หลังจากที่ซูจีเดินไป รถเมอร์ซิเดสสีเงินที่เธอนั่งมาก็ยังไม่จากไป เป็นเวลานาน ประตูก็เปิดแล้วมีคนกระโดดออกมา
“ฉินเฉาเรามีเรื่องต้องคุยกัน”
พร้อมกับสูทใหม่ ความหยิ่งของเจียงตงก็กลับมาเหมือนเดิม ทำให้พวกนักเรียนสาวตาเป็นประกาย? ขับเมอร์ซิเดส ใส่สูทราคาแพง ทั้งหล่อแล้วเย็นชา ไม่ใช่ว่านี่เป็นเสน่ห์ของเจ้าชายสำหรับนักเรียนหญิงหรอกเหรอ?
แฮ่ม จะเหมาะสมกว่าถ้าจะเรียกว่าเจ้าชายรถเงิน
“โทษที ฉันมีเรื่องต้องทำ ถ้านายรอได้ก็รอไปก่อนละกัน” ฉินเฉาไม่ใส่ใจเขา ทำให้เจียงตงรู้สึกช่วยไม่ได้ แล้วได้แต่ถอยกลับเข้าไปในรถ
กระบองไฟฟ้าหวังโง่อีกครั้ง เพราะว่าเขาจำชายคนนี้ได้ ชายคนนี้คือเจียงตง เป็นพ่อบ้านของตระกูลซู สามารถพูดได้ว่าคำพูดของเขามีพลังพอ ๆ กับคำพูดของซูเฟย เพราะว่าเขาเป็นพ่อบ้านที่อยู่ภายใต้ซูเสียนปิงโดยตรง
‘ไอ้ลูกสำส่อนฉินเฉาคนนี้ สั่งเจียงตงได้เพียงแค่โบกมือ?’
หวังเหวินคุนอดประเมินค่าของฉินเฉาใหม่อีกครั้งไม่ได้ แล้วเขาก็ประเมินแล้วว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินเฉา
ฉินเฉาไม่ได้สนใจสิ่งที่หวังเหวินคุนคิด เพราะว่าในที่สุดเขาก็เห็นซุนเสี่ยวเฟิงในกลุ่มนักเรียนแล้ว
ชายร่างสูงคนนี้กอดสาวน้อยที่ดูน่ารักแล้วเดินวางท่าเข้ามาในโรงเรียน
ทันใดนั้นฉินเฉาก็เปิดใช้ตาปีศาจเพื่อสำรวจประธานชมรมเต้นคนนี้
เขาไม่เห็นผี!
ฉินเฉาค้างไปชั่วขณะ จากที่โรซี่พูด ราชาวิญญาณซ่อนตัวอยู่ในร่างกายของซุนเสี่ยวเฟิง ผีตนนี้แข็งแกร่งมาก เพราะว่าผีตนนี้สามารถปกปิดตนเองจากตาปีศาจของฉินเฉาได้
“เฮ้ นาย! นักเรียน! คนที่ท่าทางกระเซิงทำลายภาพลักษณ์โรงเรียนนั่นน่ะ มากับฉันหน่อยสิ”
“ไอ้เวร แกว่าใครวะ!” ซุนเสี่ยวเฟิงถูกฉินเฉาทำร้ายเมื่อวาน แล้ววันนี้ขาของเขาก็ยังไม่หาย ยิ่งกว่านั้น เมื่อคืนเขาก็ไม่นอนไม่ค่อยหลับ เพราะแฟนของเขามักจะละเมอมาเตะขาที่เจ็บของเขาระหว่างที่เธอหลับ แล้วยังมาถูกยามเรียกแต่เช้านี้อีก มันจึงทำให้เขาโกรธ
ยาม
ใครจะรู้ เมื่อเขาหันหัวไป เขาพบว่ายามที่เรียกเขาคือฉินเฉา ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บที่แผลทันที เพราะเขาเจ็บที่เข่า ถ้าไม่ใช่เพราะได้แฟนช่วยพยุง เขาคงหล่นลงพื้นไปแล้ว
“นาย นาย นายต้องการอะไร?” ซุนเสี่ยวเฟิงท่าทางตื่นตระหนก เขาพยายามมองกระบองไฟฟ้าหวังเพื่อหวังให้เขาช่วย
“หัวหน้า หัวหน้าหวัง เขา เขา...”
