ฮัวเหลียนฮวาพาลูกสาวมาถึงโรงงานก่อนเวลาพักกลางวัน 10 นาที เ้าหน้าที่หน้าประตูรู้จักเธอเป็อย่างดี จึงทักทายอย่างเป็กันเอง
“อ้าว ลาคลอดไม่ใช่หรือ ทำไมวันนี้มาที่โรงงานล่ะ” คุณลุงอู่ ทำงานที่โรงงานแห่งนี้มาสิบกว่าปีแล้ว รู้จักทุกซอกทุกมุมของโรงงานเป็อย่างดี รวมถึงทุกคนที่ทำงานที่นี่ด้วย ทักทายหญิงสาวสวยอย่างเป็กันเอง
“เอาข้าวกลางวันมาให้ลู่ซือน่ะค่ะ” ฮัวเหลียนฮวาส่งยิ้มตอบกลับไป
“คนหนุ่มสาวนี่น่าอิจฉาจริงๆ ลู่ซือมันโชคดีนะได้เมียทั้งสวย ทั้งเอาใจเก่งขนาดนี้ 555” ลุงอู่แซวจนคนถูกชมเขินหน้าแดง ยิ่งเรียกเสียงหัวเราะจากลุงอู่ให้ดังขึ้น
“อ้าวแล้วนี่ ยัยหนูโตขึ้นเยอะเลยนี่” เขาหันมาทักทายเด็กหญิงตัวน้อยที่จูงมือ ยืนอยู่ข้างๆ แม่
“สวัสดีค่ะคุณปู่ หนูจางอี้หนิงค่ะ” จางอี้หนิงส่งยิ้มหวานทักทายลุงอู่
เขาเคยเห็นเด็กคนนี้เมื่อตอนที่ยังเล็กกว่านี้ครั้งหนึ่ง ยังเดินยังพูดไม่ได้เลย ตอนนี้โตกว่าเดิมมาก รู้สึกว่าเด็กสาวแสนน่ารักคนนี้ ยิ่งโตยิ่งหน้าตาดี ท่าทางจะฉลาดเฉลียวไม่เบา ดวงตากลมโตเป็ประกายนั้นดูสดใสร่าเริง จนเขาอดที่จะเอ็นดูไม่ได้ เขาลูบหัวทุยเล็กๆ นั้นเบาๆ แล้วพูดอย่างเมตตาว่า “มาเยี่ยมพ่อเหมือนกันเหรอ เก่งมากนะ แต่อย่าไปวิ่งซนแถวเครื่องจักรรู้ไหม มันอันตราย”
“ค่า…อี้หนิงไม่ดื้อ ไม่ซนรับรองเลย”
“ดีมาก ดีมาก เอ้า รีบเข้าไปเถอะ จะพักเที่ยงแล้ว เห็นลู่ซือเข้ามาซ่อมเครื่องจักรแต่เช้ามืด ยังไม่ได้ทานอะไรเลยมั้ง”
ทั้งคู่จึงบอกลาลุงอู่ ก่อนจะเดินเข้าไปที่แผนกซ่อมบำรุงเพื่อหาจางลู่ซือ
จากคำบอกเล่าของเพื่อนร่วมงานของสามี ทำให้ฮัวเหลียนฮวารู้ว่า สามีเอาเครื่องมือไปเก็บที่ห้องเครื่องมือ ระหว่างที่พูดคุยสอบถาม เธอเห็นสายตาของเขามองเธอ ดูอึดอัดแบบแปลกๆ แต่ด้วยไม่ได้คิดอะไรมาก จึงกล่าวขอบคุณแล้วจูงลูกสาวไปตามทางเดินเพื่อไปยังจุดหมาย ตอนที่เดินไปถึงหน้าห้องนั้น ประตูเปิดกว้างอยู่ ทำให้ได้ยินเสียงพูดคุยจากข้างในดังออกมา
“พี่คะ วันนี้ยังไม่ได้ทานข้าวเลยนี่ ฉันได้ยินว่าวันนี้มีเมนูอาหารใหม่ด้วย เราไปทานด้วยกันไหมคะ”
เสียงที่ได้ยินนั้น จางอี้หนิงรู้สึกว่าคนพูดพยายามบีบเสียงให้ดูเล็ก จนฟังแปลกๆ พูดง่ายๆ ว่าดูดัดจริตนั่นแหละ
