เมื่อรับรู้แน่ชัดแล้วว่าศิษย์ใหม่ของตนมีศักยภาพและพรสวรรค์ในฐานะนักล่ามังกรอย่างเต็มเปี่ยม ความยินดีของหวูเหยียนจีก็พุ่งทะยานขึ้นราวกับเปลวเพลิงที่ได้รับเชื้อไฟเพิ่มพูน ใบหน้าของชายวัยกลางคนเปล่งประกายสดใสผิดจากความเคร่งขรึมในยามปกติ
เขาถึงกับขยับร่างกายไปมาอย่างมีจังหวะ ฮัมทำนองเพลงเบาๆในลำคอด้วยท่าทางอารมณ์ดีอย่างยิ่ง
ภาพลักษณ์ของคณบดีผู้เข้มงวดในสายตาคนทั่วไปแทบจะสลายหายไปทั้งหมด
เหลือเพียงชายคนหนึ่งที่กำลังปลาบปลื้มกับความสำเร็จของลูกศิษย์อย่างสุดหัวใจ
หวงเยี่ยที่ยืนมองอยู่ถึงกับสำลักน้ำลายเล็กน้อย ดวงตาฉายแววตกตะลึงปนงุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้เป็นอาจารย์ ขณะที่หลี่เฉินกับไป๋อวี้ซึ่งคุ้นชินกับภาพเช่นนี้ดี ต่างหันมาสบตากันก่อนจะยิ้มอย่างเอือมระอาเล็กน้อย
“เรื่องปกติน่ะศิษย์น้อง อาจารย์ของพวกเราเป็นคนบ้าแบบนี้แหละ”
“ปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้ทุกรูปแบบ จะโกรธก็โกรธเหมือนเปลวเพลิง แต่ถ้าอารมณ์ดีก็จะแสดงออกนิสัยเหมือน...”
ยังไม่ทันที่หลี่เฉินจะได้พูดอะไรต่อ เสียงโป๊กก็ดังขึ้น เมื่อกำปั้นของหวูเหยียนจีกระแทกลงบนศีรษะของเขาอย่างแม่นยำ
“โอ๊ย!”
ทำให้หลี่เฉินต้องกรีดร้องออกมา พลางกุมศีรษะด้วยสีหน้าเจ็บปวดแต่ไม่กล้าโวยวายอะไรอีก
หวูเหยียนจีชักมือกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก ทว่าไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของศิษย์ตนเลยซักนิด เพียงยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี
“เอาละๆ ในเมื่อเป็นถึงลูกศิษย์ของข้าคณบดีหวูเหยียนจีแล้ว ก่อนอื่นอาจารย์จะมอบของขวัญให้กับเจ้าละกัน”
สิ้นคำ ชายวัยกลางคนก็หันกายเดินตรงไปยังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านข้าง เปิดลิ้นชักอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหยิบแหวนสีเงินวงหนึ่งออกมา ตัวแหวนสลักลวดลายซับซ้อนคล้ายเถาวัลย์พันเกี่ยวกันอย่างวิจิตร เปล่งประกายแวววาวภายใต้แสงแดดที่ส่องกระทบ
หวูเหยียนจียื่นแหวนวงนั้นให้ศิษย์ของตนโดยไม่ลังเล
“นี่คือแหวนมิติที่ภายในมีขนาดสิบเมตร อาจจะไม่ได้กว้างใหญ่อะไร ทว่ามันก็คือแหวนมิติ!”
“เจ้าเอามันไปใช้ซะ เพราะการมีแหวนมิติน่ะ จะช่วยทำให้เจ้าสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเป็นหลายสิบเท่าตัว!”
“ในฐานะที่เป็นนักล่ามังกร แน่นอนว่าพวกเขาก็ต้องออกไปล่าสัตว์อสูรมังกรหรือเผ่าพันธุ์มังกร”
“แล้วสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ชิ้นส่วนบางอย่างก็มีคุณค่าและเป็นดั่งสมบัติในสายตาของมนุษย์ นำมาขาย นำมาหลอมเป็นอาวุธ หรือนำมาสะสม ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งสิ้น แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ยิ่งออกล่ามากก็ยิ่งต้องใช้พื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากยิ่งขึ้น!”
“การมีแหวนมิติที่สามารถบรรจุสิ่งของไม่มีชีวิตได้ ถือเป็นหนึ่งในความใฝ่ฝันของเหล่านักล่ามังกรรุ่นใหม่เลยทีเดียว!”