“ฉินเฉา ถ้านายมีเรื่องต้องทำ ก็ไปทำ ฉันจะช่วยดูแลตรงนี้เอง หึหึ” ใครจะรู้ ว่ากระบองไฟฟ้าหวังจะพูดกับฉินเฉาด้วยรอยยิ้มสุภาพแบบนั้น
ฉินเฉาพยักหน้า ลุกขึ้นจากเก้าอี้ จากนั้นเดินไปโอบไหล่ซุนเสี่ยวเฟิงแล้วพูดว่า “ดูนายสิ กลัวอะไร หรือนายคิดว่าฉันจะทำอะไรกับนายงั้นเหรอ? สาวสวยรออยู่ที่นี่สักเดี๋ยว ไม่นานฉันจะพาแฟนเธอมาส่งเอง”
หญิงสาวไม่รู้ว่าซุนเสี่ยวเฟิงกับฉินเฉา เคยกระทบกระทั่งกันมาก่อน เมื่อเธอได้ยินว่าพวกเขามีเรื่องคุยกัน เธอก็คิดว่าคงเป็นเรื่องปัญหาของพวกผู้ชาย
ดังนั้น เธอเลยพูดอย่างยินดีว่า “ได้เลย”
ซุนเสี่ยวเฟิงรู้สึกหมดหวัง เพราะว่าฉินเฉาใช้กำลังพาเขาไปที่สำนักงานรักษาความปลอดภัย
ภายในสำนักงาน มันไม่มีใครอยู่รอบ ๆ ฉินเฉากับซุนเสี่ยวเฟิง นอกจากจางลี่ที่กำลังนอนอยู่ในห้องถัดไป จึงไม่คิดรบกวนพวกเขา
“พี่ พี่ใหญ่ เมื่อวานเป็นฉันที่ผิดเอง ผมผิดเอง ปล่อยผมไปเถอะ ผมเป็นแค่เด็กที่ไม่รู้อะไร”
ฉินเฉานั่งบนโซฟาขณะที่ซุนเสี่ยวเฟิงยืนอย่างระวังอยู่ด้านตรงข้าม เขาทำแม้กระทั่งตบหน้าตัวเองขณะที่น้ำตาไหลเข้าจมูก
“โอ้ ทำไมนายทำอย่างนั้นล่ะ? ฉันพานายมานี่ก็เพื่อจะถามคำถามสักสองคำถามแค่นั้นเอง เอาล่ะ นั่งลง”
เมื่อเห็นซุนเสี่ยวเฟิงขอร้องอ้อนวอน ฉินเฉาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือว่าร้องไห้ดี เขาจึงรีบสั่งให้ซุนเสี่ยวเฟิงนั่งลงบนโซฟา
“ดื่มน้ำมั้ย?”
“มะ ไม่ครับ...”
“บุหรี่ล่ะ?”
“มะ ไม่...” ซุนเสี่ยวเฟิงเหมือนกับสะใภ้ที่ถูกกดขี่ เขากลัวว่าฉินเฉาจะยกมือตบเขาคว่ำเมื่อไหร่ เขานั่งลงบนโซฟาอย่างหงุดหงิด แต่ก้นเขาพร้อมจะกระโดดขึ้นทุกเมื่อ
แต่ขาของเขายังคงเจ็บอยู่
“ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ ฉันแค่อยากจะถามอะไรนายหน่อย แต่มีข้อแม้ว่า...นายต้องตอบตามจริง”
“ผมจะบอก ผมจะบอก ผมชื่อซุนเสี่ยวเฟิง เป็นผู้ชาย อายุ 21 ปี มีแฟน 7 คน ผมเคยบอกให้พวกเขาสองคนไปทำแท้ง มีสามคนกำลังเรียนอยู่ต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ผมจึงมีโอกาสร่วมรักกับเธอได้เป็นบางครั้ง มีแค่สองคนที่ไม่อยู่โรงเรียนนี้ แต่ยังอาศัยอยู่ในเมืองนี้ บางครั้งผมก็ไปหาพวกเธอ...”