เธอเห็นแม่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ จางอี้หนิงเงยหน้ามองแม่ เธอบอกไม่ถูกว่าตอนนั้นแม่รู้สึกอย่างไร แต่ใบหน้าดูนิ่งมากจนผิดปกติ และเหมือนแม่จะรู้สึกตัวก็ส่งยิ้มฝืนๆ ให้ ก่อนจะจูงเธอเดินเข้าไปภายในห้อง
ในห้องนั้นเธอเห็นพ่อกำลังเก็บอุปกรณ์เครื่องมือเข้าที่ตู้เก็บแยกเป็สัดส่วน และเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากพ่อนัก เธอมีรูปร่างสมส่วน แต่่บนดูมหึมาเหลือเกิน และก็เหมือนเ้าตัวจะภูมิใจในสัดส่วนของตัวเองไม่น้อย กระดุมเสื้อสองเม็ดบนของเสื้อฟอร์มพนักงานไม่ได้กลัดไว้ แถมยังเปิดแบะออกกว้าง อวดความขาวเนียนของ่อกอีกด้วย
“ผมยังทำงานไม่เสร็จครับ คุณไปทานก่อนเถอะ” เสียงทุ้มตอบเรียบๆ และไม่แม้แต่จะหันไปมองอีกฝ่าย
“เหลือแค่เก็บเครื่องมืออีกไม่กี่ชิ้นก็เสร็จแล้วนี่คะ ฉันรอได้ค่ะ นี่เพื่อนๆ ก็จองโต๊ะไว้ให้แล้ว เราไปด้วยกันจะได้ไม่ต้องไปหาที่นั่งให้เสียเวลา จริงไหมคะ” หญิงสาวไม่ยอมแพ้ พยายามหาข้ออ้างชักชวนต่อ
จางอี้หนิงลอบกลอกตา แม่คุณ อะไรจะช่างตื๊อขนาดนั้น ผู้ชายเขาปฏิเสธอ้อมๆ ขนาดนี้ ยังไม่เลิกตอแย แม่เธอก็เหลือเกิน เห็นผู้หญิงอื่นมาวุ่นวายกับสามี ยังยืนนิ่งเหมือนไม่สนใจ แต่ร่างกายมันฟ้อง จากตาแดงๆ สองข้างมีน้ำตาคลออยู่ ร่ำๆ จะร่วงแหมะแล้ว
หึ…งั้นต้องออกโรงเองซะแล้ว
“พ่อขา”
เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงดังขึ้น เรียกความสนใจของคนสองคนในห้องให้หันมามอง ฝ่ายชายดูจะประหลาดใจ แต่แววตาบ่งบอกความยินดีอย่างเห็นได้ชัด ทำให้จางอี้หนิงรู้สึกพอใจอยู่บ้าง ส่วนฝ่ายหญิงดูจะสะดุ้งใเมื่อแรกเห็นฮัวเหลียนฮวาและเด็กหญิง แต่แล้วหญิงสาวคนนั้นก็เปลี่ยนเป็ชักสีหน้าไม่พอใจ แววตาคู่นั้นส่อชัดถึงความเป็ศัตรู
จางอี้หนิงละมือจากแม่ แล้ววิ่งด้วยขาสั้นๆ ไปหาพ่อ
“พ่อคะ อี้หนิงมาหาค่าา” เด็กสาววิ่งเข้าไปกอดพ่อที่ย่อตัวรับการกอดจากลูกสาวตัวน้อยด้วยความดีใจ ใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งเมื่อสักครู่ ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“พ่อดีใจจังที่ลูกมาหา” เขาพูดพร้อมกับหอมแก้มยุ้ยทั้งซ้ายขวาด้วยความรัก ทำเอาจางอี้หนิงรู้สึกขัดเขินไม่น้อย เธอไม่เคยชินที่พ่อทำแบบนี้ เพราะชาติก่อนเธอได้เจอพ่อไม่บ่อยนัก และทุกครั้งที่เจอกัน ก็เหมือนมีระยะห่างระหว่างเราสองคน พอได้เจอการแสดงความรักที่แนบชิดแบบนี้ ทำให้รู้สึกเขินแปลกๆ