หวงเยี่ยเบิกตากว้างอย่างไม่อาจปิดบังความตื่นเต้นได้ เขารีบยกมือขึ้นรับแหวนอย่างนอบน้อม
“ขอบคุณท่านอาจารย์ ข้าหวงเยี่ยจะใช้แหวนมิติวงนี้เป็นอย่างดี”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะสวมแหวนลงบนนิ้วทันที พลังวิญญาณของเขาไหลเข้าไปเชื่อมต่อกับแหวนอย่างเป็นธรรมชาติ
“แหวนมิติสิบเมตร ท่านอาจารย์ทุ่มเทให้กับศิษย์น้องจริงๆนะ”
“แหวนระดับนี้.. ต่อให้เป็นนักล่ามังกรระดับสูงก็ยังต้องคิดหนักก่อนจะซื้อ!”
ชายหนุ่มมองแหวนบนมือด้วยความตื่นเต้นไม่จางหาย เพราะรู้ดีถึงคุณค่าของมัน
แหวนมิติหนึ่งวง ต่อให้มีขนาดความกว้างภายในเพียงห้าเมตร มันก็มีราคามากกว่าหลายล้านเครดิตแล้ว มันมีมูลค่าสูงลิ่วจนเหล่านักล่ามังกรระดับหนึ่งและระดับสองจำนวนมาก อาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเก็บสะสมเครดิตเพื่อให้ได้มาครอบครองเพียงสักหนึ่งวง
แต่ในตอนนี้ ตนเองกลับได้รับแหวนที่มีขนาดใหญ่ถึงสิบเมตรเป็นของขวัญจากอาจารย์โดยตรง
หวูเหยียนจีกอดอก มองหวงเยี่ยด้วยสีหน้าพอใจ
“ของดีต้องคู่กับคนที่เหมาะสม”
“เจ้ามีพรสวรรค์และอนาคตไกล”
“การมีแหวนมิติจะช่วยให้เจ้าปลดปล่อยศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องพะวงกับเรื่องจุกจิกในการออกล่า!”
หวงเยี่ยที่ได้ยินคำกล่าวของผู้เป็นอาจารย์ก็ค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างจริงใจ
ก่อนที่จะค่อยๆโคจรพลังวิญญาณภายใน แทรกซึมผ่านปลายนิ้วเข้าสู่แหวนมิติที่สวมอยู่บนมือ
ในพริบตาเดียว การรับรู้ของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โลกแห่งความเป็นจริงรอบตัวเลือนหาย กลายเป็นห้วงมิติที่เงียบงันและมั่นคง อาณาเขตภายในแหวนกว้างขวางกว่าสิบเมตร ปรากฏเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมที่ถูกโอบล้อมด้วยกำแพงพลังโปร่งแสงซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ
ทุกสิ่งภายในถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีการสั่นไหวแม้แต่น้อย ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยอย่างยิ่ง
สายตาของหวงเยี่ยกวาดมองไปทั่วพื้นที่ ก่อนจะหยุดลงที่วัตถุสำคัญสองชิ้นซึ่งถูกวางอยู่ใกล้กัน
สิ่งแรกคือม้วนตำราที่เปล่งกลิ่นอายพลังธาตุพฤกษาอันลึกซึ้ง ตัวอักษรโบราณบนปกสะท้อนแสงจางๆราวกับมีชีวิต
วิชาการต่อสู้ระดับจักรพรรดิฉบับสมบูรณ์ หุ่นจิตพฤกษาโบราณ
เพียงแค่สัมผัสผ่านการรับรู้ หวงเยี่ยก็เข้าใจได้ทันทีว่านี่คือแก่นแท้ของวิชาที่เคยฝึกฝนในขั้นต้นมาก่อน และเป็นวิชาขึ้นชื่อที่ทำให้หวูเหยียนจีแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด เขาเองสามารถบรรลุขั้นแรกได้แล้ว และวิชาฉบับสมบูรณ์นี้คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาไปสู่ระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ทว่าเมื่อสายตาเคลื่อนไปยังวัตถุอีกชิ้นหนึ่ง ความรู้สึกประหลาดก็พลันเกิดขึ้น
มันคือแท่งหินสีดำบริสุทธิ์ ขนาดเท่ากำมือ รูปทรงเรียบง่ายคล้ายแผ่นศิลาขนาดเล็ก ทว่าในความธรรมดานั้นกลับแฝงความรู้สึกแปลกประหลาด เป็นความว่างเปล่าที่ลึกล้ำและน่าค้นหา
หวงเยี่ยถอนพลังวิญญาณออกจากแหวน
ก่อนจะใช้ความคิดเข้าไปหยิบแผ่นศิลาสีดำออกมาสู่โลกภายนอก ถือมันไว้ในมือ พลางเงยหน้ามองผู้เป็นอาจารย์
“ท่านอาจารย์..”
