“ใช่ๆอุตส่าห์ลำบากยอมแลกชีวิตพ่อแม่ตัวเองเพียงเพื่อจัดงานสมรส แทนที่จะรักษารักนั้นไว้ให้ดีดันเล่นชู้กับลูกพี่ลูกน้องตัวเองต่อหน้าคนมากมายเช่นนั้นไม่รู้ว่าไหน่ไนรองคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่” หญิงคนนั้นกุมมือพลางถอนหายใจ“เสียดายชื่อเสียงอันดีงามของท่านแม่ทัพฝูหย่วนกับฮูหยินที่ต้องพินาศเพราะลูกสาวตนข้าได้ยินมาว่าจวนตระกูลฉินไม่สนใจนางนานแล้วหลังจากท่านแม่ทัพฝูหย่วนกับฮูหยินสิ้นใจ จวนตระกูลฉินทำเหมือนนางไม่มีตัวตนขนาดวันพิธีสมรสของนาง ฮูหยินผู้เฒ่าของตระกูลฉินยังอ้างว่าป่วยไม่ไปร่วมเลยแม้แต่น้องชายแท้ๆ เองก็ไม่ยอมไปเจอหน้านางเสียด้วยซ้ำ”
ฉินหนิงจือได้แต่หลุบตาในใจอยากหัวเราะเยาะเต็มทน แต่เนื่องจากใบหน้านั้นแข็งจากความหนาวเย็นเลยไม่อาจแสดงความรู้สึกใดๆได้ แม้แต่จะร้องไห้ยังไม่มีน้ำตาไหลสักหยด
“ได้ยินว่าตอนไหน่ไนรองยังเป็คุณหนูหาได้รู้จักสำรวมตนไม่หลังจากท่านแม่ทัพฝูหย่วนสิ้นใจฮ่องเต้ตั้งพระทัยไว้ว่าจะปูนบำเหน็จประทานยศบรรดาศักดิ์ให้จวนตระกูลฉินอย่างน้อยๆ คงได้ตำแหน่งดีอยู่ ใครจะไปรู้ล่ะว่าทั้งหมดนี้กลับถูกไหน่ไนรองทำลายแล้วแบบนี้จะไม่ให้คนตระกูลฉินเกลียดนางได้อย่างไรกันข้าว่าพวกเขาคงเกลียดนางเข้ากระดูกดำเชียวแหละ”
“ถึงบอกไงล่ะว่านายน้อยกู้น่าสงสารยิ่งนักทำไมถึงโดนผู้หญิงเช่นนั้นมาเกาะเกี่ยวได้เมื่อรู้ว่านางเล่นชู้กับลูกพี่ลูกน้องตัวเองก็น่าจะสั่งฆ่าทิ้งเสีย ไม่ใช่สั่งให้นำไปขังไว้ที่สวนมาตอนนี้เพิ่งอยู่สงบเสงี่ยมได้ไม่กี่เดือนก็ถึงกับหนีตามลูกพี่ลูกน้องไปด้วยกันแล้วได้ยินว่าจวนจิ้นกั๋วกงโกรธมาก ประกาศว่า หากเป็ต้องเห็นคน หากตายต้องเห็นศพหากใครจับตัวนางได้ก็จะได้เงินห้าร้อยตำลึงเงิน”หญิงสองคนพูดพลางแอบชำเลืองมองปฏิกิริยาของฉินหนิงจือ
เงินห้าร้อยตำลึงเงินเช่นนั้นรึ...
ฉินหนิงจือยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยที่แท้นางยังมีค่าตั้งห้าร้อยตำลึงเงินนึกว่าไม่มีรางวัลตามจับแม้แต่ตำลึงเดียวเสียอีก
คงจะโกรธหนักจริงๆก็นางทำเื่บัดสีให้จวนจิ้นกั๋วกงเสียชื่อขนาดนั้นจิ้นกั๋วกงคงเกลียดนางเข้าไส้แล้วกระมัง
นางเป็จุดด่างพร้อยในชีวิตของกู้จิ่งหยวนซึ่งไม่อาจลบเลือนได้
หนาว...ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ
ฉินหนิงจือกอดตัวเองแน่นแต่ไม่ว่าจะกอดแน่นเพียงใดก็ไม่อาจสลัดความหนาวเย็นในใจออกไปได้
จู่ๆ นางก็คิดถึงมารดาคิดถึงตอนที่มารดาค่อยๆ สางผมให้ด้วยความอ่อนโยนปักดอกมู่ฝูหรงซึ่งบานสะพรั่งและชูชันที่มวยผมให้นาง พร้อมทั้งเอ่ยยิ้มๆ ว่า“หนิงจือของพวกเราโตเป็สาวแล้ว ต่อแต่นี้ไปจะทำอะไรตามใจไม่ได้แล้วนะ เ้าต้องคิดหน้าระวังหลังเสมอแม่ไม่อาจอยู่สอนลูกเช่นนี้ตลอดไปได้ หากเ้าไม่เชื่อแม่ ภายหน้าเกิดอะไรขึ้นมาแม่จะไม่รักเ้าแล้วนะ”
ขนาดผู้เป็แม่ยังไม่รักนางเลย
ฉินหนิงจือคิดพลางน้ำตาไหล
นางสมควรโทษบิดาและมารดากระมังทำไมต้องทิ้งนางให้อยู่บนโลกนี้คนเดียว ปล่อยให้นางต้องประสบกับเื่เลวร้ายและน่าสมเพชเช่นนี้คนเดียว
แต่ก่อนนางไม่เคยนึกเลยว่าจิตใจคนจะน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้
บิดาตายในสนามรบ มารดาก็ตรอมใจตายตามนี่ไม่ใช่เื่ที่นางคาดคิดมาก่อนเลย
จนกระทั่งเผชิญกับความจริงที่เปรียบเสมือนกองเืสดๆไหลนองอยู่เบื้องหน้า นางถึงได้รู้ว่าตนเองอ่อนแอและไร้ความสามารถถึงขนาดนี้
นางอยากแก้แค้นแต่กู้จิ่งหยวนกลับเอ่ยกับนางด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกว่า “ฉินหนิงจือ หากเ้า้าความยุติธรรมเ้าก็ไปชิงเอามาเองเถอะ ข้าหมดปัญญาจริงๆ”
เขาเป็แบบนี้ตลอดไม่เคยเอาใจใส่เื่ของนางเลย ราวกับว่าเื่ของนางไม่มีค่าแม้แต่จะเอ่ยถึงรวมทั้งเื่แก้แค้นของนางด้วย
นางจึงเข้าไปจัดการเองแต่กลับต้องมาโดนเช่นนี้
ร่างกายรู้สึกหนาวขึ้นเรื่อยๆหัวก็เริ่มรู้สึกหนักขึ้นทุกที ขณะสะลึมสะลืออยู่นั้น นางได้ยินเสียงคนพูดกันว่า “ดูท่าทางนางแล้วอาจเป็ไหน่ไนรองของจวนจิ้นกั๋วกงก็เป็ได้นะหรือว่าพวกเราจะแอบไปรายงานทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูให้ลองมาตรวจดูดีตั้งห้าร้อยตำลึงเงินเชียวนะ”
ฉินหนิงจือนึกขำนางที่มีสภาพแบบนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะยังมีค่าตัวตั้งห้าร้อยตำลึงเงิน
ไม่รู้เหมือนกันว่าหากนางตายกู้จิ่งหยวนจะเสียใจหรือไม่
แต่คิดว่าคงฉลองกันยกใหญ่ที่สลัดนางออกไปได้เสียที
หัวเริ่มหนักขึ้นๆเบื้องหน้าฉินหนิงจือตอนนี้มีเพียงแค่ความมืดมน สุดท้ายนางก็ทนไม่ไหวและทิ้งตัวลงบนพื้น
“อาภรณ์ชุดเขียว ตรึงตราฤทัยอาวรณ์สหายเอย ร้องเพลงอาลัย[1]”
จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงท่องกลอนเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยเปรียบกับน้ำเสียงห่างเหินเ็าในความทรงจำเมื่อครู่แล้วราวกับเป็คนละคน
“อ้อลำสูง อ้อปล้องยาวดอกอ้อขาวราวเกล็ดหิมะ อ้อลำสูง อ้อปล้องยาว เล่นซ่อนหาในดงป่าอ้อ[2]”
จู่ๆก็ได้ยินเสียงกล่อมอันอ่อนโยนของมารดาดังมาจากที่ไกลแสนไกลอยู่ข้างหู
“อ้อลำสูง อ้อปล้องยาวข้ามน้ำข้ามเขาไกลมาได้เจอกัน อ้อลำสูง อ้อปล้องยาว เร่งสาวผ้าข้างดงป่าอ้ออ้อลำสูง อ้อปล้องยาว เสียงขลุ่ยอ้อดังซ้องซ่ออ่อนหวานเด็กเลี้ยงวัวเจอกันที่ทุ่งไกลบ้าน ทำเอาบิดามารดากังวลหุนหัน”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/e8c39af2eb995c5d8c97da730cbb055e
[1] ท่อนหนึ่งในบทกวีของโจโฉ -เป็ท่อนที่โจโฉส่งสารถึงเหล่าผู้มีความสามารถให้มาเข้าร่วมกับตน
[2] บทเพลงเหว่ยเปียนอู่เจวี๋ย