“แม่แกเถอะ! ใครถามนายเรื่องพวกนั้นกัน!” คำพูดของซุนเสี่ยวเฟิงทำให้ฉินเฉายุ่งยากใจ ขณะพูดในใจว่า ‘ไอ้สารเลว! แกพยายามจะอธิบายหรือว่าตั้งใจอวดกันแน่วะ!’
ซุนเสี่ยวเฟิงกลัวมาก เขาปิดปากของเขาทันทีแล้วไม่กล้าแม้แต่จะกระแอมออกมา
ในตอนนี้เอง ประตูก็ถูกเปิดออกแล้วเฉินหยิงหยางก็เดินเข้ามา
“ลูกพี่ฉินเฉา อยู่ที่นี่เอง! กำลังรอเดี้ยนอยู่ใช่ม้าาา?”
“รอบ้านแกน่ะสิ!”
“ยังทำท่าทางน่ากลัวเหมือนเดิม แต่เดี้ยนก็ยังชอบ อร้ายยยย∼!” เฉินหยิงหยางทำท่าทางตุ้งติ้งมาที่ฉินเฉา แต่เมื่อเขาเห็นซุนเสี่ยวเฟิงที่อยู่บนโซฟาดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
“หูยยยย นี่คือประธานชมรมเต้นซุนไม่ใช่เหรอ? นี่นายมีเวลาว่างขนาดมาเยี่ยมชมสำนักงานรักษาความปลอดภัยของเราด้วย?”
“นายสนใจเจ้าเด็กนี่เหรอ?” ฉินเฉาขมวดคิ้ว “นายอยากให้ฉันปล่อยพวกนายทำเรื่องส่วนตัวกันสองคนไหมล่ะ?”
“จริงเหรอฮ้าาา? เยี่ยมเลย!” เฉินหยิงหยางรู้สึกมีความสุขมาก มันส่งสายตาขอบคุณฉินเฉา ความหมายของเฉิงหยิงหยางชัดเจน ‘สบายใจได้ ฉันจะไม่สนใจคนหนึ่งแล้วลืมอีกคนหรอก’
“อย่าป๊ายยยย!” ซุนเสี่ยวเฟิงเหมือนจะรู้ว่าเฉิงหยิงหยางเป็นพวกชอบประตูหลัง ดังนั้นมันจึงรีบดึงแขนฉินเฉาไว้ “อยากจะถามอะไร ผมจะบอกทุกอย่างเลยครับ แค่อย่าทิ้งผมไว้ที่นี่ก็พอ”
เขาแทบจะร้องไห้ ในใจเขาพูดว่า ‘ทำไมฉันต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วย?’
“โอเค งั้นให้ฉันถามนาย นายรู้สึกตัวบ้างหรือเปล่าว่าช่วงนี้ตัวเองมีพฤติกรรมแปลก ๆ ไป?”
“แปลก ๆ เหรอ?” ซุนเสี่ยวเฟิงมองอย่างแปลกใจ เขาไม่รู้ว่าทำไมฉินเฉาถึงถามเขาด้วยคำถามนี้
“ใช่... ฉันหมายความว่าพฤติกรรมของนายต่างจากแต่ก่อนมั้ย”
“มะ... มันก็...” ซุนเสี่ยวเฟิงเหมือนจะคิดบางสิ่ง แต่เหมือนเขาลังเลที่จะพูดมัน
“พูดมา!” ฉินเฉาตะโกน ซุนเสี่ยวเฟิงสะดุ้ง เพราะความกลัวแล้วรีบพูด
“มันเป็นแบบนี้ แฟนทั้งหมดของฉันบอกว่า เมื่อตอนขึ้นเตียงกับพวกเขา มีบางครั้งที่ฉันรุนแรง พวกเธอบอกว่า เหมือนฉันเปลี่ยนเป็นคนอื่นที่ก้าวร้าวแล้วยังแข็งแรงแถมยังอึดอีก...”
“หือ!” ฉินเฉากลอกตาไปมา “เจ้าหนู ไม่ใช่ว่านายเล่นยาหรอกนะ!?”