“สิ่งนี้คือ...”
หลี่เฉินกับไป๋อวี้ที่เห็นวัตถุนั้นต่างถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ราวกับเป็นภาพที่คุ้นเคยดี
ส่วนตัวของหวูเหยียนจีก็มองแผ่นศิลาสีดำในมือของหวงเยี่ย ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวด้วยใบหน้าอันเรียบเฉย
“ไม่รู้เลยสักนิด! อาจารย์ได้มันมาจากซากอารยธรรมโบราณเมื่อประมาณห้าสิบปีก่อนน่ะ”
“เพราะตอนนั้นอาจารย์เห็นมันถูกวางเอาไว้อยู่บนรูปปั้นสลักของมนุษย์ที่มีแขนทั้งสี่ข้าง มันถูกวางเอาไว้บนฝ่ามืออย่างประณีต เหมือนเป็นสิ่งของล้ำค่าและสำคัญอย่างยิ่งยวด อาจารย์ก็เลยนำมันกลับมาด้วย”
หลี่เฉินพยักหน้าเสริม
“ตอนพวกข้าเห็นครั้งแรกก็คิดว่ามันต้องเป็นสมบัติโบราณระดับสูงแน่นอน”
ไป๋อวี้ยิ้มจางๆอย่างจนใจ
“แต่สุดท้ายก็พิสูจน์ไม่ได้เลยว่ามันพิเศษตรงไหน!”
หวูเหยียนจีไม่สนใจคำพูดของศิษย์ทั้งสอง และกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“ไม่ว่าจะใช้พลังวิญญาณ ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง หรือจะทำวิธีการใด พวกเราก็ไม่รู้ว่าไอ้แผ่นศิลาชิ้นนี้มันคืออะไรกันแน่”
“ข้าเองก็ให้ศิษย์คนอื่นๆลองถือมัน หรือทำแบบเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเช่นเดิม”
เขายักไหล่เล็กน้อย
“เพราะงั้นอาจารย์จึงสรุปได้ว่ามันเป็นเพียงแค่แผ่นศิลาที่ถูกสลักขึ้นด้วยก้อนหินธรรมดาๆ ไม่มีคุณค่าอะไรทั้งสิ้น!”
“ถึงจะเป็นเพียงก้อนหินธรรมดา แต่ก็ถือว่าเป็นของที่นำกลับมาจากอารยธรรมโบราณ จะทิ้งก็เสียดาย ข้าเลยเก็บมันไว้ในแหวนมิติมาโดยตลอด วันนี้ก็ถือโอกาสมอบให้เจ้าพร้อมกับวิชาหุ่นจิตพฤกษาโบราณฉบับสมบูรณ์ไปเลย”
หวงเยี่ยพยักหน้าช้ารับ
“ขอบคุณท่านอาจารย์!”
แม้คำตอบจะเรียบง่าย แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องแผ่นศิลาสีดำอย่างพินิจ ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกยังคงค้างคาอยู่ในใจ ราวกับวัตถุชิ้นนี้มิได้ว่างเปล่าอย่างที่เห็น หากซ่อนบางสิ่งที่ลึกเกินกว่าการรับรู้ทั่วไป
เขาค่อยๆเก็บแผ่นศิลากลับเข้าไปในแหวนมิติอย่างระมัดระวัง
ภายในห้องโถงไม้ บรรยากาศกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามบ่ายยังคงส่องผ่านหน้าต่างอย่างอ่อนโยน
ขณะที่แหวนเงินบนปลายนิ้วของหวงเยี่ยสะท้อนประกายแสงแผ่วเบา
ภายในนั้น นอกจากวิชาระดับจักรพรรดิอันล้ำค่าแล้ว ยังมีแผ่นศิลาสีดำลึกลับซึ่งแม้จะถูกตัดสินว่าไร้ค่า ทว่าในความเงียบงันของมัน กลับแฝงความลุ่มลึกที่ชวนให้ผู้ครอบครองอดไม่ได้ที่จะเฝ้าครุ่นคิดถึงความหมายที่แท้จริงของมัน