พ่อของเธอ จางลู่ซือ มีรูปร่างสูงใหญ่ เหมือนคุณปู่ แต่สูง และบึกบึนกว่า ใบหน้าทรงสี่เหลี่ยมมีกรอบหน้าชัด คิ้วพาดเฉียงได้รูป รับกับดวงตาคมเข้ม จมูกโด่งเป็สัน ดูหล่อคมเข้มไม่แพ้ดาราไอดอลเลย เพียงแค่สีผิวคล้ำไปหน่อย แต่ในความคิดเธอ แบบนี้ดูแมนกว่าหนุ่มหน้าขาว วงบอยแบร์นทั้งหลายในยุคหลังๆ ซะอีก
พ่อเธอตอนหนุ่มๆ ก็หล่อไม่เบานะเนี่ย ขนาดอยู่ในชุดเอี๋ยมช่างมอมแมม แต่ก็ยังดูดีขนาดนี้ ยืนคู่กับแม่ก็เหมาะสมกันดีจริงๆ คนหนึ่งหล่อเหลาคมเข้ม คนหนึ่งสวยหวานจับตา กิ่งทองใบหยกชัดๆ อิอิ แล้วใคร มันมาพรากคู่ตุนาหงันนี้นะ คอยดูเถอะ ถ้ารู้นะแม่จะทุบให้แบนเลย ฮึ่ม
ก่อนอื่น จัดการแม่นี่คนแรก หน็อย เมียเขายืนหัวโด่ ยังหน้าด้านไม่ยอมไปไหนอีกนะ กลัวใครไม่รู้ว่าเป็นางอิจฉาเหรอไง
“คุณพ่อขา ป้าคนนี้ใครเหรอคะ” อี้หนิงเปิดฉากไฟว้
“หน็อย เด็กนี่ ฉันอายุน้อยกว่าแม่เธออีกนะ” เ้าหล่อนลืมตัวโวยวาย มองเด็กเวรด้วยความขุ่นเคือง
“ฮะ ฮึก…นะ หนูไม่รู้ …พ่อขา คุณป้าน่ากลัว” จางอี้หนิงใส่สกิลนางเอกเ้าน้ำตา ที่เธอชอบดูละครของดาราคนนี้บ่อยๆ แต่ทำยังไง น้ำตาก็ไม่ไหล เลยแสร้งซบลงบนบ่ากว้างของพ่อ แล้วพูดเสียงสั่นเครือ
“คุณกงครับ ลูกสาวผมเธอยังเด็ก เลยไม่รู้ความ ผมขอโทษแทนด้วยนะครับ ตอนนี้ภรรยาและลูกผมมาแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นอุ้มลูกสาว แล้วเดินไปจูงมือภรรยาเดินออกจากห้องไป โดยไม่แม้แต่จะหันไปกลับไปมองนางอิจฉานั่นสักนิด
ทำเอาหญิงสาวหน้าเหวอ แล้วกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ คิดว่าแม่นั่นลาคลอดไปแล้ว จะได้โอกาสดี ใครจะรู้ว่ายังหวงก้างโผล่มาขัดจังหวะอีก
เชอะ เป็แค่ลูกชาวนาจนๆ มีสิทธิอะไรได้แต่งงานกับหนุ่มหล่อ ลูกผู้อำนวยการโรงงาน เธอเองก็สวยไม่แพ้ฮัวเหลียนฮวาเหมือนกัน ฐานะครอบครัวก็ดีกว่า ทำไมเขาไม่สนใจเธอบ้างนะ
กงซิ่วเจินมองตามหลังครอบครัวทั้งสามคนด้วยแววตาแรงกล้า
เธออยู่หมู่บ้านเดียวกับฮัวเหลียนฮวา ครอบครัวของเธอฐานะดีกว่าครอบครัวของฮัวเหลียนฮวาด้วยซ้ำ เพราะแม่ของเธอเป็ครูโรงเรียนประถม ทำให้เธอสามารถเรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่ต้องไปช่วยทำนาเหมือนเด็กคนอื่นๆ
