข้อยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ เพราะโพชั่นนี้ถ้าถูกคนอื่นได้ไป มันคงขายได้มากกว่าขวดละหมื่นเหรียญทองและนั่นเขาจะอิจฉาตายชักแน่เลย อย่าเอาของฉันไปขายเก็งกำไรนะ! “ว่าแต่ฉันก็ไม่ต้องซื้อขวดละ 300 เหรียญทองตั้ง 99 ขวดเลยนะ” เคลพูดยกยิ้มและคิดอะไรได้บางอย่าง “งั้นสินค้านี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับระบบแล้วสิก็หมายความฉันจะสามารถขายได้ขวดละหมื่นเหรียญทองกว่า ๆ เลยนะสิ” โอ๊ย!!!! เสียงตะคริวกินขาทำให้เคลร้องอย่างเจ็บปวด “เดี๋ยวสิเฮ้ยระบบไอเทมนี้มันถูกขายไปแล้วนะมันไม่ควรจะเกี่ยวข้องกับระบบเส่” !ติ้ง[สินค้าที่มาจากร้านค้าเจ้าของระบบจะสามารถขายได้กำไรแค่ 50 เหรียญทอง] “อะไรกันอย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ นั่นหมายความฉันขายขวดโพชั่นนี้ได้แค่ 50 เหรียญทองงั้นเหรอบ้าหรือเปล่าระบบถ้าเกิดว่าคู่ค้าของฉันมันโลภมากไม่สนและเอาไปขายขวดละ หมื่นเหรียญทองธุรกิจของฉันไม่ขาดทุนหรือยังไง” [ถ้าเป็นแบบนั้นก็เป็นเรื่องของคู่ค้านายท่าน แต่ว่านายท่านไม่มีสิทธิ์ขายสินค้าจากร้านค้าระบบเกิน 50 เหรียญทอง] เมื่อระบบได้พูดแบบนี้ออกมาก็ทำเอาเคลช็อค นั่นหมายความอะไร เขาจะไม่สามารถค้าขายสินค้าจำนวนมากได้เลย เพราะถ้าเกิดลูกค้าหน้าใหม่ไม่สนกฎ ของเขามันซื้อไปกักตุนเป็น พันขวด ก็หมายถึงมูลค่ารายได้ถึงสิบล้านเหรียญทองเป็นอย่างต่ำเลยนะนั่น ทำให้เคลต้องตัดสินใจอะไรหลายอย่างใหม่หมด “เกินไประบบเอาเปรียบฉันเกินไปแล้ว” [นายท่านสามารถทำภารกิจเพื่อเพิ่มกำไรส่วนต่างจากร้านค้าระบบได้] “ได้ด้วยงั้นเหรอ” [ได้] “ถ้าให้ฉันเดาฉันต้องค้าขายจนมากพอจะปลดภารกิจสินะเนี่ย” เคลพูดถอนหายใจอย่างหนัก ดูเหมือนเส้นทางของเขาจะยากลำบากไม่น้อยเลย เพื่อฆ่าเวลารอซิลเวอร์ทำธุระ เคลจึงถือโอกาสไปพูดคุยกับนักเรียนทั้ง 4 หรือเหล่าน้อง ๆ ของเขา แจ็ค โอเนล จันเร กำลังบาดเจ็บอย่างหนักเพราะงั้นแล้วเคลจึงให้โพชั่น 3 ขวดไปดื่มและเก็บเงินมาคนละ 50 เหรียญทอง “สุดยอดบาดแผลหายหมดแล้วนี้มันอะไรกัน โอเนลนายเองก็หายแล้ว!” “รสชาติของมันคือไวน์ชั้นดีเลยละแจ็ค!” “พี่คะ พี่หายดีหมดแล้วงั้นเหรอ?” “อืม...” ทั้ง 4 คนต่างตกตะลึงกับผลลัพธ์สุดมหัศจรรย์เช่นนี้ พวกเขาทั้งหลายต่างหันมองไปทางเคล ซึ่งเคลก็ยิ้มแย้มและกล่าวพูดประโยคสุดแสนน่าทึ่งทั้งหลายให้ฟัง [ภาจกิจใช้พลังแห่งการพูดชักจูงคืบหน้าเป็น 5/100 แล้ว] “พะ..พี่ใหญ่เป็นพ่อค้างั้นเหรอ” “ไอเทมที่สรรพคุณแบบนั้นมีอยู่จริงงั้นเหรอ” “ราคาถูกมากเลยนะคะพี่” เคลพยักหน้าภูมิใจกับคำพูดของตัวเองดูเหมือนว่าการพูดจะพัฒนาไปได้ไกลอยู่นะเนี่ยแต่ว่าก็คงได้ในระดับใกล้ชิดและรู้จักกันพอสมควร แถมเหล่าน้องทั้ง 4 เองก็นับถือเขาไม่น้อยเพราะงั้นจึงพอชักจูงความคิดได้ “เอาละเชิญเลยเลือกสินค้าที่ต้องการจะซื้อได้เลยนะ” “แต่ว่าพี่ใหญ่พวกเราก็ต่างเป็นพี่น้องกันอย่างน้อยก็ให้ฟรีหรือลดราคาสักนิดก็ไม่ได้เหรอ” แจ็คพูดหยอกล้อ “ไม่ได้!!” สีหน้าของเคลพลันบึ้งตึงและขมวดคิ้วจ้องแจ็คอย่างจริงจัง บรรยากาศพลันหนักอึ้งทำเอาแจ็คกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ใจเย็นพี่ชายผมจะจ่ายค่าสินค้าครบเต็มจำนวนเลย!” “ดีมากแบบนี้สิถึงจะเรียกว่าพี่น้อง” เคลยิงฟันให้แจ็ค ซึ่งแจ็คก็ได้ทำได้แต่ยิ้มหน้าแห้ง ***********************************พ่อค้าลึกลับแห่งดินแดนปีศาจ !?