“ไม่ใช่แน่นอน!” ซุนเสี่ยวเฟิงพูดทันที “ใช้ยาจะทำให้พลังเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ก็ทำร้ายร่างกายด้วย ไอ้เรื่องที่ ‘ฆ่าห่านเพื่อเอาไข่’ นี่ ฉันไม่ทำแน่นอน!”
“เป็นอย่างนั้นเหรอ...” ฉินเฉาจับจมูกตัวเอง ทันใดนั้นก็พูดว่า “เอาล่ะ ฉันต้องขอโทษที่ทำร้ายนายครั้งก่อนด้วย แต่นายต้องสัญญากับฉันอย่างหนึ่งก่อน ไม่อย่างนั้น หึหึ...”
“เรื่องอะไร? บอกฉันมา...”
“จากนี้ไป นายห้ามไปที่ชมรมตอนซ้อมเต้นอีก”
“อ๊า? นี่ไม่ดีแล้ว ถึงยังไง ฉันก็เป็นประธานนะ!”
“ประธานกับแมวสิ! นายไม่ได้มีส่วนร่วมกับการซ้อมเต้น แล้วที่นั่นยังมีซูจีอีก ไม่มีอะไรที่นายต้องทำ!”
“อะ เอาอย่างนี้เป็นยังไง ถ้าฉันไปที่นั่นสักสองครั้ง?” ซุนเสี่ยวเฟิงกำลังคิดเกี่ยวกับสาวสวยจำนวนมากในชมรม มองพวกเธอเต้นถือเป็นความเพลิดเพลินที่สุด
“นายพยายามจะต่อรองกับฉัน?” ปากของฉินเฉาปรากฏรอยยิ้มขึ้น จิตสังหารที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มของเขาชัดเจนเมื่อเปิดออก
ร่างกายของซุนเสี่ยวเฟิงกลายเป็นเย็นเฉียบ ทันใดนั้นเขาก็พูดว่า
“โอเค โอเค ฉันสัญญา ฉันจะไม่ไปดูการซ้อมเต้น!” ต่อหน้าพลังที่แตกต่าง ประธานซุนทำได้แค่ยอมจำนน
“ก็แค่เนี้ยที่ฉันอยากได้ยิน” ฉินเฉาพอใจแล้วตบบ่าเขา “ไปได้แล้ว แฟนของนายรออยู่ จะดีที่สุดถ้าไม่ทำให้เธอเป็นห่วง”
“ใช่ แน่นอน!” หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากฉินเฉา ซุนเสี่ยวเฟิงรีบออกจากห้องไปอย่างเร็ว ที่ด้านข้าง เฉินหยิงหยางมีท่าทางคลุมเครือเมื่อมองไปที่การพูดคุยกันของฉินเฉาแล้วซุนเสี่ยวเฟิง เขาพูดแทรกขึ้นมา
“เจ้าซุนเสี่ยวเฟิงนั่นปกติจะเป็นผู้ชายที่หยิ่งมากแท้ ๆ แต่ตอนนี้ เขาทำเหมือนกับเป็นหลานชายที่ต้องพบกับปู่งั้นแหละ มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง?”
“แน่นอน! ใครจะกล้าทำตัวเป็นปู่ต่อหน้าฉันกัน?” ฉินเฉายิ้ม ก่อนที่เขาจะออกจากห้องสำนักงาน เขาส่งคำพูดให้กับเฉินหยิงหยาง “ฉันไม่สนว่านายจะใช้วิธีอะไร แต่นายต้องช่วยฉันจับตาเขา ถ้าเขาพยายามเข้าใกล้ห้องซ้อมเต้น รีบบอกฉันทันที”
ยังคงมีคนรอเขาอยู่ด้านนอกที่หน้าประตู แม้ว่าคุณจะปล่อยให้เขารอจนเป็นหวัด แต่ในที่สุด คุณก็ต้องไว้หน้าเขาบ้าง ยิ่งเขาเป็นถึงพ่อบ้านของตระกูลซูด้วยแล้ว
แน่นอน เมอร์ซิเดสเบนซ์สีเงิน E300 ยังคงจอดรอ
เมื่อฉินเฉามาถึงด้านข้างรถ ทันใดนั้นประตูรถก็เปิดออก เจียงตงนั่งอยู่ข้างใน
“เข้ามา” เจียงตงพูดเสียงแข็ง
ฉินเฉาไม่ต่อปากต่อคำ เขาเข้าไปนั่งที่ข้างคนขับ เจียงตงสตาร์ทรถแล้วเข้าเกียร์ ทันใดนั้นเมอร์ซิเดสก็พุ่งออกไป
หลังจากออกจากเส้นรอบเมือง รถเลี้ยวขวาแล้วในที่สุดก็ขับมุ่งหน้าไปทางแม่น้ำซ่งเจียง
ฉินเฉาตกใจนิดหน่อย คิดว่า ‘นี่ไม่ใช่ที่ที่เขาฆ่าฟางหัวหรอกเหรอ? ทำไมเจียงตงถึงพาเขามาที่นี่? หรือเขามีงานอดิเรกบางอย่าง?’