แม่อยากให้เธอได้ทำงานที่ดี เป็งานชามข้าวเหล็ก แต่ด้วยกงซิ่วเจินไม่ค่อยชอบเรียนมากนัก อีกทั้งหัวไม่ค่อยดี ทำให้ผลการเรียนเพียงแค่พอผ่านเท่านั้น จึงเรียนจบเพียงแค่ประถมเหมือนฮัวเหลียนฮวา ทั้งๆ ที่แม่ของเธออยากให้เรียนต่อมัธยม แต่เธอไม่อยากเรียนต่อแล้ว และเห็นฮัวเหลียนฮวาได้ทำงาน เธอจะน้อยหน้าได้ยังไง จึงอ้อนขอแม่ จนได้เส้นสายจากลูกศิษย์แม่เข้าทำงานในโรงงานทอผ้าแห่งนี้เช่นกัน
ตอนที่เธอพบจางลู่ซือครั้งแรก ก็ถูกใจหน้าตาของเขา แต่ตอนนั้นเธอคิดว่าเขาเป็แค่ช่างซ่อมบำรุงทั่วไป เลยเปลี่ยนเป้าหมายไปที่หัวหน้าแผนกของเขาแทน ถึงจะอายุจะมากกว่าเธอเกือบ 10 ปี หน้าตาก็ธรรมดา แต่เพราะมีตำแหน่งเป็ถึงหัวหน้า เงินเดือนสูง เธอจึงพยายามสานสัมพันธ์เต็มที่ จนเกินเลยมีความสัมพันธ์ทางร่างกาย ภายหลังถึงพบว่าเขาแต่งงานมีลูกมีเมียแล้วแต่อยู่เมืองอื่น ทะเบียนบ้านก็ไม่ได้อยู่ในเมืองด้วย ทำเอาเธอปรี๊ดแตกไปเลย
ดีว่าเขายังให้เงินเลี้ยงดู เธอจึงมีเงินใช้จ่ายซื้อของสุรุ่ยสุร่าย เสื้อผ้า เครื่องประดับ และเครื่องสำอาง สามารถแต่งตัวดีๆ มีหน้ามีตากว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ทำให้พอรับได้บ้าง และก็วางแผนหาเป้าหมายใหม่
กงซิ่วเจินรู้เห็นมาตลอด ั้แ่ตอนที่จางลู่ซือเข้าหาฮัวเหลียนฮวา จนทั้งคู่ตกลงปลงใจคบหาและแต่งงานกันในที่สุด ตอนนั้นแม้ในใจลึกๆ จะอิจฉาฮัวเหลียนฮวา ที่อีกฝ่ายได้แต่งงานก่อน แถมกับหนุ่มหล่อหน้าตาดี ส่วนเธอกลับคว้าได้ลุงแก่ๆ มีพันธะแล้ว แต่เธอก็ยังเยาะเย้ยถากถางทุกครั้งที่เจอหน้าฮัวเหลียนฮวา ว่าคบกับคนจนๆ สุดท้ายก็ต้องใช้ชีวิตยากจน ปากกัดตีนถีบ ไม่มีวันโงหัวขึ้นได้
แต่ไม่นานหลังจากทั้งคู่แต่งงาน มีเื่ราวเกิดขึ้นใหญ่โต คนในโรงงานถึงได้รู้ว่า ที่แท้จางลู่ซือเป็ลูกชายคนรองของผู้อำนวยการจางนั่นเอง ความจริงนี้ตบหน้าเธออย่างแรง
เจ็บใจนัก ทำไมเื่ดีๆ ถึงเกิดขึ้นกับนังฮัวเหลียนฮวาตลอด ทำไมถึงไม่เป็เธอแทน
ฉันไม่ยอมแพ้หรอก คอยดูเถอะ!
……………………………..
ระบบ: [โฮส แสดงได้ดูปลอมมากครับ]
จางอี้หนิง: เป็เด็กทำอะไรก็ไม่ผิด เชอะ
ระบบ: [แต่อายุจริงเลขสี่แล้วนะครับ]
จางอี้หนิง: ร้ายอ่ะ….แงงง (ะเืใจ วิ่งไปฟ้องแม่)
………………………………
ไรท: เปิดตัวขุ่นพ่อแล้ว