‘ลุงแกเถอะ! ถ้าฉันรู้ว่าเขาเป็นเกย์ล่ะก็ ฉันคงพาเฉินหยิงหยางมาด้วย จากนั้นฉันค่อยหนีไป’
หลังจากนั้นไม่นาน รถก็จอดอยู่ริมแม่น้ำ พวกเขาอยู่ใกล้กับต้นไม้ที่เอนไปทางแม่น้ำ ทำให้ฉินเฉาระลึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้น
ฟางหัวตายวันนั้น เขาแทบจะสารภาพกับเจ้าหน้าที่
ปัง! เจียงตงเปิดประตู ลงจากรถ แล้วจากนั้นเคาะเบา ๆ ที่หน้าต่างรถ
เมื่อถูกเจียงตงเรียก เขาก็ลงจากรถ
เจียงตงหายใจเข้าลึก ๆ แล้วจากนั้นก็ถอดเสื้อนอกแล้วโยนมันเข้าไปในรถ
“เฮ้ นายทำอะไรน่ะ? ถ้านายอยากทำเรื่องอย่างว่า ฉันไม่อยากทำมัน” ฉินเฉาอดโยนมุกตลกออกมาไม่ได้ คิ้วของเจียงตงกลายเป็นย่น
“ฉันอยากจะท้าประลองนาย ถ้าเป็นผู้ชายก็ยอมรับซะ” เจียงตงหยิบถุงมือหนังออกมาแล้วสวมมันใส่มือ จากนั้นเขากระดิกนิ้วเรียกฉินเฉา
เมื่อได้รับการยั่วยุโดยตรง ฉินเฉาทำแค่จุดบุหรี่แล้วคาบไว้ในปาก แล้วถามว่า “นายอยากจะประลองกับฉัน? บนพื้น?”
“ถ้านายแพ้ นายต้องไม่เข้าใกล้คุณหนูรองอีก”
“โอ้?” ฉินเฉายกคิ้ว “แล้วถ้าฉันชนะล่ะ?”
เจียงตงกระแทกหมัดตัวเอง แล้วพูดว่า “เป็นไปไม่ได้! ต่อให้ต้องตาย ฉันก็จะไม่ให้นายชนะ!”
“เหอะ นายท้าฉันด้วยสตรีทไฟท์นี้ นายเอาแต่ได้ นายคิดว่าฉันจะยอมรับมันหรือไง?” ฉินเฉาพูดด้วยความรู้สึกเหยียดหยาม “ถ้านายแพ้ อย่างน้อย นายต้องยอมรับเงื่อนไขของฉัน”
“เงื่อนไขอะไร?” เจียงตงขมวดคิ้ว เขาคิดว่าเขาไม่มีทางแพ้ ตอนนี้ เขาวางแผนที่จะเดิมพันด้วยชีวิต
“ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออก” ฉินเฉาโยนก้นบุหรี่ลงพื้น แล้วใช้เท้าบี้มัน “ฉันจะบอกนายเมื่อฉันคิดเสร็จแล้ว”
“งั้นก็เข้ามา!” เจียงตงคำรามออกมาเหมือนเสือหิว ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็กระโจนขึ้น
จบตอน#